สิบแปด เดือนห้า ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด
ความภูมิใจใดยิ่งใหญ่เท่าภูมิใจในตัวเองไม่มีอีกแล้ว
ความสุขจากไหนก็ไม่สุขเท่าสุขในใจที่เกิดจากตัวเอง
วันหนึ่งเราวิ่งหาการยอมรับจากคนนั้นคนนี้ ลงรูป โพสโซเชี่ยวรอคนมาเม้นท์ มากดไลค์
ไม่นับคนที่เขาหวังยอดตาม เพื่อขายของนะ เอาแค่ที่คนชอบอวยจริงๆ คนที่อะไรนิดหน่อยก็โพส
หรือพอว่างก็เข้าเพจที่เสนอเรื่องชาวบ้าน เลื่อนนิ้วโป้งไป มีอารมณ์สุข เศร้า เหงา ฮา แค่ห้าวิ แล้วก็เลื่อนไป
เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไป เป็นชั่วโมง
น่าเสียดายเวลาที่เสียไปจริงๆ หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง เรากลับลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้วด้วยซ้ำ
บางครั้งฉันก็เผลอจมกับหน้าจอเหมือนกัน แต่พอรู้ตัวก็รีบวางมือถือทันที
หากครั้งไหนฉันวางมันลงทันทีได้ ฉันจะรู้สึกมีความสุขและภูมิใจในตัวเองมาก
อาการติดมือถือ ของฉันเริ่มต้นเมื่อประมาณสามปีก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้มือถือที่เปิดเน็ตได้ด้วยซ้ำ
ชีวิตก่อนที่จะมีมือถือ ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่านี้
แต่ก็ใช่ว่ามันจะมีแต่ข้อเสียนะ ข้อดีมันก็มี เพียงแต่ฉันมักจะใช้มันหมดไปแต่เรื่องไร้สาระเท่านั้น
เหตุผลง่ายๆ มันสนุกกว่านี้นา
แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
เวลาฉันเลื่อนหน้าจออย่างไร้จุดหมาย ฉันก็จะถามตัวเองว่า ความสุขของฉันอยู่ในนี้รึป่าว
ไม่...งั้นก็วางลง
หรือเวลาดูแม่ค้าขายของ ก็จะถามตัวเองว่า ฉันจะซื้อรึป่าว จำเป็นต้องใช้ไหม
ไม่...รีบกดออกสิรออะไร
กระทั่งเวลาที่ฉันดันเผลอเข้าไปอ่านประเด็นฮิตของสังคมเข้า แล้วอยากแสดงความเห็น
ฉันจะบอกตัวเองว่า อย่าเลยเราไม่รู้ความจริง และมันไม่ใช่เรื่องของเรา
บางทีก็ยั้งตัวเองทัน บางทีก็ไม่ทัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก
ฉันเห็นว่าโลกในอินเตอร์เน็ตทำให้คนเรามองโลกตามความเป็นจริงน้อยลง
เราเชื่ออะไรแค่สิ่งที่ได้ยินได้ฟังง่ายขึ้น
เช่น มีคนมาเขียนในกระดาษให้ดูว่า วันแรกรายรับ....บาท วันที่สองรับ....บาท
สรุปเจ็ดวันได้เป็นหมื่น งานง่ายแค่โพส สนใจแอดไลน์
ผ่านตาคนร้อยคนต้องมีคนสนใจ 40-60 คนแน่ๆ
คือส่วนใหญ่จะไม่คิดหรอกว่า แค่เขียนแบบนี้ใครก็เขียนได้ แล้วความจริงงานอะไรที่แค่โพสจะได้เงินขนาดนี้
มันต้องมีเงื่อนไขอื่นอีก
เรามองหาแต่ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ มากกว่าจะคิดว่าเราทำอะไรได้จริง
เช่น เราเห็นคนโพส........................................
ตามหาลูกทีม ไม่ต้องสต็อกของ มีงานประจำก็ทำได้ สอนขายทุกอย่าง สมัครเพียง.....บาท กำไรเดือนละหลักหมื่น
คือที่เขาโพสมันมีแต่อะไรดีๆ ง่ายๆทั้งนั้น
แต่....
