
==========================================================================
{รายการค่าใช้จ่าย, ความรู้เรื่องอาการ Altitude sickness และแผนการเดินทางอยู่ล่างซ้าย ท้ายสุดของเรื่องเลยจร้า}
***************************************************************************************************
บันทึกนี้เขียนขึ้นมาโดยไร้แรงบันดาลใจอย่างยิ่ง ถึงแม้จะเป็นทริปที่หลายคนรบเร้าให้ช่วยเขียน
ให้ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย แต่ในใจกลับไม่ค่อยอยากจะเล่าหรืออยากจะเขียนให้อ่านสักเท่าไหร่
ไม่ใช่เพราะไม่ประทับใจหรอก... แต่ความรู้สึกประทับใจมันมีมากกว่าทุกทริปที่ผ่านมา
ที่นี่ได้ให้ความหมายไว้อย่างชัดเจน จนอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ลึกๆคนเดียวมากกว่า
ชีวิต เป้าหมาย ความฝัน มันมีความหมายอะไร?
อีกอย่างคือ....กลัวคนอ่าน อ่านแล้วเกิดอยากเดินทางตามรอยขึ้นมา
หากเกิดอันตรายต่อชีวิต เราไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้น
(นี่แค่ Base Camp เองนะ อะไรจะขนาดนั้นเลยเหรอ!)
ล้อเครื่องบินกางออกแตะพื้นสนามบินนานาชาติตรีภูวัน กาฐมาณฑุ ความรู้สึกในหัวคือ....
เหมือนตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาในนาฬิกามันเดินถอยหลังกลับไปสู่อดีตสัก 50-100ปีก่อน
สนามบินเนปาลที่คุ้นชินจากที่เห็นเมื่อปีก่อน มาปีนี้ดูดีขึ้น
เราต่อคิวเพื่อทำวีซ่าขอเข้าประเทศ Visa on arrival มีตู้ลักษณะคล้ายๆตู้เอทีเอ็ม
ให้เดินเข้าไปกรอกรายละเอียด ชื่อ-ที่อยู่ ที่พักหรือโรงแรมระหว่างอยู่ที่กาฐมาณฑุ
ใส่วันที่ที่มาถึงและวันกลับ ตู้จะพิมพ์เอกสารออกมา เราก็นำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมชำระเงิน
ตามระยะเวลาที่เราอยู่ในเนปาลทั้งหมด สำหรับทริปเราใช้เวลารวมทั้งสิ้น 18 วัน
ผ่านด่านขาเข้าประเทศได้เรียบร้อย ก็เดินต่อมารอรับกระเป๋าที่สายพาน และออกมานอกอาคารผู้โดยสารเพื่อหาคิวรถเท็กซี่ เราส่งแผนที่โรงแรมที่จองไว้ย่านทาเมลให้คนขับเท็กซี่ดู ต่อรองราคานิดหน่อย คราวนี้เราเดินทางกันมาเพียง 2 คนแค่เป้ใบใหญ่ 2ใบก็เต็มแน่นรถเท็กซี่ขนาดเล็กของที่นี่แล้ว จากสนามบินมาย่านทาเมลไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง
ย่านทาเมลดูแปลกตาไปมาก ปีที่แล้วช่วงเมษายน พ.ศ.2559 มีแต่การก่อสร้าง ซ่อมแซมตึก ทำถนน ขุด เจาะ ดินสีแดง ฝุ่น คละคลุ้ง ลอยละลิ่ว และร่องรอยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปี 2558
เราลงจากเท็กซี่และเดินหาโรงแรมที่จองผ่าน Booking.comไว้
"Bag Packer's lodge" เราจองห้องแบบต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่เนื่องจากช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อย ทางโรงแรมจึงเอาใจเราด้วยการ upgrade ห้องเป็นแบบมีห้องน้ำในตัว ด้วยราคา 16USDหรือประมาณ 500บาท/คืน ดีงาม
เช้าๆท้องเร่ิมร้อง จมูกมาสะดุดกลิ่นหอมฟุ้งที่ร้านฮอตดอก ตรงมุมโค้งริมถนนทาเมล
แต่ด้วยวิถีสไลว์ไลฟ์ของแท้แบบเนปาล สาบานได้ว่า....
ใช้เวลานั่งรอการประกอบร่างฮอตดอกนานกว่านั่งเท็กซี่จากสนามบินมาซะอีก!
มาปีนี้ 2560 เดือนพฤศจิกายน ถนนทาเมลกลายเป็นย่านปลอดรถ ปลอดเสียงแตร
ถนนกลายเป็นพื้นด้วยซีเมนต์ ร้านอาหาร ร้านขายของ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น
อะไรนะ? ผ่านไปแค่ปีเดียว เปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ
อ้ออีกอย่าง! เค้าเพิ่งเลิกล้มระบอบการปกครองด้วยกษัตริย์มาเป็นแบบรัฐสภาแล้ว
ช่วงที่เรามามีธงหลากสีประดับเต็มท้องถนน ไม่ใช่งานวัด หรืองานกีฬาสีนะ!
แต่ใกล้วันเลือกตั้งแล้ว กำลังจะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ เปิดทีวีไปช่องไหนก็มีแต่ปราศัยหาเสียง
พรรคต่างๆก็ออกมาแถลงนโยบาย การพัฒนาประเทศ ฟังภาษาเนปาลออกเหรอ ไม่เลยสักคำ!
