Japan First Time
หลังจากที่สิงร่างและอ่านนั่งอ่านกระทู้ในห้อง Blue planet อยู่นานหลายปี
ได้ข้อมูลดีๆ จากหลายกระทู้ เลยอยากตอบแทนและแบ่งปันประสบการการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกบ้าง

มะ...มาเริ่มกันเลยคะ
สารภาพเลยว่าการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเราเลยสักนิด
มันเป็นประเทศที่สวยนะ แต่ไม่เคยคิดที่จะไปเยือนแม้แต่น้อย
แต่เนื่องจากทริปที่ตั้งใจจะไปนั้นถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปีช่วงหยุดยาวสงกรานต์เลยว่างไม่มีแผนไปไหน
จู่ๆ เพื่อนสมัยเรียนอนุบาลหมีน้อยก็ไลน์มาหาและถามว่า
“แกๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันไหมเรา”
“อืมมม แล้วไปงัยอ่ะ”
“ไปกันเองนี่แหล่ะ”
ก็เลยตกลงปลงใจไปแบบงงๆ ว่า “อืออออ ไปก็ไป”
แต่มีโจทย์ให้นางไปคิดต่อว่า “ฉันมีงบให้สำหรับทริปนี้แค่ 50000 บาทนะ”
คือบอกไว้ก่อนเลยว่าเราสองคนเคยไปเที่ยวต่างประเทศแค่คนละประเทศเท่านั้นคือมาเลเซียและฮ่องกง
ซึ่งก็ไปแบบชาวเกาะคะ (เกาะคนอื่นเค้าไป) ไม่ต้องทำอะไรเลย เดินๆ ตามเค้าไป แค่นั้นนนนน
แต่ทริปนี้ต้องมาทำกันเองตั้งแต่หาข้อมูลเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมและทำแผนเที่ยวในแต่ละวัน
เป็นงัยละ....เยอะเนอะ แค่คิดก็เหนื่อยรอแล้วอ่ะ
แต่ในเมื่อตกลงกันว่าจะไปแล้วมันก็ต้องลองกันสักครั้ง
คือวางแผนเที่ยวกันเองครั้งแรกงัย มันก็จะเคว้งคว้างมาก
คือแบบมีข้อมูลว่อนเต็มหัวเลย อันโน้น อันนี้ อันนั้น บลาๆๆๆๆ
แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลังดี เลยเวิ่นเว้อกันไปนานเกือบเดือนและไม่ได้อะไรเลย
สุดท้ายต้องหยุดและมานั่งคุยกันสองคนผ่านไลน์ (เพราะอยู่กันคนละจังหวัด)
ว่าฉันกับแกเนี่ยต้องทำอะไรก่อนดี เพื่อไม่ให้ทริปนี้ล่มก่อนที่มันจะเกิด!
สุดท้ายเราก็เลยตกลงกันว่าเราจะจองตั๋วเครื่องบินกันก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนงบประมาณนั้นต้องไม่เกิน 15.000 บาท เดินทางระหว่างวันที่ 11 เมษา – 18 เมษา
1 ตั๋วเครื่องบิน
- บินตรง
ลงกดๆ จองดู เห็นราคาแล้วแทบจะเป็นลมในทันที คือมันเกินงบที่ตั้งไว้ไปมากอยู่เหมือนกัน
ก็เนอะ สายการบินๆ ไหนก็รู้ว่าเป็นช่วงหยุดยาวของประเทศไทย ราคาก็เลยพุ่งพรวดๆ ตามความต้องการ
เลยจบกันตรงนั้นเลยกับการบินตรงญี่ปุ่น
ส่วน Low cost แบบบินตรง อันนี้ราคาก็แทบไม่ต่างกันเมื่อรวมค่าโหลดกระเป๋าอย่างน้อย 20 กิโล
- ต่อเครื่อง
อันนั้นราคาน่าคบหาขึ้นมานิดนึง อยู่ในงบที่ตั้งไว้ แต่ต้องแลกกับเวลาเดินทางที่เพิ่มขึ้นไปอีกสัก 2-3 ชั่วโมง
ค้นหากันอยู่นาน สุดท้ายก็มาจบที่ Cathay Pacific แบบต่อเครื่องที่สนามบินฮ่องกง
ในราคารวมทุกอย่างแล้วอยู่ที่ 14885 บาท โหลดกระเป๋าได้สองใบรวม 30 กิโล
Full service อาหารและเครื่องดื่มพร้อม!