ความจริง เราต้องโพสขายสินค้าให้ดี ให้เด่น ให้แตกต่าง เพราะคนขายของเหมือนเราเยอะมาก
ยิ่งถ้าเป็นสบู่ครีมอาหารเสริม เดี๋ยวนี้แม่ค้าต้องไลฟ์ขายต้องพูดเก่ง โพสเก่ง
แม่ทีมแรกๆก็สอน แต่เท่าที่ฉันเจอมา พอพ้นเวลาไม่เกินสองเดือน หายหัว
เพราะเขาต้องไปสอนคนใหม่ๆ หนักกว่าบางคนเลิกทำก่อนเราอีก
ดังนั้นการสมัครเป็นตัวแทนขายอะไรสักอย่างในเน็ต อย่าหวังแค่ว่าจะมีคนสอน
ปะโยคที่ว่า
ขายง่าย กำไรดี มีทองใส่ มีรถขับ เที่ยวฟรี
เราต้องมองมันตามความเป็นจริงว่า คือ..ประโยคเรียกคน คำโฆษณา เท่านั้น
แล้วบางคนที่คลุกคลีกับวงการนาน มีประสบการณ์เยอะ มักจะคิดว่า
เจ้าของรวยสุด ดังนั้น พอเห็นโฆษณารับผลิตครีม ลงทุนแค่หลักหมื่น กำไร.....บาท
ก็อยากจะลองของ อยากทำ ไม่ผิดที่เราจะลองทำ
แต่ถ้าเรามีความอยากได้เงิน อยากรวยมากกว่าอยากศึกษา อยากพัฒนาตัวเอง
เราก็ขาดทุนตั้งแต่เริ่มแล้ว
ทุกวันนี้วงการนี้การแข่งขันสูงมาก สูตรสำเร็จเดิมๆที่เจ้าของแบรนด์รุ่นก่อนทำแล้วรวย
อาจใช้ไม่ได้อีกแล้วในรุ่นเรา
การเริ่มสร้างแบรนด์บุคคลถ้าไม่จ้างบริษัททำโฆษณาดังๆ แพงๆ มาทำให้ ก็ยากมาก
ที่จะดัง จะเป็นกระแส
เอาง่ายๆแค่งบยิ่งโฆษณา เรามีหนาเท่าเจ้าดังหรือเปล่า
ถ้าเราจะรวยในเน็ต แบบรวยจริงๆ เราต้องรู้จัก วิชายิงโฆษณา วิชาอื่นๆอีกมากมาย ที่ต้องใช้
ไม่อย่างนั้นเราต้องจ้างคนอื่นหมด ตัดต่อวีดีโอ ทำภาพ คิดแคปชั่น แล้วถ้าเราจ้างหมดงบเยอะก็ดีไป แต่ถ้าไม่เราจะตายทั้งที่ยังไม่โต
เห็นคนอื่นไลฟ์คนรอแย่งกันซื้อ ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ กว่าเราจะพูดแล้วคนมาแย่งกันซื้อไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง
ลองไลฟ์ขายอะไรสักอย่างดู ครั้งแรกบางคนไม่มีใครเม้นท์เลย บางคนไม่มีใครมาดูเลย ก็มี
นั่นแหละที่ฉันบอกว่า เรื่องราวในเน็ตทำให้เราโพกัสแค่สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่ตามความจริง
เอาละ วันนี้ของฉันบ้างดีกว่า วันนี้ก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ อยู่สวนครึ่งเช้า บ่ายทำงานอื่น
แต่ที่พิเศษคือ รู้สึกดีกับตัวเองอย่างประหลาด
แปลกดีเงินก็ไม่ได้เยอะขึ้นมาก แต่ทำไมมีความสุข
หรือจะเป็นเพราะ ฉันมีความสุขจากใจตัวเองไม่ใช่ตามไปหาจากใครอีกแล้ว
ร้อยวันที่ฉันเปลี่ยน วันที่หกสิบ
ความภูมิใจใดยิ่งใหญ่เท่าภูมิใจในตัวเองไม่มีอีกแล้ว
ความสุขจากไหนก็ไม่สุขเท่าสุขในใจที่เกิดจากตัวเอง
