คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 29
ปัญหาหนักของมาเลเซียในระยะใกล้ๆนี้ก็คือ การถูกลดระดับเครดิตประเทศจากมูดี้(ภายใน6เดือนนี้) อดีตนายกฯนาจิบยืนยันมาตลอดว่าหนี้สาธารณะของมาเลเซียไม่เกิน55%จีดีพี(และส่งข้อมูลให้ธนาคารโลกตามนั้นด้วย) แต่ท่านมหาธีร์กลับมาบอกว่ามีหนี้ถึง1ล้านล้านริงกิต 65%ของจีดีพี แต่จากข้อมูลก็เห็นว่าจีดีพีมาเลเซีย9.31ล้านล้านบาทเทียบกับหนี้8ล้านล้านบาทนี่มันเกิน65%ของจีดีพีไปเยอะเลย แสดงว่าที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียตกแต่งตัวเลขหนี้สาธารณะมาตลอด ตรงนี้ทำให้ข้อที่หลายคนสงสัยมาตลอดว่ารัฐบาลมาเลเซียตกแต่งตัวเลขดีเกินจริงได้รับการยืนยัน และทำให้สงสัยต่อไปอีกว่า มีตัวเลขไหนถูกรัฐบาลตกแต่งให้ดีเกินจริงอีกบ้าง?
ถ้าจำไม่ผิดมูดี้ให้อันดับเครดิตมาเลเซียถึงAA(ถ้าผิดขออภัย) ซึ่งดีกว่าของไทยที่ได้BBB+ อยู่หลายขั้นเลย ทั้งๆที่ตัวเลขหนี้สาธาณะล่าสุดของไทย(ประกาศเมื่อ15พค.61) อยู่ที่ 41.04% หรือ6.45ล้านล้านบาท เป็นหนี้ระยะยาวเกิน90% และเป็นหนี้ภายในประเทศมากกว่า96%(เป็นพันธบัตรขายให้สถาบันการเงินในประเทศ) เป็นหนี้ต่างประเทศไม่ถึง4%หรือ2.7แสนล้านบาท(8.4พันล้านดอลล่า)ซึ่งน้อยกว่าเงินที่บ.เบียร์ช้างใช้ซื้อหุ้นบิ๊กซีกับบ.เบียร์ในเวียดนามเมื่อปี2560ซะอีก ปัญหาหนี้ต่างประเทศของไทยจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร(เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาวจากญี่ปุ่น ดอกเบี้ยไม่ถึง1% จะรีบใช้หนี้ก่อนกำหนดก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะดอกเบี้ยต่ำมาก)
ในขณะที่หนี้ของมาเลเซียเป็นหนี้ต่างประเทศระยะสั้นนั้นเกือบเท่ากับทุนสำรองฯเลยทีเดียว (ทุนสำรองมาเลเซียที่ประกาศล่าสุด ราว8หมื่นล้านเหรียญ /เทียบกับไทยคือ2.38แสนล้านเหรียญ+สัญญาฟอร์เวิร์ดอีกราวสามพันกว่าล้าน)
ส่วนโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลไทยในปัจจุบันนั้น ได้ใช้นโยบายกำหนดสัดส่วนการใช้เงินไว้คือ จากเงินงบประมาณแผ่นดิน15%+PPP(ร่วมทุนเอกชน)60%+จากรัฐวิสาหกิจ(เช่นการทางพิเศษ,การท่าอากาศยาน ฯลฯ)5% +และเงินกู้20% และหลังจากโครงการสร้างเสร็จแล้วก็จะขายเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานฯเพื่อเข้าตลาดหุ้นต่อไปเพื่อลดหนี้สาธารณะ(เช่น ทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ใหม่ ลงทุนเสร็จก็จะขายเข้ากองทุน ได้เงินกลับมาลงทุนสร้างทางด่วนเส้นใหม่ๆ หมุนเวียนต่อๆไปโดยไม่ต้องกู้เงิน) ทั้งนี้ก็น่าจะทำให้หนี้สาธารณะของไทยไม่เพ่ิมขึ้นเร็วเกินไป เพราะมีสัดส่วนเงินกู้ไม่มากนัก
ถ้าจำไม่ผิดมูดี้ให้อันดับเครดิตมาเลเซียถึงAA(ถ้าผิดขออภัย) ซึ่งดีกว่าของไทยที่ได้BBB+ อยู่หลายขั้นเลย ทั้งๆที่ตัวเลขหนี้สาธาณะล่าสุดของไทย(ประกาศเมื่อ15พค.61) อยู่ที่ 41.04% หรือ6.45ล้านล้านบาท เป็นหนี้ระยะยาวเกิน90% และเป็นหนี้ภายในประเทศมากกว่า96%(เป็นพันธบัตรขายให้สถาบันการเงินในประเทศ) เป็นหนี้ต่างประเทศไม่ถึง4%หรือ2.7แสนล้านบาท(8.4พันล้านดอลล่า)ซึ่งน้อยกว่าเงินที่บ.เบียร์ช้างใช้ซื้อหุ้นบิ๊กซีกับบ.เบียร์ในเวียดนามเมื่อปี2560ซะอีก ปัญหาหนี้ต่างประเทศของไทยจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร(เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาวจากญี่ปุ่น ดอกเบี้ยไม่ถึง1% จะรีบใช้หนี้ก่อนกำหนดก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะดอกเบี้ยต่ำมาก)
