เรื่องเริ่มจากที่ผมก่อนนะครับ ตอนนี้อายุก็ประมาณ 27 ปี มีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่คนล่าสุด เมื่อ3ปีที่แล้ว แฟนที่คบกันมา4ปี ได้เสียชีวิตลง พร้อมกับการที่เรายังไม่ได้คืนดีกัน ผมเองก็เสียใจมาก และเพื่อนๆของแฟนผม ก็ไม่ชอบผม และเกลียดผมไปเลย ถูกตีตราว่าเป็นคนไม่ดี และเป็นต้นเหตุให้แฟนผมเสียชีวิต (สาเหตุคือ นอนหลับไปเฉยๆ เกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ) และช่วงนั่นเธอก็เสียใจเพราะเรื่องผมมาก เพราะเธอคิดว่าผมไปมีคนใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่ได้มีใคร แต่เป็นแฟนเก่าผมอีกคน ที่พยายามจะทำให้ผมกับแฟนเลิกกัน อาจจะผิดที่ผมด้วยที่แฟนเก่าผม มาปรึกษาปัญหากับผม และผมก็แชทคุยกับเธอ แต่แฟนเก่าผมก็ชอบแคป บางตอนบางช่วงที่ทำให้แฟนผมเข้าใจผิด แต่ถ้าอ่านใจความทั้งหมด มันไม่ได้มีเรื่องที่จะนอกใจเขาเลย
และมีเรื่องทำนองนี้อีกมาก ที่บางครั้งแฟนผมก็ระแวงไปเอง
หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ไม่อยากมีใครอีกเลย แม้ใครจะผ่านเข้ามามากมาย แต่ผมก็ไม่เคยพร้อม และปิดตัวเองอยู่เสมอ
จนประมาณเมื่อปีที่แล้ว ผมได้ไปงานแต่งเพื่อนสมัยมหาลัย ซึ่งทำงานอยู่ในสโมสรนักศึกษาด้วยกัน ก็จะมีรุ่นพี่รุ่นน้องมากับประมาณ 20 กว่าคน ที่ผมรู้จัก และหนึ่งในนั้น คือพี่ต่อ(นามสมมุติ) เป็นรุ่นพี่ผม1 ปี และเป็นคนทาบทามผมให้เข้ามาทำงานในสโมสร ซึ่งในตอนนั้นเราก็สนิทกันพอสมควร และพี่ต่อก็เป็นคนที่ใจดี และช่วยเหลือผมมาตลอดในช่วงที่ผมเรียนมหาลัย ผมเองถ้ามีปัญหาเรื่องอะไร ก็จะปรึกษาพี่ต่อนี่ละ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องแฟน (เรื่องเงิน บางครั้ง555) แกก็ให้คำปรึกษาที่ดีมาตลอด จนผมยังคิดเลยว่าพี่คนนี้ ดีกับเราจัง และแกก็ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนนะเท่าที่ผมเห็น (หรืออาจจะมีแต่ผมไม่ทราบ) ทั้งๆที่ก็มีคนมาสนใจพี่เขามากมาย แม้แต่เพื่อนๆผม ยังชอบฝากของมาให้พี่แกประจำ จนแกเรียนจบไปแล้ว ก็ติดต่อได้2-3ปี แล้วก็ห่างหายไป ไม่ได้ทราบข่าวกันอีกเลย ผมก็มีชีวิตของผมต่อไปตามปกติ จนลืมพี่ต่อไปแล้ว
