หลายวันก่อน มีคุยกับพี่สาวใจดีของเราเรื่องอยากลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ความคิดนี้เป็นความคิดคลาสสิคของทุกคนที่ทำงานประจำมาจะต้องมีโมเมนต์นี้ไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง บางคนตัดสินใจออกอย่างที่คิด อีกหลายคนเก็บความคิดนั่นใส่ลิ้นชักแล้วทำงานต่อไป ไม่มีคำตอบที่ถูกสำหรับเรื่องนี้ครับ ทุกคนมีเหตุมีผลของตัวเอง
แต่สำหรับกรณีพี่สาวคนนี้อายุเยียบเลขห้าสดๆ บริษัทฯมีลดพนักงานใครลาออกก็ไม่จ้างมาทดแทน แถมมีโยกงานมาให้รับผิดชอบเพิ่มอีก โดยสรุปน่าจะโดนบีบครับ เคสพี่คนนี้คือคนทำงานดีมีผลงานมาตลอดแต่ถึงกระนั้นด้วยระบบบริหารสมัยใหม่เข้าข่ายต้องโดนกำจัดครับ ในเมื่อทำงานดีก็เอางานไปเยอะๆแต่ไม่เพิ่มผลตอบแทนและเมื่อทำเยอะในเวลาจำกัดข้อผิดพลาดก็จะมากตามมาครับ แผนตื้นๆของบริษัทฯมีไว้บีบคนทำงานดีที่ไม่เป็นที่ต้องการแล้ว
สำหรับคนที่รับผิดชอบอย่างพี่สาวใจดี เค้าจะทำงานที่รับมาอย่างเต็มที่และแน่นอนเกินเวลางานปกติพอทำติดต่อกันนานสามสี่เดือนเริ่มรู้สึก’นี่มันไม่ใช่ละ’ งานมาค้างอยู่คิวยาวเยียด คนมารอกดดัน ประชุมภายในก็เยอะ นัดพรีเซนลูกค้าก็เลื่อนไม่ได้ เครียดมากๆ บอกปัญหากับหัวหน้าก็เพิกเฉย เลยอยากจะตัดสินใจลาออกซะให้พ้นๆไป
พวกเราคุยกันถึงตรงนี้ผมเบรคความคิดนี้ของพี่สาวทันทีครับ จากที่คุยมาทั้งหมดผมมีความเห็นว่า
1)เราไม่ใช่ปัญหา เราต้องบอกตัวเองเลยครับว่าเราน่ะเจ๋งอยู่แล้ว ลองถามตัวเองมองตัวเองด้วยใจเป็นธรรม จะได้คำตอบว่าเราทำตำแหน่งนี้อาชีพนี้มา proven recordเพียบ เราเก่งจริงๆดีจริงนี่ ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดอยู่นี่ เราไม่ใช่ตัวปัญหา สบายใจได้
2)แล้วปัญหามันอยู่ที่ไหน ปัญหาถ้ามันไม่อยู่ที่ระบบงานก็ต้องอยู่ที่ตัวหัวหน้าแล้วล่ะที่แก้ปัญหาไม่เป็น งานของเราก็คือส่วนหนึ่งของงานทั้งระบบที่ท่านหัวหน้าต้องดูแล
3)หลังจากทำความเข้าใจกับตัวเองในสองข้อแรกแล้ว ที่ต้องทำต่อไปคือปรับภาระงานที่จะทำในแต่ละวันครับ ปรับให้มันเหมาะสมกับเวลาและความสามารถอันยอดเยี่ยมของเรา ซึ่งผลที่ตามมาคือจะมีงานคุณภาพดีที่เสร็จตามเวลาจำนวนหนึ่งและจะมีงานที่ต้องผิดนัดอีกจำนวนมากครับ คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามสภาพนั้นครับ
4)จากนั้นเตรียมรับผลสะท้อนจากข้อสามครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมที่จะตะโกนแจ้งทุกคนที่มารองานจากเราซึ่งร่วมทั้งท่านหัวหน้าคนเก่งของเราด้วยครับว่าต่อไปนี้พวกเขาจะเจออะไร ปัญหาน่ะขององค์กรช่วยๆกันแบกบ้างเถอะ
5)สำหรับเรื่องลาออกจากงานที่ทำ ขอให้มันเป็นเรื่องของการที่เราวางแผนไว้ เป็นเรื่องที่เรามีสิ่งอื่นที่อยากทำ อยากจะให้เวลาชีวิตที่เหลือเพื่อสิ่งนั้น ไม่ใช่เพราะอยากจะหนีปัญหาที่เก่าหรือเบื่อไม่พอใจกับสภาพที่ทำอยู่ การหนีไม่ใช่คำตอบครับ คุณอาจหนีสำเร็จได้ออกจากที่เก่าแต่คุณคงลืมไปว่าความเบื่อมันอยู่ในใจคุณนะและมันแอบตามคุณไปที่ใหม่ด้วย
6)ถึงตรงนี้ปัญหาน่าจะพ้นจากพี่สาวไปอยู่ที่ระบบกับที่ท่านหัวหน้าแล้วครับ และไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าท่านหัวหน้าจะคิดว่าเราคือตัวปัญหาของเค้าในระบบ อาจใช่หรืออาจไม่ใช่ เป็นสิ่งที่เค้าต้องเครียดและแก้มันครับ ยิ้มได้ล่ะทีนี้ 🙂