ขาไป 11 เมษายน
BKK (08:15) > HGK (12:10)
Lay over 3.05 hrs.
HGK (15:15) > HND (20:25) operated by Japan Airlines
ขากลับ 11 เมษายน
HND (10:35) > HGK (14:20)
Lay over 3.35 hrs.
HGK (17:55) > BKK (20:00)
เวลาต่อเครื่องอาจจะนานสักหน่อยสำหรับทริปนี้
เพราะเราสองคนเดินทางเองครั้งแรกแถมยังต่อเครื่องอีกต่างหาก (อินางงง....ช่างกล้า ยอมใจหล่อนเลย!)
เลยเผื่อเวลาสำหรับการหลงในสนามบินฮ่องกง เผื่อเวลาเครื่องบินต้นทางดีเลย์แล้วกระเป๋าโหลดตามมาไม่ทัน
เผื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะคิดออกเวลานั้น และยอมเสียเวลาเดินทางไปกลับสองวัน
เพราะถ้าเดินทางตอนกลางคืนแล้วไปเช้าที่โน่นราคาจะพุ่งขึ้นไปอีกหลายบาท
และการนอนบนเครื่องบินก็ไม่น่าอภิรมย์นักสำหรับเราเพราะเป็นโรคปวดหลังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ในที่สุดเราทั้งสองคนก็ได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่นมาไว้ในครอบครองแล้วคะ
จบคะจบสำหรับเรื่องตั๋ว สายการบินไหนจะลดราคาหลังจากนี้ เราก็จะ no สน no care!!!
เพราะจองไปแล้วและจ่ายเงินไปแล้ว
2 แผนท่องเที่ยว
คือไปกันสองคน เพราะฉะนั้นความต้องการมันก็เลยจะหลากหลายกันสักหน่อย
เราสองคนเลยตกลงกันว่า ให้แต่ละคนจดรายชื่อสถานที่ที่อยากไปแล้วเอามารวมๆ กันเป็นแผนเที่ยว
แรกๆ ก็นะคะ อยากไปคนละทิศคนละทางเลยทีเดียว Osaka, Kyoto, Tokyo
แต่ไม่อยากนั่งรถไฟไกลงัย เพราะกลัวเสียเวลาไปกับการนั่งรถไฟมากกว่าการได้เที่ยว
เลยหยุดแค่การเที่ยวใน Tokyo และไปสวัสดี Fuji san ที่ Kawaguchiko สองที่ใหญ่ๆ พอ
แผนเที่ยวของเลยเป็นกันแบบนี้คะ
3 ตั๋วรถไฟที่ใช้เดินทาง
ดูจากแผนเที่ยวของเราแล้ว เลยคุยกันว่าจะซื้อแค่ JR wide pass แค่นั้นคะ
ราคา 10000 เยน ใช้ติดต่อกันได้ 3 วันส่วนวันอื่นๆ เราจะซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ไป
เอาอีกละ...นางสองคนนี้ช่างกล้าเนอะ!
ไม่คิดว่าจะหลงหรือขึ้นผิดฝั่งแล้วเสียเงินซื้อตั๋วใหม่อีกรอบบ้างเหรอ?
มั่นหน้าแล้วตอบไปดังๆ เลยคะว่า.....หลงแน่นอน!!!
ในใจตอนนั้นคิดว่ามันประหยัดกว่าซื้อ JR pass เพราะเรามีแผนแล้วงัย
ถ้าเราทำตามแผนนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ pass ขนาดนั้น
เก็บตังค์ไว้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า ฮ่าาา
ประหยัดให้ถึงที่สุด เพราะเรามันทริปงบน้อย จำไว้!!!
