ยามเย็นใกล้ค่ำในเมืองกรุง... อั๋น สาวทอมรูปร่างผอมบาง แต่หน้าตาสวยน่ารักเหมือนเน็ตไอดอลเกาหลีญี่ปุ่น ผิวเนียนขาวเหลือง มีไฝสเน่ห์เม็ดหนึ่งแต้มที่แก้มซ้าย มีลายสักสไตล์โกธิกมากมายที่แขนทั้งสองข้างและที่คอ เจาะหูข้างซ้ายข้างเดียวด้วยเครื่องประดับแฟชั่นทำด้วยเงิน ไว้ผมสั้นแค่ท้ายทอยแต่ข้างหน้ายาวปัดขวาลงมาจนเกือบบังตาขวา ย้อมไฮไลท์สีม่วงเข้มสะท้อนแสง แต่งตัวเซอร์ เธอกำลังยืนเท้ารั้วสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สูบบุหรี่อยู่ด้วยใบหน้าอันเหม่อลอย ขอบตาบวม มีคราบน้ำตาไหล บ่งบอกว่าเธอเพิ่งร้องไห้เสร็จใหม่ๆ อั๋นได้นัดหญิงเลสเปี้ยนคู่ขาของเธอมาเคลียปัญหาหัวใจที่นี่ และสุดท้ายก็เลิกกันไปด้วยอารมณ์อันรุนแรง
"..... จะผู้ชาย รึผู้หญิง มันก็เลวเหมือนกันหมด เจ้าชู้พอกัน... พอกันทีชีวิตคู่ โสดดีกว่า"
อั๋นอัดบุหรี่เข้าปอดของเธอเป็นเฮือกสุดท้าย และดีดบุหรี่ทิ้งลงน้ำทั้งที่ยังสูบไม่หมด ควบรถมอร์เตอไซค์รุ่นเอ็นเอสอาร์คันสีม่วงทึบอันเป็นสีโปรด สตาร์ทแล้วบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขับมุ่งกลับไปสู่หอพักแห่งหนึ่งกลางกรุงที่เธอเช่าพักอาศัยอยู่
อั๋นเดินเข้ามาในตึกหอพักอย่างอิดโรย ยกแขนอันไร้เรี่ยวขึ้น กดปุ่มเรียกลิฟท์ และเข้าลิฟท์ไปยืนหลังพิงกำแพงลิฟท์ รอให้ลิฟท์พาร่างกายอันอ่อนเพลียเพราะความเครียดของเธอ ส่งไปยังชั้นที่พัก
แต่แล้ว... ! ขณะที่ลิฟท์กำลังเคลื่อนขึ้นไป หลอดไฟภายในลิพท์ก็เกิดอาการตกกระพริบ ติดๆดับๆ ทำเอาอั๋นสร่างจากอาการเหม่อลอย ตกใจหน้าตื่น เงยหน้าขึ้นมองหลอดไฟด้วยอาการหวาดผวา
แล้วลิฟท์ก็หยุดอยู่ที่ชั้นที่พักของอั๋นในที่สุด... ประตูลิฟท์เปิดออก...
"เฮ้ย !!?"
อั๋นอุทานออกมาด้วยความตกใจ สะดุ้งสุดขีด ข้างนอกลิฟท์นั้น มืดมิด มีเพียงแสงกระพริบจากในลิพท์เท่านั้นที่ส่องออกไป สภาพแวดล้อมที่แสงกระพริบส่องออกไปกระทบนั้น ไม่ใช่ทางเดินของตึกหอพักในสภาพปกติ แต่เป็นทางเดินตึกที่มีสภาพรกร้าง ทุกอย่างเก่าคร่ำคร่า สิ่งของรกระเกะระกะ ฝุ่นจับไปทั่ว ฝาผนังและประตูห้องทั้งหลายมีสภาพเก่าและสีลอกลงเกลื่อนกล่น ประตูบางห้องผุจนเป็นรูทะลุ บางห้องประตูถูกถอนออกไป ที่พื้นอันสกปรกเลอะเทอะกระเบื้องบางแผ่นได้แตกและหลุดออก
"น...นี่มันชั้นห้าชั้นของเราแล้วนี่หว่า !? ไม่ใช่ชั้นอื่นซะหน่อย... นี่มันบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ย !!? "
ความหวาดกลัวได้ครอบงำอั๋นอย่างหนักเพราะสภาพแวดล้อมอันน่าสะพรึงกลัวทั้งในและนอกลิฟท์นั้น อั๋นรีบกดปุ่มปิดประตูลิฟท์ ...แต่มันไม่ทำงาน !
