สวัสดีครับ พี่ๆ เพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ในการโอนรถจักรยานยนต์
ที่ขาดต่อภาษีมามากกว่า 3 ปี เพื่อเป็นแนวทางให้หลายๆ ท่าน ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอน
ในการใช้บริการกรมขนส่งทางบก เพื่อในการโอนสิทธิกับรถที่ถูกยกเลิกป้ายทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สืบเนื่องจากผมได้รับเจ้า mio มาคันนึงจากพี่ที่รู้จักกัน แต่สภาพขับไม่ได้นะครับ
จอดทิ้งมาแล้วเป็นเวลามากกว่า 3 ปีครับ ในราคาล้อใจให้เอามาซ่อมเพียง 500 บาท...!!!
*** สถาพไม่แย่มาก หลังจากเติมลมยาง แล้วยกขึ้นท้ายกระบะกลับมาที่บ้าน ***

สภาพคันนี้ภายนอกที่มองเห็นในการซ่อมแน่ๆ ก็คือ
1. ปั้มเบรกบนรั่ว
2. ปั้มล่าง *** รอตรวจเช็ค
3. คันสตาร์ทเท้ารูด
4. ระบบไฟไม่ติด *** เปลี่ยนแบตใหม่แล้วก็ไม่ติด
5. เบาะขาด
6. โช๊คหลังตาย
7. ชุดสีสกปรก มีคราบสีทาบ้านติดเกือบทั้งคัน
รายการอื่นรอตรวจสอบต่อไป ........
หลังจากนั้นก็ถอดชุดสี เท่าที่จะถอดได้ ต้องบอกเลยว่าขั้นตอนนี้ลำบากตรงน๊อตเกือบทุกตัว
มันโดนน้องสนิมกินจนรูดไปหลายตัว กว่าจะเอาออกได้เล่นเอาเหนื่อยหน่อยครับ

อันดับแรกต้องทำให้ระบบไฟติดให้ได้ก่อน เลยต้องจั้มไฟตรงหลายจุด ว่าขาดตรงไหน

จากนั้นถอดชิ้นส่วนอื่นๆ ที่หมดสภาพ แล้วทดแทนด้วยของใหม่เข้าไปครับ




หลังจากทำให้สตาร์ทติดแล้ว ก็ทดสอบระบบไฟทุกจุด และทดลองวิ่งดู ทุกอย่างโอเคผ่านไปด้วยดี
ไม่ต้องล้างคาร์บู ถังน้ำมันไม่เป็นสนิม แต่ถ่ายน้ำมันเก่าออกให้หมด เพราะเดิมเค้าเติมเต็มถังไว้
แต่ค่าออกเทนคงหมดสภาพแล้ว จัดการเติมของใหม่เต็มถัง


มาถึงขั้นตอนการต่อภาษี และโอนสิทธิกันครับ
พอดีเจ้าของเดิม และเจ้าของใหม่อยู่ในพื้นที่ กทม. ครับ ที่เดียวที่เราจะต้องไปคือ......
"กรมการขนส่งทางบก" สำนักงานใหญ่ (จตุจักร) เท่านั้น!!!
เอกสารที่ต้องเตรียม
1. สมุดทดทะเบียนรถ
2. แผ่นป้ายทะเบียนรถ
3. ใบคำร้องอื่นๆ *** สำหรับแจ้งขอชำระภาษีย้อนหลัง ***
4. สำเนาบัตรประชาชน *** ผู้ที่ดำเนินการขอชำระภาษีย้อนหลัง ***
5. ใบคำขอโอน และรับโอน
6. ใบมอบอำนาจ
7. สำเนาบัตรประชาชนผู้โอน และผู้รับโอน
8. สำเนาทะเบียนบ้านผู้โอน และผู้รับโอน *** กรณีไม่มีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน ซอย หรือถนน ก็ไม่ต้องใช้นะครับ ***
9. พรบ.
10. อากร 10 บาท
ขั้นตอนในการเดินเรื่องมีดังนี้
1. เตรียมเอกสาร 2 ชุด เพื่อใช้ติดต่อประชาสัมพันธ์ *** อาคาร 2 ชั้น 1 .... อันนี้แถวจะยาวมากๆๆๆๆๆๆ *** ดังนี้
1.1. คำขออื่นๆ + สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ + คู่มือจดทะเบียน + แผ่นป้ายทะเบียน = สำหรับชำระภาษีย้อนหลัง
ค่าปรับภาษี ยกเลิกแผ่นป้ายทะเบียน
1.2. คำขอโอน และรับโอน + หนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรประชาชน ผู้โอน และรับโอน + สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้โอน และรับโอน
ชุดนี้สำหรับขอจดทะเบียนใหม่ และโอนสิทธิ
2. นำเอกสารตามข้อ 1.1 ไปนั้งรอ จนท.เรียก พร้อมจ่ายเงินที่ช่อง 21-28 *** ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ***
3. นำเอกสารตามข้อ 1.2 ไปช่องตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ อาคาร 4 ยื่นเอกสาร รอตรวจสภาพรถ และรอเอกสารคืน

