หลังจากเขียนเรื่อง "โสมม" ไปแล้ว ความสนใจของผู้คนเป็นอย่างไรนั้น ไม่อาจจะทราบได้ แค่อยากบอกสิ่งที่เกิดในอดีต และจะเปลี่ยนไปในอนาคต วันนี้มาว่ากันต่อถึง "หุ้นโสมม" ตัวนี้ เรียกได้ว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อเข้ามาอยู่ในตลาดหุ้น ก็ถือว่า "ไม่ธรรมดา" แล้ว เพราะไม่ได้ทำ IPO (Initial Public Offering) เหมือนหุ้นทั่วๆ ไป แต่เป็นการเข้ามาทางประตูหลัง หรือที่เรียกกันว่า Backdoor Listing
การเข้ามาครั้งแรก ก็เริ่มสร้างความเจ็บช้ำให้กับนักลงทุนแล้ว เพราะ "ตะกละตะกลาม มูมมาม" รีบเก็บกิน โดยไม่สนใจผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด จากนั้น ก็พยายามสร้างข่าว สร้างภาพ ถึงความเป็นมืออาชีพ แต่เริ่มต้นทำงาน ก็เริ่มเบี้ยวหนี้กับคนที่เขาทำงานให้ เริ่มไม่จ่ายสตางค์ค่างาน ช่างแตกต่างกับช่วงหน้างาน เวลาออกงานเปย์ไม่อั้น แต่หลังจบงาน คนทำงานจะเก็บตังค์ ปรากฎว่า "เงียบ" จนคนรับงานทนไม่ไหว จำต้องโบกมือลา เป็นการลาจากแบบไม่ดีนัก
ว่ากันตามตรง ตั้งแต่เข้าตลาดมาผ่านการ Backdoor Listing ทุกข่าวที่กระจายออกไป ผ่านมือบรรดาพีอาร์ทั้งหลายที่ไปรับงาน บ่นกันเสียงเดียว ว่าจอม "เบี้ยว" หนักไปกว่านั้น กับธุรกิจของตัวเอง ก็ไม่ได้แตกต่างกัน จ้างงานแล้วไม่จ่ายตังค์ หลายรายแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่า "วาจาอาญาสิทธิ์" หรืออย่างไร ถึงได้เชิญชวนคนอื่นมาร่วมงานได้ทุกครั้ง รายแล้ว รายเล่า ต่างเข้ามาทำงานให้ โดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่า ผลตอบแทนที่ได้คืออะไร
ทำแบบนี้มาหลายปี จนคนใน "วงการเดียวกันรู้ไส้ รู้พุง" แต่ทำไงได้ บางรายหลงคารม ให้ยืมเงินเป็นสิบล้าน แต่เวลาจ่ายกลับจ่ายเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่หนึ่งหลัง ฟังแล้วดูดีนะครับ แต่หารู้ไม่ว่า บ้านที่ได้ก็ไม่สมประกอบ จำต้องมาทำใหม่อีกหลายล้านบาท แต่ทำไงได้ เพราะเจ้าหนี้พอรู้ประวัติแล้ว จำต้องรับ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เรื่องผลประกอบการของบริษัท แทบไม่ต้องพูดถึง ผลกำไรที่ย้อนหลังไป ปี 2558 ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ไปดูกันจริงๆ ว่าเขาทำอะไร ปีเดียวนะครับ คือปี 2558 เพิ่มทุนแบบ PP (Private Placement) หลายรอบ เกือบ 3,000 ล้านหุ้น ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง พอให้ใช้แบบสบายๆ มาหลายปี ราคาหุ้นก็ขยับขึ้นให้ อย่างน้อยก็ทำให้คนได้หุ้นมาสบายใจ ว่าจะสามารถออกของได้ หรือบางคนอาจจะต้องการเห็นธุรกิจเดินหน้า เพราะภาพที่สร้างไว้ดีเหลือเกิน "ไฮโซมากๆ"
