สวัสดีค่ะ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนลง pantip แต่ไม่ใช่การรีวิว ขอเป็นการแชร์ข้อมูล ในมุมมอง และการเที่ยวที่แตกต่าง
เป้าหมายที่เคยตั้งใจ สมัยยังอายุน้อย ๆ คือ การเดินทางไปอยู่ในต่างประเทศ แบบอยู่เพื่อได้เห็นและเรียนรู้วัฒนธรรม ของเขา อยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละชุมชน หรือท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในแต่ละแห่งมากกว่าการท่องเที่ยวปกติ แต่ใช่ว่าจะรู้จริงและเข้าใจอย่างท่องแท้เหมือนกัน
เคย Wwoofing ที่ประเทศญี่ปุ่น 6 ครั้งใน 5 ปี แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 1 เดือน อย่างนานสุด 3 เดือน บอกได้คำเดียวว่าชอบมาก ได้เรียนรู้มากมาย เป็นประสพการณ์ที่หาไม่ได้จากการท่องเที่ยวปกติ พูดได้คำเดียวว่าแตกต่างสุด ๆ
สบโอกาส ออกจากงาน และ ไม่นึกอยากกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ เลยถือโอกาส ทำอีกสักครั้งตอนนี้ ไม่งั้น อาจจะลืมและเลิก เพราะหมดทรัพย์เสียก่อน และอาจจะแบกเป้ไม่ไหว
ประเทศที่คิดว่าง่ายและสามารถเดินทางได้ทันที ที่เลือกไว้ คือ Georgia มีสิทธ์อยู่ได้ ถึง 365 วัน ใจดีจริง! เพราะเขากำลังเปิดประเทศ เพื่อสร้างรายได้ และวาดแผนเพื่อเข้า EU แต่ใช่ว่าจะง่าย คงไม่ต่ำกว่าอีก 10 ปี
แต่จะอยู่อย่างไร ให้นานที่สุด โดยใช้เงินอย่างจำกัด จะ Wwoofing ตามฟาร์ม เกรงจะทำไม่ไหว จะแตกต่างจากญี่ปุ่นขนาดไหน ไม่มั่นใจจริง ๆ เลย แถม ตัวเลือกมีน้อยมาก....... เลยพยายามหางานแบบอื่นแทน จนได้งานจำพวก ร้านอาหาร ห้องพัก แบบนั้นน่าจะเบาหน่อย
เอาละเริ่มแบบก้าวกระโดดเลย
จากการอยากลองสักครั้ง แบบซื้อตั๋วขาเดียวเดินทาง แบบที่เขารีวิวกัน (มันเท่ห์ด เนอะ)
เอาที่เนี่ยแหละ ที่ให้วีซ่าฟรี 1 ปี อะไรจะขนาดนั้น My Georgia
แต่แบบว่า มาเจอเซอร์ไพร์ซ.....เอาที่ เคาเตอร์สายการบิน
" ต้องขอตั๋วขากลับด้วยค่ะ"
ตกลงจองตั๋วขากลับแบบยืนยันกันต่อหน้าไปเลย ซะใจ(เขา) ล่ะ

และนี่เป็นการสัญญากับตัวเองว่าจะต้องอยู่จนถึงเดือนตุลาคม ด้วยงบ 30,000 บาท และไม่คิดจะไปอดข้าวอดน้ำต่างแดนนะเจ้าค่ะ ได้ไม่ได้ก็ต้องตั้งเป้าไว้ก่อน
คราวนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Air Astana มาลงที่ Almaty สนามบินที่นี่ขนาดเล็กมาก มีแค่ 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับ ทรานสิททั้งหมด ชั้นบน ผู้โดยสารขาออกทั้งหมด เดินสองชั้นไม่เกิน 10 นาที (อะจริง)
เครื่องบินใหม่มาก ชอบ ชอบ มีจอทีวีส่วนตัว ที่นั่งกว้าง ที่ติดใจคือ นั่งตลอด 7 ชั่วโมง ไม่ปวดหลัง หรือ เมื่อยตัวเลย มันแปลกดีน่ะ! หรือเป็นเพราะไม่ได้ปรับพนักเก้าอี้ ซึ่งทุกครั้งแบบขอยาวเหยียด แต่ไม่เคยสบายเลย อาหารรสชาติ พอ ทาน ได้ อะ ไม่ถึงกับชอบ มีเบียร์ ไวน์ พร้อม แต่ของคบเคี้ยวหมด หรือไม่มีแจก ยังสงสัยอยู่