จนวันนี้ได้มาเจอพี่ต่ออีกครั้ง วันนี้ที่ได้พบกันภาพที่เห็นคือ พี่ต่อ จะเตี้ยกว่าผม ประมาณ 5 เซน ผิวแทน หน้าตาจะคมๆ เป็นคนอีสานหุ่นสันทัด ถือว่าหุ่นดีพอสมควรแบบคนไม่ได้เข้ายิม แต่เกิดจากการทำงาน และเป็นคนไม่ค่อยอยู่นิ่ง พี่ต่อเป็นไกด์ อยู่โซนภาคเหนือ และทำ Home stay อยู่บนดอยแห่งหนึ่งด้วย เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผมทราบจากแก เราคุยกันแบบไม่สนใจงานแต่งเพื่อนของผมเลย555 เพราะด้วยความคิดถึงเพราะไม่ได้เจอกันนาน เราก็พูดคุยไปเรื่อยเปื่อย จนแกก็ถามถึงเรื่องแฟนผม ว่ายังคบกับคนเดิมอยู่มั้ย ผมก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้แกฟัง และผมก็ยังรับไม่ค่อยได้กับเรื่องที่ผ่านมา แกก็เอามือมาตบๆหลังเรา พร้อมอธิบาย ให้กำลังใจ และหลายๆอย่าง จนเราดีขึ้น และรู้สึกว่า พี่ต่อก็ยังเป็นคนที่เข้าใจผมเหมือนเดิม ตั้งแต่สมัยเรียน สุดท้าย เราก็แลกเบอร์แลกลายกันเอาไว้
หลังจากนั้นเราก็แชทลายคุยกัน โทรหากัน แทบจะทุกวัน นานๆทีก็นัดเจอกัน ส่วนใหญ่ผมว่างก็จะขึ้นไปเที่ยวโซนภาคเหนือ เพราะผมทำงานที่กรุงเทพฯ (ขึ้นไปน่าจะเดือนละครั้งเลย) ได้พี่ต่อนี่ละนำเที่ยว โดยที่ผมไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากพี่น้อง จนเราคุยกันไปได้สักระยะหนึ่ง วันหนึ่ง พี่ต่อส่งลายมาประมาณว่า ที่เราคุยกัน น้องคิดอะไรกับพี่มั้ย เราก็งง เพราะไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขานอกจากพี่น้อง แต่เราก็รู้สึกดีที่ได้คุยกับพี่เขาแบบแปลกๆ ผมก็ตอบไปว่าพี่ก็เป็นพี่ผมไง ตอนนั้นผมก็พอทราบละว่า พี่ต่อต้องคิดอะไรไปมากกว่านั้น แต่เราก็ยังไม่แน่ใจ เลยตอบว่าเป็นพี่น้องไปก่อน หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์อีกเลย แต่เราก็คุยกันทุกวันเหมือนเดิม จนผมเองก็เริ่มคิดแล้วว่า เราชอบผู้ชายใช่มั้ย ทั้งๆที่ผ่านมาเราก็ชอบผู้หญิงมาตลอด และถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ต่อ เราคงไม่รู้สึกแบบนี้เลย
จนช่วงเดือน ตุลาคม ปีที่ผ่านมา ผมก็ขึ้นไปเที่ยวภาคเหนือเหมือนเดิม โดยมีพี่ต่อ ไกด์กิติมาศักดิ์ เป็นคนนำเที่ยว และทุกครั้งเราก็นอนห้องเดียวกันตลอด แล้วพี่ต่อก็ไม่เคยทำอะไรเรา แต่ครั้งนี้ เมื่อผมกำลังจะหลับ พี่ต่อก็มากอดผม ไอตัวเราก็ตัวแข็งทื่อเลย ตอนนั้นคือรู้สึกดีก็รู้สึกดี สับสน ตัวร้อนไปหมด ตอนนั้นอารมณ์มันเตลิดไปหมด เราก็เอาวะ มาถึงขั้นนี้เเล้ว ผมก็หันตัวกลับมากอดพี่ต่อเช่นกัน หลังจากนั้น ไปจินตนาการเอาเอง ไม่ขออธิบายนะครับ5555