4. หลังจากตรวจสภาพผ่านแล้ว รับเอกสารตามข้อ 1.2 คืน แล้วไปติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ อาคาร 2 ชั้น 1 เหมือนเดิม *** คนเยอะเหมือนเดิม ***
5. นั้งรอ จนท.เรียก และจ่ายเงินที่ช่อง 21-28 *** ใช้เวลารอเกือบ 1.30 ชั่วโมง ***

6. รับแผ่นป้ายทะเบียนที่ห้องกระจกด้านซ้ายมือข้างๆ ช่อง 28 *** จนท.ในห้องดุนะครับ ทำตัวดีๆ 555 ***

เอาแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ติดชั่วคราววิ่งกลับบ้านก่อน โดยพระเอกของงานนี้คือ "หนังยาง"
เพราะกรอบป้ายเดิมสนิมกินน๊อตพังหมด รอซื้อกรอบป้ายใหม่ 555

แค่นี้เป็นอันเสร็จขั้นตอนการจ่ายค่าปรับ , จดทะเบียนใหม่ , โอนสิทธิ
ใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 3 ชั่วโมง ผมไปถึงขนส่งประมาณ 9.00 น. เสร็จก่อนเที่ยง 5 นาที !!!!!
สรุปค่าเสียหายในการโอน
1. ค่า พรบ. = 323.14 บาท
2. ค่าภาษีย้อนหลัง = 372.00 บาท
3. ค่าจดทะเบียนใหม่ = 415.00 บาท
รวม = 1,110.14 บาท

