เนื่องจากว่าหลงใหลและประทับใจทุกทริปที่ไปเที่ยวตอน Low season จึงอยากลองไปเชียงใหม่หน้าร้อนดูบ้าง เมื่อตัดสินใจได้ก็ไปกันเลยค่ะ
ออกเดินทางคืนวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยรถทัวร์ของนครชัยแอร์ รถออกเวลาประมาณ 20.10 น. คืนนั้นฝนตกหนักพายุเข้า อากาศเย็น นอนหลับสบายทั้งทางเลย ตื่นอีกทีก็เชียงใหม่แล้ว
วันแรก
ถึงเชียงใหม่เวลาประมาณ 6.20 น. รถจอดที่ท่ารถนครชัยแอร์(ข้างๆอาเขตเชียงใหม่) เราก็ลงไปล้างหน้าแปรงฟัน ป่ะ!!! ออกเดินทางต่อได้ บรรดาคุณลุงรถแดงก็เรียกก็ถามกันใหญ่ หันไปยิ้มให้คุณลุงแลเวบอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ

เราก็เดินออกไปเช่ามอเตอร์ไซค์ร้าน Bikky ข้างหน้า อาเขต ช่วงนี้ดีหน่อยมีรถให้เลือกเพราะคนไม่เยอะ ถ้ามาช่วงเทศกาลก็แทบไม่ทันเช่ารถ เพราะคนเยอะมาก เราก็เลือกรถได้แล้ว แล้วก็เช่า 4 วัน พร้อมหมวกกันน็อคฟรีคนละ 1 ใบ ค่าเช่าอยู่ที่ วันละ 250 บาท (แล้วแต่รุ่น มีให้เลือกหลายแบบ ของเราเลือกแบบเกียร์ธรรมดา ขับมันส์ดี 55555) พอได้รถปุ๊ป เอาล่ะ ไปต่อค่ะ!! ฮ่าๆ เอากระเป๋าสัมภาระ ไปเก็บที่ โรงแรมก่อน เราจองโรงแรมไว้แล้วชื่อ โรงแรม บ้านอ้ายหล้า (อยู่ในตัวเมือง) เราก็ขี่มอเตอร์ไซค์กันมาเรื่อยๆจากอาเขตเข้าไปที่ตัวเมือง ไม่ไกลๆ มาได้สบายๆ อากาศเย็นๆ มีแกดนิดหน่อย คือดีงามมม จะบอกว่าโรงแรมนี้ พนักงานน่ารักมาก เป็นกันเองสุด ไปถึงไปติดต่อรับกุญแจ พนักงานมานั่งคุยด้วย มีแนะนำสถานที่เที่ยวต่างๆ ร้านต่างๆ ที่คนเมืองบอกว่า อร่อย ถูกและดีก็มีนาจา (ข้อมูลจากคนพื้นที่ 5555) ถึงขั้นเปิดแผนที่คุยกันเลย


ลืมบอกไปที่นี่เสมือนค่าเฟ่น้องแมว มีน้องแมวน่ารักๆเต็มเลย ถ้าเพื่อนๆชอบ ถึงไม่ได้พักที่นี่แต่แวะมาทานกาแฟกันได้นะคะ ที่นี่เขาก็มีกาแฟขาย ห้องพักจะดูธรรมชาติ ในห้องมีมุ้งด้วยนะ ชอบบ 5555 ป่ะๆ เริ่มหิวแล้ว มัวแต่ชื่นชมโรงแรม ลืมทานข้าวเช้าเลย 55555 เก็บของๆ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ววันแรกเราจะเปิดทริปด้วยการไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเลย ไปกราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุ เราตั้งพิกัดไปที่ วัดเกตการาม หรือชุมชนวัดเกตนั่นเอง แถวนั้นจะเป็นย่านเมืองเก่าชิคๆ มีที่ให้ถ่ายรูปอยู่ ที่นี่เป็นย่านวัฒนธรรมเก่าแก่ของคนเชียงใหม่