4 ประกันการเดินทาง
เราเลือกของ AIG เอาแบบที่ราคาแพงนิดหน่อยกับระยะเวลาคุ้มครอง 8วันที่เราไป
เผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอะไรขึ้นมา อย่างน้อยมีประกันไว้เราสองคนก็อุ่นใจคะ
ถือคติว่าเสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย ก็เลยจ่ายไป 1489 บาทถ้วนคะ
5 โรงแรงที่พัก
ทริปนี้เราจองทั้งหมดสามที่คะ
ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าไม่อยากนอนโรงแรมแบบ Capsule และขอห้องอาบน้ำที่เป็นห้องปิดมิดชิด
ไม่ใช่นั่งอาบแบบรวมๆ กัน
-Haneda Airport 1 คืน > Hotel Keikyu Ex Inn (Haneda) ราคา 3,063.53 บาท
เพราะไฟล์ทเราถึงโตเกียวตอนสองทุ่ม เลยพยายามหาโรงแรมทีใกล้สนามบินไว้คะ
เผื่อ (นางสองคนนี้เผื่ออีกแล้ว...) ไฟล์ทดีเลย์แล้วไม่ทันรถไฟเข้าเมือง โรงแรมนี้มีรถ Shutter bus
รับส่งจากโรงแรมถึงสนามบินด้วยคะ คือดีและประหยัดค่ารถไฟเข้าเมืองไปได้อีก
อ้อ...โรงแรมนี้เป็นแบบห้องน้ำในตัว และรวมค่าอาหารเช้าไปแล้วนะคะ
และที่ดีงามพระรามแปดเก้าสิบสำหรับเราคือ...Amenity เป็นของ SHISEIDO ทั้งหมดคะ
ตั้งแต่สเปรย์ดับกลิ่นผ้าไปจนถึงของใช้ในห้องน้ำ!
วนอาบน้ำล้างหน้าอยู่สามรอบเพราะใช้แล้วมันหอมชื่นใจจริงๆ นะคะ ปลื้มมากมายคะ
-Kawaguchiko1 คืน > Guesthouse Orange Cabin ราคา 3,476.25 บาท
โรงแรมนี้เป็นแบบห้องน้ำรวมคะ และได้นอนแบบJapanese Style เหมือนห้องนอนของโนบิตะเลยคะ
เพราะมีตู้เก็บของที่เค้าดัดแปลงให้เป็นที่นอนด้วย น่ารักไปอีก
แต่เราไม่ได้นอนบนนั้นนะคะ เพราะยกให้เพื่อนนอนไปแล้ว
โรงแรมนี้ไม่มีอาหารเช้า แต่มีครัวเล็กๆ ให้ทำอาหารได้คะ
คนดูแลที่นี่ น่ารักคะ ช่วยเหลือเรื่องข้อมูลท่องเที่ยวเล็กๆ น้อยสำหรับแถวๆ ที่พักได้
และสามารถฝากกระเป๋าไว้หลังจาก Check out ได้ด้วยนะคะ
-Ueno 5 คืน > Centurion Ladies Hostel Ueno Park ราคา 14,164 บาท
โรงแรมนี้อยู่ตรงข้าม Ueno park คะ เป็นแบบ Dormitory room นอนกันหลายคน
สำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว ทีนี่สะดวกสบายเลยทีเดียว
ห้องน้ำรวม และมีห้องครัวเล็กๆ ส่วนกลางให้ทำอาหารได้คะ
แต่อาจจะมีเสียงคนเดิน รูดซิปกระเป๋าตอนตีสามตีสี่บ้างนะคะ
เพราะเพื่อนเจ้าของกระทู้เจอมาแล้ว นางบอกเพื่อนร่วมห้องชาวจีน
ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าตั้งแต่ตีสี่ทุกคืนที่นางนอน นางมาบ่นให้ฟังตอนเช้าคะ
ส่วนตัวเจ้าของกระทู้นอนชั้นบน และหลับสนิทมากกก เลยไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยโชคดีไปคะ
6 Internet Sim
เราสองคนใช้ AIS sim to fly ราคา 399 บาท 8 วัน เนตความเร็วสูงสุด 4 GB
ใช้ดีไม่มีงอแงแต่อย่างใด แต่เมื่อความเร็วสูงสุดหมดลง อันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะคะ
เตรียมตัวครบทุกอย่างแล้ว ก็เก็บกระเป๋าเดินทาง
ได้เวลาออกสู่โลกกว้างกันละคะ Go Go Go!!!!!
