ผ่านไปแล้ว 2 สนาม แข่งกันไปทีมละ 6 แมตซ์.. ก่อนจะเริ่มสนาม 3 เราไปดูสถิติลูกเอสกันดีกว่า
ส่วนนี้เป็นสถิติการบล็อก และการเออเร่อของทุกทีม
จากสถิติดังรูปจะเห็นได้ว่า โปแลนด์เป็นทีมที่เสริฟเอสได้มากที่สุด รองลงมาคือเซอร์เบีย ส่วนไทย อยู่อันดับ 5 จาก 16 ทีม ถือว่าดีมาก
การเสียเอส(รับแหก) โดยจีนครองแชมป์การแหก เฉลี่ยต่อแมตซ์ประมาณ 7 ลูก.. ตามมาด้วยโปแลนด์ค่าการแหกแทบจะไม่ต่างกัน
ส่วนไทยอยู่ลำดับท้ายๆ ถือว่าทำได้ดี.. แต่ที่น่าสนใจคือทีมเจ้าแม่บอลแรกของโลก เสริฟเอสได้รองสุดท้ายของทุกทีม
แต่การรับแหกอยู่อันดับต้นๆของตาราง ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่จริงๆ
ส่วนการหักลบการเสริฟได้และการรับแหก.. ตุรกี เป็นทีมที่ทำตรงนี้ได้ดีที่สุด ตามมาด้วยบราซิล
ซึ่งบราซิลเป็นทีมที่รับแหกน้อยที่สุดในทัวร์ด้วย..ส่วนไทยหักลบแล้ว อยู่อันดับ 5 นะ (ชมหน่อย)
ทีนี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่า.. จากที่ใครต่อใครว่าๆบ่นๆทีมไทยว่ารับแหก หลังจากดูสถิติแล้วอยากให้เข้าใจด้วยว่ารับแหกเพราะอะไร
ที่แหกบ่อยๆนั้นเป็นเพราะในปัจจุบันนั้นทีมชั้นนำของโลกทุกทีมเลยก็ว่าได้ จะเน้นการเสริฟเพื่อทำลายเกมรับของคู่แข่ง
ดังนั้นจากสถิติที่นำมาให้ดูจะเห็นได้ว่า ไม่ใช่แค่ไทยที่แหก แต่แหกทุกทีม
ข้อสงสัย จากสถิติการเสริฟเอสเราทำได้ดีโดยอยู่ลำดับต้นๆของทุกทีม การรับเราก็ทำได้ดีเพราะการแหกของเราอยู่ลำดับท้ายๆ
บล็อกก็ถือว่าทำได้ดี และเอ่อทีมก็ไม่ได้แย่.. แต่ทำไมทีมเรายังเก็บชัยชนะมาได้น้อยมากเมื่อเทียบกับสถิติกลุ่มนี้
เมื่อวิเคราะห์ลึกๆแล้ว ไทยเราน่าจะใช้โอกาสเปลืองในการบุก หรือบุกไม่ค่อยตายในดาบเดียวนั้นเอง
ที่สำคัญเราจมบล็อกค่อนข้างมาก.. แห่ะๆๆ..