"ปิดสิ !! ปิดสิเว้ย ไอ้ลิพท์บ้า !! ฉันบอกให้ปิด !!!"
อั๋นที่กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างหนัก กดปุ่มปิดประตูลิฟท์ย้ำรัวๆอย่างแรงและรวดเร็ว และยกเท้าถีบไปที่แผงปุ่มควบคุมลิฟท์
ทันใดนั้น !....
"โห่วววว..ว..ว..ว.....หู่ววว...ว...ว..ว..!"
เสียงอันมิใช่ของมนุษย์ที่ดังก้องไปทั่วทั้งชั้นนั้น ทำเอาอั๋นสะดุ้ง ชะงักตัวแข็งนิ่งอยู่ ดวงตาอันเบิกโพลงของเธอมองออกไปข้างนอกลิฟท์.......... แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และแล้ว ไฟในลิพท์ที่กระพริบอยู่ก็ดับลง เหลือแต่ความมืดมิด !
"เฮ้ยยยยย !!!?"
อั๋นสะดุ้งจนทรุดนั่งกองลงกับพื้นลิฟท์ ถอยกรูดหลังพิงแนบกำแพงลิฟท์ไว้แน่น เหงื่อชุ่มตัวอันสั่นเทาของเธอจนเสื้อผ้าชื้น ครางเสียงสั่นและเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก................
ความหวาดกลัวอันสุดขีดของอั๋นเพิ่มขึ้นเป็นอีกทวีคูณ เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของบางสิ่งข้างนอกนั่นที่ฟังดูเหมือนจะมีมากกว่าหนึ่ง และพวกมันกำลังเดินมาที่ลิฟท์... ใกล้เข้ามาทุกที... แต่แล้วก็เงียบหายไป
"ค...ค... ใคร !? .... น...นั่นใครน่ะ !?"
อั๋นส่งเสียงอันสั่นเครือถามขึ้นมา ไม่มีเสียงตอบรับ...
หวื่อ .....พรึ่บ !!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด !!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!"
อั๋นกรีดร้องดังลั่นลิฟท์ เสียงดังก้องไปทั่วทั้งชั้น เมื่อหลอดไฟในลิฟท์กลับมาสว่างเป็นปกติ พร้อมด้วยร่างอาบเลือดของผีตายโหงที่น่ากลัวมากมาย ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟท์ บางตนมีลูกตาถลนออกมา บางตนทั้งจมูกและเบ้าตากลวงโบ๋ บางตนไม่มีหัว พวกมันจ้องมองมาที่อั๋นเป็นจุดเดียวกัน
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!"
"อั๋น ! ..... อั๋น !? .... เป็นอะไรของแกน่ะ !? ใจเย็นๆ ทำใจดีๆไว้ !"
หนุ่มใหญ่ร่างท้วมหน้าตาปานกลางไว้ผมทรงสกินเฮด สวมผ้าเอี๊ยมกันเปื้อนคนหนึ่ง เข้ามาประคองอั๋นและพยายามทำให้เธอได้สติ... อั๋นได้สติ และพบว่าเธอกำลังอยู่ในลิฟท์ซึ่งยังไม่ได้กดขึ้นไปที่ชั้นของตน และกำลังอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มร่างท้วมที่เข้ามาช่วยเธอ อั๋นมองไปรอบๆอย่างงงงันและมีอาการเหวอทั้งที่กำลังร้องไห้กระซิกอยู่
"..พ....พ...พี่โก้ ?"