ใกล้ถึงสนามบิน kazakhstan ดูจากหน้าต่าง เห็นพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนมาก แต่พอลงจากเครื่องเพื่อมานั่งรถ shuttle เห็นแนวเขายาวอยู่อีกด้านหนึ่งของสนามบิน ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศเย็นประมาณ10 องศา มันเป็นเสน่ห์เล็ก ๆ ที่สวยมาก จนผู้โดยสารมองอย่างตะลึง ก่อนจะเดินขึ้นรถ shuttle bus ไม่ทันถ่ายรูป รู้สึกเสียดาย
แต่ได้ภาพที่ร้านปลอดภาษี เป็นรูปของน้ำยาทำความสะอาดกลิ่นกายสุดเก๋

มีใครเคยใช้บ้างเอ่ย??
3 คืนแรกมาพักที่ Tbilizi กับ hostel ที่ตั้งอยู่บนย่านการค้า และได้คะแนนระดับ 9 จาก booking.com. คงต้องขอย้ำว่าทริปนี้เป็นการเก็บเกี่ยวประสพการณ์แบบ backpacker เต็มรูปแบบ จะพยายามหาขอถูกไว้ก่อน แต่ก็ต้องเตรียมใจกับของแถมที่ไม่ต้องการ
เอาล่ะ หิว! ก็ต้องหาอะไรกินก่อน
จะเรียกว่าโอ่งปิ้งขนมปังแล้วกัน
หาดู ชม ได้ทุกตรอก ซอกซอย
รสชาติของร้อน หอม ใหม่ มันก็จะสุดยอดเสมอ
แถมคนที่นี่ก็เต็มใจให้ ถ่ายรูป ซะด้วย
ขนมปัง จะเป็นแบบมีไส้ข้างใน มีทั้ง ชีส มันฝรั่ง ถั่ว เนื้อ แต่ละร้านอาจจะมีไส้แตกต่างเป็นแบบเฉพาะ แต่ที่ลองทานแล้วชอบ จะเป็นขนมปังของคนจอร์เจีย มากกว่าของคนมุสลิมทำ รสชาติต่างกันนะ

ราคาน่าประทับใจ เริ่มจาก
แบบไม่มีไส้ ราคา 1 lari
แบบมีไส้ชีส ราคา 2 lari
แบบมีไส้เนื้อ ราคา3-5 lari
แต่ถ้าไปซื้อย่านท่องเทียว ราคาก็เพิ่มขึ้น ยิ่งออกนอกเมืองไปชมความงามธรรมชาติ ราคาก็สูงตาม
ตอนนี้ 1 ลารี่ ประมาณ 13 บาท
ถ้าเดินหา Carrefour เจอ จงซื้อซะ เพราะของจะถูกที่สุด เท่าที่คำนวนแล้ว มีหนี่งแห่งฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ข้าง ๆ มีชุมชนขายดอกไม้ สวยงาม และ ที่จอดรถรถตู้โดยสารประจำทางหลายสาย ด้วย

วันแรกเดินสำรวจ Old City รู้สึกบ้านเก่าเหล่านี้มีเสน่ห์ สวย มองเพลิน ว่าไหม

เดินเที่ยวชมป้อม Narikara Fortress ข้างบนดูเหมือนสูงชัน แต่ทางขึ้นมีขั้นบันได ทำให้ง่ายในการเดิน ไม่เสียค่าเข้าชมด้วย วิว 360 องศา ลมแรงมาก
ป้อมดูจากภายนอกเหมือนยังสมบูรณ์อยู่ แต่หลังกำแพงไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ แต่ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม

หลังจากหลงเสน่ห์ Tbilizi มา 3 วัน ได้เวลาเดินทางไป Udabno ได้แล้ว รู้แต่ว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยว ที่เรียกว่า David Gareji สามารถมาขึ้นรถตู้นำเที่ยวแบบไปกลับภายในวันเดียว ที่ Pushkin Square ได้ในราคา 25 ลารี่ รถออกเวลา 11.00 น. มีแค่คันเดียวต่อวัน
มาถืงก็สงสัยทันทีว่าทำไมไม่มีต้นไม่ใหญ่เลย มีไม้พุ่มให้เห็นบ้างเล็กน้อย พื้นที่เป็นแต่เนินเขาเขียวเท่านั้น เห็นแอ่งน้ำอยู่ 2 แห่ง
มันโล่งมาก....................