เราก็ไปแวะคาเฟ่ แถวนั้น เพราะร้านอาหารยังไม่เปิด เปิดเที่ยงกันหมดเลย แนะนำถ้าหิวข้าว หาทานจากในเมืองก่อนไปได้เลยจ้า พอเสร็จจากวัดเกต เราก็ไปกันต่อที่ “เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท” อันนี้ไกลหน่อยแต่ตั้งใจจะไปแล้วก็ลุยเลยละกัน ขี่รถออกไปทางที่จะไปดอยสุเทพ ขี่รถไปเรื่อยๆก็ถึง จริงๆขี่เพลินแอบเลยนิดนุง>< ไม่ไกลวนกลับมาๆ 5555 ที่นี่จะเป็นรีสอร์ทเป็นโรงบ่ม มีคาเฟ่ ป่าๆ อยู่ด้านใน ดูเขียวๆไปหมดดี สบายตา วบายใจ ถ่ายรูปมาก็สวยไปอีกแบบ คิคิ
เราใช้เวลาอยู่นี่พักใหญ่เหมือนกัน ชิวมากกกก มีชิงช้า มีมุมถ่ายรูป มีกาแฟ มีไวฟาย มีปลั๊กด้วย 55555 ก็นั่งไปเรื่อย พักผ่อน นั่งไปนั่งมา พอเต็มที่แล้ว แหงนดูท้องฟ้านิดนึง เริ่มเย็นแล้วกลับเข้าในเมืองกันดีกว่า เราก็ขี่มอเตอร์ไซค์ดุ๊งดิ๊งๆ เข้าเมือง กลับโรงแรมอีกรอบ พักแปป วันนั้นตรงกับวันเสาร์ มีถนนคนเดินวัวลายพอดี ก็ไปเดินเล่นหาอะไรทานจนมืดพอดี ฝนเริ่มตกปรอยๆ กลับๆ 55555 ไปที่ไหนก็ฝนตกก อยากจะร้องเพลง “เธอมากับฝน สวยตรงที่เดินตากฝน~” ไม่มีอะไร มโนแพพ ฮ่าๆ เราก็ขี่รถกลับโรมแรม พักผ่อนนอนนนนน
วันที่สอง
จริงๆตั้งใจจะตื่นเช้าหน่อย จะไปหาอะไรทานตอนเช้า เนื่องจากมาพักผ่อนเลยปิดนาฬิกาปลุก หันมาดูนาฬิกาอีกที่ สายแล้ว ตื่นๆ ลุกอาบน้ำ แต่งตัวตามแพลนวันนี้คือไปหมู่บ้าน แ ม่ กำ ป อ ง คำนวณระยะทางแล้วเนี่ยใช่เวลาประมาณ 1 ชม กว่าๆ เราออกเดินทางประมาณ 8.30 น และแอบมีจอดแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางรองท้อง ถึงแม่กำปองก็ ประมาณเกือบๆ 10.00 น.
เราก็ผ่านทางเข้าหมู่บ้าน ขึ้นเขา ลงเขา ทางโค้ง มันส์เลย อากาศก็ดีมากกกกก อากาศเย็น สดชื่น เราผ่านร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง ที่เขาว่าเป็นแลนด์มาร์กของแม่กำปอง 555 แต่ยังไม่แวะ คนแอบเยอะ เราเลยเข้าไปข้างในก่อน เราไปไหว้พระวัดกันธาพฤกษา(วัดแม่กำปอง) วัดนี้น่าจะเป็นวัดเดียวในหมู่บ้านนี้วิหารที่นี่จะทำจากไม้แกะสลักทั้งหลัง
ในส่วนของโบสถ์นั้น จะอยู่กลางลำธาร ท่ามกลางธรรมชาติสุดๆ ถ้ามานั้งวิปัสนาที่นี่คงเย็นทั้งกาย ทั้งใจเลยค่ะ เราโชคดีที่ไปช่วงที่ไม่ค่อยมีคน คนไม่เยอะ ไม่แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว ก็เลยถ่ายรูป นั่งชิว เยอะหน่อย ฮ่าๆ
พอไหว้พระเสร็จก็เดินเรื่อยๆ(จอดรถที่วัด) ชมหมู่บ้าน ชมวิถีชาวบ้านที่นั่น เขาก็ปิ้งเผือก ปิ้งมันขาย จริงๆร้านข้าว ร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว ก็มีเยอะอยู่นะคะ เลือกนั่งได้เลย เพราะแต่ละที่บรรยากาศคล้ายๆกัน คือมีภูเขาโอบล้อม ด้านล่างเป็นลำธาร น้ำตก รอบๆเป็นป่าาา ถ้าขึ้นสูงหน่อยก็จะเจอทิวเขามองไปสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว
เราเดินขึ้นไปเรื่อยๆ(ทางลัด) ไป ร้ า น ช ม น ก ช ม ไ ม้ ร้านนี่อยู่สูงขึ้นไปบนภูเขา ถ้าขึ้นไปนั่งตรงนั้นแล้วมองลงมาจะเห็นหมู่บ้านแม่กำปองทั้งหมด วิวดีเลยแหล่ะค่ะ เราไปนั่งชิว จิบน้ำ ทานขนม อยู่บนนั้น พักใหญ่เลย
คืออยู่จุดนั้นมันเหมือนลืมเวลาไปเลย จนมองท้องฟ้าไป ฝนเริ่มปรอยอีกแล้วคร๊าบบ แล้วก็หยุด เลยเดินกลับลงมาข้างล่าง มะกี้ของหวาน ไปๆมาๆ หิวข้าวอีกละ 5555 ลงมาเจอร้านข้าว แวะ! อีกแล้วจ้า ทานข้าวกันอีกแล้ว ฮ่าๆ ไม่เปนไร มะกี้เสียพลังงานจากการเดินไปเยอะแล้ว เติมพลังได้
ทานเสร็จก็กลับลงมา แต่เอ๊ะ เราลืมแลนด์มาร์กได้ยังไง ร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง แวะสิคะ แวะ คนแอบเยอะตลอดเวลาจริงๆ

พอเสร็จแล้ว อิ่มท้อง อิ่มปอด อิ่มใจ สบายพุง ก็กลับเข้าเมืองกันได้ล้าวว เย็นแล้วจ้าาา เย็นนี้เราจะไปเดินตลาดหลังมช และหน้า มช กันนนน ตลาดหลังมช ของกินเยอะมากกกกกกก ไปทีนี่พุงแทบแตก แต่เราชอบนะ ของทานเล่นเยอะดี ถูกใจ ฮ่าๆ (เสมือนทริปนี้มีแต่กินๆๆ) พอเสร็จจากตลาดหลังมชก็ไปต่อกันเลยจ้าที่ตลาดหน้ามช เสื้อผ้า ของใช้ แฟชั่น เยอะเลยยย เดินย่อยยยามค่ำคืน จนหมดแรง กลับไปนอนก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้เดินทางต่อ มาทั้งที เอาให้คุ้มมมม
วันที่สาม
แพลนสำหรับวันนี้คือ ม่ อ น แ จ่ ม วันนี้ตื่นเช้าหน่อย (เช้ากว่าเมื่อวาน) 5555 ออกเดินทางจากตัวเมืองไปม่อนแจ่ม จากการคำนวณระยะทางและเวลาก็พอๆ กับที่ไปแม่กำปอง วันนี้แดดแจ่มใสจริงๆ สงสัยรู้ว่าจะไปม่อนแจ่มมมม (เกี่ยวไหม ไม่รู้!!) ในขณะที่จะไปม่อนแจ่ม ก็แวะทานข้าวอยู่ร้านนึง ตรงแยกที่เลี้ยวไปม่อนแจ่ม โจ๊ก ต้มเลือดหมู ซาลาเปาคือลูกใหญ่ และอร่อยหมดทุกอย่างเลย (หรือว่าหิวไม่รู้555) ก้จัดไปแบบแน่นเลย ทีนี้เดินทางได้ยาวๆจ้าาา ขี่รถไปเรื่อยๆ แวะพักรถบ้าง ไปต่อได้ จนถึงม่อนแจ่ม ตอนนั้น หมอกเต็มเลย หมอกตอนสายยย อากาศเย็นมาก แดดไปๆ มาๆ เราก็ไปสูดอากาศ ไปถ่ายรูป บลาๆ และที่สำคัญไปลองฟอมูล่าม้งมาจ้าาา คนละ 50.- สนุกดี ต้องลองสักครั้ง
เต็มที่กับม่อนแจ่มแล้ววว ไปต่อกันเถอะ ทางผ่านตอนลงเราแวะคาเฟ่กลางป่าชื่อว่า Jungle de cafe บรรยากาศดี หลับเลยยาวๆ
ไปต่อๆ กลับเข้าเมือง เย็นนี้อากาศดี เราจะไปไหว้พระก่อนที่วัดโลกโมฬี