ค่าซ่อมให้กลับมาใช้งานได้
1. ชุดปั้มเบรกบน = 350 บาท
2. น้ำมันเบรก = มีอยู่แล้ว
3. ชุดกุญแจ = 480 บาท
4. ทำเบาะเปลี่ยนหนัง = 350 บาท
5. น้ำมันเชื้อเพลิง = 100 บาท
6. หลอดไฟเบรก = 35 บาท
7. แบตเตอรี่ = 350 บาท
8. โช๊คหลัง = 650 บาท
รวม = 2,315 บาท
ถือว่าคุ้มกว่าที่คิดได้รถคันนี้มาในราคา 3,925.14 บาท (ในสภาพที่ขับได้)
ที่เหลือค่อยปรับสภาพให้ดูสวยงานกันต่อไปครับ
หวังว่าจะเป็นข้อมูลสำหรับหลายๆ ท่านที่มีคำถามอยู่ในใจว่าจะเสียภาษียังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ทำยากมั้ย จะจ้างเค้าทำให้ดีมั้ย คือบอกเลยครับว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยถามราคาจ้างทำในการต่อทะเบียน
และโอนจนเสร็จนี้ ทาง ตรอ. คิดผม 4,000 บาท !!!!!!!!! ผมเลยต้องยอมถอย เพราะมองว่ามันแพงไปหน่อย
และอาจไม่คุ้มกับการลงทุนซื้อรถคันนี้มาเสียแล้วครับ 555
ปล.รูปน้อยนะครับ เพราะตอนทำไม่ค่อยเก็บภาพไว้ มือมันเลอะ และยุ่งๆ ตอนดำเนินการต่างๆ ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านครับ
ซ่อมพร้อมแชร์ประสบการณ์โอนมอเตอร์ไซค์ที่ขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี...ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
ที่ขาดต่อภาษีมามากกว่า 3 ปี เพื่อเป็นแนวทางให้หลายๆ ท่าน ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอน
ในการใช้บริการกรมขนส่งทางบก เพื่อในการโอนสิทธิกับรถที่ถูกยกเลิกป้ายทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สืบเนื่องจากผมได้รับเจ้า mio มาคันนึงจากพี่ที่รู้จักกัน แต่สภาพขับไม่ได้นะครับ
จอดทิ้งมาแล้วเป็นเวลามากกว่า 3 ปีครับ ในราคาล้อใจให้เอามาซ่อมเพียง 500 บาท...!!!
*** สถาพไม่แย่มาก หลังจากเติมลมยาง แล้วยกขึ้นท้ายกระบะกลับมาที่บ้าน ***
สภาพคันนี้ภายนอกที่มองเห็นในการซ่อมแน่ๆ ก็คือ
1. ปั้มเบรกบนรั่ว
2. ปั้มล่าง *** รอตรวจเช็ค
3. คันสตาร์ทเท้ารูด
4. ระบบไฟไม่ติด *** เปลี่ยนแบตใหม่แล้วก็ไม่ติด
5. เบาะขาด
6. โช๊คหลังตาย
7. ชุดสีสกปรก มีคราบสีทาบ้านติดเกือบทั้งคัน
รายการอื่นรอตรวจสอบต่อไป ........
หลังจากนั้นก็ถอดชุดสี เท่าที่จะถอดได้ ต้องบอกเลยว่าขั้นตอนนี้ลำบากตรงน๊อตเกือบทุกตัว
มันโดนน้องสนิมกินจนรูดไปหลายตัว กว่าจะเอาออกได้เล่นเอาเหนื่อยหน่อยครับ
อันดับแรกต้องทำให้ระบบไฟติดให้ได้ก่อน เลยต้องจั้มไฟตรงหลายจุด ว่าขาดตรงไหน
จากนั้นถอดชิ้นส่วนอื่นๆ ที่หมดสภาพ แล้วทดแทนด้วยของใหม่เข้าไปครับ
หลังจากทำให้สตาร์ทติดแล้ว ก็ทดสอบระบบไฟทุกจุด และทดลองวิ่งดู ทุกอย่างโอเคผ่านไปด้วยดี
ไม่ต้องล้างคาร์บู ถังน้ำมันไม่เป็นสนิม แต่ถ่ายน้ำมันเก่าออกให้หมด เพราะเดิมเค้าเติมเต็มถังไว้
แต่ค่าออกเทนคงหมดสภาพแล้ว จัดการเติมของใหม่เต็มถัง
มาถึงขั้นตอนการต่อภาษี และโอนสิทธิกันครับ
พอดีเจ้าของเดิม และเจ้าของใหม่อยู่ในพื้นที่ กทม. ครับ ที่เดียวที่เราจะต้องไปคือ......
"กรมการขนส่งทางบก" สำนักงานใหญ่ (จตุจักร) เท่านั้น!!!
เอกสารที่ต้องเตรียม
1. สมุดทดทะเบียนรถ
2. แผ่นป้ายทะเบียนรถ
3. ใบคำร้องอื่นๆ *** สำหรับแจ้งขอชำระภาษีย้อนหลัง ***
4. สำเนาบัตรประชาชน *** ผู้ที่ดำเนินการขอชำระภาษีย้อนหลัง ***
5. ใบคำขอโอน และรับโอน
6. ใบมอบอำนาจ