วันหนึ่งเราวิ่งหาการยอมรับจากคนนั้นคนนี้ ลงรูป โพสโซเชี่ยวรอคนมาเม้นท์ มากดไลค์
ไม่นับคนที่เขาหวังยอดตาม เพื่อขายของนะ เอาแค่ที่คนชอบอวยจริงๆ คนที่อะไรนิดหน่อยก็โพส
หรือพอว่างก็เข้าเพจที่เสนอเรื่องชาวบ้าน เลื่อนนิ้วโป้งไป มีอารมณ์สุข เศร้า เหงา ฮา แค่ห้าวิ แล้วก็เลื่อนไป
เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไป เป็นชั่วโมง
น่าเสียดายเวลาที่เสียไปจริงๆ หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง เรากลับลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้วด้วยซ้ำ
บางครั้งฉันก็เผลอจมกับหน้าจอเหมือนกัน แต่พอรู้ตัวก็รีบวางมือถือทันที
หากครั้งไหนฉันวางมันลงทันทีได้ ฉันจะรู้สึกมีความสุขและภูมิใจในตัวเองมาก
อาการติดมือถือ ของฉันเริ่มต้นเมื่อประมาณสามปีก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้มือถือที่เปิดเน็ตได้ด้วยซ้ำ
ชีวิตก่อนที่จะมีมือถือ ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่านี้
แต่ก็ใช่ว่ามันจะมีแต่ข้อเสียนะ ข้อดีมันก็มี เพียงแต่ฉันมักจะใช้มันหมดไปแต่เรื่องไร้สาระเท่านั้น
เหตุผลง่ายๆ มันสนุกกว่านี้นา
แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
เวลาฉันเลื่อนหน้าจออย่างไร้จุดหมาย ฉันก็จะถามตัวเองว่า ความสุขของฉันอยู่ในนี้รึป่าว
ไม่...งั้นก็วางลง
หรือเวลาดูแม่ค้าขายของ ก็จะถามตัวเองว่า ฉันจะซื้อรึป่าว จำเป็นต้องใช้ไหม
ไม่...รีบกดออกสิรออะไร
กระทั่งเวลาที่ฉันดันเผลอเข้าไปอ่านประเด็นฮิตของสังคมเข้า แล้วอยากแสดงความเห็น
ฉันจะบอกตัวเองว่า อย่าเลยเราไม่รู้ความจริง และมันไม่ใช่เรื่องของเรา
บางทีก็ยั้งตัวเองทัน บางทีก็ไม่ทัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก
ฉันเห็นว่าโลกในอินเตอร์เน็ตทำให้คนเรามองโลกตามความเป็นจริงน้อยลง
เราเชื่ออะไรแค่สิ่งที่ได้ยินได้ฟังง่ายขึ้น
เช่น มีคนมาเขียนในกระดาษให้ดูว่า วันแรกรายรับ....บาท วันที่สองรับ....บาท
สรุปเจ็ดวันได้เป็นหมื่น งานง่ายแค่โพส สนใจแอดไลน์
ผ่านตาคนร้อยคนต้องมีคนสนใจ 40-60 คนแน่ๆ
คือส่วนใหญ่จะไม่คิดหรอกว่า แค่เขียนแบบนี้ใครก็เขียนได้ แล้วความจริงงานอะไรที่แค่โพสจะได้เงินขนาดนี้
มันต้องมีเงื่อนไขอื่นอีก
เรามองหาแต่ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ มากกว่าจะคิดว่าเราทำอะไรได้จริง
เช่น เราเห็นคนโพส........................................