หลังจากวันนั้น เราก็ตกลงเป็นแฟนกัน โดยเราตกลงกันว่าก็คุยกันไปแบบนี้ ดูแลกันไปแบบนี้ ไม่ได้เปิดเผยกับใคร พี่ต่อเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แกชอบผู้ชายมาตั้งนานแล้ว และชอบผมตั้งแต่ผมอยู่ปี1 แต่เห็นผมมีแฟนเป็นผู้หญิง แต่แกก็รักผมเหมือนน้องคนนึง และช่วยเหลือผมมาตลอด แกก็ไม่คิดว่าจะได้ผมเป็นแฟน
หลังจากนั้นเราก็คุยกันปกติ เจอกันเดือนละครั้ง ปีใหม่ก็ไปเที่ยวด้วยกัน ชีวิตช่วงที่ผ่านมามันมีความสุขมากๆ จากคนที่ไม่คิดว่าจะกลับมารักใครได้อีกแล้ว แต่ก็กลายมาเป็นพี่ต่อ ที่เข้ามาเติมเต็มผม แต่เราก็ไม่กล้าเปิดเผยต่อสาธรณะนะครับ ว่าจะคุยกันไปแบบนี้เรื่อยๆ
จนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมก็บังเอิญไปเห็นแชทในโทรศัพท์ของพี่ต่อเด้งขึ้นมา เป็นข้อความที่ไม่ใช่แค่เพื่อนส่งหากัน ตอนนั้นผมเองก็เริ่มสงสัย และสังเกตุพี่ต่อมาตลอด เริ่มเห็นพฤติกรรมแปลกๆ โทรไป เริ่มมีสายซ้อนถี่มากกว่าปกติ การตอบแชทช้าลงจนสังเกตุได้ จนในที่สุดผมก็บีบให้แกพูดความจริงจนได้
แกบอกว่า แกยังรักเราเหมือนเดิม แต่คนนี้ที่แกคุยเป็นคนที่สำคัญทางธุรกิจ เพราะแกทำ home stay และกำลังขยายกิจการ คนที่แกคุยด้วย เป็นทหารอากาศ หน้าที่การงานมั่นคง และต้องการหาคนหุ้นด้วย (น่าจะไปลงทุน take over resort แห่งหนึ่ง) ซึ่งเขาชอบพี่ต่อ และขอพี่ต่อเป็นแฟนด้วย พี่ต่อก็รับเพราะอยากทำธุรกิจด้วย ต้องการความมั่นคง (พี่ต่อเป็นคนไม่มีงานประจำสามารถเป็นคนเดินงานได้ แต่พี่ทหารอากาศคนนั้น อาจเป็นคนลงทุน ให้พี่ต่อบริหาร) และพี่ต่อไม่คิดว่าปัญหามันจะตามมามากมายขนาดนี้
ทางทหารอากาศคนนั้น ก็โทรหาตลอด แชทหาตลอดจนพี่ต่อเองก็รำคาญ พี่ต่อบอกผมแบบนั้นนะครับ แต่ผมเองกลับคิดว่าจริงๆแล้วเขามีใจให้กันหรือเปล่า เพราะตอนนี้ กลายเป็นเหมือนพี่ต่อต้องคุยกับทางนั้นเยอะกว่า ทั้งธุรกิจ และความหึงหวงของทหารคนนั้น ทำให้แกได้แต่บองผมว่า ให้ผมเข้าใจเขา เราก็พยายาม
ถามพี่ต่อตลอดนะ เขาก็ยังบอกว่ารักเราอยู่ ขอเวลา