เรามาทำอะไรเนี่ย.................

แต่หลังจาก 3 อาทิตย์
ความวุ่นวาย ในความเงียบ
ความเขียวที่ดูเหลืองขึ้น
ความหนาวเย็น และฝน ที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยียน
รวมทั้งประชากรสี่ขาที่เดินอย่างอิสระ แบบท้าทายกฏต่างๆของเมืองไทย
มันคือเสน่ห์ที่ยังไม่รวม
เบียร์ฟรี
ไวน์ฟรี
อาหารฟรี
ที่พักฟรี
บางคนเรียกเราว่า workaway
ขณะนี้ยังอยู่ที่ จอร์เจีย เพิ่งเข้าอาทิตย์ที่ 3
ี้จดบันทึกไว้ใน fb page : แวะพักที่ Georgia
เข้ามาพูดคุยถามไถ่กันได้ค่ะ
ถ้ารู้จะตอบทุกคำถาม
แล้วจะมา update อีกนะ
ปล. รูปถ่ายจาก กล้องมือถือ รวมทักษะจะได้ประมาณนี้ จ๊ะ ส่วนมากจะอยู่ในกล้องอีกตัว
แวะพัก และใช้ชีวิต backpacker ที่ Georgia กัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนลง pantip แต่ไม่ใช่การรีวิว ขอเป็นการแชร์ข้อมูล ในมุมมอง และการเที่ยวที่แตกต่าง
เป้าหมายที่เคยตั้งใจ สมัยยังอายุน้อย ๆ คือ การเดินทางไปอยู่ในต่างประเทศ แบบอยู่เพื่อได้เห็นและเรียนรู้วัฒนธรรม ของเขา อยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละชุมชน หรือท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในแต่ละแห่งมากกว่าการท่องเที่ยวปกติ แต่ใช่ว่าจะรู้จริงและเข้าใจอย่างท่องแท้เหมือนกัน
เคย Wwoofing ที่ประเทศญี่ปุ่น 6 ครั้งใน 5 ปี แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 1 เดือน อย่างนานสุด 3 เดือน บอกได้คำเดียวว่าชอบมาก ได้เรียนรู้มากมาย เป็นประสพการณ์ที่หาไม่ได้จากการท่องเที่ยวปกติ พูดได้คำเดียวว่าแตกต่างสุด ๆ
สบโอกาส ออกจากงาน และ ไม่นึกอยากกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ เลยถือโอกาส ทำอีกสักครั้งตอนนี้ ไม่งั้น อาจจะลืมและเลิก เพราะหมดทรัพย์เสียก่อน และอาจจะแบกเป้ไม่ไหว
ประเทศที่คิดว่าง่ายและสามารถเดินทางได้ทันที ที่เลือกไว้ คือ Georgia มีสิทธ์อยู่ได้ ถึง 365 วัน ใจดีจริง! เพราะเขากำลังเปิดประเทศ เพื่อสร้างรายได้ และวาดแผนเพื่อเข้า EU แต่ใช่ว่าจะง่าย คงไม่ต่ำกว่าอีก 10 ปี