ตามหาลูกทีม ไม่ต้องสต็อกของ มีงานประจำก็ทำได้ สอนขายทุกอย่าง สมัครเพียง.....บาท กำไรเดือนละหลักหมื่น
คือที่เขาโพสมันมีแต่อะไรดีๆ ง่ายๆทั้งนั้น
แต่....
ความจริง เราต้องโพสขายสินค้าให้ดี ให้เด่น ให้แตกต่าง เพราะคนขายของเหมือนเราเยอะมาก
ยิ่งถ้าเป็นสบู่ครีมอาหารเสริม เดี๋ยวนี้แม่ค้าต้องไลฟ์ขายต้องพูดเก่ง โพสเก่ง
แม่ทีมแรกๆก็สอน แต่เท่าที่ฉันเจอมา พอพ้นเวลาไม่เกินสองเดือน หายหัว
เพราะเขาต้องไปสอนคนใหม่ๆ หนักกว่าบางคนเลิกทำก่อนเราอีก
ดังนั้นการสมัครเป็นตัวแทนขายอะไรสักอย่างในเน็ต อย่าหวังแค่ว่าจะมีคนสอน
ปะโยคที่ว่า
ขายง่าย กำไรดี มีทองใส่ มีรถขับ เที่ยวฟรี
เราต้องมองมันตามความเป็นจริงว่า คือ..ประโยคเรียกคน คำโฆษณา เท่านั้น
แล้วบางคนที่คลุกคลีกับวงการนาน มีประสบการณ์เยอะ มักจะคิดว่า
เจ้าของรวยสุด ดังนั้น พอเห็นโฆษณารับผลิตครีม ลงทุนแค่หลักหมื่น กำไร.....บาท
ก็อยากจะลองของ อยากทำ ไม่ผิดที่เราจะลองทำ
แต่ถ้าเรามีความอยากได้เงิน อยากรวยมากกว่าอยากศึกษา อยากพัฒนาตัวเอง
เราก็ขาดทุนตั้งแต่เริ่มแล้ว
ทุกวันนี้วงการนี้การแข่งขันสูงมาก สูตรสำเร็จเดิมๆที่เจ้าของแบรนด์รุ่นก่อนทำแล้วรวย
อาจใช้ไม่ได้อีกแล้วในรุ่นเรา
การเริ่มสร้างแบรนด์บุคคลถ้าไม่จ้างบริษัททำโฆษณาดังๆ แพงๆ มาทำให้ ก็ยากมาก
ที่จะดัง จะเป็นกระแส
เอาง่ายๆแค่งบยิ่งโฆษณา เรามีหนาเท่าเจ้าดังหรือเปล่า
ถ้าเราจะรวยในเน็ต แบบรวยจริงๆ เราต้องรู้จัก วิชายิงโฆษณา วิชาอื่นๆอีกมากมาย ที่ต้องใช้
ไม่อย่างนั้นเราต้องจ้างคนอื่นหมด ตัดต่อวีดีโอ ทำภาพ คิดแคปชั่น แล้วถ้าเราจ้างหมดงบเยอะก็ดีไป แต่ถ้าไม่เราจะตายทั้งที่ยังไม่โต
เห็นคนอื่นไลฟ์คนรอแย่งกันซื้อ ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ กว่าเราจะพูดแล้วคนมาแย่งกันซื้อไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง
ลองไลฟ์ขายอะไรสักอย่างดู ครั้งแรกบางคนไม่มีใครเม้นท์เลย บางคนไม่มีใครมาดูเลย ก็มี
นั่นแหละที่ฉันบอกว่า เรื่องราวในเน็ตทำให้เราโพกัสแค่สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่ตามความจริง
เอาละ วันนี้ของฉันบ้างดีกว่า วันนี้ก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ อยู่สวนครึ่งเช้า บ่ายทำงานอื่น
แต่ที่พิเศษคือ รู้สึกดีกับตัวเองอย่างประหลาด
แปลกดีเงินก็ไม่ได้เยอะขึ้นมาก แต่ทำไมมีความสุข
หรือจะเป็นเพราะ ฉันมีความสุขจากใจตัวเองไม่ใช่ตามไปหาจากใครอีกแล้ว