สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put, Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1746 – 1755 จุด) เนื่องจากไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนตลาด
และอีกแรงกดดันจากกระแสเงินทุนไหลออก โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง เหตุจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
อายุ 10 ปี พุ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี (หลังวิกฤติซับไพร์ม) จากความคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นมา ตามราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1754 จุด +2.97 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีจะสามารถฟื้นตัวกลับไปยืน 1760 ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวดีดตัวขึ้น 34.81 จุด หรือ +0.15% แตะที่ 22,965.17 จุด หลังจากตลาดเปิดทำการได้
เพียง 15 นาทีในวันนี้ หลังจากการเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนได้สิ้นสุดลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในช่วง
เปิดตลาดนั้น ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 7.22 จุด หรือ +0.03% แตะที่ 22,937.58 จุด
นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจและการค้า
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังได้ตกลงที่จะระงับการทำสงครามการค้าชั่วคราว นายมนูชินได้ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า
คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในขณะนี้ หลังจากที่การประชุมเพื่อหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น "มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก" และทั้งสองประเทศจะยังคงติดต่อสื่อสารกันในประเด็นการค้าต่อไป
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (18 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,715.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.11 จุด หรือ +0.00%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,712.97 จุด ลดลง 7.16 จุด หรือ -0.26%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,354.34 จุด ลดลง 28.13 จุด หรือ -0.38%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้ารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งมีกำหนดเสร็จสิ้น
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า ความพยายามของสหรัฐในการแก้ไขความขัดแย้งทาง
การค้ากับจีน อาจไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมา มีรายงานข่าวว่า ทางการจีนได้ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อสินค้าของสหรัฐ รวมถึงมาตรการอื่นๆ เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐลงราว 2 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ทางการจีนได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 3.10% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่อัตรา
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี โดยนักลงทุนพากันเทขายพันธบัตร เนื่องจากวิตกว่าการดีดตัว
ขึ้นของเงินเฟ้อจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้นตามไปด้วย โดยล่าสุดอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้เพื่อการจำนองของสหรัฐได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับ
อัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ รวมทั้งเครื่องมือทางการเงินในระบบ
หุ้นแคมป์เบล ซุป ลดลง 12.4% หลังจากบริษัทออกมาประกาศปรับลดแนวโน้มผลประกอบการตลอดทั้งปี พร้อมแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่แทนคนเก่าที่เกษียณอายุไป ขณะที่หุ้นแอพพลาย แมททีเรียล ลดลง 8.3% และหุ้นนอร์ดสตรอม ร่วงลง 10.9%
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลี
และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.28% ปิดที่ 394.67 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,077.72 จุด ลดลง 36.89 จุด หรือ -0.28%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,614.51 จุด ลดลง 7.41 จุด หรือ -0.13%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,778.79 จุด ลดลง 9.18 จุด หรือ -0.12%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในอิตาลี หลังจากที่พรรค 5-Star Movement และพรรค League ซึ่งเป็นพรรคการเมือง 2 พรรคที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลีบรรลุข้อตกลงในการจัดทำแผนการของรัฐบาลผสม ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีและเพิ่มค่าใช้จ่ายด้าน
การคลัง แต่ยังไม่ครอบคลุมประเด็นเรื่องการนำอิตาลีออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐและจีนกำลังร่วมมือ
กันเพื่อเปิดทางให้บริษัท ZTE ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารของจีน สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง โดยการทวีตข้อความดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้น ก่อนที่สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้ารอบที่ 2 เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าที่เกิดขึ้น