แต่จะอยู่อย่างไร ให้นานที่สุด โดยใช้เงินอย่างจำกัด จะ Wwoofing ตามฟาร์ม เกรงจะทำไม่ไหว จะแตกต่างจากญี่ปุ่นขนาดไหน ไม่มั่นใจจริง ๆ เลย แถม ตัวเลือกมีน้อยมาก....... เลยพยายามหางานแบบอื่นแทน จนได้งานจำพวก ร้านอาหาร ห้องพัก แบบนั้นน่าจะเบาหน่อย
เอาละเริ่มแบบก้าวกระโดดเลย
จากการอยากลองสักครั้ง แบบซื้อตั๋วขาเดียวเดินทาง แบบที่เขารีวิวกัน (มันเท่ห์ด เนอะ)
เอาที่เนี่ยแหละ ที่ให้วีซ่าฟรี 1 ปี อะไรจะขนาดนั้น My Georgia
แต่แบบว่า มาเจอเซอร์ไพร์ซ.....เอาที่ เคาเตอร์สายการบิน
" ต้องขอตั๋วขากลับด้วยค่ะ"
ตกลงจองตั๋วขากลับแบบยืนยันกันต่อหน้าไปเลย ซะใจ(เขา) ล่ะ
และนี่เป็นการสัญญากับตัวเองว่าจะต้องอยู่จนถึงเดือนตุลาคม ด้วยงบ 30,000 บาท และไม่คิดจะไปอดข้าวอดน้ำต่างแดนนะเจ้าค่ะ ได้ไม่ได้ก็ต้องตั้งเป้าไว้ก่อน
คราวนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Air Astana มาลงที่ Almaty สนามบินที่นี่ขนาดเล็กมาก มีแค่ 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับ ทรานสิททั้งหมด ชั้นบน ผู้โดยสารขาออกทั้งหมด เดินสองชั้นไม่เกิน 10 นาที (อะจริง)
เครื่องบินใหม่มาก ชอบ ชอบ มีจอทีวีส่วนตัว ที่นั่งกว้าง ที่ติดใจคือ นั่งตลอด 7 ชั่วโมง ไม่ปวดหลัง หรือ เมื่อยตัวเลย มันแปลกดีน่ะ! หรือเป็นเพราะไม่ได้ปรับพนักเก้าอี้ ซึ่งทุกครั้งแบบขอยาวเหยียด แต่ไม่เคยสบายเลย อาหารรสชาติ พอ ทาน ได้ อะ ไม่ถึงกับชอบ มีเบียร์ ไวน์ พร้อม แต่ของคบเคี้ยวหมด หรือไม่มีแจก ยังสงสัยอยู่
ใกล้ถึงสนามบิน kazakhstan ดูจากหน้าต่าง เห็นพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนมาก แต่พอลงจากเครื่องเพื่อมานั่งรถ shuttle เห็นแนวเขายาวอยู่อีกด้านหนึ่งของสนามบิน ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศเย็นประมาณ10 องศา มันเป็นเสน่ห์เล็ก ๆ ที่สวยมาก จนผู้โดยสารมองอย่างตะลึง ก่อนจะเดินขึ้นรถ shuttle bus ไม่ทันถ่ายรูป รู้สึกเสียดาย
แต่ได้ภาพที่ร้านปลอดภาษี เป็นรูปของน้ำยาทำความสะอาดกลิ่นกายสุดเก๋
มีใครเคยใช้บ้างเอ่ย??