ที่สำคัญ ก่อนเพิ่มทุน จะมีการดึงหุ้นขึ้น สร้างราคาเพื่อล่อใจ เอาแค่ปี 2558 ราคาหุ้นหวือหวามาก เกือบทั้งปีที่มีการออกหุ้น PP พอช่วงปลายปี ก็เกิด "โศกนาฏกรรม" ราคาหุ้นดิ่งเหว กลายเป็นผึ้งแตกรัง ยาวไปถึงต้นปี 2559 จากนั้นก็อยู่ในอาการซึมลง ซึงลงตลอด ไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะงบปี 2558 ที่ออกมา พอดูได้ แต่ในปี 2559-2560 ขาดทุนยับ
ความน่าสนใจของหุ้นตัวนี้ ดูเหมือนจะเป็นสินทรัพย์ ที่พอจะกู้หน้า กู้ตาได้บ้าง เพราะเป็นคนรักทรัพย์สิน สะสมไว้เยอะ แต่นั่นแหละ คนทำงาน ทำไม่เป็น ก็เหมือน "ไก่ได้พลอย" ไม่สามารถบริหารสินทรัพย์ที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด คงหวังว่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งราคาดี เลยเบี้ยวหนี้คนอื่น กอดสินทรัพย์ตัวเองไว้ สบายตัวที่สุด คนอื่นช่างมัน
ที่น่ากลัวที่สุด คือ ธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ยิ่งทำยิ่งแย่ แต่ธุรกิจที่อยู่นอกตลาด กับพยายามเดินหน้า และปลุกปั้นสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอีกครั้ง มีการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ นี่ เดินทางไปจีนบ่อยครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้า ได้คุยเอาไว้ว่า "จีน" คือเป้าหมาย และติดต่อมาเพื่อขอซื้อสินค้าของตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็หลายปีแล้ว ความคืบหน้ามีให้เห็นไม่มาก จนกระทั่งล่าสุดนี้ ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ ขายได้บ้าง แต่ไม่รู้ว่า ราคาเป็นไง ให้ส่วนลดไปเท่าไหร่
อย่างที่บอกไปก่อนหน้า กำลังโดนผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่บีบ ให้ขายของที่ไม่มีกำไร ไม่สร้างรายได้ทิ้ง "ใครทำไม่ได้ไล่ออก" เล่นเอาพนักงานวิ่งกันวุ่น เพราะสถานะเดิมก็แย่อยู่แล้ว เจอไม้นี้เข้าไป ถึงกับมึน ทำงานกันแบบไม่คิดชีวิต เพราะหวัง "คอมมิชชั่น" ยิ่งขายมาก ยิ่งได้ ล่าสุดเจ้านายกลับมาจากจีน ก็แค่มาจ่ายเงินเดือนให้กับธุรกิจนอกตลาดของตัวเอง เพราะจำต้องเลี้ยงเอาไว ก่อนจะบินกลับจีนต่อ "นัยยะ" เพื่อทำงาน ปิดดีลให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น มีกระแสหลุดออกมาอีก ฝันไกลไปถึงจะทำ "ธุรกิจเครื่องมือแพทย์" โดยคุยให้ความหวังกับลูกน้องคนสนิท ว่าเทคโนโลยีของจีน ดีกว่า "ยุโรป และอเมริกา" เรียกว่าขายฝันรอบใหม่ ให้คนใกล้ชิดสบายใจก่อน เพราะบูชานายคนนี้มานาน "นายว่าไง หนูเอาด้วย"
หวังว่า "มุกใหม่" นี้ จะผ่านตาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายใหม่บ้างนะครับ หรือจะเป็นแค่การสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้กับลูกน้อง ให้ทำงานถวายหัว เร่งขายของให้ จะได้ไม่โดนไล่ออก และมีเงินกลับเข้าบริษัท แต่ก็ไม่รู้ว่า จะไซ่ฟ่อนออกไปให้กับธุรกิจนอกตลาดอีกหรือเปล่า เพราะถือเป็นธุรกิจคู่ขนานที่ทำควบคู่กับธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ดูเหมือนว่า ปัจจุบันจะเป็นธุรกิจหลักไปแล้ว