พี่ต่อบอกว่าขอแค่ได้ทำธุรกิจกันไปก่อน แล้วเขาจะเคลียเอง เพราะเขาก็ทราบมาว่าทหารคนนั้น มีคนคุยอยู่หลายคน และเหมือนว่าพี่ต่อก็เป็นแค่เด็กในสังกัดเขาคนนึงเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งทางนั้นเขาเบื่อเขาก็ปล่อยพี่ต่อมาเอง แต่นี่จนวันนี้ เขาก็ยังคุยกันอยู่ กลายเป็นเราที่เหมือนต้องหลบๆซ่อนๆ
เขาตกลงกันว่าแม้วันนึงจะเลิกกัน แต่ธุรกิจก็คงดำเนินต่อ ทางทหารคนนั่นก็คงกลัวไม่มีใครมีเป็นคนทำธุรกิจให้ เพราะตนไม่มีเวลา ส่วนพี่ต่อ ก็กลัวว่าถ้าไม่ตามใจทหารคนนั้น เขาจะไม่ลงทุนด้วย
จนครั้งล่าสุดเป็นการที่ผมขึ้นไปหาพี่ต่อ และต้องไปเผชิญหน้ากับทหารคนนั้น พี่ต่อแนะนำเราว่าเป็นแค่รุ่นน้อง ที่ขึ้นมาเที่ยว ไปทานข้าวกันสามคน เที่ยวกันสามคน อึดอัดไม่ใช่น้อย เวลานอน เขาก็นอนกัน2คน เรานอนคนเดียวอีกห้องหนึ่ง
ทางพี่ต่อกับทหารคนนั้น เขาก็ไม่เปิดเผยนะว่าเป็นแฟนกัน แต่บอกว่าเป็นเพื่อนกัน ทางพี่ทหารอากาศคนนั้น เขาก็คิดเพียงว่าเราเป็นรุ่นน้อง เขาเองก็ดีกับผมมากเช่นกัน จนผมแอบคิดในใจ ให้เขารักกันไป แล้วเราเดินออกมาดีมั้ย แต่เราก็ทำไม่ได้ ก็คนมันรักไปแล้ว และผมเองก็เหมือนยอมได้ทุกอย่าง แม้มันจะทุกข์มากก็ตาม
จนตอนนี้ พี่ทหารอากาศคนนั้น เริ่มสงสัยผมกับพี่ต่อแล้ว และสั่งห้ามพี่ต่อ ไม่ให้คุยกับผม กลายเป็นต้องหลบๆซ่อนๆคุยกัน เราเองก็อยู่ กทม เขาเองก็อยู่ ภาคเหนือ
แต่พี่ต่อกับทหารคนนั้น ก็นานๆทีเจอกันเหมือนกัน เพราะพี่ทหารคนนั้นมักมีบินบ่อยๆ
ผมควรทำอย่างไรดี ตอนนี้สับสนไปหมด
อาจพิมงงๆไปบ้าง เพราะด้วยหลังๆเริ่มเรียบเรียงประโยคไม่ถูกแล้ว สงสัยตรงไหน จะอธิบายให้อีกทีนะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ ขอบคุณขอบคุณขอบคุณ
ผมพึ่งมารู้ เขามีอีกคน และรักเขาไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อดีครับ ช-ช
และมีเรื่องทำนองนี้อีกมาก ที่บางครั้งแฟนผมก็ระแวงไปเอง
หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ไม่อยากมีใครอีกเลย แม้ใครจะผ่านเข้ามามากมาย แต่ผมก็ไม่เคยพร้อม และปิดตัวเองอยู่เสมอ
จนประมาณเมื่อปีที่แล้ว ผมได้ไปงานแต่งเพื่อนสมัยมหาลัย ซึ่งทำงานอยู่ในสโมสรนักศึกษาด้วยกัน ก็จะมีรุ่นพี่รุ่นน้องมากับประมาณ 20 กว่าคน ที่ผมรู้จัก และหนึ่งในนั้น คือพี่ต่อ(นามสมมุติ) เป็นรุ่นพี่ผม1 ปี และเป็นคนทาบทามผมให้เข้ามาทำงานในสโมสร ซึ่งในตอนนั้นเราก็สนิทกันพอสมควร และพี่ต่อก็เป็นคนที่ใจดี และช่วยเหลือผมมาตลอดในช่วงที่ผมเรียนมหาลัย