3 คืนแรกมาพักที่ Tbilizi กับ hostel ที่ตั้งอยู่บนย่านการค้า และได้คะแนนระดับ 9 จาก booking.com. คงต้องขอย้ำว่าทริปนี้เป็นการเก็บเกี่ยวประสพการณ์แบบ backpacker เต็มรูปแบบ จะพยายามหาขอถูกไว้ก่อน แต่ก็ต้องเตรียมใจกับของแถมที่ไม่ต้องการ
เอาล่ะ หิว! ก็ต้องหาอะไรกินก่อน
จะเรียกว่าโอ่งปิ้งขนมปังแล้วกัน
หาดู ชม ได้ทุกตรอก ซอกซอย
รสชาติของร้อน หอม ใหม่ มันก็จะสุดยอดเสมอ
แถมคนที่นี่ก็เต็มใจให้ ถ่ายรูป ซะด้วย
ขนมปัง จะเป็นแบบมีไส้ข้างใน มีทั้ง ชีส มันฝรั่ง ถั่ว เนื้อ แต่ละร้านอาจจะมีไส้แตกต่างเป็นแบบเฉพาะ แต่ที่ลองทานแล้วชอบ จะเป็นขนมปังของคนจอร์เจีย มากกว่าของคนมุสลิมทำ รสชาติต่างกันนะ
ราคาน่าประทับใจ เริ่มจาก
แบบไม่มีไส้ ราคา 1 lari
แบบมีไส้ชีส ราคา 2 lari
แบบมีไส้เนื้อ ราคา3-5 lari
แต่ถ้าไปซื้อย่านท่องเทียว ราคาก็เพิ่มขึ้น ยิ่งออกนอกเมืองไปชมความงามธรรมชาติ ราคาก็สูงตาม
ตอนนี้ 1 ลารี่ ประมาณ 13 บาท
ถ้าเดินหา Carrefour เจอ จงซื้อซะ เพราะของจะถูกที่สุด เท่าที่คำนวนแล้ว มีหนี่งแห่งฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ข้าง ๆ มีชุมชนขายดอกไม้ สวยงาม และ ที่จอดรถรถตู้โดยสารประจำทางหลายสาย ด้วย
วันแรกเดินสำรวจ Old City รู้สึกบ้านเก่าเหล่านี้มีเสน่ห์ สวย มองเพลิน ว่าไหม
เดินเที่ยวชมป้อม Narikara Fortress ข้างบนดูเหมือนสูงชัน แต่ทางขึ้นมีขั้นบันได ทำให้ง่ายในการเดิน ไม่เสียค่าเข้าชมด้วย วิว 360 องศา ลมแรงมาก
ป้อมดูจากภายนอกเหมือนยังสมบูรณ์อยู่ แต่หลังกำแพงไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ แต่ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม
หลังจากหลงเสน่ห์ Tbilizi มา 3 วัน ได้เวลาเดินทางไป Udabno ได้แล้ว รู้แต่ว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยว ที่เรียกว่า David Gareji สามารถมาขึ้นรถตู้นำเที่ยวแบบไปกลับภายในวันเดียว ที่ Pushkin Square ได้ในราคา 25 ลารี่ รถออกเวลา 11.00 น. มีแค่คันเดียวต่อวัน
มาถืงก็สงสัยทันทีว่าทำไมไม่มีต้นไม่ใหญ่เลย มีไม้พุ่มให้เห็นบ้างเล็กน้อย พื้นที่เป็นแต่เนินเขาเขียวเท่านั้น เห็นแอ่งน้ำอยู่ 2 แห่ง
มันโล่งมาก....................
เรามาทำอะไรเนี่ย.................
แต่หลังจาก 3 อาทิตย์
ความวุ่นวาย ในความเงียบ
ความเขียวที่ดูเหลืองขึ้น
ความหนาวเย็น และฝน ที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยียน
รวมทั้งประชากรสี่ขาที่เดินอย่างอิสระ แบบท้าทายกฏต่างๆของเมืองไทย
มันคือเสน่ห์ที่ยังไม่รวม
เบียร์ฟรี
ไวน์ฟรี
อาหารฟรี
ที่พักฟรี
บางคนเรียกเราว่า workaway
ขณะนี้ยังอยู่ที่ จอร์เจีย เพิ่งเข้าอาทิตย์ที่ 3
ี้จดบันทึกไว้ใน fb page : แวะพักที่ Georgia
เข้ามาพูดคุยถามไถ่กันได้ค่ะ
ถ้ารู้จะตอบทุกคำถาม
แล้วจะมา update อีกนะ
ปล. รูปถ่ายจาก กล้องมือถือ รวมทักษะจะได้ประมาณนี้ จ๊ะ ส่วนมากจะอยู่ในกล้องอีกตัว