[CR] ๋Japan First Time
หลังจากที่สิงร่างและอ่านนั่งอ่านกระทู้ในห้อง Blue planet อยู่นานหลายปี
ได้ข้อมูลดีๆ จากหลายกระทู้ เลยอยากตอบแทนและแบ่งปันประสบการการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกบ้าง
มะ...มาเริ่มกันเลยคะ
สารภาพเลยว่าการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเราเลยสักนิด
มันเป็นประเทศที่สวยนะ แต่ไม่เคยคิดที่จะไปเยือนแม้แต่น้อย
แต่เนื่องจากทริปที่ตั้งใจจะไปนั้นถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปีช่วงหยุดยาวสงกรานต์เลยว่างไม่มีแผนไปไหน
จู่ๆ เพื่อนสมัยเรียนอนุบาลหมีน้อยก็ไลน์มาหาและถามว่า
“แกๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันไหมเรา”
“อืมมม แล้วไปงัยอ่ะ”
“ไปกันเองนี่แหล่ะ”
ก็เลยตกลงปลงใจไปแบบงงๆ ว่า “อืออออ ไปก็ไป”
แต่มีโจทย์ให้นางไปคิดต่อว่า “ฉันมีงบให้สำหรับทริปนี้แค่ 50000 บาทนะ”
คือบอกไว้ก่อนเลยว่าเราสองคนเคยไปเที่ยวต่างประเทศแค่คนละประเทศเท่านั้นคือมาเลเซียและฮ่องกง
ซึ่งก็ไปแบบชาวเกาะคะ (เกาะคนอื่นเค้าไป) ไม่ต้องทำอะไรเลย เดินๆ ตามเค้าไป แค่นั้นนนนน
แต่ทริปนี้ต้องมาทำกันเองตั้งแต่หาข้อมูลเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมและทำแผนเที่ยวในแต่ละวัน
เป็นงัยละ....เยอะเนอะ แค่คิดก็เหนื่อยรอแล้วอ่ะ
แต่ในเมื่อตกลงกันว่าจะไปแล้วมันก็ต้องลองกันสักครั้ง
คือวางแผนเที่ยวกันเองครั้งแรกงัย มันก็จะเคว้งคว้างมาก
คือแบบมีข้อมูลว่อนเต็มหัวเลย อันโน้น อันนี้ อันนั้น บลาๆๆๆๆ
แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลังดี เลยเวิ่นเว้อกันไปนานเกือบเดือนและไม่ได้อะไรเลย
สุดท้ายต้องหยุดและมานั่งคุยกันสองคนผ่านไลน์ (เพราะอยู่กันคนละจังหวัด)
ว่าฉันกับแกเนี่ยต้องทำอะไรก่อนดี เพื่อไม่ให้ทริปนี้ล่มก่อนที่มันจะเกิด!
สุดท้ายเราก็เลยตกลงกันว่าเราจะจองตั๋วเครื่องบินกันก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนงบประมาณนั้นต้องไม่เกิน 15.000 บาท เดินทางระหว่างวันที่ 11 เมษา – 18 เมษา
1 ตั๋วเครื่องบิน
- บินตรง
ลงกดๆ จองดู เห็นราคาแล้วแทบจะเป็นลมในทันที คือมันเกินงบที่ตั้งไว้ไปมากอยู่เหมือนกัน
ก็เนอะ สายการบินๆ ไหนก็รู้ว่าเป็นช่วงหยุดยาวของประเทศไทย ราคาก็เลยพุ่งพรวดๆ ตามความต้องการ
เลยจบกันตรงนั้นเลยกับการบินตรงญี่ปุ่น
ส่วน Low cost แบบบินตรง อันนี้ราคาก็แทบไม่ต่างกันเมื่อรวมค่าโหลดกระเป๋าอย่างน้อย 20 กิโล
- ต่อเครื่อง
อันนั้นราคาน่าคบหาขึ้นมานิดนึง อยู่ในงบที่ตั้งไว้ แต่ต้องแลกกับเวลาเดินทางที่เพิ่มขึ้นไปอีกสัก 2-3 ชั่วโมง
ค้นหากันอยู่นาน สุดท้ายก็มาจบที่ Cathay Pacific แบบต่อเครื่องที่สนามบินฮ่องกง
ในราคารวมทุกอย่างแล้วอยู่ที่ 14885 บาท โหลดกระเป๋าได้สองใบรวม 30 กิโล
Full service อาหารและเครื่องดื่มพร้อม!