"นึกว่าใครร้องในลิฟท์ซะอีก แกนี่เอง... เป็นอะไรของแกวะ ? ท่าทางยังกะโดนผีหลอกแน่ะ ยังไม่ทันจะค่ำเลย"
หลังจากที่โก้ส่งอาหารตามสั่งให้ลูกค้ารายหนึ่งที่อยู่ในตึกหอพักแล้ว เขาก็ลงลิฟท์ออกมาจากตึก และเดินกลับมาที่ร้านของเขาซึ่งอยู่ติดเยื้องกับหอพักไปไม่กี่เมตร พร้อมกับอั๋น
"แกยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่หว่า... มา มื้อนี้ฟรีฉันเลี้ยง... แกจะกินอะไร สั่งมาได้เลย"
"ไม่อ่ะพี่โก้... ตอนนี้ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น"
"เอาน่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย... ในเมื่อแม่นั่นมันไม่อยู่ในอำนาจวาสนาของแกแล้ว แกจะทำอะไรได้วะ...
คนที่แกจะคบยังมีในโลกอีกเยอะ แกเองเดี๋ยวก็ไปสนใจคนใหม่อีกนั่นแหละ... เชื่อสิ"
"ตอนนี้ฉันคงพอแล้วล่ะพี่... ฉันเข็ดแล้ว... พอกันที ความรักบ้าบอคอแตก... ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว"
"....... เฮ้อ... แกนี่ขนาดหน้าตาดียังกะพวกเน็ตไอดอล ลุ๊คแจ่มยังกะพวกเคป๊อบ ยังอาภัพเรื่องรักได้
อย่าพูดถึงฉันเลย... อ้วนแถมไม่หล่ออย่างฉันนี่ ไม่เคยมีใครมาสนใจ แต่ก็ยังไม่ทุกข์ไม่ร้อนเท่าแกเลย...
พักไปซะบ้างก็ดีนะ ความรัก... หันมารักตัวเองบ้าง ทำปัจจุบันให้ดีก่อน พอมีชีวิตชีวาดีขึ้นแล้ว
ค่อยไปรักคนอื่นใหม่ เลือกรักเอาคนที่มีใจมั่นคงกับแกมากกว่านี้... ตอนนี้ทำใจให้ดีๆไว้ก่อน
ตั้งสติให้อยู่กับตัว อย่าเพิ่งไปคิดอะไรมากเลย"
"........................"
คำพูดอันตรงของโก้กินใจอั๋นพอสมควร แต่เธอก็ได้ข้อคิดที่ดีอยู่เหมือนกัน ถึงกระนั้น โก้ก็เป็นคนคนเดียวที่เธอรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนในยามยาก เขามักให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตแก่เธอมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันมา เธอมักมากินมื้อกลางวันที่ร้านของเขาเสมอ และมากับกลุ่มเพื่อนของเธอเป็นบางครั้ง
"อืม........ งั้น... ฉันเอาผัดซีอิ๊วจานนึง เส้นน้อยๆคะน้าเยอะๆ... แล้วก็ทอดไข่ดาวมะตูมราดให้ด้วย"
"เอ้อ ต้องงี้สิวะ เข้มแข็งเข้าไว้... ได้เลย เหมือนเดิมนะ จัดให้"
************
วันต่อมา... ที่มหาวิทยาลัยอันมีชื่อแห่งหนึ่งกลางกรุง... บริเวณที่นั่งเล่นอันร่มรื่นไปด้วยบรรดาพืชพรรณและต้นไม้ใหญ่ทั้งหลาย หลังอาคารแผนกวิชาทั่วไป
"โอ้ยยย เบื่อ !.... ฉันละเกลียดวิชาบ้านี่จริงๆ...ยายแก่นั่นก็จ้องแต่จะบ่นฉันอยู่คนเดียว ทีคนอื่นละพูดดีด้วย ! เหม็นหน้าวุ้ย !"
"แหม ยายเป๊กกี้... ก็แกเอาแต่แต่งตัวล่อตะเข้ผิดระเบียบซะขนาดนี้ 'จารย์แกก็เจ้าระเบียบ แกก็ต้องโดนแหงอยู่แล้วย่ะ"
"ใช่ ! แกก็รู้นี่ ว่าวันนี้จะมีวิชาสังคม วันนี้แกก็น่าจะแต่งตัวธรรมดามาซักวัน มันจะเป็นอะไรไป ? โดนบ่นรัวๆไปสิ"
"ยายเหมียว ! ยายเหมยลี่ ! พวกแกก็ด้วยเหรอ !? ... ฉันชอบแต่งสวยๆของฉันแบบนี้มันไปหนักอะไรใครนักหนายะ ? พวกหนุ่มๆเค้าชอบกันจะตาย"
"แหววววะะะะะะ !!"
