5-6 ปีก่อน แม่ผมป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อาการตอนนี้ คือ เดินเหินลำบาก ต้องใช้ไม้เท้า ช่วยเหลือตัวเองได้บางเรื่อง แต่บางเรื่องก็ต้องมีคนคอยจัดการให้ เช่น อาบน้ำ ทำกับข้าวให้ ที่ผ่านมา พ่อผมดูแลแกมาตลอด ทั้งคู่พักอยู่ที่บ้านที่ลำพูน ส่วนตัวผม ทำงานที่กรุงเทพฯ
กลางปีที่แล้ว ผมพาพ่อไปตรวจสุขภาพ พบว่าเป็นมะเร็งที่ตับ ขนาด 15 cm. ผมพาพ่อไปผ่าตัดที่ศิริราชเมื่อปลายปี และก็พาแกมา follow up 3 เดือนครั้ง
เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา หมอพบว่า มะเร็งลามจากตับไปที่ปอด มีขนาด 5 cm. แล้ว หมอให้ตัดสินใจ ว่า จะให้ยากิน targeted therapy หรือไม่ ค่ายาเดือนละ 180,000 บาท (ยาอยู่นอกรายการสิทธิบัตรทอง) แต่ถ้าไม่เลือกกินยา ก็ให้พ่อกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็นในช่วงสุดท้ายของชีวิต ด้วยความที่ผมไม่มีรายได้พอจะจ่ายค่ายาขนาดนั้น ปรึกษาพ่อแล้ว จึงตัดสินใจหยุดการรักษา (กรณีให้ยา ก็จะมีอายุมากกว่าคนไม่รับยา เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 2 เดือน)
หมอบอกเพิ่มเติมว่า พ่อผมน่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากเป็นระยะ C แล้ว...
พ่อผมรับรู้ทุกอย่างที่หมอบอก และทำใจยอมรับได้ แต่ก็บ่นๆว่า อยากดูแลแม่อยู่อีกซักระยะนึง
ไอ่ผมก็หมดทางกับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ไป search หาข้อมูลในเนต กับคนรู้จักบอกเล่ามา ก็แนะนำให้ลองทานยาจีน ชื่อ เพี่ยน จื่อ หวัง ดูประมาณการค่ายาตกเดือนละ 55,000 บาท ผมบอกพ่อและตัดสินใจที่จะให้พ่อลองกินยาซัก 3 เดือน ก่อนที่จะไปตรวจกับหมออีกทีเดือน 8 นี้
ทราบครับว่า ยานี้ กินแล้วมะเร็งไม่หาย แต่อาจจะ...อาจจะนะครับ ว่า น่าจะช่วยชะลอการเติบโตของมะเร็ง หรือว่า ยืดอายุของพ่อได้บ้างไม่มากก็น้อย ถ้ากินซัก 3 เดือน หากไปตรวจแล้วดีขึ้นบ้างก็จะให้กินต่อ ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะหยุดยา (แกไม่ทราบว่ายามีราคาแพง และผมไม่บอก กลัวแกจะไม่กิน)
ส่วนเรื่องการดูแล ผมอยากพาพ่อกับแม่มาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยเพราะ ตอนนี้ ยังไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ เลยอยากให้มาอยู่ใกล้ตัว มีอะไรจะได้จัดการได้สะดวก แต่พ่อกับแม่ก็ดูเหมือนอยากอยู่ลำพูน เพราะ รู้สึกมีความสุขมากกว่า แม้ว่าจะต้องอยู่กันแค่ 2 คน ไม่มีคนดูแลก็เถอะ แถมยังบอกว่า ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา ก็จะโทรไปบอกให้ขึ้นมารับไป สั่งเสียไว้หมดแล้ว...
สิ่งที่พ่อคิด ผมเข้าใจนะว่า พ่อคิดในฐานะของพ่อ ที่ไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระให้กับลูกๆ ไม่ต้องการมีค่าใช้จ่ายให้ลูกต้องเหนื่อยที่จะหาเงิน อยากให้เก็บไว้เป็นทุนชีวิตสร้างเนื้อสร้างตัว
แต่สิ่งที่ผมคิด คือ ผมอยากให้แกได้รับความสุข ได้รับการดูแลจากผมในช่วงสุดท้ายของแก อย่างน้อยๆก็ให้ได้กลับมาอยู่แบบครอบครัวกันเหมือนเดิม ส่วนเรื่องโรคภัย ก็คาดหวังว่า เมื่อถึงเวลา แกจะเจ็บปวดน้อยที่สุดและไปสบายที่สุด
สิ่งที่ผมอยากขอความเห็น มีดังนี้ครับ
1. ยาจีนที่ว่า มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งดีอย่างว่าจริงหรือครับ เปิดในเนตก็อ่านเจอว่า หลายคนว่าดี จึงตั้งกระทู้มาขอความเห็นเองดูครับ เพราะอยากให้พ่อลองกินดู
2. ผมควรจะเอาแกมาอยู่กรุงเทพฯ ตามที่ตั้งใจไว้ หรือว่า ยอมรับในความต้องการของแกที่จะอยู่ที่ลำพูน ดีครับ กลัวเรื่องการดูแล ความเป็นอยู่ที่เป็นเรื่องสุขภาพทางกาย แต่ใจนึง ก็กลัวหากรับมากรุงเทพฯ จะมีปัญหาสุขภาพทางจิตใจน่ะครับ
ถ้าคุณเป็นผม คุณจะตัดสินใจแบบไหนกับเรื่องนี้ครับ อยากได้ความคิดเห็นในอีกมุมมองนึงครับ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าครับ
พ่อผมป่วยเป็นมะเร็ง แม่ผมก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ ขอความเห็นหน่อยครับ
กลางปีที่แล้ว ผมพาพ่อไปตรวจสุขภาพ พบว่าเป็นมะเร็งที่ตับ ขนาด 15 cm. ผมพาพ่อไปผ่าตัดที่ศิริราชเมื่อปลายปี และก็พาแกมา follow up 3 เดือนครั้ง
เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา หมอพบว่า มะเร็งลามจากตับไปที่ปอด มีขนาด 5 cm. แล้ว หมอให้ตัดสินใจ ว่า จะให้ยากิน targeted therapy หรือไม่ ค่ายาเดือนละ 180,000 บาท (ยาอยู่นอกรายการสิทธิบัตรทอง) แต่ถ้าไม่เลือกกินยา ก็ให้พ่อกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็นในช่วงสุดท้ายของชีวิต ด้วยความที่ผมไม่มีรายได้พอจะจ่ายค่ายาขนาดนั้น ปรึกษาพ่อแล้ว จึงตัดสินใจหยุดการรักษา (กรณีให้ยา ก็จะมีอายุมากกว่าคนไม่รับยา เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 2 เดือน)
หมอบอกเพิ่มเติมว่า พ่อผมน่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากเป็นระยะ C แล้ว...
