เข้ากับเพื่อนในห้องไม่ได้ ทำไงดี

คือเราสอบเข้า โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดในรดับม.ปลายได้และเปิดเรียนมาจะสองอาทิตย์แล้วค่ะ
แล้วทีนี้... ด้วยความที่เราเข้ามาเดี่ยวๆ ไม่มีเพื่อนมาด้วย
จะเพราะจบจาก กศน. ก็ดี
หรือเพื่อนรุ่นก่อนๆที่เคยเรียนด้วยกันตอนประถมก็ดี

เราเข้ามาเป็นรุ่นน้องของเพื่อนอีกทีค่ะ....
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา

บอกกันตามตรงว่าตลอดเวลาสี่-ห้าปีที่ผ่านมา แทบไม่ได้คบเพื่อนเป็นตัวเป็นตนเลยค่ะ
จะมีคุยบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสนิทหรือชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน
และด้วยความที่ว่าอีนี่นั้น มนุษย์สัมพันธ์ก็ติดลบไปตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้ว
การพูดคุย กินข้าว ทานอาหารที่ร.ร.เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากๆ

เราขอยอมรับว่า ตั้งแต่เปิดเทอมมานั้น
ข้าวกลางวันยังไม่ได้-เลยค่ะ 5555555

ขมนในโรงอาหารก็ไม่ได้ซื้อ ขนมหน้าร.ร.หลังเลิกเรียนก็ไม่ได้ซื้อ

จากที่กล่าวมาคือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสังคมของเรานั้นติดลบทั้งหมดค่ะ....
ยกเว้นเพียงแต่สังคมที่ใช้แป้นสัมผัสในการพิมพ์

ถ้าหากถามกันตามตรงว่า ระหว่างการคุยในสื่อโซเชียลนั้น กับ การพูดคุยกันต่อหน้าตรงๆหรือจะโทรหากัน
เราขอเลือกการพิมพ์คุยกันดีกว่า
จะบอกว่า เราคิดว่าตัวเองอ่ะ พิมพ์แล้วเหมือนคนปกติพูดมากกว่าอ่า หมายถึงคำพูดที่พูดๆไปต่อหน้าคนอื่นคือนี่ติดๆขัดๆมากถึงที่สุดค่ะ
แถมพูดเสียงเบาอีกต่างหาก 55555

แต่ถ้าเป็นเพื่อนเราตอนประถมที่เคยคุยๆกันแล้วค่อนข้างที่จะสนิท(เราอ่ะนับว่าสนิท แต่สำหรับเค้าอะเราไม่สนิท5555)
คือเราก็คุยได้ปกตินะ แต่สำหรับเพื่อนใหม่นี่ดิ

แล้วคือพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ใช่ไหมล่ะ เราทำเรื่องขอย้ายห้องไปอีกห้อง(เป็นแผนการเรียนอื่น)
ซึ่งแน่นอนว่าในห้องนั้นไม่มีใครเป็นเพื่อนกับเรากันมาก่อนนะ เพราะแน่ๆเลยคือถ้านับตามความจริงแล้วเขาเป็นรุ่นน้องเราค่ะ
เราก็เลยต้องย้ายไปเรียนห้องใหม่ในวันพรุ่งนี้
และเรากลัวว้า มันจะเป็นเหมือนเดิม
เหมือนตอนที่เราอยู่ห้องนี้อีก

เราพยายามนะ แต่มันเหมือนไม่ใช่ตัวเราอ่ะ
เราทะเลาะกับพ่อแม่เรื่องเพื่อนด้วยแหละ

ด้วยความที่เราไม่ใช่คนคุยเก่งอะไรแบบนั้น
และออกไปทางเงียบถึงขีด
ที่สามารถเดินตามเพื่อนโดยที่เพื่อนไม่รู้สึกถึงตัวตนของเราได้....
หรือแม้กระทั่งนั่งในห้องเรียน เพื่อนก็จะลืมเราไปเลย 55555

เรากลัวว่ามันจะเป็นปัญหาในระยะยาวอ่ะ
มันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสามปีเลยใช่มั้ยล่ะ
แล้วไหนจะตอนขึ้นม.ปลายแล้ว งานกลุ่มก็ดันเยอะกว่างานเดียวที่ทำตอนเรียน กศน.อีก

เพิ่มเติมคือเราไม่ทราบว่าปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เราเริ่มรู้สึกตัวเมื่อตอนเรียนประถม6 ที่ผ่านมาจะ 5 ปีแล้ว
มันเป็นช่วง ป.6 เทอม2 ที่เราโดนแกล้งหนักมากๆจนไม่อยากไปโรงเรียนและโดดเรียนบ่อยๆ
ช่วงนั้นมันทำให้ปฏิเสธที่จะเข้าสังคมมากๆ เราปลอบตัวเองคำเดียวว่า ต่อให้ไม่มีเพื่อนเราก็อยู่ได้

เราไม่เคยบอกเรื่องนี้กับพ่อกับแม่นะ
และไม่คิดจะบอกด้วย
เอาจริงๆครอบครัวเรามันก็ไม่ได้อบอุ่นอยู่แล้วอ่ะ

แล้วเราก็ไม่อินกับคำว่าพ่อแม่มานานแล้วด้วย
ทุกครั้งที่มีปัญหากัน เราเถียงตัวเองในใจว่า ทำไมเราต้องเกิดมาเป็นลูกของเขาด้วย
ทำไมเราต้องเกิดมามีชีวิต? มีความรู้ัสึก?

เราเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายนะ หลายรอบด้วย
ตายๆไปซะก็ดี
แต่ไม่รู้ทำไมเราถึงยังมีชีวิตอยู่แล้วมานั่งพิมพ์อะไรแบบนี้

เราไม่ได้นับถือศาสนานะ (แม้ที่บ้านจะบังคับให้นับถือศาสนาก็ตาม)
เราไม่อินกับเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ช่วงที่ไม่ได้เรียนต่อม.ต้นใหม่ๆแล้วแหละ

หลายครั้งมากนะที่แบบสอบถามประวัตินักเรียน จะมีการถามถึงศาสนาที่นับถือ
เราอยากขีดฆ่ามันออกมากเลย
แต่ทว่าสิ่งที่ทำจริงๆนั้น จำใจเขียนศาสนาของพ่อแม่ลงไปแทนค่ะ...

จะว่าไปพิมพ์ไปพิมพ์ไหงมาโผล่เรื่องแบบนี้ได้ล่ะน่ี่.....
สรุปรวบรัดตัดตอนเลยแล้วกัน
เราจะหาเพื่อนยังไง ไม่ให้ดูพยายามมากเกินไป
เพราะบางเรื่องพยายามมากเกินไปก็กลายเป็นแย่เสียเปล่าๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่