ในขณะที่เหมียวกับเหมยลี่พากันออกอาการรับไม่ได้กับความเลี่ยนในท่าทางยั่วยวนผู้ชายของเป๊กกี้ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของเธอ อั๋นยังคงนั่งนิ่ง มีอาการเหม่อลอย พลางจิบโค๊กผสมเครื่องดื่มชูกำลังไป ความเจ็บช้ำในใจยังคงเสียดแทงอยู่ในอก อั๋นกับคู่ขาคนนั้นของเธอคบกันมานานมากแล้ว แต่ก็มาเลิกร้างกันไปอย่างรวดเร็ว เพราะอั๋นจับได้ว่าคู่ขาแอบคบชู้กับผู้ชายที่รวยระดับเสี่ยคนหนึ่ง และอั๋นก็เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความเจ้าชู้อันล้ำลึกจับตัวได้ยากของคู่ขาคนนั้นของเธอ ความช็อคอันนั้นยังทำงานไหลเวียนอยู่ในอกของอั๋นไม่จางคลาย
"ยายอั๋น ?.... นี่ ยายอั๋น !"
"...... !! .... ห๊ะ... อะไร ?... อะไรเหรอ ?" อั๋นสร่างจากภวังค์อันมืดมนของเธอเพราะเสียงเรียกของเป๊กกี้
เป๊กกี้หยุดแสดงท่าทางต่างๆ และกลับมีท่าทีสลด เข้ามานั่งไกล้อั๋น ลูบหลังอันแบบบางของอั๋นด้วยความเป็นห่วง
"นี่.... แกอย่าคิดมากเลย แกยังมีพวกฉันอยู่ทั้งคนนะยะ... ปล่อยมันไปเถอะ คนเลวคนเจ้าชู้สุดขั้วแบบนั้นน่ะ...
ยายนั่นมันเกินไปจริงๆ ขนาดฉันเองยังรับไม่ได้เลย... เจอมันที่ไหนฉันจะตบมันให้คว่ำเลย คอยดู !"
"ขอบใจแกนะ เป๊กกี้... แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก มันจะตายเอา" อั๋นรู้ซึ้งดีถึงความเป็นนักเลงที่เป็นนิสัยแฝงของเป๊กกี้
"ตายก็ดีน่ะสิ รกโลก... โอ๊ย ! ผู้หญิงอะไร มารยาจัด เป็นไบอีก... หลอกได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง" ในใจลึกๆของเหมยลี่รู้สึกแขยงกับสังคมเพศที่สาม
"ใช่... เห็นแก่เงินจนไม่นึกถึงความสัมพันธ์ที่คบกันมานาน... งี้แหละ ความโลภกับความร่านบวกกัน... แกอย่าไปอาลัยอาวรกะมันเลยยายอั๋น" เหมียวแสดงอารมณ์บ้าง
"........................" อั๋นยังคงนิ่งเงียบ จิบโค้กไปไม่พูดอะไร
"นี่ ยายอั๋น... แกเลิกซึมได้แล้วย่ะ แค่นี้ไม่ตายหรอก ชีวิตคนเราน่ะยังมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ......อ๊ะ!... พูดถึงความสนุก... เฮ้ย นี่ พวกแก !... อาฉันบอกว่า คืนนี้ที่ ยูซีมี จะมีอีเว้นต์พิเศษนะเว้ย ดาราจะมากันหลายคนเลย ! พรุ่งนี้กับวันมะรืนไม่มีเรียนพอดี ไปมั้ยๆ ?"
"เฮ้ย จริงดิ !? ไปดิ ไปๆๆๆ !" เหมยลี่ตอบรับทันทีเพราะความบ้าดาราของเธอ
"ไปๆๆ ! ไงยายอั๋น แกจะได้คลายเครียดด้วยนะเว้ย... ไปแด๊นซ์กันซักตั้ง !"