พ่อผมรับรู้ทุกอย่างที่หมอบอก และทำใจยอมรับได้ แต่ก็บ่นๆว่า อยากดูแลแม่อยู่อีกซักระยะนึง
ไอ่ผมก็หมดทางกับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ไป search หาข้อมูลในเนต กับคนรู้จักบอกเล่ามา ก็แนะนำให้ลองทานยาจีน ชื่อ เพี่ยน จื่อ หวัง ดูประมาณการค่ายาตกเดือนละ 55,000 บาท ผมบอกพ่อและตัดสินใจที่จะให้พ่อลองกินยาซัก 3 เดือน ก่อนที่จะไปตรวจกับหมออีกทีเดือน 8 นี้
ทราบครับว่า ยานี้ กินแล้วมะเร็งไม่หาย แต่อาจจะ...อาจจะนะครับ ว่า น่าจะช่วยชะลอการเติบโตของมะเร็ง หรือว่า ยืดอายุของพ่อได้บ้างไม่มากก็น้อย ถ้ากินซัก 3 เดือน หากไปตรวจแล้วดีขึ้นบ้างก็จะให้กินต่อ ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะหยุดยา (แกไม่ทราบว่ายามีราคาแพง และผมไม่บอก กลัวแกจะไม่กิน)
ส่วนเรื่องการดูแล ผมอยากพาพ่อกับแม่มาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยเพราะ ตอนนี้ ยังไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ เลยอยากให้มาอยู่ใกล้ตัว มีอะไรจะได้จัดการได้สะดวก แต่พ่อกับแม่ก็ดูเหมือนอยากอยู่ลำพูน เพราะ รู้สึกมีความสุขมากกว่า แม้ว่าจะต้องอยู่กันแค่ 2 คน ไม่มีคนดูแลก็เถอะ แถมยังบอกว่า ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา ก็จะโทรไปบอกให้ขึ้นมารับไป สั่งเสียไว้หมดแล้ว...
สิ่งที่พ่อคิด ผมเข้าใจนะว่า พ่อคิดในฐานะของพ่อ ที่ไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระให้กับลูกๆ ไม่ต้องการมีค่าใช้จ่ายให้ลูกต้องเหนื่อยที่จะหาเงิน อยากให้เก็บไว้เป็นทุนชีวิตสร้างเนื้อสร้างตัว
แต่สิ่งที่ผมคิด คือ ผมอยากให้แกได้รับความสุข ได้รับการดูแลจากผมในช่วงสุดท้ายของแก อย่างน้อยๆก็ให้ได้กลับมาอยู่แบบครอบครัวกันเหมือนเดิม ส่วนเรื่องโรคภัย ก็คาดหวังว่า เมื่อถึงเวลา แกจะเจ็บปวดน้อยที่สุดและไปสบายที่สุด
สิ่งที่ผมอยากขอความเห็น มีดังนี้ครับ
1. ยาจีนที่ว่า มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งดีอย่างว่าจริงหรือครับ เปิดในเนตก็อ่านเจอว่า หลายคนว่าดี จึงตั้งกระทู้มาขอความเห็นเองดูครับ เพราะอยากให้พ่อลองกินดู
2. ผมควรจะเอาแกมาอยู่กรุงเทพฯ ตามที่ตั้งใจไว้ หรือว่า ยอมรับในความต้องการของแกที่จะอยู่ที่ลำพูน ดีครับ กลัวเรื่องการดูแล ความเป็นอยู่ที่เป็นเรื่องสุขภาพทางกาย แต่ใจนึง ก็กลัวหากรับมากรุงเทพฯ จะมีปัญหาสุขภาพทางจิตใจน่ะครับ
ถ้าคุณเป็นผม คุณจะตัดสินใจแบบไหนกับเรื่องนี้ครับ อยากได้ความคิดเห็นในอีกมุมมองนึงครับ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าครับ