หุ้นเฟอร์รารี ลดลง 0.9% หลังจากบริษัทประกาศแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายการเงินคนใหม่ และหุ้นเกลนคอร์ พีแอลซี ลดลง 4.4% หลังมีข่าวออกมาว่าบริษัทอาจถูกสอบสวนกรณีรับสินบนจากการดำเนินธุรกิจในคองโก
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway แกว่งตัวในกรอบ (1747 – 1774 จุด) แม้ช่วงต้นสัปดาห์มีความพยายาม
ขึ้นไปทดสอบ EMA25 75 วัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ และก็ย่อตัวลงมาทดสอบ Support line ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า
จะสามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้หรือไม่ // หากฟื้นตัวขึ้นไปได้ ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบ Resistance line ณ ระดับ 1780 จุด // แต่ถ้าหากไม่สามารถ
ฟื้นตัวได้ และหลุด Support line ลงมา ก็อาจจะไถลลงไป ทดสอบ EMA200 วัน ซึ่ง ณ บริเวณแนวรับตรงนั้น หากไม่สามารถรับอยู่ ก็อาจจะมี
Panic Sell ตามมาก็เป็นได้
S50M18 Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway แกว่งตัวในกรอบ (1154 – 1176 จุด) แม้ว่าช่วงต้นสัปดาห์มีความพยายามขึ้นไปทดสอบ EMA25 วัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านขึ้นไป และก็ได้ย่อตัวลงมาเลื้อยเลียคลอเคลีย เส้น EMA75 วัน ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า จะสามารถ
ฟื้นตัวขึ้นไปได้หรือไม่ // หากฟื้นตัวขึ้นไปได้ ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบ Resistance line ณ ระดับ 1170 จุด และถ้าผ่านตรงนี้ขึ้นไปได้อีก ก็ยิ่งจะทำให้ภาพของรูปแบบกลับตัว “Inverse Head & Shoulder” ชัดเจนยิ่งขึ้น // แต่ถ้าหากไม่ไปต่อ ก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ Low 1130 จุด
อีกครั้ง
S50M18 60Min: : เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1156 – 1164 จุด) และโดยระหว่างกลางสัปดาห์ ดัชนีได้ลงไป
ทดสอบ Low บริเวณ 1154 จุด ก็ได้กลายเป็น Double Bottoms ขนาดย่อย และถ้าหากวันนี้สามารถผ่าน ระดับ 1170 จุด ขึ้นไป ก็ยิ่งจะทำให้ภาพ
ของรูปแบบกลับตัว “Inverse Head & Shoulder” ชัดเจนมากยิ่งขึ้น // แต่ถ้าหลุดระดับ 1150 จุด ลงมาก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ
Low 1130 จุด อีกครั้ง
Resistance : 1170 1175 1180 / 1760 1766 1770
Support : 1160 1155 1150 / 1750 1744 1740
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (21 May 18)
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put, Call Option ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1746 – 1755 จุด) เนื่องจากไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนตลาด
และอีกแรงกดดันจากกระแสเงินทุนไหลออก โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง เหตุจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
อายุ 10 ปี พุ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี (หลังวิกฤติซับไพร์ม) จากความคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นมา ตามราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงทำให้ดัชนี SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1754 จุด +2.97 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีจะสามารถฟื้นตัวกลับไปยืน 1760 ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวดีดตัวขึ้น 34.81 จุด หรือ +0.15% แตะที่ 22,965.17 จุด หลังจากตลาดเปิดทำการได้
เพียง 15 นาทีในวันนี้ หลังจากการเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนได้สิ้นสุดลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในช่วง
เปิดตลาดนั้น ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 7.22 จุด หรือ +0.03% แตะที่ 22,937.58 จุด
นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจและการค้า
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังได้ตกลงที่จะระงับการทำสงครามการค้าชั่วคราว นายมนูชินได้ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า
คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในขณะนี้ หลังจากที่การประชุมเพื่อหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น "มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก" และทั้งสองประเทศจะยังคงติดต่อสื่อสารกันในประเด็นการค้าต่อไป
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (18 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,715.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.11 จุด หรือ +0.00%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,712.97 จุด ลดลง 7.16 จุด หรือ -0.26%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,354.34 จุด ลดลง 28.13 จุด หรือ -0.38%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้ารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งมีกำหนดเสร็จสิ้น
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า ความพยายามของสหรัฐในการแก้ไขความขัดแย้งทาง