ล่าสุด "ข่าวว่า" ถึงกับต้องมีการ "สึกพระ" ที่บวชมาระยะหนึ่ง เพื่อให้กลับมาดูแลธุรกิจ เพราะกำลังใกล้จะแล้วเสร็จตามแผนงาน จำต้องมีคนดูแล แต่อีกกระแสหนึ่งว่า การสึกออกมาของพระ เป็นการเตรียมตัวที่จะกลับเข้ามาสู่แวดวงการเมือง เนื่องจากปีกลองกำลังจะเริ่ม แต่ก็คงจะต้องนำมาพักเอาไว้ในธุรกิจก่อน เนื่องจากก่อนหน้า ได้สร้างผลงานดีๆ ไว้เยอะเหมือนกัน จนเป็นที่น่าพึงพอใจ
แวะไปดูงบไตรมาส 1 ที่ผ่านมา "สินทรัพย์" ที่มีเริ่มลดลง ดูเหมือนว่า จะเริ่มผ่องถ่ายกันบ้างแล้ว จะเอาออกไปไหนไม่รู้ จะขายให้ใครไม่ทราบ แต่ยอดขายแค่ไตรมาส 1 เกือบเท่ากับทั้งปีปี 2560 จะดีหน่อยตรงการขาดทุนลดลง นั่นเพราะปี 2560 มีค่าใช้จ่าย 1 ปี นี่แค่ไตรมาสเดียว เท่ากับว่า เริ่มมีการผ่องถ่าย ขายของเก่ากินกันแล้วหรือไม่ ต้องจับตาดู และไม่รู้ว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 80% หรือกว่า 8,700 คน จะคิดอย่างไรกับหุ้นตัวนี้
ที่ต้องถาม เพราะจากนี้ไป อะไรจะเกิดขึ้น แค่ "เกมหุ้นรอบใหม่" หรือจะทำธุรกิจจริงๆ ผ่านผู้ถือหุ้นรายใหม่ ก็ต้องจับตาดู เพราะทรัพย์สินเยอะ แปลงสภาพเป็นเงินสด แล้วนำมาทำธุรกิจคู่ขนาน แล้วขายธุรกิจเดิมซึ่ง "เน่า" จนกู้ไม่ไหวทิ้ง มาเริ่มธุรกิจใหม่ ดูท่าจะมีอนาคตกว่า แต่ว่า "ต้องทำจริง" ไม่ใช่ขายฝันเหมือนแบบเดิมๆ กลเกมก็จะกลับมาเหมือนเดิม และซ้ำเติมผู้ถือหุ้นรายย่อยเหมือนเดิม เพราะหุ้นตัวนี้ ว่ากันตามตรง นับตั้งแต่ Backdoor Listing เข้ามา ยังไม่เคยได้สร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยเลย
ไม่น่าเชื่อ ว่าหุ้นแบบนี้ จะอยู่ในตลาดได้ แต่แม้จะฟังดูแย่อย่างไร ที่นี่ก็ยังถือว่า ดีกว่าอีกหลายๆ บริษัท ที่มีแต่เปลือก ไม่ได้มีสินทรัพย์ใดๆ เป็นประกันความเสี่ยง ที่นี่ยังมีบู๊คแวลู่ สูงเกือบ 1 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน ง่ายๆ ขายสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี แล้วเลิกกิจการ เอาเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้ถือหุ้นครบทุกราย จากราคาหุ้นในปัจจุบัน ถือว่ามีกำไรกันถ้วนหน้า
ที่ผ่านมา บริษัทแห่งนี้มีการเพิ่มทุนสม่ำเสมอ แต่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยได้เลย เงินที่ใส่ไปแล้วหายสาบสูญเกือบทุกครั้ง แทบไม่ได้รับผลตอบแทนคืนกลับไม่มีใครตอบได้ ว่าเมื่อไหร่ "พวกเขา" ถึงจะอิ่ม เท่าไหร่ถึงจะพอ จะให้ต้องให้ใส่เงินเข้าไปในนั้นอีกเท่าไหร่หรือ?
ผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่เข้ามา จะเป็นเหยื่อ เหมือนรายอื่นๆ อีกหรือไม่ "มุกใหม่" ที่นำมาใช้ นี่แค่เริ่มต้น จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ ยังต้องติดตาม แต่รอบนี้คงไม่หมูอย่างที่คิด เพราะ PP รายใหม่ "เขี้ยวลากดิน" รู้เท่าทัน และว่างทางหนี ทีไล่ เอาไว้แล้ว รอบนี้ไม่หมูนะจ๊ะ "อาเจ๊-อาเฮีย"
ขอบคุณบทความจาก www.facebook.com/Share2Trade/
"ฉ้อฉล" ผ่านลมลวง และกลหุ้น : โดย มิตร กัลยาณมิตร บทความจากเว็บไซต์ Share2Trade
การเข้ามาครั้งแรก ก็เริ่มสร้างความเจ็บช้ำให้กับนักลงทุนแล้ว เพราะ "ตะกละตะกลาม มูมมาม" รีบเก็บกิน โดยไม่สนใจผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด จากนั้น ก็พยายามสร้างข่าว สร้างภาพ ถึงความเป็นมืออาชีพ แต่เริ่มต้นทำงาน ก็เริ่มเบี้ยวหนี้กับคนที่เขาทำงานให้ เริ่มไม่จ่ายสตางค์ค่างาน ช่างแตกต่างกับช่วงหน้างาน เวลาออกงานเปย์ไม่อั้น แต่หลังจบงาน คนทำงานจะเก็บตังค์ ปรากฎว่า "เงียบ" จนคนรับงานทนไม่ไหว จำต้องโบกมือลา เป็นการลาจากแบบไม่ดีนัก
ว่ากันตามตรง ตั้งแต่เข้าตลาดมาผ่านการ Backdoor Listing ทุกข่าวที่กระจายออกไป ผ่านมือบรรดาพีอาร์ทั้งหลายที่ไปรับงาน บ่นกันเสียงเดียว ว่าจอม "เบี้ยว" หนักไปกว่านั้น กับธุรกิจของตัวเอง ก็ไม่ได้แตกต่างกัน จ้างงานแล้วไม่จ่ายตังค์ หลายรายแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่า "วาจาอาญาสิทธิ์" หรืออย่างไร ถึงได้เชิญชวนคนอื่นมาร่วมงานได้ทุกครั้ง รายแล้ว รายเล่า ต่างเข้ามาทำงานให้ โดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่า ผลตอบแทนที่ได้คืออะไร
ทำแบบนี้มาหลายปี จนคนใน "วงการเดียวกันรู้ไส้ รู้พุง" แต่ทำไงได้ บางรายหลงคารม ให้ยืมเงินเป็นสิบล้าน แต่เวลาจ่ายกลับจ่ายเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่หนึ่งหลัง ฟังแล้วดูดีนะครับ แต่หารู้ไม่ว่า บ้านที่ได้ก็ไม่สมประกอบ จำต้องมาทำใหม่อีกหลายล้านบาท แต่ทำไงได้ เพราะเจ้าหนี้พอรู้ประวัติแล้ว จำต้องรับ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เรื่องผลประกอบการของบริษัท แทบไม่ต้องพูดถึง ผลกำไรที่ย้อนหลังไป ปี 2558 ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ไปดูกันจริงๆ ว่าเขาทำอะไร ปีเดียวนะครับ คือปี 2558 เพิ่มทุนแบบ PP (Private Placement) หลายรอบ เกือบ 3,000 ล้านหุ้น ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง พอให้ใช้แบบสบายๆ มาหลายปี ราคาหุ้นก็ขยับขึ้นให้ อย่างน้อยก็ทำให้คนได้หุ้นมาสบายใจ ว่าจะสามารถออกของได้ หรือบางคนอาจจะต้องการเห็นธุรกิจเดินหน้า เพราะภาพที่สร้างไว้ดีเหลือเกิน "ไฮโซมากๆ"