ผมเองถ้ามีปัญหาเรื่องอะไร ก็จะปรึกษาพี่ต่อนี่ละ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องแฟน (เรื่องเงิน บางครั้ง555) แกก็ให้คำปรึกษาที่ดีมาตลอด จนผมยังคิดเลยว่าพี่คนนี้ ดีกับเราจัง และแกก็ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนนะเท่าที่ผมเห็น (หรืออาจจะมีแต่ผมไม่ทราบ) ทั้งๆที่ก็มีคนมาสนใจพี่เขามากมาย แม้แต่เพื่อนๆผม ยังชอบฝากของมาให้พี่แกประจำ จนแกเรียนจบไปแล้ว ก็ติดต่อได้2-3ปี แล้วก็ห่างหายไป ไม่ได้ทราบข่าวกันอีกเลย ผมก็มีชีวิตของผมต่อไปตามปกติ จนลืมพี่ต่อไปแล้ว
จนวันนี้ได้มาเจอพี่ต่ออีกครั้ง วันนี้ที่ได้พบกันภาพที่เห็นคือ พี่ต่อ จะเตี้ยกว่าผม ประมาณ 5 เซน ผิวแทน หน้าตาจะคมๆ เป็นคนอีสานหุ่นสันทัด ถือว่าหุ่นดีพอสมควรแบบคนไม่ได้เข้ายิม แต่เกิดจากการทำงาน และเป็นคนไม่ค่อยอยู่นิ่ง พี่ต่อเป็นไกด์ อยู่โซนภาคเหนือ และทำ Home stay อยู่บนดอยแห่งหนึ่งด้วย เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผมทราบจากแก เราคุยกันแบบไม่สนใจงานแต่งเพื่อนของผมเลย555 เพราะด้วยความคิดถึงเพราะไม่ได้เจอกันนาน เราก็พูดคุยไปเรื่อยเปื่อย จนแกก็ถามถึงเรื่องแฟนผม ว่ายังคบกับคนเดิมอยู่มั้ย ผมก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้แกฟัง และผมก็ยังรับไม่ค่อยได้กับเรื่องที่ผ่านมา แกก็เอามือมาตบๆหลังเรา พร้อมอธิบาย ให้กำลังใจ และหลายๆอย่าง จนเราดีขึ้น และรู้สึกว่า พี่ต่อก็ยังเป็นคนที่เข้าใจผมเหมือนเดิม ตั้งแต่สมัยเรียน สุดท้าย เราก็แลกเบอร์แลกลายกันเอาไว้
หลังจากนั้นเราก็แชทลายคุยกัน โทรหากัน แทบจะทุกวัน นานๆทีก็นัดเจอกัน ส่วนใหญ่ผมว่างก็จะขึ้นไปเที่ยวโซนภาคเหนือ เพราะผมทำงานที่กรุงเทพฯ (ขึ้นไปน่าจะเดือนละครั้งเลย) ได้พี่ต่อนี่ละนำเที่ยว โดยที่ผมไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากพี่น้อง จนเราคุยกันไปได้สักระยะหนึ่ง วันหนึ่ง พี่ต่อส่งลายมาประมาณว่า ที่เราคุยกัน น้องคิดอะไรกับพี่มั้ย เราก็งง เพราะไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขานอกจากพี่น้อง แต่เราก็รู้สึกดีที่ได้คุยกับพี่เขาแบบแปลกๆ ผมก็ตอบไปว่าพี่ก็เป็นพี่ผมไง ตอนนั้นผมก็พอทราบละว่า พี่ต่อต้องคิดอะไรไปมากกว่านั้น แต่เราก็ยังไม่แน่ใจ เลยตอบว่าเป็นพี่น้องไปก่อน หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์อีกเลย แต่เราก็คุยกันทุกวันเหมือนเดิม จนผมเองก็เริ่มคิดแล้วว่า เราชอบผู้ชายใช่มั้ย ทั้งๆที่ผ่านมาเราก็ชอบผู้หญิงมาตลอด และถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ต่อ เราคงไม่รู้สึกแบบนี้เลย