ขาไป 11 เมษายน
BKK (08:15) > HGK (12:10)
Lay over 3.05 hrs.
HGK (15:15) > HND (20:25) operated by Japan Airlines
ขากลับ 11 เมษายน
HND (10:35) > HGK (14:20)
Lay over 3.35 hrs.
HGK (17:55) > BKK (20:00)
เวลาต่อเครื่องอาจจะนานสักหน่อยสำหรับทริปนี้
เพราะเราสองคนเดินทางเองครั้งแรกแถมยังต่อเครื่องอีกต่างหาก (อินางงง....ช่างกล้า ยอมใจหล่อนเลย!)
เลยเผื่อเวลาสำหรับการหลงในสนามบินฮ่องกง เผื่อเวลาเครื่องบินต้นทางดีเลย์แล้วกระเป๋าโหลดตามมาไม่ทัน
เผื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะคิดออกเวลานั้น และยอมเสียเวลาเดินทางไปกลับสองวัน
เพราะถ้าเดินทางตอนกลางคืนแล้วไปเช้าที่โน่นราคาจะพุ่งขึ้นไปอีกหลายบาท
และการนอนบนเครื่องบินก็ไม่น่าอภิรมย์นักสำหรับเราเพราะเป็นโรคปวดหลังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ในที่สุดเราทั้งสองคนก็ได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่นมาไว้ในครอบครองแล้วคะ
จบคะจบสำหรับเรื่องตั๋ว สายการบินไหนจะลดราคาหลังจากนี้ เราก็จะ no สน no care!!!
เพราะจองไปแล้วและจ่ายเงินไปแล้ว
2 แผนท่องเที่ยว
คือไปกันสองคน เพราะฉะนั้นความต้องการมันก็เลยจะหลากหลายกันสักหน่อย
เราสองคนเลยตกลงกันว่า ให้แต่ละคนจดรายชื่อสถานที่ที่อยากไปแล้วเอามารวมๆ กันเป็นแผนเที่ยว
แรกๆ ก็นะคะ อยากไปคนละทิศคนละทางเลยทีเดียว Osaka, Kyoto, Tokyo
แต่ไม่อยากนั่งรถไฟไกลงัย เพราะกลัวเสียเวลาไปกับการนั่งรถไฟมากกว่าการได้เที่ยว
เลยหยุดแค่การเที่ยวใน Tokyo และไปสวัสดี Fuji san ที่ Kawaguchiko สองที่ใหญ่ๆ พอ
แผนเที่ยวของเลยเป็นกันแบบนี้คะ
3 ตั๋วรถไฟที่ใช้เดินทาง
ดูจากแผนเที่ยวของเราแล้ว เลยคุยกันว่าจะซื้อแค่ JR wide pass แค่นั้นคะ
ราคา 10000 เยน ใช้ติดต่อกันได้ 3 วันส่วนวันอื่นๆ เราจะซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ไป
เอาอีกละ...นางสองคนนี้ช่างกล้าเนอะ!
ไม่คิดว่าจะหลงหรือขึ้นผิดฝั่งแล้วเสียเงินซื้อตั๋วใหม่อีกรอบบ้างเหรอ?
มั่นหน้าแล้วตอบไปดังๆ เลยคะว่า.....หลงแน่นอน!!!
ในใจตอนนั้นคิดว่ามันประหยัดกว่าซื้อ JR pass เพราะเรามีแผนแล้วงัย
ถ้าเราทำตามแผนนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ pass ขนาดนั้น
เก็บตังค์ไว้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า ฮ่าาา
ประหยัดให้ถึงที่สุด เพราะเรามันทริปงบน้อย จำไว้!!!