[CR] EBC บันทึกระหว่างการเดินทาง On the way EBC dairy
==========================================================================
{รายการค่าใช้จ่าย, ความรู้เรื่องอาการ Altitude sickness และแผนการเดินทางอยู่ล่างซ้าย ท้ายสุดของเรื่องเลยจร้า}
***************************************************************************************************
บันทึกนี้เขียนขึ้นมาโดยไร้แรงบันดาลใจอย่างยิ่ง ถึงแม้จะเป็นทริปที่หลายคนรบเร้าให้ช่วยเขียน
ให้ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย แต่ในใจกลับไม่ค่อยอยากจะเล่าหรืออยากจะเขียนให้อ่านสักเท่าไหร่
ไม่ใช่เพราะไม่ประทับใจหรอก... แต่ความรู้สึกประทับใจมันมีมากกว่าทุกทริปที่ผ่านมา
ที่นี่ได้ให้ความหมายไว้อย่างชัดเจน จนอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ลึกๆคนเดียวมากกว่า
ชีวิต เป้าหมาย ความฝัน มันมีความหมายอะไร?
อีกอย่างคือ....กลัวคนอ่าน อ่านแล้วเกิดอยากเดินทางตามรอยขึ้นมา
หากเกิดอันตรายต่อชีวิต เราไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้น
(นี่แค่ Base Camp เองนะ อะไรจะขนาดนั้นเลยเหรอ!)
ล้อเครื่องบินกางออกแตะพื้นสนามบินนานาชาติตรีภูวัน กาฐมาณฑุ ความรู้สึกในหัวคือ....
เหมือนตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาในนาฬิกามันเดินถอยหลังกลับไปสู่อดีตสัก 50-100ปีก่อน
สนามบินเนปาลที่คุ้นชินจากที่เห็นเมื่อปีก่อน มาปีนี้ดูดีขึ้น
เราต่อคิวเพื่อทำวีซ่าขอเข้าประเทศ Visa on arrival มีตู้ลักษณะคล้ายๆตู้เอทีเอ็ม
ให้เดินเข้าไปกรอกรายละเอียด ชื่อ-ที่อยู่ ที่พักหรือโรงแรมระหว่างอยู่ที่กาฐมาณฑุ
ใส่วันที่ที่มาถึงและวันกลับ ตู้จะพิมพ์เอกสารออกมา เราก็นำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมชำระเงิน
ตามระยะเวลาที่เราอยู่ในเนปาลทั้งหมด สำหรับทริปเราใช้เวลารวมทั้งสิ้น 18 วัน
ผ่านด่านขาเข้าประเทศได้เรียบร้อย ก็เดินต่อมารอรับกระเป๋าที่สายพาน และออกมานอกอาคารผู้โดยสารเพื่อหาคิวรถเท็กซี่ เราส่งแผนที่โรงแรมที่จองไว้ย่านทาเมลให้คนขับเท็กซี่ดู ต่อรองราคานิดหน่อย คราวนี้เราเดินทางกันมาเพียง 2 คนแค่เป้ใบใหญ่ 2ใบก็เต็มแน่นรถเท็กซี่ขนาดเล็กของที่นี่แล้ว จากสนามบินมาย่านทาเมลไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง
ย่านทาเมลดูแปลกตาไปมาก ปีที่แล้วช่วงเมษายน พ.ศ.2559 มีแต่การก่อสร้าง ซ่อมแซมตึก ทำถนน ขุด เจาะ ดินสีแดง ฝุ่น คละคลุ้ง ลอยละลิ่ว และร่องรอยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปี 2558
เราลงจากเท็กซี่และเดินหาโรงแรมที่จองผ่าน Booking.comไว้
"Bag Packer's lodge" เราจองห้องแบบต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่เนื่องจากช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อย ทางโรงแรมจึงเอาใจเราด้วยการ upgrade ห้องเป็นแบบมีห้องน้ำในตัว ด้วยราคา 16USDหรือประมาณ 500บาท/คืน ดีงาม
เช้าๆท้องเร่ิมร้อง จมูกมาสะดุดกลิ่นหอมฟุ้งที่ร้านฮอตดอก ตรงมุมโค้งริมถนนทาเมล
แต่ด้วยวิถีสไลว์ไลฟ์ของแท้แบบเนปาล สาบานได้ว่า....
ใช้เวลานั่งรอการประกอบร่างฮอตดอกนานกว่านั่งเท็กซี่จากสนามบินมาซะอีก!
มาปีนี้ 2560 เดือนพฤศจิกายน ถนนทาเมลกลายเป็นย่านปลอดรถ ปลอดเสียงแตร
ถนนกลายเป็นพื้นด้วยซีเมนต์ ร้านอาหาร ร้านขายของ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น
อะไรนะ? ผ่านไปแค่ปีเดียว เปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ
อ้ออีกอย่าง! เค้าเพิ่งเลิกล้มระบอบการปกครองด้วยกษัตริย์มาเป็นแบบรัฐสภาแล้ว
ช่วงที่เรามามีธงหลากสีประดับเต็มท้องถนน ไม่ใช่งานวัด หรืองานกีฬาสีนะ!
แต่ใกล้วันเลือกตั้งแล้ว กำลังจะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ เปิดทีวีไปช่องไหนก็มีแต่ปราศัยหาเสียง
พรรคต่างๆก็ออกมาแถลงนโยบาย การพัฒนาประเทศ ฟังภาษาเนปาลออกเหรอ ไม่เลยสักคำ!
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น