การค้ากับจีน อาจไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมา มีรายงานข่าวว่า ทางการจีนได้ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อสินค้าของสหรัฐ รวมถึงมาตรการอื่นๆ เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐลงราว 2 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ทางการจีนได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 3.10% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่อัตรา
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี โดยนักลงทุนพากันเทขายพันธบัตร เนื่องจากวิตกว่าการดีดตัว
ขึ้นของเงินเฟ้อจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้นตามไปด้วย โดยล่าสุดอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้เพื่อการจำนองของสหรัฐได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับ
อัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ รวมทั้งเครื่องมือทางการเงินในระบบ
หุ้นแคมป์เบล ซุป ลดลง 12.4% หลังจากบริษัทออกมาประกาศปรับลดแนวโน้มผลประกอบการตลอดทั้งปี พร้อมแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่แทนคนเก่าที่เกษียณอายุไป ขณะที่หุ้นแอพพลาย แมททีเรียล ลดลง 8.3% และหุ้นนอร์ดสตรอม ร่วงลง 10.9%
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลี
และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.28% ปิดที่ 394.67 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,077.72 จุด ลดลง 36.89 จุด หรือ -0.28%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,614.51 จุด ลดลง 7.41 จุด หรือ -0.13%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,778.79 จุด ลดลง 9.18 จุด หรือ -0.12%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในอิตาลี หลังจากที่พรรค 5-Star Movement และพรรค League ซึ่งเป็นพรรคการเมือง 2 พรรคที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลีบรรลุข้อตกลงในการจัดทำแผนการของรัฐบาลผสม ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีและเพิ่มค่าใช้จ่ายด้าน
การคลัง แต่ยังไม่ครอบคลุมประเด็นเรื่องการนำอิตาลีออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐและจีนกำลังร่วมมือ
กันเพื่อเปิดทางให้บริษัท ZTE ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารของจีน สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง โดยการทวีตข้อความดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้น ก่อนที่สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้ารอบที่ 2 เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าที่เกิดขึ้น
หุ้นเฟอร์รารี ลดลง 0.9% หลังจากบริษัทประกาศแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายการเงินคนใหม่ และหุ้นเกลนคอร์ พีแอลซี ลดลง 4.4% หลังมีข่าวออกมาว่าบริษัทอาจถูกสอบสวนกรณีรับสินบนจากการดำเนินธุรกิจในคองโก
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway แกว่งตัวในกรอบ (1747 – 1774 จุด) แม้ช่วงต้นสัปดาห์มีความพยายาม
ขึ้นไปทดสอบ EMA25 75 วัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ และก็ย่อตัวลงมาทดสอบ Support line ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า
จะสามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้หรือไม่ // หากฟื้นตัวขึ้นไปได้ ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบ Resistance line ณ ระดับ 1780 จุด // แต่ถ้าหากไม่สามารถ
ฟื้นตัวได้ และหลุด Support line ลงมา ก็อาจจะไถลลงไป ทดสอบ EMA200 วัน ซึ่ง ณ บริเวณแนวรับตรงนั้น หากไม่สามารถรับอยู่ ก็อาจจะมี
Panic Sell ตามมาก็เป็นได้
S50M18 Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway แกว่งตัวในกรอบ (1154 – 1176 จุด) แม้ว่าช่วงต้นสัปดาห์มีความพยายามขึ้นไปทดสอบ EMA25 วัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่สามารถผ่านขึ้นไป และก็ได้ย่อตัวลงมาเลื้อยเลียคลอเคลีย เส้น EMA75 วัน ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า จะสามารถ
ฟื้นตัวขึ้นไปได้หรือไม่ // หากฟื้นตัวขึ้นไปได้ ก็มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบ Resistance line ณ ระดับ 1170 จุด และถ้าผ่านตรงนี้ขึ้นไปได้อีก ก็ยิ่งจะทำให้ภาพของรูปแบบกลับตัว “Inverse Head & Shoulder” ชัดเจนยิ่งขึ้น // แต่ถ้าหากไม่ไปต่อ ก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ Low 1130 จุด
อีกครั้ง
S50M18 60Min: : เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1156 – 1164 จุด) และโดยระหว่างกลางสัปดาห์ ดัชนีได้ลงไป
ทดสอบ Low บริเวณ 1154 จุด ก็ได้กลายเป็น Double Bottoms ขนาดย่อย และถ้าหากวันนี้สามารถผ่าน ระดับ 1170 จุด ขึ้นไป ก็ยิ่งจะทำให้ภาพ
ของรูปแบบกลับตัว “Inverse Head & Shoulder” ชัดเจนมากยิ่งขึ้น // แต่ถ้าหลุดระดับ 1150 จุด ลงมาก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาทดสอบ
Low 1130 จุด อีกครั้ง
Resistance : 1170 1175 1180 / 1760 1766 1770
Support : 1160 1155 1150 / 1750 1744 1740
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