4 ประกันการเดินทาง
เราเลือกของ AIG เอาแบบที่ราคาแพงนิดหน่อยกับระยะเวลาคุ้มครอง 8วันที่เราไป
เผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอะไรขึ้นมา อย่างน้อยมีประกันไว้เราสองคนก็อุ่นใจคะ
ถือคติว่าเสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย ก็เลยจ่ายไป 1489 บาทถ้วนคะ
5 โรงแรงที่พัก
ทริปนี้เราจองทั้งหมดสามที่คะ
ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าไม่อยากนอนโรงแรมแบบ Capsule และขอห้องอาบน้ำที่เป็นห้องปิดมิดชิด
ไม่ใช่นั่งอาบแบบรวมๆ กัน
-Haneda Airport 1 คืน > Hotel Keikyu Ex Inn (Haneda) ราคา 3,063.53 บาท
เพราะไฟล์ทเราถึงโตเกียวตอนสองทุ่ม เลยพยายามหาโรงแรมทีใกล้สนามบินไว้คะ
เผื่อ (นางสองคนนี้เผื่ออีกแล้ว...) ไฟล์ทดีเลย์แล้วไม่ทันรถไฟเข้าเมือง โรงแรมนี้มีรถ Shutter bus
รับส่งจากโรงแรมถึงสนามบินด้วยคะ คือดีและประหยัดค่ารถไฟเข้าเมืองไปได้อีก
อ้อ...โรงแรมนี้เป็นแบบห้องน้ำในตัว และรวมค่าอาหารเช้าไปแล้วนะคะ
และที่ดีงามพระรามแปดเก้าสิบสำหรับเราคือ...Amenity เป็นของ SHISEIDO ทั้งหมดคะ
ตั้งแต่สเปรย์ดับกลิ่นผ้าไปจนถึงของใช้ในห้องน้ำ!
วนอาบน้ำล้างหน้าอยู่สามรอบเพราะใช้แล้วมันหอมชื่นใจจริงๆ นะคะ ปลื้มมากมายคะ
-Kawaguchiko1 คืน > Guesthouse Orange Cabin ราคา 3,476.25 บาท
โรงแรมนี้เป็นแบบห้องน้ำรวมคะ และได้นอนแบบJapanese Style เหมือนห้องนอนของโนบิตะเลยคะ
เพราะมีตู้เก็บของที่เค้าดัดแปลงให้เป็นที่นอนด้วย น่ารักไปอีก
แต่เราไม่ได้นอนบนนั้นนะคะ เพราะยกให้เพื่อนนอนไปแล้ว
โรงแรมนี้ไม่มีอาหารเช้า แต่มีครัวเล็กๆ ให้ทำอาหารได้คะ
คนดูแลที่นี่ น่ารักคะ ช่วยเหลือเรื่องข้อมูลท่องเที่ยวเล็กๆ น้อยสำหรับแถวๆ ที่พักได้
และสามารถฝากกระเป๋าไว้หลังจาก Check out ได้ด้วยนะคะ
-Ueno 5 คืน > Centurion Ladies Hostel Ueno Park ราคา 14,164 บาท
โรงแรมนี้อยู่ตรงข้าม Ueno park คะ เป็นแบบ Dormitory room นอนกันหลายคน
สำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว ทีนี่สะดวกสบายเลยทีเดียว
ห้องน้ำรวม และมีห้องครัวเล็กๆ ส่วนกลางให้ทำอาหารได้คะ
แต่อาจจะมีเสียงคนเดิน รูดซิปกระเป๋าตอนตีสามตีสี่บ้างนะคะ
เพราะเพื่อนเจ้าของกระทู้เจอมาแล้ว นางบอกเพื่อนร่วมห้องชาวจีน
ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าตั้งแต่ตีสี่ทุกคืนที่นางนอน นางมาบ่นให้ฟังตอนเช้าคะ
ส่วนตัวเจ้าของกระทู้นอนชั้นบน และหลับสนิทมากกก เลยไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยโชคดีไปคะ
6 Internet Sim
เราสองคนใช้ AIS sim to fly ราคา 399 บาท 8 วัน เนตความเร็วสูงสุด 4 GB
ใช้ดีไม่มีงอแงแต่อย่างใด แต่เมื่อความเร็วสูงสุดหมดลง อันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะคะ
เตรียมตัวครบทุกอย่างแล้ว ก็เก็บกระเป๋าเดินทาง
ได้เวลาออกสู่โลกกว้างกันละคะ Go Go Go!!!!!