JJNY : ปฏิรูปเสดตะกิดดี๊ดี...ซี้จุกสูญ ขีดความสามารถแข่งขันของไทยปีนี้ร่วง 3 อันดับอยู่ที่ 30

กระทู้คำถาม
“สหรัฐ” ขึ้นอันดับ 1 ประเทศที่มีขีดความสามารถแข่งขันสูงสุดของโลกในปี 2561 ขณะที่ “ไทย” ร่วงจากปีก่อน 3 อันดับ อยู่ที่อันดับ 30  

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. รายงานผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2561 ซึ่งสำรวจและจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทั้งหมด 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก  โดยสหรัฐเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันอันดับ 1 ของโลก จากปีที่แล้วที่อยู่อันดับ 4 เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับความโดดเด่นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ตามมาด้วยฮ่องกง สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์

ส่วนขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยปีนี้ ร่วงลงไป 3 อันดับ อยู่อันดับที่ 30 จากปีก่อนอยู่ที่ 27   สำหรับอินโดนีเซียลดลงจากอันดับที่ 42 เป็น 43 และฟิลิปปินส์ลดลงจากอันดับที่ 41 เป็น 50    ทั้งนี้ สิงคโปร์และฮ่องกงเป็นเพียง 2 ประเทศในเอเชียที่ติดท็อป 10 จากการจัดอันดับปีนี้

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ในฐานะประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน TMA บอกว่า จากผลการจัดอันดับในปีนี้ถึงแม้อันดับในภาพรวมจะลดลง แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีอันดับดีขึ้น ขณะที่การลงทุนโดยรัฐในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ส่งผลลบต่ออันดับบางด้านในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะมีผลบวกต่อเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ประเด็นที่รัฐบาลยังคงต้องให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาทางด้านสังคม การศึกษา และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ

ด้านนางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองเลขาธิการ สศช. บอกว่า ในปีนี้แม้ว่าผลการจัดอันดับในภาพรวมจะลดลง แต่ในองค์ประกอบนั้นมีดีขึ้น 1 ด้าน และสามารถรักษาอันดับไว้ได้ใน 2 ด้านคือด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพภาคเอกชน ส่วนการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กับภาคธุรกิจก็ส่งผลให้อันดับด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 2 อันดับ และรัฐบาลก็มีแนวทางที่จะดำเนินการให้เกิดผลอย่างกว้างขวางมากขึ้นต่อไปจากการปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย คล่องตัว และการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลในการให้บริการให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาปัจจัยที่เป็นพื้นฐานเชิงโครงสร้างในทุกด้าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่