ข้อคิดครั้งนี้
‘คนทานข้าว วัวกินหญ้า
โปรดอย่ายอมให้ใครเอาหญ้ามาให้ท่านกิน’
#ประสบการณ์ เมื่อถูกบีบและคิดลาออก
แต่สำหรับกรณีพี่สาวคนนี้อายุเยียบเลขห้าสดๆ บริษัทฯมีลดพนักงานใครลาออกก็ไม่จ้างมาทดแทน แถมมีโยกงานมาให้รับผิดชอบเพิ่มอีก โดยสรุปน่าจะโดนบีบครับ เคสพี่คนนี้คือคนทำงานดีมีผลงานมาตลอดแต่ถึงกระนั้นด้วยระบบบริหารสมัยใหม่เข้าข่ายต้องโดนกำจัดครับ ในเมื่อทำงานดีก็เอางานไปเยอะๆแต่ไม่เพิ่มผลตอบแทนและเมื่อทำเยอะในเวลาจำกัดข้อผิดพลาดก็จะมากตามมาครับ แผนตื้นๆของบริษัทฯมีไว้บีบคนทำงานดีที่ไม่เป็นที่ต้องการแล้ว
สำหรับคนที่รับผิดชอบอย่างพี่สาวใจดี เค้าจะทำงานที่รับมาอย่างเต็มที่และแน่นอนเกินเวลางานปกติพอทำติดต่อกันนานสามสี่เดือนเริ่มรู้สึก’นี่มันไม่ใช่ละ’ งานมาค้างอยู่คิวยาวเยียด คนมารอกดดัน ประชุมภายในก็เยอะ นัดพรีเซนลูกค้าก็เลื่อนไม่ได้ เครียดมากๆ บอกปัญหากับหัวหน้าก็เพิกเฉย เลยอยากจะตัดสินใจลาออกซะให้พ้นๆไป
พวกเราคุยกันถึงตรงนี้ผมเบรคความคิดนี้ของพี่สาวทันทีครับ จากที่คุยมาทั้งหมดผมมีความเห็นว่า
1)เราไม่ใช่ปัญหา เราต้องบอกตัวเองเลยครับว่าเราน่ะเจ๋งอยู่แล้ว ลองถามตัวเองมองตัวเองด้วยใจเป็นธรรม จะได้คำตอบว่าเราทำตำแหน่งนี้อาชีพนี้มา proven recordเพียบ เราเก่งจริงๆดีจริงนี่ ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดอยู่นี่ เราไม่ใช่ตัวปัญหา สบายใจได้
2)แล้วปัญหามันอยู่ที่ไหน ปัญหาถ้ามันไม่อยู่ที่ระบบงานก็ต้องอยู่ที่ตัวหัวหน้าแล้วล่ะที่แก้ปัญหาไม่เป็น งานของเราก็คือส่วนหนึ่งของงานทั้งระบบที่ท่านหัวหน้าต้องดูแล
3)หลังจากทำความเข้าใจกับตัวเองในสองข้อแรกแล้ว ที่ต้องทำต่อไปคือปรับภาระงานที่จะทำในแต่ละวันครับ ปรับให้มันเหมาะสมกับเวลาและความสามารถอันยอดเยี่ยมของเรา ซึ่งผลที่ตามมาคือจะมีงานคุณภาพดีที่เสร็จตามเวลาจำนวนหนึ่งและจะมีงานที่ต้องผิดนัดอีกจำนวนมากครับ คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามสภาพนั้นครับ
4)จากนั้นเตรียมรับผลสะท้อนจากข้อสามครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมที่จะตะโกนแจ้งทุกคนที่มารองานจากเราซึ่งร่วมทั้งท่านหัวหน้าคนเก่งของเราด้วยครับว่าต่อไปนี้พวกเขาจะเจออะไร ปัญหาน่ะขององค์กรช่วยๆกันแบกบ้างเถอะ
5)สำหรับเรื่องลาออกจากงานที่ทำ ขอให้มันเป็นเรื่องของการที่เราวางแผนไว้ เป็นเรื่องที่เรามีสิ่งอื่นที่อยากทำ อยากจะให้เวลาชีวิตที่เหลือเพื่อสิ่งนั้น ไม่ใช่เพราะอยากจะหนีปัญหาที่เก่าหรือเบื่อไม่พอใจกับสภาพที่ทำอยู่ การหนีไม่ใช่คำตอบครับ คุณอาจหนีสำเร็จได้ออกจากที่เก่าแต่คุณคงลืมไปว่าความเบื่อมันอยู่ในใจคุณนะและมันแอบตามคุณไปที่ใหม่ด้วย
6)ถึงตรงนี้ปัญหาน่าจะพ้นจากพี่สาวไปอยู่ที่ระบบกับที่ท่านหัวหน้าแล้วครับ และไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าท่านหัวหน้าจะคิดว่าเราคือตัวปัญหาของเค้าในระบบ อาจใช่หรืออาจไม่ใช่ เป็นสิ่งที่เค้าต้องเครียดและแก้มันครับ ยิ้มได้ล่ะทีนี้ 🙂
ข้อคิดครั้งนี้
‘คนทานข้าว วัวกินหญ้า
โปรดอย่ายอมให้ใครเอาหญ้ามาให้ท่านกิน’