7. สำเนาบัตรประชาชนผู้โอน และผู้รับโอน
8. สำเนาทะเบียนบ้านผู้โอน และผู้รับโอน *** กรณีไม่มีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน ซอย หรือถนน ก็ไม่ต้องใช้นะครับ ***
9. พรบ.
10. อากร 10 บาท
ขั้นตอนในการเดินเรื่องมีดังนี้
1. เตรียมเอกสาร 2 ชุด เพื่อใช้ติดต่อประชาสัมพันธ์ *** อาคาร 2 ชั้น 1 .... อันนี้แถวจะยาวมากๆๆๆๆๆๆ *** ดังนี้
1.1. คำขออื่นๆ + สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ + คู่มือจดทะเบียน + แผ่นป้ายทะเบียน = สำหรับชำระภาษีย้อนหลัง
ค่าปรับภาษี ยกเลิกแผ่นป้ายทะเบียน
1.2. คำขอโอน และรับโอน + หนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรประชาชน ผู้โอน และรับโอน + สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้โอน และรับโอน
ชุดนี้สำหรับขอจดทะเบียนใหม่ และโอนสิทธิ
2. นำเอกสารตามข้อ 1.1 ไปนั้งรอ จนท.เรียก พร้อมจ่ายเงินที่ช่อง 21-28 *** ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ***
3. นำเอกสารตามข้อ 1.2 ไปช่องตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ อาคาร 4 ยื่นเอกสาร รอตรวจสภาพรถ และรอเอกสารคืน
4. หลังจากตรวจสภาพผ่านแล้ว รับเอกสารตามข้อ 1.2 คืน แล้วไปติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ อาคาร 2 ชั้น 1 เหมือนเดิม *** คนเยอะเหมือนเดิม ***
5. นั้งรอ จนท.เรียก และจ่ายเงินที่ช่อง 21-28 *** ใช้เวลารอเกือบ 1.30 ชั่วโมง ***
6. รับแผ่นป้ายทะเบียนที่ห้องกระจกด้านซ้ายมือข้างๆ ช่อง 28 *** จนท.ในห้องดุนะครับ ทำตัวดีๆ 555 ***
เอาแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ติดชั่วคราววิ่งกลับบ้านก่อน โดยพระเอกของงานนี้คือ "หนังยาง"
เพราะกรอบป้ายเดิมสนิมกินน๊อตพังหมด รอซื้อกรอบป้ายใหม่ 555
แค่นี้เป็นอันเสร็จขั้นตอนการจ่ายค่าปรับ , จดทะเบียนใหม่ , โอนสิทธิ
ใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 3 ชั่วโมง ผมไปถึงขนส่งประมาณ 9.00 น. เสร็จก่อนเที่ยง 5 นาที !!!!!
สรุปค่าเสียหายในการโอน
1. ค่า พรบ. = 323.14 บาท
2. ค่าภาษีย้อนหลัง = 372.00 บาท
3. ค่าจดทะเบียนใหม่ = 415.00 บาท
รวม = 1,110.14 บาท
ค่าซ่อมให้กลับมาใช้งานได้
1. ชุดปั้มเบรกบน = 350 บาท
2. น้ำมันเบรก = มีอยู่แล้ว
3. ชุดกุญแจ = 480 บาท
4. ทำเบาะเปลี่ยนหนัง = 350 บาท
5. น้ำมันเชื้อเพลิง = 100 บาท
6. หลอดไฟเบรก = 35 บาท
7. แบตเตอรี่ = 350 บาท
8. โช๊คหลัง = 650 บาท
รวม = 2,315 บาท
ถือว่าคุ้มกว่าที่คิดได้รถคันนี้มาในราคา 3,925.14 บาท (ในสภาพที่ขับได้)
ที่เหลือค่อยปรับสภาพให้ดูสวยงานกันต่อไปครับ
หวังว่าจะเป็นข้อมูลสำหรับหลายๆ ท่านที่มีคำถามอยู่ในใจว่าจะเสียภาษียังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ทำยากมั้ย จะจ้างเค้าทำให้ดีมั้ย คือบอกเลยครับว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยถามราคาจ้างทำในการต่อทะเบียน
และโอนจนเสร็จนี้ ทาง ตรอ. คิดผม 4,000 บาท !!!!!!!!! ผมเลยต้องยอมถอย เพราะมองว่ามันแพงไปหน่อย
และอาจไม่คุ้มกับการลงทุนซื้อรถคันนี้มาเสียแล้วครับ 555
ปล.รูปน้อยนะครับ เพราะตอนทำไม่ค่อยเก็บภาพไว้ มือมันเลอะ และยุ่งๆ ตอนดำเนินการต่างๆ ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านครับ