ใ
นวันที่กรุงเทพมหานครอุณหภูมิสูงเฉียดๆ40องศาเห็นจะได้...และอาจจะเป็นวันที่ใครหลายๆคนเลือกที่นอนตื่นสายๆอยู่บ้านเนื่องจากเป็นวันศุกร์...และวันหยุด(วันจักกรี) แต่พวกเราเลือกท่ี่จะออกผจญภัยในกรุงเทพนั้น จะเป็นที่ไหน บรรยากาศเป็นอย่างไร ไปรับชมกันเลยย
ทริปนี้เราได้รับมอบหมายให้ไปสถานที่ สถานที่แห่งนั่น คือออ "
อิ อั ฟ เ ป อ ร์ เ ท อ เ ร ซ " หลายคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร เรามาตามไปชมกันเล้ยยย....
จุดเริ่มต้นในการเดินทางก็คือสถานีรถไฟรังสิตเพื่อที่จะไปลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพงนั่นเอง

รอบเวลาที่เราไป 07.19 ค่ารถไฟเพียงแค่ 6 บาทเท่านั้นเอง
.
และเมื่อรถไฟมาถึงก็ไม่รอช้าที่จะจับจองที่นั่งกันอย่างสบายใจ เนื่องจากเป็นรอบเช้ารถจึงว่างมากๆ หาที่นั่งกันได้สบายย

หนึ่งเรื่องที่สำคัญนั่นก็คืออออ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ อิอิ หมูปิ้งช่วยคุณได้ กับบรรยากาศในตอนเช้าๆอากาศเย็นกำลังดี
.

และแน่นอนวัยรุ่นอย่างเราเมื่อกินอิ่ม+ลมพัดเย็นๆ ก็ขอพักสายตาสักครู่นึง
.
.
.
.
และแล้วเราก็มาถึงสถานีหัวลำโพงแล้วค้าใช้เวลาไปในการนั่งรถไฟประมานชั่วโมงครึ่งเองค้ะ

หลังจากนั้นเราจะเดินเท้าไปวัดไตรมิตรเพื่อที่จะไปรอรถเมล์ไปยังสนามหลวงแต่... เราหาวัดไตรมิตรไม่เจอเราจึงเดินไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะหาป้ายรถเมล์แต่ในความที่เราเดินไปเรื่อยๆนั้นทำให้เรามาถึงที่เยาวราชเราคิดว่ามันไกลเกินไปแล้วจึงสอบถามคนแถวนั้นเมื่อรู้แล้วจึงไปรอรถสาย 507 ค่ารถ13 บาทไทยค่ะ
ใช่ค่ะเราเดินจากหัวลำโพงมายวราช555
จะไปลงที่สนามหลวงซึ่งเราไม่รู้ว่ามันสามารถลงที่วัดพระแก้วได้เลยถ้าเพื่อนๆ สนใจที่จะมาเที่ยวบอกกระเป๋ารถเมล์ว่าลงวัดพระแก้วได้เลยจะได้ไม่ต้องเดินย้อนกลับมาแบบพวกเรา5555555
ในที่สุด..

และแล้วพวกเราก็มาอยู่ที่วัดพระแก้วกันแล้วนะค้ะ เรารุ้ว่าทกคนสงสัยละสิว่า ดิอัฟเปอร์ เทอเรซ เกี่ยวข้องอะไรกับวัดพระแก้ว ตามเรามาเดี้ยวเราจะพาไปดู อิอิ หากเป็นชาวชาติจะเสียค่าเข้าชม 500 บาท แต่คนไทยเข้าฟรี เวลาในการเข้าชม 08.30-16.40น. แนะนำให้มาวันธรรมดาเพื่อที่เราจะได้เที่ยวแบบสบายใจเพราะคนมันจะไม่เยอะมาก ส่วนเรื่องการแต่งกาย ให้ใส่ชุดสุภาพห้ามสั้นหากใครทำผิดกฎทางสำนักราชวังจะมีชุดให้ยืมแต่ต้องเสียค่ามัดจำ 200 บาท และห้ามถ่ายวิดีโอเป็นเด็ดขาดหากไม่ทำตามจะโดนลบและไม่มีสิทธิในการเข้าชมในครั้งนั้น

ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเฉลยแล้วว่า ดิอัฟเปอร์ เทอเรซ เกี่ยวข้องอะไรกับวัดพระแก้ว มันคือ ระเบียงที่อยู่ในวัดพระแก้วเพื่อไว้ชมทิวทัศน์เกี่ยวกับประติมากรรมในวัดพระแก้ว เช่น โบสถ์ รูปปั้นช้าง ลิงโขน ยักษ์ทวาราบาล จิตรกรรมฝาผนัง หอมณเฑียรธรรม และมีอีกมากมายอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเราไปวันจักรีซึ่งคนเยอะมากๆ เราจึงไม่ได้เข้าถึงมากเท่าไหร่ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาอาจจะเป็นมุมที่แคบไปต้องขอภัยนะด้วยนะคะ






รูปปั้นฤาษีสมฤทธิ์นั่งชันเข่า ถือกันว่า เป็นอาจารย์ทางการแพทย์ จะเห็นว่ามีหินและแท่นบดยาตั้งอยู่ ซึ่งหากประชาชนนำยามาบดที่แท่นนี้ เพื่อให้ยาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น โดยดำริของรัชกาลที่ 3 ให้หล่อรูปปั้นขึ้น