ที่สำคัญ ก่อนเพิ่มทุน จะมีการดึงหุ้นขึ้น สร้างราคาเพื่อล่อใจ เอาแค่ปี 2558 ราคาหุ้นหวือหวามาก เกือบทั้งปีที่มีการออกหุ้น PP พอช่วงปลายปี ก็เกิด "โศกนาฏกรรม" ราคาหุ้นดิ่งเหว กลายเป็นผึ้งแตกรัง ยาวไปถึงต้นปี 2559 จากนั้นก็อยู่ในอาการซึมลง ซึงลงตลอด ไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะงบปี 2558 ที่ออกมา พอดูได้ แต่ในปี 2559-2560 ขาดทุนยับ
ความน่าสนใจของหุ้นตัวนี้ ดูเหมือนจะเป็นสินทรัพย์ ที่พอจะกู้หน้า กู้ตาได้บ้าง เพราะเป็นคนรักทรัพย์สิน สะสมไว้เยอะ แต่นั่นแหละ คนทำงาน ทำไม่เป็น ก็เหมือน "ไก่ได้พลอย" ไม่สามารถบริหารสินทรัพย์ที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด คงหวังว่า ยิ่งเก็บนาน ยิ่งราคาดี เลยเบี้ยวหนี้คนอื่น กอดสินทรัพย์ตัวเองไว้ สบายตัวที่สุด คนอื่นช่างมัน
ที่น่ากลัวที่สุด คือ ธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ยิ่งทำยิ่งแย่ แต่ธุรกิจที่อยู่นอกตลาด กับพยายามเดินหน้า และปลุกปั้นสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอีกครั้ง มีการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ นี่ เดินทางไปจีนบ่อยครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้า ได้คุยเอาไว้ว่า "จีน" คือเป้าหมาย และติดต่อมาเพื่อขอซื้อสินค้าของตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็หลายปีแล้ว ความคืบหน้ามีให้เห็นไม่มาก จนกระทั่งล่าสุดนี้ ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ ขายได้บ้าง แต่ไม่รู้ว่า ราคาเป็นไง ให้ส่วนลดไปเท่าไหร่
อย่างที่บอกไปก่อนหน้า กำลังโดนผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่บีบ ให้ขายของที่ไม่มีกำไร ไม่สร้างรายได้ทิ้ง "ใครทำไม่ได้ไล่ออก" เล่นเอาพนักงานวิ่งกันวุ่น เพราะสถานะเดิมก็แย่อยู่แล้ว เจอไม้นี้เข้าไป ถึงกับมึน ทำงานกันแบบไม่คิดชีวิต เพราะหวัง "คอมมิชชั่น" ยิ่งขายมาก ยิ่งได้ ล่าสุดเจ้านายกลับมาจากจีน ก็แค่มาจ่ายเงินเดือนให้กับธุรกิจนอกตลาดของตัวเอง เพราะจำต้องเลี้ยงเอาไว ก่อนจะบินกลับจีนต่อ "นัยยะ" เพื่อทำงาน ปิดดีลให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น มีกระแสหลุดออกมาอีก ฝันไกลไปถึงจะทำ "ธุรกิจเครื่องมือแพทย์" โดยคุยให้ความหวังกับลูกน้องคนสนิท ว่าเทคโนโลยีของจีน ดีกว่า "ยุโรป และอเมริกา" เรียกว่าขายฝันรอบใหม่ ให้คนใกล้ชิดสบายใจก่อน เพราะบูชานายคนนี้มานาน "นายว่าไง หนูเอาด้วย"
หวังว่า "มุกใหม่" นี้ จะผ่านตาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายใหม่บ้างนะครับ หรือจะเป็นแค่การสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้กับลูกน้อง ให้ทำงานถวายหัว เร่งขายของให้ จะได้ไม่โดนไล่ออก และมีเงินกลับเข้าบริษัท แต่ก็ไม่รู้ว่า จะไซ่ฟ่อนออกไปให้กับธุรกิจนอกตลาดอีกหรือเปล่า เพราะถือเป็นธุรกิจคู่ขนานที่ทำควบคู่กับธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ดูเหมือนว่า ปัจจุบันจะเป็นธุรกิจหลักไปแล้ว