จนช่วงเดือน ตุลาคม ปีที่ผ่านมา ผมก็ขึ้นไปเที่ยวภาคเหนือเหมือนเดิม โดยมีพี่ต่อ ไกด์กิติมาศักดิ์ เป็นคนนำเที่ยว และทุกครั้งเราก็นอนห้องเดียวกันตลอด แล้วพี่ต่อก็ไม่เคยทำอะไรเรา แต่ครั้งนี้ เมื่อผมกำลังจะหลับ พี่ต่อก็มากอดผม ไอตัวเราก็ตัวแข็งทื่อเลย ตอนนั้นคือรู้สึกดีก็รู้สึกดี สับสน ตัวร้อนไปหมด ตอนนั้นอารมณ์มันเตลิดไปหมด เราก็เอาวะ มาถึงขั้นนี้เเล้ว ผมก็หันตัวกลับมากอดพี่ต่อเช่นกัน หลังจากนั้น ไปจินตนาการเอาเอง ไม่ขออธิบายนะครับ5555
หลังจากวันนั้น เราก็ตกลงเป็นแฟนกัน โดยเราตกลงกันว่าก็คุยกันไปแบบนี้ ดูแลกันไปแบบนี้ ไม่ได้เปิดเผยกับใคร พี่ต่อเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แกชอบผู้ชายมาตั้งนานแล้ว และชอบผมตั้งแต่ผมอยู่ปี1 แต่เห็นผมมีแฟนเป็นผู้หญิง แต่แกก็รักผมเหมือนน้องคนนึง และช่วยเหลือผมมาตลอด แกก็ไม่คิดว่าจะได้ผมเป็นแฟน
หลังจากนั้นเราก็คุยกันปกติ เจอกันเดือนละครั้ง ปีใหม่ก็ไปเที่ยวด้วยกัน ชีวิตช่วงที่ผ่านมามันมีความสุขมากๆ จากคนที่ไม่คิดว่าจะกลับมารักใครได้อีกแล้ว แต่ก็กลายมาเป็นพี่ต่อ ที่เข้ามาเติมเต็มผม แต่เราก็ไม่กล้าเปิดเผยต่อสาธรณะนะครับ ว่าจะคุยกันไปแบบนี้เรื่อยๆ
จนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมก็บังเอิญไปเห็นแชทในโทรศัพท์ของพี่ต่อเด้งขึ้นมา เป็นข้อความที่ไม่ใช่แค่เพื่อนส่งหากัน ตอนนั้นผมเองก็เริ่มสงสัย และสังเกตุพี่ต่อมาตลอด เริ่มเห็นพฤติกรรมแปลกๆ โทรไป เริ่มมีสายซ้อนถี่มากกว่าปกติ การตอบแชทช้าลงจนสังเกตุได้ จนในที่สุดผมก็บีบให้แกพูดความจริงจนได้
แกบอกว่า แกยังรักเราเหมือนเดิม แต่คนนี้ที่แกคุยเป็นคนที่สำคัญทางธุรกิจ เพราะแกทำ home stay และกำลังขยายกิจการ คนที่แกคุยด้วย เป็นทหารอากาศ หน้าที่การงานมั่นคง และต้องการหาคนหุ้นด้วย (น่าจะไปลงทุน take over resort แห่งหนึ่ง) ซึ่งเขาชอบพี่ต่อ และขอพี่ต่อเป็นแฟนด้วย พี่ต่อก็รับเพราะอยากทำธุรกิจด้วย ต้องการความมั่นคง (พี่ต่อเป็นคนไม่มีงานประจำสามารถเป็นคนเดินงานได้ แต่พี่ทหารอากาศคนนั้น อาจเป็นคนลงทุน ให้พี่ต่อบริหาร) และพี่ต่อไม่คิดว่าปัญหามันจะตามมามากมายขนาดนี้
