เคยสงสัยหรือป่าว ว่ารายย่อย มักถูกโดนตำหนิ ว่าเล่นหุ้นไม่เป็น เล่นหุ้นตามข่าว ลงทุนไม่เป็น
แต่คุณอาจลืมบทบาทตัวเอง ก็ยัดเยียดข่าวใส่กับดัชนีหุ้นมาป้อนให้ลูกค้า นักลงทุน แบบนี้ไง
หุ้นตกเพราะการเมือง ต่างชาติขายเพราะไม่มีเลือกตั้ง ต่างชาติขายเพราะไม่เป็น ประชาธิปไตย
ต่างชาติซื้อหุ้น เพราะ นายกปู หนีออกนอกประเทศ
แต่ไม่เคยพูดถึงพื้นฐาน กำไร การเติบโตของกิจการอะไรให้นักลงทุนฟังเลย
วิเคราะห์แต่ การเมืองต่างประเทศ การเมืองในประเทศ และก็บอกเป้าราคาหุ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
http://www.moneychannel.co.th/news_detail/22143/
ในสัปดาห์นี้ (21-25 พ.ค.) นักวิเคราะห์แทบทุกสำนัก กลับมาให้ความสนใจกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น เริ่มจากต้นสัปดาห์ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ประกาศเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/61 ขยายตัว 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปี ถือว่าสูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ราว 4% เป็นปัจจัยสนับสนุนเซนติเมนต์หุ้นกลุ่มอิงกับการบริโภคในประเทศ (Domestic)
สะท้อนได้จากหุ้นกลุ่มธนาคารทั้งรายใหญ่และรายกลาง ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นกันแบบยกแผง และยังรับปัจจัยบวกจากกรณี กกบ. พิจารณาเลื่อนใช้ IFRS9 ออกไป 1 ปี
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามคืออุณภูมิปมประเด็นการเมืองของ 3 เหตุการณ์ที่จะเกิดในสัปดาห์นี้ว่าจะยกระดับความร้อนแรง สร้างแรงกดดันให้ SET INDEX ผันผวนมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคหรือไม่
เริ่มกันด้วยเหตุการณ์แรกจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.นี้ คือการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือก กำหนดเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทาง คสช. แสดงท่าทีไม่ให้เคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมฯ จึงต้องติดตามพัฒนาเหตุการณ์นี้ว่าจะยกระดับความรุนแรงหรือไม่
และในวันที่ 23 พ.ค. นับเป็นวันสำคัญที่ทางศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ที่มา สว.ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือต้องมีการแก้ไขเล็กน้อยในชั้นของ สนช. สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ในเดือน มิ.ย.2561 ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดการเลือกตั้งตามเดิมคือเดือน ก.พ.62 ไม่ล่าช้าจนเกินไป
แต่หากต้องแก้ไขหลายส่วนและไม่สามารถดำเนินการในชั้นของ สนช.ได้ กำหนดการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม
และสุดท้ายคือพัฒนาการของเหตุการณ์หลังจากที่ คสช. ร้องทุกข์กล่าวโทษพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรครวม 8 คนที่แถลงข่าวในเชิงวิจารณ์การทำงานของ คสช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะยกระดับไปสู่ความร้อนแรงทางการเมืองหรือไม่
ความเห็นนักกลยุทธ์ บล.บัวหลวง บอกว่า ปัจจัยการเมืองในสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในวันที่ 23 พ.ค. หากศาลชี้ว่ากฎหมาย 2 ฉบับไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีโอกาสสูงที่ดัชนีฯจะเด้งขึ้นขึ้นรับข่าวทันที แต่ในกรณีต้องแก้ไข อาจกดดันให้ SET INDEX ปรับฐาน แต่เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไม่น่าจะหลุด 1,740 จุด เพราะปัจจัยความเสี่ยงในต่างประเทศอย่างการเจรจาการค้า สหรัฐฯให้คำมั่นระงับทำสงครามการค้ากับจีนแล้วชั่วคราว และการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ไม่น่าจะเกิดภาพความรุนแรง จนมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นผู้ลงทุนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
อีกหนึ่งมุมมองจาก บล.ทิสโก้ ยังมีความระมัดระวังกับการลงทุนตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ โดยแนะนำแค่ Wait&See หรือเฝ้ารอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ถ้านักลงทุนอยากเทรดดิ้งรอบสั้น ควรให้ดัชนีฯปิดเหนือ 1,775 จุดก่อน ส่วนนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง ควรเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว ไม่หวังส่วนต่างราคามากนัก แต่หาก SET ถอยต่ำกว่า 1,745 จุดควรหยุดเก็งกำไรเช่นกัน
บล.ไอร่า เผยว่า ถ้าผลออกมาว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญคาดการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามแผนเดิมส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน โดยเฉพาะจากต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนจากความชัดเจนในการเลือกตั้ง แนะจับตาหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของต่างชาติ
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะลงทุนกลุ่มพลังงานปิโตร PTTEP,IVL, BANPU แนะเก็งกำไรในหุ้นที่คาดจะเข้า SET50/100 และมีพื้นฐานดี นำโดย BGRIM, VGI และทยอยสะสม PRM
จับตา 3 ปมการเมือง ระวังฉุด SET สัปดาห์นี้
แต่คุณอาจลืมบทบาทตัวเอง ก็ยัดเยียดข่าวใส่กับดัชนีหุ้นมาป้อนให้ลูกค้า นักลงทุน แบบนี้ไง
หุ้นตกเพราะการเมือง ต่างชาติขายเพราะไม่มีเลือกตั้ง ต่างชาติขายเพราะไม่เป็น ประชาธิปไตย
ต่างชาติซื้อหุ้น เพราะ นายกปู หนีออกนอกประเทศ
แต่ไม่เคยพูดถึงพื้นฐาน กำไร การเติบโตของกิจการอะไรให้นักลงทุนฟังเลย
วิเคราะห์แต่ การเมืองต่างประเทศ การเมืองในประเทศ และก็บอกเป้าราคาหุ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้