".........." อั๋นพยักหน้า ยิ้มเพียงมุมปาก
อั๋นไม่ได้ออกอาการตื่นเต้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะความโศกในใจของเธอยังคงทำงานของมันอยู่ การไปเที่ยวที่ไนท์คลับชื่อ U. C. ME เป็นสิ่งที่อั๋นและเพื่อนๆของเธอโปรดปรานที่สุด แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่า ความตื่นเต้นอันนั้นมันหดหายจนรู้สึกเฉยๆไปซะแล้ว
***************
(มีต่อด้านล่าง)
(นิยาย ผี/วิญญาณ) จิตตก
"..... จะผู้ชาย รึผู้หญิง มันก็เลวเหมือนกันหมด เจ้าชู้พอกัน... พอกันทีชีวิตคู่ โสดดีกว่า"
อั๋นอัดบุหรี่เข้าปอดของเธอเป็นเฮือกสุดท้าย และดีดบุหรี่ทิ้งลงน้ำทั้งที่ยังสูบไม่หมด ควบรถมอร์เตอไซค์รุ่นเอ็นเอสอาร์คันสีม่วงทึบอันเป็นสีโปรด สตาร์ทแล้วบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขับมุ่งกลับไปสู่หอพักแห่งหนึ่งกลางกรุงที่เธอเช่าพักอาศัยอยู่
อั๋นเดินเข้ามาในตึกหอพักอย่างอิดโรย ยกแขนอันไร้เรี่ยวขึ้น กดปุ่มเรียกลิฟท์ และเข้าลิฟท์ไปยืนหลังพิงกำแพงลิฟท์ รอให้ลิฟท์พาร่างกายอันอ่อนเพลียเพราะความเครียดของเธอ ส่งไปยังชั้นที่พัก
แต่แล้ว... ! ขณะที่ลิฟท์กำลังเคลื่อนขึ้นไป หลอดไฟภายในลิพท์ก็เกิดอาการตกกระพริบ ติดๆดับๆ ทำเอาอั๋นสร่างจากอาการเหม่อลอย ตกใจหน้าตื่น เงยหน้าขึ้นมองหลอดไฟด้วยอาการหวาดผวา
แล้วลิฟท์ก็หยุดอยู่ที่ชั้นที่พักของอั๋นในที่สุด... ประตูลิฟท์เปิดออก...
"เฮ้ย !!?"
อั๋นอุทานออกมาด้วยความตกใจ สะดุ้งสุดขีด ข้างนอกลิฟท์นั้น มืดมิด มีเพียงแสงกระพริบจากในลิพท์เท่านั้นที่ส่องออกไป สภาพแวดล้อมที่แสงกระพริบส่องออกไปกระทบนั้น ไม่ใช่ทางเดินของตึกหอพักในสภาพปกติ แต่เป็นทางเดินตึกที่มีสภาพรกร้าง ทุกอย่างเก่าคร่ำคร่า สิ่งของรกระเกะระกะ ฝุ่นจับไปทั่ว ฝาผนังและประตูห้องทั้งหลายมีสภาพเก่าและสีลอกลงเกลื่อนกล่น ประตูบางห้องผุจนเป็นรูทะลุ บางห้องประตูถูกถอนออกไป ที่พื้นอันสกปรกเลอะเทอะกระเบื้องบางแผ่นได้แตกและหลุดออก
"น...นี่มันชั้นห้าชั้นของเราแล้วนี่หว่า !? ไม่ใช่ชั้นอื่นซะหน่อย... นี่มันบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ย !!? "
ความหวาดกลัวได้ครอบงำอั๋นอย่างหนักเพราะสภาพแวดล้อมอันน่าสะพรึงกลัวทั้งในและนอกลิฟท์นั้น อั๋นรีบกดปุ่มปิดประตูลิฟท์ ...แต่มันไม่ทำงาน !
"ปิดสิ !! ปิดสิเว้ย ไอ้ลิพท์บ้า !! ฉันบอกให้ปิด !!!"