และหาอาหารพื้นเมืองทาน เราเลือกไปร้าน เฮือนม่วนใจ๋ ร้านนี้บรรยากาศดี อาหารอร่อย จัดใส่ถาดมาน่ารักเลย

หมดไปอีกหนึ่งวัน รีบเข้านอนพรุ่งนี้เราจะตะลุยในเมือง ฮ่าๆ
วันที่สี่
วันนี้เราตื่นสายได้ เพราะไปไม่ไกล หลังจากนอนเต็มอิ่มก็ตื่น เก็บของ เช็คเอาท์ แล้วไปกันต่อ วันนี้เราตั้งใจว่าอยากไปนั่ง ชิวๆ ถ่ายรูปสวยๆตามคาเฟ่ในเมือง(ซึ่งมีเยอะมาก) เราไปร้าน Lamour Cafe


ร้านนี้เป็นร้าน Yellow Mango เก่ามีจุดเด่นคือบ้านสีเหลืองตัดขอบหน้าต่างเป็นสีเขียว มองแล้วก็แปลกตาสดใสดีเหมือนกัน ทริปนี้เป็นทริปที่ตัวแทบแตก คือเอะอะกิน เอะอะกิน ตลอดทางเลย 5555 เราออกจากร้านนี้ไปกันต่อที่ นิมมาน ส่งท้ายทริปนี้ด้วยคั่วไก่นิมมานหน่อย อิ่ม อร่อยเลยจ้าาา
พอท้องอิ่มเราก็กลับกรุงเทพกันได้แล้ววว จบทริป บ๊ายบาย ชายเหมี่ยงงง
ปล.ต้องขออภัยด้วยค่ะ มัวแต่รีบไปขึ้นเครื่องเลยไม่ได้ถ่ายรูปแล้วจ้าหลังจากนี้
[SR] เชียงใหม่ฤดูไหนก็น่าไป Low season 4 วัน 3 คืน
เนื่องจากว่าหลงใหลและประทับใจทุกทริปที่ไปเที่ยวตอน Low season จึงอยากลองไปเชียงใหม่หน้าร้อนดูบ้าง เมื่อตัดสินใจได้ก็ไปกันเลยค่ะ
ออกเดินทางคืนวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยรถทัวร์ของนครชัยแอร์ รถออกเวลาประมาณ 20.10 น. คืนนั้นฝนตกหนักพายุเข้า อากาศเย็น นอนหลับสบายทั้งทางเลย ตื่นอีกทีก็เชียงใหม่แล้ว
วันแรก
ถึงเชียงใหม่เวลาประมาณ 6.20 น. รถจอดที่ท่ารถนครชัยแอร์(ข้างๆอาเขตเชียงใหม่) เราก็ลงไปล้างหน้าแปรงฟัน ป่ะ!!! ออกเดินทางต่อได้ บรรดาคุณลุงรถแดงก็เรียกก็ถามกันใหญ่ หันไปยิ้มให้คุณลุงแลเวบอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ
ลืมบอกไปที่นี่เสมือนค่าเฟ่น้องแมว มีน้องแมวน่ารักๆเต็มเลย ถ้าเพื่อนๆชอบ ถึงไม่ได้พักที่นี่แต่แวะมาทานกาแฟกันได้นะคะ ที่นี่เขาก็มีกาแฟขาย ห้องพักจะดูธรรมชาติ ในห้องมีมุ้งด้วยนะ ชอบบ 5555 ป่ะๆ เริ่มหิวแล้ว มัวแต่ชื่นชมโรงแรม ลืมทานข้าวเช้าเลย 55555 เก็บของๆ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ววันแรกเราจะเปิดทริปด้วยการไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเลย ไปกราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุ เราตั้งพิกัดไปที่ วัดเกตการาม หรือชุมชนวัดเกตนั่นเอง แถวนั้นจะเป็นย่านเมืองเก่าชิคๆ มีที่ให้ถ่ายรูปอยู่ ที่นี่เป็นย่านวัฒนธรรมเก่าแก่ของคนเชียงใหม่