ล่าสุด "ข่าวว่า" ถึงกับต้องมีการ "สึกพระ" ที่บวชมาระยะหนึ่ง เพื่อให้กลับมาดูแลธุรกิจ เพราะกำลังใกล้จะแล้วเสร็จตามแผนงาน จำต้องมีคนดูแล แต่อีกกระแสหนึ่งว่า การสึกออกมาของพระ เป็นการเตรียมตัวที่จะกลับเข้ามาสู่แวดวงการเมือง เนื่องจากปีกลองกำลังจะเริ่ม แต่ก็คงจะต้องนำมาพักเอาไว้ในธุรกิจก่อน เนื่องจากก่อนหน้า ได้สร้างผลงานดีๆ ไว้เยอะเหมือนกัน จนเป็นที่น่าพึงพอใจ
แวะไปดูงบไตรมาส 1 ที่ผ่านมา "สินทรัพย์" ที่มีเริ่มลดลง ดูเหมือนว่า จะเริ่มผ่องถ่ายกันบ้างแล้ว จะเอาออกไปไหนไม่รู้ จะขายให้ใครไม่ทราบ แต่ยอดขายแค่ไตรมาส 1 เกือบเท่ากับทั้งปีปี 2560 จะดีหน่อยตรงการขาดทุนลดลง นั่นเพราะปี 2560 มีค่าใช้จ่าย 1 ปี นี่แค่ไตรมาสเดียว เท่ากับว่า เริ่มมีการผ่องถ่าย ขายของเก่ากินกันแล้วหรือไม่ ต้องจับตาดู และไม่รู้ว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 80% หรือกว่า 8,700 คน จะคิดอย่างไรกับหุ้นตัวนี้
ที่ต้องถาม เพราะจากนี้ไป อะไรจะเกิดขึ้น แค่ "เกมหุ้นรอบใหม่" หรือจะทำธุรกิจจริงๆ ผ่านผู้ถือหุ้นรายใหม่ ก็ต้องจับตาดู เพราะทรัพย์สินเยอะ แปลงสภาพเป็นเงินสด แล้วนำมาทำธุรกิจคู่ขนาน แล้วขายธุรกิจเดิมซึ่ง "เน่า" จนกู้ไม่ไหวทิ้ง มาเริ่มธุรกิจใหม่ ดูท่าจะมีอนาคตกว่า แต่ว่า "ต้องทำจริง" ไม่ใช่ขายฝันเหมือนแบบเดิมๆ กลเกมก็จะกลับมาเหมือนเดิม และซ้ำเติมผู้ถือหุ้นรายย่อยเหมือนเดิม เพราะหุ้นตัวนี้ ว่ากันตามตรง นับตั้งแต่ Backdoor Listing เข้ามา ยังไม่เคยได้สร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยเลย
ไม่น่าเชื่อ ว่าหุ้นแบบนี้ จะอยู่ในตลาดได้ แต่แม้จะฟังดูแย่อย่างไร ที่นี่ก็ยังถือว่า ดีกว่าอีกหลายๆ บริษัท ที่มีแต่เปลือก ไม่ได้มีสินทรัพย์ใดๆ เป็นประกันความเสี่ยง ที่นี่ยังมีบู๊คแวลู่ สูงเกือบ 1 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน ง่ายๆ ขายสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี แล้วเลิกกิจการ เอาเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้ถือหุ้นครบทุกราย จากราคาหุ้นในปัจจุบัน ถือว่ามีกำไรกันถ้วนหน้า
ที่ผ่านมา บริษัทแห่งนี้มีการเพิ่มทุนสม่ำเสมอ แต่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยได้เลย เงินที่ใส่ไปแล้วหายสาบสูญเกือบทุกครั้ง แทบไม่ได้รับผลตอบแทนคืนกลับไม่มีใครตอบได้ ว่าเมื่อไหร่ "พวกเขา" ถึงจะอิ่ม เท่าไหร่ถึงจะพอ จะให้ต้องให้ใส่เงินเข้าไปในนั้นอีกเท่าไหร่หรือ?
ผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่เข้ามา จะเป็นเหยื่อ เหมือนรายอื่นๆ อีกหรือไม่ "มุกใหม่" ที่นำมาใช้ นี่แค่เริ่มต้น จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ ยังต้องติดตาม แต่รอบนี้คงไม่หมูอย่างที่คิด เพราะ PP รายใหม่ "เขี้ยวลากดิน" รู้เท่าทัน และว่างทางหนี ทีไล่ เอาไว้แล้ว รอบนี้ไม่หมูนะจ๊ะ "อาเจ๊-อาเฮีย"
ขอบคุณบทความจาก www.facebook.com/Share2Trade/