อั๋นที่กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างหนัก กดปุ่มปิดประตูลิฟท์ย้ำรัวๆอย่างแรงและรวดเร็ว และยกเท้าถีบไปที่แผงปุ่มควบคุมลิฟท์
ทันใดนั้น !....
"โห่วววว..ว..ว..ว.....หู่ววว...ว...ว..ว..!"
เสียงอันมิใช่ของมนุษย์ที่ดังก้องไปทั่วทั้งชั้นนั้น ทำเอาอั๋นสะดุ้ง ชะงักตัวแข็งนิ่งอยู่ ดวงตาอันเบิกโพลงของเธอมองออกไปข้างนอกลิฟท์.......... แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และแล้ว ไฟในลิพท์ที่กระพริบอยู่ก็ดับลง เหลือแต่ความมืดมิด !
"เฮ้ยยยยย !!!?"
อั๋นสะดุ้งจนทรุดนั่งกองลงกับพื้นลิฟท์ ถอยกรูดหลังพิงแนบกำแพงลิฟท์ไว้แน่น เหงื่อชุ่มตัวอันสั่นเทาของเธอจนเสื้อผ้าชื้น ครางเสียงสั่นและเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก...ตึ่ก................
ความหวาดกลัวอันสุดขีดของอั๋นเพิ่มขึ้นเป็นอีกทวีคูณ เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของบางสิ่งข้างนอกนั่นที่ฟังดูเหมือนจะมีมากกว่าหนึ่ง และพวกมันกำลังเดินมาที่ลิฟท์... ใกล้เข้ามาทุกที... แต่แล้วก็เงียบหายไป
"ค...ค... ใคร !? .... น...นั่นใครน่ะ !?"
อั๋นส่งเสียงอันสั่นเครือถามขึ้นมา ไม่มีเสียงตอบรับ...
หวื่อ .....พรึ่บ !!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด !!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!"
อั๋นกรีดร้องดังลั่นลิฟท์ เสียงดังก้องไปทั่วทั้งชั้น เมื่อหลอดไฟในลิฟท์กลับมาสว่างเป็นปกติ พร้อมด้วยร่างอาบเลือดของผีตายโหงที่น่ากลัวมากมาย ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟท์ บางตนมีลูกตาถลนออกมา บางตนทั้งจมูกและเบ้าตากลวงโบ๋ บางตนไม่มีหัว พวกมันจ้องมองมาที่อั๋นเป็นจุดเดียวกัน
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!"
"อั๋น ! ..... อั๋น !? .... เป็นอะไรของแกน่ะ !? ใจเย็นๆ ทำใจดีๆไว้ !"
หนุ่มใหญ่ร่างท้วมหน้าตาปานกลางไว้ผมทรงสกินเฮด สวมผ้าเอี๊ยมกันเปื้อนคนหนึ่ง เข้ามาประคองอั๋นและพยายามทำให้เธอได้สติ... อั๋นได้สติ และพบว่าเธอกำลังอยู่ในลิฟท์ซึ่งยังไม่ได้กดขึ้นไปที่ชั้นของตน และกำลังอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มร่างท้วมที่เข้ามาช่วยเธอ อั๋นมองไปรอบๆอย่างงงงันและมีอาการเหวอทั้งที่กำลังร้องไห้กระซิกอยู่
"..พ....พ...พี่โก้ ?"
"นึกว่าใครร้องในลิฟท์ซะอีก แกนี่เอง... เป็นอะไรของแกวะ ? ท่าทางยังกะโดนผีหลอกแน่ะ ยังไม่ทันจะค่ำเลย"
หลังจากที่โก้ส่งอาหารตามสั่งให้ลูกค้ารายหนึ่งที่อยู่ในตึกหอพักแล้ว เขาก็ลงลิฟท์ออกมาจากตึก และเดินกลับมาที่ร้านของเขาซึ่งอยู่ติดเยื้องกับหอพักไปไม่กี่เมตร พร้อมกับอั๋น
"แกยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่หว่า... มา มื้อนี้ฟรีฉันเลี้ยง... แกจะกินอะไร สั่งมาได้เลย"
"ไม่อ่ะพี่โก้... ตอนนี้ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น"
"เอาน่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย... ในเมื่อแม่นั่นมันไม่อยู่ในอำนาจวาสนาของแกแล้ว แกจะทำอะไรได้วะ...