เราก็ไปแวะคาเฟ่ แถวนั้น เพราะร้านอาหารยังไม่เปิด เปิดเที่ยงกันหมดเลย แนะนำถ้าหิวข้าว หาทานจากในเมืองก่อนไปได้เลยจ้า พอเสร็จจากวัดเกต เราก็ไปกันต่อที่ “เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท” อันนี้ไกลหน่อยแต่ตั้งใจจะไปแล้วก็ลุยเลยละกัน ขี่รถออกไปทางที่จะไปดอยสุเทพ ขี่รถไปเรื่อยๆก็ถึง จริงๆขี่เพลินแอบเลยนิดนุง>< ไม่ไกลวนกลับมาๆ 5555 ที่นี่จะเป็นรีสอร์ทเป็นโรงบ่ม มีคาเฟ่ ป่าๆ อยู่ด้านใน ดูเขียวๆไปหมดดี สบายตา วบายใจ ถ่ายรูปมาก็สวยไปอีกแบบ คิคิ
เราใช้เวลาอยู่นี่พักใหญ่เหมือนกัน ชิวมากกกก มีชิงช้า มีมุมถ่ายรูป มีกาแฟ มีไวฟาย มีปลั๊กด้วย 55555 ก็นั่งไปเรื่อย พักผ่อน นั่งไปนั่งมา พอเต็มที่แล้ว แหงนดูท้องฟ้านิดนึง เริ่มเย็นแล้วกลับเข้าในเมืองกันดีกว่า เราก็ขี่มอเตอร์ไซค์ดุ๊งดิ๊งๆ เข้าเมือง กลับโรงแรมอีกรอบ พักแปป วันนั้นตรงกับวันเสาร์ มีถนนคนเดินวัวลายพอดี ก็ไปเดินเล่นหาอะไรทานจนมืดพอดี ฝนเริ่มตกปรอยๆ กลับๆ 55555 ไปที่ไหนก็ฝนตกก อยากจะร้องเพลง “เธอมากับฝน สวยตรงที่เดินตากฝน~” ไม่มีอะไร มโนแพพ ฮ่าๆ เราก็ขี่รถกลับโรมแรม พักผ่อนนอนนนนน
วันที่สอง
จริงๆตั้งใจจะตื่นเช้าหน่อย จะไปหาอะไรทานตอนเช้า เนื่องจากมาพักผ่อนเลยปิดนาฬิกาปลุก หันมาดูนาฬิกาอีกที่ สายแล้ว ตื่นๆ ลุกอาบน้ำ แต่งตัวตามแพลนวันนี้คือไปหมู่บ้าน แ ม่ กำ ป อ ง คำนวณระยะทางแล้วเนี่ยใช่เวลาประมาณ 1 ชม กว่าๆ เราออกเดินทางประมาณ 8.30 น และแอบมีจอดแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางรองท้อง ถึงแม่กำปองก็ ประมาณเกือบๆ 10.00 น.
เราก็ผ่านทางเข้าหมู่บ้าน ขึ้นเขา ลงเขา ทางโค้ง มันส์เลย อากาศก็ดีมากกกกก อากาศเย็น สดชื่น เราผ่านร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง ที่เขาว่าเป็นแลนด์มาร์กของแม่กำปอง 555 แต่ยังไม่แวะ คนแอบเยอะ เราเลยเข้าไปข้างในก่อน เราไปไหว้พระวัดกันธาพฤกษา(วัดแม่กำปอง) วัดนี้น่าจะเป็นวัดเดียวในหมู่บ้านนี้วิหารที่นี่จะทำจากไม้แกะสลักทั้งหลัง
ในส่วนของโบสถ์นั้น จะอยู่กลางลำธาร ท่ามกลางธรรมชาติสุดๆ ถ้ามานั้งวิปัสนาที่นี่คงเย็นทั้งกาย ทั้งใจเลยค่ะ เราโชคดีที่ไปช่วงที่ไม่ค่อยมีคน คนไม่เยอะ ไม่แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว ก็เลยถ่ายรูป นั่งชิว เยอะหน่อย ฮ่าๆ
พอไหว้พระเสร็จก็เดินเรื่อยๆ(จอดรถที่วัด) ชมหมู่บ้าน ชมวิถีชาวบ้านที่นั่น เขาก็ปิ้งเผือก ปิ้งมันขาย จริงๆร้านข้าว ร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว ก็มีเยอะอยู่นะคะ เลือกนั่งได้เลย เพราะแต่ละที่บรรยากาศคล้ายๆกัน คือมีภูเขาโอบล้อม ด้านล่างเป็นลำธาร น้ำตก รอบๆเป็นป่าาา ถ้าขึ้นสูงหน่อยก็จะเจอทิวเขามองไปสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว
เราเดินขึ้นไปเรื่อยๆ(ทางลัด) ไป ร้ า น ช ม น ก ช ม ไ ม้ ร้านนี่อยู่สูงขึ้นไปบนภูเขา ถ้าขึ้นไปนั่งตรงนั้นแล้วมองลงมาจะเห็นหมู่บ้านแม่กำปองทั้งหมด วิวดีเลยแหล่ะค่ะ เราไปนั่งชิว จิบน้ำ ทานขนม อยู่บนนั้น พักใหญ่เลย
คืออยู่จุดนั้นมันเหมือนลืมเวลาไปเลย จนมองท้องฟ้าไป ฝนเริ่มปรอยอีกแล้วคร๊าบบ แล้วก็หยุด เลยเดินกลับลงมาข้างล่าง มะกี้ของหวาน ไปๆมาๆ หิวข้าวอีกละ 5555 ลงมาเจอร้านข้าว แวะ! อีกแล้วจ้า ทานข้าวกันอีกแล้ว ฮ่าๆ ไม่เปนไร มะกี้เสียพลังงานจากการเดินไปเยอะแล้ว เติมพลังได้
ทานเสร็จก็กลับลงมา แต่เอ๊ะ เราลืมแลนด์มาร์กได้ยังไง ร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง แวะสิคะ แวะ คนแอบเยอะตลอดเวลาจริงๆ
วันที่สาม
แพลนสำหรับวันนี้คือ ม่ อ น แ จ่ ม วันนี้ตื่นเช้าหน่อย (เช้ากว่าเมื่อวาน) 5555 ออกเดินทางจากตัวเมืองไปม่อนแจ่ม จากการคำนวณระยะทางและเวลาก็พอๆ กับที่ไปแม่กำปอง วันนี้แดดแจ่มใสจริงๆ สงสัยรู้ว่าจะไปม่อนแจ่มมมม (เกี่ยวไหม ไม่รู้!!) ในขณะที่จะไปม่อนแจ่ม ก็แวะทานข้าวอยู่ร้านนึง ตรงแยกที่เลี้ยวไปม่อนแจ่ม โจ๊ก ต้มเลือดหมู ซาลาเปาคือลูกใหญ่ และอร่อยหมดทุกอย่างเลย (หรือว่าหิวไม่รู้555) ก้จัดไปแบบแน่นเลย ทีนี้เดินทางได้ยาวๆจ้าาา ขี่รถไปเรื่อยๆ แวะพักรถบ้าง ไปต่อได้ จนถึงม่อนแจ่ม ตอนนั้น หมอกเต็มเลย หมอกตอนสายยย อากาศเย็นมาก แดดไปๆ มาๆ เราก็ไปสูดอากาศ ไปถ่ายรูป บลาๆ และที่สำคัญไปลองฟอมูล่าม้งมาจ้าาา คนละ 50.- สนุกดี ต้องลองสักครั้ง
เต็มที่กับม่อนแจ่มแล้ววว ไปต่อกันเถอะ ทางผ่านตอนลงเราแวะคาเฟ่กลางป่าชื่อว่า Jungle de cafe บรรยากาศดี หลับเลยยาวๆ
ไปต่อๆ กลับเข้าเมือง เย็นนี้อากาศดี เราจะไปไหว้พระก่อนที่วัดโลกโมฬี
และหาอาหารพื้นเมืองทาน เราเลือกไปร้าน เฮือนม่วนใจ๋ ร้านนี้บรรยากาศดี อาหารอร่อย จัดใส่ถาดมาน่ารักเลย
วันที่สี่
วันนี้เราตื่นสายได้ เพราะไปไม่ไกล หลังจากนอนเต็มอิ่มก็ตื่น เก็บของ เช็คเอาท์ แล้วไปกันต่อ วันนี้เราตั้งใจว่าอยากไปนั่ง ชิวๆ ถ่ายรูปสวยๆตามคาเฟ่ในเมือง(ซึ่งมีเยอะมาก) เราไปร้าน Lamour Cafe
พอท้องอิ่มเราก็กลับกรุงเทพกันได้แล้ววว จบทริป บ๊ายบาย ชายเหมี่ยงงง
ปล.ต้องขออภัยด้วยค่ะ มัวแต่รีบไปขึ้นเครื่องเลยไม่ได้ถ่ายรูปแล้วจ้าหลังจากนี้
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้