ขนาดเราเป็นแค่คนดูยังเห็นจุดนี้.. แสดงว่าที่โค้ชลองทีมแบบโน่นนี่นั้น ก็คงเป็นการหาแนวทางในการจบสกอร์ที่เด็ดขาดขึ้น
และหวังว่าสนามที่ 3-4 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพโค้ชจะลองทีมแบบซ้อมใหญ่ให้พวกเราเห็นรูปแบบการรุกที่ปังๆๆๆ นะโค้ชนะ
ปล.1 คิดว่าเป็นเพราะเหตุใดทีมไทยถึงแพ้บ่อย ทั้งๆที่สถิติต่างๆก็อยู่ในขั้นค่อนข้างดี
ปล.2 คิดว่าสนาม 3-4 โค้ชจะจัดเต็มมั้ยครับ
ลูกเอสนั้นสำคัญไฉน มีผลต่อเกมส์หรือไม่.. และสถิติของทุกทีมจากรอบที่ผ่านมา
ผ่านไปแล้ว 2 สนาม แข่งกันไปทีมละ 6 แมตซ์.. ก่อนจะเริ่มสนาม 3 เราไปดูสถิติลูกเอสกันดีกว่า
ส่วนนี้เป็นสถิติการบล็อก และการเออเร่อของทุกทีม
จากสถิติดังรูปจะเห็นได้ว่า โปแลนด์เป็นทีมที่เสริฟเอสได้มากที่สุด รองลงมาคือเซอร์เบีย ส่วนไทย อยู่อันดับ 5 จาก 16 ทีม ถือว่าดีมาก
การเสียเอส(รับแหก) โดยจีนครองแชมป์การแหก เฉลี่ยต่อแมตซ์ประมาณ 7 ลูก.. ตามมาด้วยโปแลนด์ค่าการแหกแทบจะไม่ต่างกัน
ส่วนไทยอยู่ลำดับท้ายๆ ถือว่าทำได้ดี.. แต่ที่น่าสนใจคือทีมเจ้าแม่บอลแรกของโลก เสริฟเอสได้รองสุดท้ายของทุกทีม
แต่การรับแหกอยู่อันดับต้นๆของตาราง ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่จริงๆ
ส่วนการหักลบการเสริฟได้และการรับแหก.. ตุรกี เป็นทีมที่ทำตรงนี้ได้ดีที่สุด ตามมาด้วยบราซิล
ซึ่งบราซิลเป็นทีมที่รับแหกน้อยที่สุดในทัวร์ด้วย..ส่วนไทยหักลบแล้ว อยู่อันดับ 5 นะ (ชมหน่อย)
ทีนี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่า.. จากที่ใครต่อใครว่าๆบ่นๆทีมไทยว่ารับแหก หลังจากดูสถิติแล้วอยากให้เข้าใจด้วยว่ารับแหกเพราะอะไร
ที่แหกบ่อยๆนั้นเป็นเพราะในปัจจุบันนั้นทีมชั้นนำของโลกทุกทีมเลยก็ว่าได้ จะเน้นการเสริฟเพื่อทำลายเกมรับของคู่แข่ง
ดังนั้นจากสถิติที่นำมาให้ดูจะเห็นได้ว่า ไม่ใช่แค่ไทยที่แหก แต่แหกทุกทีม
ข้อสงสัย จากสถิติการเสริฟเอสเราทำได้ดีโดยอยู่ลำดับต้นๆของทุกทีม การรับเราก็ทำได้ดีเพราะการแหกของเราอยู่ลำดับท้ายๆ
บล็อกก็ถือว่าทำได้ดี และเอ่อทีมก็ไม่ได้แย่.. แต่ทำไมทีมเรายังเก็บชัยชนะมาได้น้อยมากเมื่อเทียบกับสถิติกลุ่มนี้
เมื่อวิเคราะห์ลึกๆแล้ว ไทยเราน่าจะใช้โอกาสเปลืองในการบุก หรือบุกไม่ค่อยตายในดาบเดียวนั้นเอง
ที่สำคัญเราจมบล็อกค่อนข้างมาก.. แห่ะๆๆ..
ขนาดเราเป็นแค่คนดูยังเห็นจุดนี้.. แสดงว่าที่โค้ชลองทีมแบบโน่นนี่นั้น ก็คงเป็นการหาแนวทางในการจบสกอร์ที่เด็ดขาดขึ้น
และหวังว่าสนามที่ 3-4 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพโค้ชจะลองทีมแบบซ้อมใหญ่ให้พวกเราเห็นรูปแบบการรุกที่ปังๆๆๆ นะโค้ชนะ
ปล.1 คิดว่าเป็นเพราะเหตุใดทีมไทยถึงแพ้บ่อย ทั้งๆที่สถิติต่างๆก็อยู่ในขั้นค่อนข้างดี
ปล.2 คิดว่าสนาม 3-4 โค้ชจะจัดเต็มมั้ยครับ