คนที่แกจะคบยังมีในโลกอีกเยอะ แกเองเดี๋ยวก็ไปสนใจคนใหม่อีกนั่นแหละ... เชื่อสิ"
"ตอนนี้ฉันคงพอแล้วล่ะพี่... ฉันเข็ดแล้ว... พอกันที ความรักบ้าบอคอแตก... ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว"
"....... เฮ้อ... แกนี่ขนาดหน้าตาดียังกะพวกเน็ตไอดอล ลุ๊คแจ่มยังกะพวกเคป๊อบ ยังอาภัพเรื่องรักได้
อย่าพูดถึงฉันเลย... อ้วนแถมไม่หล่ออย่างฉันนี่ ไม่เคยมีใครมาสนใจ แต่ก็ยังไม่ทุกข์ไม่ร้อนเท่าแกเลย...
พักไปซะบ้างก็ดีนะ ความรัก... หันมารักตัวเองบ้าง ทำปัจจุบันให้ดีก่อน พอมีชีวิตชีวาดีขึ้นแล้ว
ค่อยไปรักคนอื่นใหม่ เลือกรักเอาคนที่มีใจมั่นคงกับแกมากกว่านี้... ตอนนี้ทำใจให้ดีๆไว้ก่อน
ตั้งสติให้อยู่กับตัว อย่าเพิ่งไปคิดอะไรมากเลย"
"........................"
คำพูดอันตรงของโก้กินใจอั๋นพอสมควร แต่เธอก็ได้ข้อคิดที่ดีอยู่เหมือนกัน ถึงกระนั้น โก้ก็เป็นคนคนเดียวที่เธอรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนในยามยาก เขามักให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตแก่เธอมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันมา เธอมักมากินมื้อกลางวันที่ร้านของเขาเสมอ และมากับกลุ่มเพื่อนของเธอเป็นบางครั้ง
"อืม........ งั้น... ฉันเอาผัดซีอิ๊วจานนึง เส้นน้อยๆคะน้าเยอะๆ... แล้วก็ทอดไข่ดาวมะตูมราดให้ด้วย"
"เอ้อ ต้องงี้สิวะ เข้มแข็งเข้าไว้... ได้เลย เหมือนเดิมนะ จัดให้"
วันต่อมา... ที่มหาวิทยาลัยอันมีชื่อแห่งหนึ่งกลางกรุง... บริเวณที่นั่งเล่นอันร่มรื่นไปด้วยบรรดาพืชพรรณและต้นไม้ใหญ่ทั้งหลาย หลังอาคารแผนกวิชาทั่วไป
"โอ้ยยย เบื่อ !.... ฉันละเกลียดวิชาบ้านี่จริงๆ...ยายแก่นั่นก็จ้องแต่จะบ่นฉันอยู่คนเดียว ทีคนอื่นละพูดดีด้วย ! เหม็นหน้าวุ้ย !"
"แหม ยายเป๊กกี้... ก็แกเอาแต่แต่งตัวล่อตะเข้ผิดระเบียบซะขนาดนี้ 'จารย์แกก็เจ้าระเบียบ แกก็ต้องโดนแหงอยู่แล้วย่ะ"
"ใช่ ! แกก็รู้นี่ ว่าวันนี้จะมีวิชาสังคม วันนี้แกก็น่าจะแต่งตัวธรรมดามาซักวัน มันจะเป็นอะไรไป ? โดนบ่นรัวๆไปสิ"
"ยายเหมียว ! ยายเหมยลี่ ! พวกแกก็ด้วยเหรอ !? ... ฉันชอบแต่งสวยๆของฉันแบบนี้มันไปหนักอะไรใครนักหนายะ ? พวกหนุ่มๆเค้าชอบกันจะตาย"
"แหววววะะะะะะ !!"