นักท่องเที่ยวเยอะมากๆค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน


และในระหว่างการเดินนั้น พระอาทิตย์ ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ร้อนเหลือเกินนน
เมื่อเราได้ถ่ายภาพที่เราต้องการเสร็จแล้ว เมื่อใช้พลังงานไปกับการตะลุยการถ่ายรูปฝ่านักท่องเที่ยวที่เยอะแสนเยอะ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะ และร้านที่เราจะไปนั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินไปกันเลยดีกว่าาา ไปปปป

ที่นี่ท่าเตียน
เราเดินเท้าไปที่ท่าเตียนเพราะทริปนี้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุด หากเพื่อนๆไม่สะดวกที่จะเดินสามาถนั่งรถตุ๊กๆ ไปได้เลยนะคะ
มาถึงแล้วร้านอาหารของเราชื่อร้านก็คือ ''Home cafe tha tien''

อาหารที่เราสั่งไปคือ ข้าวคลุกกะปิกับข้าวกุ้งผัดผงกะหรี่ เครื่องดื่มก็เป็นน้ำสตอเบอรรี่โซดากับลาเต้เย็น ราคาสมารถจับต้องได้ เจ้าของร้านเป็นกันเองมากใจดีพูดเพราะทำให้เป็นที่นิยมพอสมควร เอาเป็นว่าประทับใจมากก





ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เสียไปกับทริปนี้คือ
ค่ารถไฟ 6*2 = 12 บาท
ค่ารถเมล์ 13*2 = 26 บาท
ค่าอาหาร ข้าวคลุกกะปิ 70บาท
ข้าวกุ้งผัดผงกะหรี่ 80 บาท
น้ำสตอเบอรี่โซดา 55 บาท
ลาเต้เย็น 60 บาท
รวม 303 บาท
มาถึงจุดนี้จริงๆแล้วก็ถือว่าเสร็จสิ้นภาระกิจสำหรับวันนี้. แต่!!! ใหนๆก็มาแล้วขอต่ออีกสักนิด
ท่าเตียนที่เราอยู่กันในตอนนี้ สามารถเดินไปขึ้นเรือข้ามฟาก ที่ท่าพระอาทิตย์ไปยังงงง วังหลัง ได้....อิ่มแล้วพร้อมเดินกันอีกรอบบบ ไปปปป

ระยะทางไม่ไกลมากแต่ร้อนมากกกก น้ำคริสตัล เย็นๆสักขวดสิคะ5555

สิ่งที่คิดว่าเป็นผลพลอยได้ของทริปนี้ก็คือ ซูชิ และจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "อรทัยซูชิวังหลัง" ถือว่าว่าถึงวังหลังอย่างสมบรูณ์แบบ...

มาถึงจุดนี้ต้องขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และรับชมนะคะ หวังว่าจะสามารถเป็นแนวทางให้ใครที่อาจจะอยากหาที่เที่ยว ถ่ายรูปเล่นในวันสบายๆ
สุดท้ายละ ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป และอาจารย์ที่ทำให้พวกเราไปเรียนร็จากประสบการณ์นอกห้องเรียน #ทริปเย็นใจ #ไปกับเด็กโลจิส
[SR] • ท ริ ป เ ย็ น ใ จ | @ W A T P H R A K A E W •
ทริปนี้เราได้รับมอบหมายให้ไปสถานที่ สถานที่แห่งนั่น คือออ " อิ อั ฟ เ ป อ ร์ เ ท อ เ ร ซ " หลายคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร เรามาตามไปชมกันเล้ยยย....
.
.
.
เมื่อเราได้ถ่ายภาพที่เราต้องการเสร็จแล้ว เมื่อใช้พลังงานไปกับการตะลุยการถ่ายรูปฝ่านักท่องเที่ยวที่เยอะแสนเยอะ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะ และร้านที่เราจะไปนั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินไปกันเลยดีกว่าาา ไปปปป
เราเดินเท้าไปที่ท่าเตียนเพราะทริปนี้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุด หากเพื่อนๆไม่สะดวกที่จะเดินสามาถนั่งรถตุ๊กๆ ไปได้เลยนะคะ
มาถึงแล้วร้านอาหารของเราชื่อร้านก็คือ ''Home cafe tha tien''
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เสียไปกับทริปนี้คือ
ค่ารถไฟ 6*2 = 12 บาท
ค่ารถเมล์ 13*2 = 26 บาท
ค่าอาหาร ข้าวคลุกกะปิ 70บาท
ข้าวกุ้งผัดผงกะหรี่ 80 บาท
น้ำสตอเบอรี่โซดา 55 บาท
ลาเต้เย็น 60 บาท
รวม 303 บาท
มาถึงจุดนี้จริงๆแล้วก็ถือว่าเสร็จสิ้นภาระกิจสำหรับวันนี้. แต่!!! ใหนๆก็มาแล้วขอต่ออีกสักนิด
ท่าเตียนที่เราอยู่กันในตอนนี้ สามารถเดินไปขึ้นเรือข้ามฟาก ที่ท่าพระอาทิตย์ไปยังงงง วังหลัง ได้....อิ่มแล้วพร้อมเดินกันอีกรอบบบ ไปปปป
สิ่งที่คิดว่าเป็นผลพลอยได้ของทริปนี้ก็คือ ซูชิ และจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "อรทัยซูชิวังหลัง" ถือว่าว่าถึงวังหลังอย่างสมบรูณ์แบบ...
มาถึงจุดนี้ต้องขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และรับชมนะคะ หวังว่าจะสามารถเป็นแนวทางให้ใครที่อาจจะอยากหาที่เที่ยว ถ่ายรูปเล่นในวันสบายๆ
สุดท้ายละ ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป และอาจารย์ที่ทำให้พวกเราไปเรียนร็จากประสบการณ์นอกห้องเรียน #ทริปเย็นใจ #ไปกับเด็กโลจิส