ทางทหารอากาศคนนั้น ก็โทรหาตลอด แชทหาตลอดจนพี่ต่อเองก็รำคาญ พี่ต่อบอกผมแบบนั้นนะครับ แต่ผมเองกลับคิดว่าจริงๆแล้วเขามีใจให้กันหรือเปล่า เพราะตอนนี้ กลายเป็นเหมือนพี่ต่อต้องคุยกับทางนั้นเยอะกว่า ทั้งธุรกิจ และความหึงหวงของทหารคนนั้น ทำให้แกได้แต่บองผมว่า ให้ผมเข้าใจเขา เราก็พยายาม
ถามพี่ต่อตลอดนะ เขาก็ยังบอกว่ารักเราอยู่ ขอเวลา
พี่ต่อบอกว่าขอแค่ได้ทำธุรกิจกันไปก่อน แล้วเขาจะเคลียเอง เพราะเขาก็ทราบมาว่าทหารคนนั้น มีคนคุยอยู่หลายคน และเหมือนว่าพี่ต่อก็เป็นแค่เด็กในสังกัดเขาคนนึงเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งทางนั้นเขาเบื่อเขาก็ปล่อยพี่ต่อมาเอง แต่นี่จนวันนี้ เขาก็ยังคุยกันอยู่ กลายเป็นเราที่เหมือนต้องหลบๆซ่อนๆ
เขาตกลงกันว่าแม้วันนึงจะเลิกกัน แต่ธุรกิจก็คงดำเนินต่อ ทางทหารคนนั่นก็คงกลัวไม่มีใครมีเป็นคนทำธุรกิจให้ เพราะตนไม่มีเวลา ส่วนพี่ต่อ ก็กลัวว่าถ้าไม่ตามใจทหารคนนั้น เขาจะไม่ลงทุนด้วย
จนครั้งล่าสุดเป็นการที่ผมขึ้นไปหาพี่ต่อ และต้องไปเผชิญหน้ากับทหารคนนั้น พี่ต่อแนะนำเราว่าเป็นแค่รุ่นน้อง ที่ขึ้นมาเที่ยว ไปทานข้าวกันสามคน เที่ยวกันสามคน อึดอัดไม่ใช่น้อย เวลานอน เขาก็นอนกัน2คน เรานอนคนเดียวอีกห้องหนึ่ง
ทางพี่ต่อกับทหารคนนั้น เขาก็ไม่เปิดเผยนะว่าเป็นแฟนกัน แต่บอกว่าเป็นเพื่อนกัน ทางพี่ทหารอากาศคนนั้น เขาก็คิดเพียงว่าเราเป็นรุ่นน้อง เขาเองก็ดีกับผมมากเช่นกัน จนผมแอบคิดในใจ ให้เขารักกันไป แล้วเราเดินออกมาดีมั้ย แต่เราก็ทำไม่ได้ ก็คนมันรักไปแล้ว และผมเองก็เหมือนยอมได้ทุกอย่าง แม้มันจะทุกข์มากก็ตาม
จนตอนนี้ พี่ทหารอากาศคนนั้น เริ่มสงสัยผมกับพี่ต่อแล้ว และสั่งห้ามพี่ต่อ ไม่ให้คุยกับผม กลายเป็นต้องหลบๆซ่อนๆคุยกัน เราเองก็อยู่ กทม เขาเองก็อยู่ ภาคเหนือ
แต่พี่ต่อกับทหารคนนั้น ก็นานๆทีเจอกันเหมือนกัน เพราะพี่ทหารคนนั้นมักมีบินบ่อยๆ
ผมควรทำอย่างไรดี ตอนนี้สับสนไปหมด
อาจพิมงงๆไปบ้าง เพราะด้วยหลังๆเริ่มเรียบเรียงประโยคไม่ถูกแล้ว สงสัยตรงไหน จะอธิบายให้อีกทีนะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ ขอบคุณขอบคุณขอบคุณ