ในขณะที่เหมียวกับเหมยลี่พากันออกอาการรับไม่ได้กับความเลี่ยนในท่าทางยั่วยวนผู้ชายของเป๊กกี้ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของเธอ อั๋นยังคงนั่งนิ่ง มีอาการเหม่อลอย พลางจิบโค๊กผสมเครื่องดื่มชูกำลังไป ความเจ็บช้ำในใจยังคงเสียดแทงอยู่ในอก อั๋นกับคู่ขาคนนั้นของเธอคบกันมานานมากแล้ว แต่ก็มาเลิกร้างกันไปอย่างรวดเร็ว เพราะอั๋นจับได้ว่าคู่ขาแอบคบชู้กับผู้ชายที่รวยระดับเสี่ยคนหนึ่ง และอั๋นก็เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความเจ้าชู้อันล้ำลึกจับตัวได้ยากของคู่ขาคนนั้นของเธอ ความช็อคอันนั้นยังทำงานไหลเวียนอยู่ในอกของอั๋นไม่จางคลาย
"ยายอั๋น ?.... นี่ ยายอั๋น !"
"...... !! .... ห๊ะ... อะไร ?... อะไรเหรอ ?" อั๋นสร่างจากภวังค์อันมืดมนของเธอเพราะเสียงเรียกของเป๊กกี้
เป๊กกี้หยุดแสดงท่าทางต่างๆ และกลับมีท่าทีสลด เข้ามานั่งไกล้อั๋น ลูบหลังอันแบบบางของอั๋นด้วยความเป็นห่วง
"นี่.... แกอย่าคิดมากเลย แกยังมีพวกฉันอยู่ทั้งคนนะยะ... ปล่อยมันไปเถอะ คนเลวคนเจ้าชู้สุดขั้วแบบนั้นน่ะ...
ยายนั่นมันเกินไปจริงๆ ขนาดฉันเองยังรับไม่ได้เลย... เจอมันที่ไหนฉันจะตบมันให้คว่ำเลย คอยดู !"
"ขอบใจแกนะ เป๊กกี้... แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก มันจะตายเอา" อั๋นรู้ซึ้งดีถึงความเป็นนักเลงที่เป็นนิสัยแฝงของเป๊กกี้
"ตายก็ดีน่ะสิ รกโลก... โอ๊ย ! ผู้หญิงอะไร มารยาจัด เป็นไบอีก... หลอกได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง" ในใจลึกๆของเหมยลี่รู้สึกแขยงกับสังคมเพศที่สาม
"ใช่... เห็นแก่เงินจนไม่นึกถึงความสัมพันธ์ที่คบกันมานาน... งี้แหละ ความโลภกับความร่านบวกกัน... แกอย่าไปอาลัยอาวรกะมันเลยยายอั๋น" เหมียวแสดงอารมณ์บ้าง
"........................" อั๋นยังคงนิ่งเงียบ จิบโค้กไปไม่พูดอะไร
"นี่ ยายอั๋น... แกเลิกซึมได้แล้วย่ะ แค่นี้ไม่ตายหรอก ชีวิตคนเราน่ะยังมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ......อ๊ะ!... พูดถึงความสนุก... เฮ้ย นี่ พวกแก !... อาฉันบอกว่า คืนนี้ที่ ยูซีมี จะมีอีเว้นต์พิเศษนะเว้ย ดาราจะมากันหลายคนเลย ! พรุ่งนี้กับวันมะรืนไม่มีเรียนพอดี ไปมั้ยๆ ?"
"เฮ้ย จริงดิ !? ไปดิ ไปๆๆๆ !" เหมยลี่ตอบรับทันทีเพราะความบ้าดาราของเธอ
"ไปๆๆ ! ไงยายอั๋น แกจะได้คลายเครียดด้วยนะเว้ย... ไปแด๊นซ์กันซักตั้ง !"
".........." อั๋นพยักหน้า ยิ้มเพียงมุมปาก
อั๋นไม่ได้ออกอาการตื่นเต้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะความโศกในใจของเธอยังคงทำงานของมันอยู่ การไปเที่ยวที่ไนท์คลับชื่อ U. C. ME เป็นสิ่งที่อั๋นและเพื่อนๆของเธอโปรดปรานที่สุด แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่า ความตื่นเต้นอันนั้นมันหดหายจนรู้สึกเฉยๆไปซะแล้ว