ในขณะที่หนี้ของมาเลเซียเป็นหนี้ต่างประเทศระยะสั้นนั้นเกือบเท่ากับทุนสำรองฯเลยทีเดียว (ทุนสำรองมาเลเซียที่ประกาศล่าสุด ราว8หมื่นล้านเหรียญ /เทียบกับไทยคือ2.38แสนล้านเหรียญ+สัญญาฟอร์เวิร์ดอีกราวสามพันกว่าล้าน)
ส่วนโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลไทยในปัจจุบันนั้น ได้ใช้นโยบายกำหนดสัดส่วนการใช้เงินไว้คือ จากเงินงบประมาณแผ่นดิน15%+PPP(ร่วมทุนเอกชน)60%+จากรัฐวิสาหกิจ(เช่นการทางพิเศษ,การท่าอากาศยาน ฯลฯ)5% +และเงินกู้20% และหลังจากโครงการสร้างเสร็จแล้วก็จะขายเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานฯเพื่อเข้าตลาดหุ้นต่อไปเพื่อลดหนี้สาธารณะ(เช่น ทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ใหม่ ลงทุนเสร็จก็จะขายเข้ากองทุน ได้เงินกลับมาลงทุนสร้างทางด่วนเส้นใหม่ๆ หมุนเวียนต่อๆไปโดยไม่ต้องกู้เงิน) ทั้งนี้ก็น่าจะทำให้หนี้สาธารณะของไทยไม่เพ่ิมขึ้นเร็วเกินไป เพราะมีสัดส่วนเงินกู้ไม่มากนัก
Laplace transforms ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1118135 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2207654 ถูกใจ, yamr ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1206505 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 702776 ถูกใจ, chewzerng ถูกใจ, หินแขวน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4510876 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2484741 ถูกใจรวมถึงอีก 19 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
“มาเลเซีย” เข้าขั้นวิกฤต หนี้สาธารณะพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
https://www.facebook.com/ThailandSkyline/photos/a.485893644885568.1073741828.485891468219119/1143010835840509/?type=3&theater
#####################################################3
“มาเลเซีย” เข้าขั้นวิกฤต หนี้สาธารณะพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เศรษฐกิจของ “มาเลเซีย” กำลังเข้าขั้นวิกฤต หลัง ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเผยว่า มาเลเซียกำลังประสบปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศที่พุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านริงกิต หรือประมาณ 8 ล้านล้านบาท เนื่องมาจากงบประมาณบางส่วนถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
.
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียได้ตั้งขณะทำงานเพื่อสอบสวนการทุจริตการยักยอกเงินจำนวนมหาศาลจากกองทุนพัฒนามาเลเซีย (1MDB) ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาในปี 2552 ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เพื่อนำงบไปพัฒนาด้านต่างๆ จนทำให้ทำเศรษฐกิจของมาเลเซียพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
.
สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) เผยว่ามีการยักยอกเงินจากกองทุน 1MDB ไปแล้วกว่า 172,800 ล้านบาท ซึ่งเงินบางส่วนจำนวน 21,790 ล้านบาท อยู่ในบัญชีเงินฝากของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค
.
ล่าสุดมาเลเซียมีมูลค่า GDP อยู่ที่ 9.31 ล้านล้านบาท และมีหนี้สาธารณะ 8 ล้านล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่า GDP อยู่ที่ 15.1 ล้านล้านบาท และมีหนี้สาธารณะรวม 6.5 ล้านล้านบาท ซึ่งน้อยกว่ามาเลเซีย
#ThailandSkyline
reut.rs/2saXtXS
bit.ly/2KRUGdS
Photo: bit.ly/2IJX7Pa