ข้อมูลดีๆ อ่ารเป็นแนวทาง

กระทู้คำถาม
ปล.ข้อมูลดังกล่าว มีการปรับเปลี่ยนได้เสมอ อ่านแค่แนวทาง

ผลสำรวจ IAA Survey จุดสูงสุดของ SET ไปไม่ถึง 1,900 จุด

51.61% นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ยังคงเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้น ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways
คาด  SET Index จะกลับขึ้นไปเฉลี่ยอยู่ที่ 1,785 จุด ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ประจำเดือนพฤษภาคม ต่อมุมมองในด้านการลงทุน การคาดการณ์ SET Index ในระยะสั้น และต่อเป้าหมายของดัชนี (IAA Survey) ซึ่งผลการสำรวจในเดือนนี้ พบว่า 51.61% นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ยังคงเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้น ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยมีเพียง 25.81% มีมุมมองต่อตลาดในทิศทางบวก และอีก 22.58% มองว่าตลาดจะเปลี่ยนแปลงในทิศทางลบ

ส่วนกรอบดัชนี สำหรับ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม มุมมองของนักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุน ยังคาดว่า SET Index จะกลับขึ้นไปเฉลี่ยอยู่ที่ 1,785 จุด

และเมื่อมองภาพที่ยาวขึ้นไปถึงสิ้นปี 2561 นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน คาดการณ์จุดต่ำสุดของ ดัชนีระหว่างปี มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,703จุด ซึ่งเท่ากับตัวเลขที่สำรวจในเดือนก่อน

ต่อด้วยจุดสูงสุดของ SET Index ในช่วงที่เหลือของปี ผลสำรวจได้ค่าเฉลี่ยดัชนีออกมาอยู่ที่ระดับ 1,885 จุด ซึ่งถือเป็นเดือนแรกที่ตัวเลขเฉลี่ยคาดการณ์จุดสูงสุดของ SET Index ปีนี้ อยู่ต่ำกว่า  1,900 จุด โดยมีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดว่า SET Index จะทำจุดสูงสุดในกรอบเกิน 1,900 จุดขึ้นไป ในสัดส่วนเพียง 28%

ส่วนดัชนีเป้าหมาย ณ วันสิ้นปี ผลสำรวจได้ค่าเฉลี่ยออกมาอยู่ที่ 1,860 จุด โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 12.5% เท่านั้น ที่คาดว่าดัชนี ณ วันสิ้นปี จะอยู่ต่ำกว่า 1,800 จุด

ไปดูกันต่อว่า บรรดานักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ให้น้ำหนัก และติดตามปัจจัยไหนที่จะมีผลต่อ SET Index มากที่สุด

3 ปัจจัย ที่จะมีอิทธิพลต่อหุ้นไทยในระยะสั้น คือ กำไร บจ. ค่าเงินบาท และกระแส Fund Flows
เริ่มที่ปัจจัยที่จะมีผลต่อ SET Index ในระยะสั้น นักวิเคราะห์มองว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ค่าเงินบาท และกระแส Fund Flows ที่จะไหลสู่ตลาดทุนไทย เป็น 3 ปัจจัย ที่จะมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาหุ้นไทยในระยะสั้น

โดยหากมองภาพยาวไปตลอดทั้งปี ต่อปัจจัยที่ถูกคาดหมายว่าน่าจะส่งผลในด้านบวก บรรดานักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ให้น้ำหนักประเด็นเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงผล ประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และปัจจัยทางด้านการเมืองในประเทศ จะเป็น 3 ปัจจัยบวกสำคัญ



ในขณะที่ปัจจัยที่จะส่งผลในด้านลบต่อตลาดทุนไทยในช่วงที่เหลือของปี ประเด็นที่นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนัก คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา (FED) รองลงมา คือ Fund Flows ที่ไหลออกจากตลาดทุนไทย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่