สวัสดีครับ ผมขอออกตัวก่อนเริ่มปัญหานะครับ
ผมเรียนจบวิศวะ ปริญญาตรีมาแล้ว 3 ปีทางด้านปิโตรเลียม GPA 3.8 ตอนนี้ทำงานเฉพาะทางมากเป็นวิศวกรอยู่ออฟฟิศในกรุงเทพฯ (ขออนุญาตออกตัวเลยละกัน บริษัทในเครือ ปตท ซึ่งใครๆก็รู้จัก) เงินเดือนราวๆ 45000 แต่ตั้งแต่ผมจบมาผมมีควาชอบในเรื่องของตลาดการเงิน หุ้น ผมเลยสมัครสอบ CFA (Chartered Financial Analyst) ซึ่งตอนนี้สอบผ่าน Level 1 แล้วและกำลังจะสอบ Level 2 ในเดือนมิถุนายนนี้
ผมก็มีการค้นหางานใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในสายนักวิเคราะห์ นักวางแผนการลงทุนบ้าง เพราะผมมีความสนใจงานทางนั้นมากกว่า รวมถึงหาทุนการศึกษา เพื่อวางแผนไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านไฟแนนซ์ ที่เล็งๆ ไว้คืออังกฤษ และออสเตรเลีย เนื่องจากใช้เวลาสั้น สามารถรีบกลับมาทำงานได้ (ทางบ้านไม่มีงบจ่ายให้อยู่แล้ว ผมจึงขอหาทุนการศึกษาเอง ถ้าไม่ได้ก็รอได้)
แต่ทางบ้านกลับต่อว่าอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลตามข้างล่างนี้
1. เราจบมาทางนี้ เฉพาะทางมาก เราจะไปทำงานอย่างอื่นได้ไง ไม่ได้จบบัญชี การเงินมา บริษัทอื่นเขาจะยอมรับเหรอ >> ผมพยายามบอกถึงเนื้อหาและความยากของ CFA ว่าเป็นระดับสากล คนสอบผ่านมีน้อยมาก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองความคิดได้
2. ทำงานอยู่ ปตท นี่มั่นคงไปตลอดชีวิต ให้ตายยังไงไม่คอรัปชั่นหรือโดดงานไม่โดนไล่ออกแน่นอน ทำไมแทนที่จะกำของดีในมือ กว่าจะเข้างานมาได้ อยู่บนสวรรค์ที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาทำงาน ปตท กลับเลือกที่จะไปคว้าอะไรก็ไม่รู้ที่ “ดูไม่มีอนาคตในประเทศไทย” ไปตกนรกทั้งเป็น ในสายตาของพ่อแม่ บางที่พนักงานไร้สมอง ทำไรไม่เป็น โกงกินมากมาย แถมมีโอกาสเงินเดือน+สวัสดิการลดลงอีก เทียบกับงานในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ทีใครๆ ก็ใช้น้ำมันใช้ไฟฟ้า
ยังพูดอีกว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยไม่ปกติ ทำที่ไหนๆ เค้าก็เตรียมไล่ออกได้ตลอดเวลา อยู่ ปตท ไม่อดตาย คนอื่นมีแต่พยายามหางานที่มั่นคง ไม่ตกงานง่ายๆ แต่ลูกชายกลับดื้อ มีเงินใช้สบายๆ ไม่ชอบ อยากหาเรื่องตกงาน ไม่เคยเจอตกงานเป็นสิบๆปี เลยไม่สำเหนียกว่าเป็นอย่างไร พ่อแม่จะทุกข์ขนาดไหนถ้าลูกไปทำงานที่ใหม่และเสี่ยงตกงาน พ่อแม่จนเกษียณแล้ว ไม่เคยได้ทำงานที่อยากเลย แต่ก็ต้องทำเพราะมันสร้างฐานะ ถ้าลูกอยู่ ปตท ดีๆ ไปตกงาน พ่อแม่จะเอาหน้าไว้ที่ไหนในสังคม และยังพูดต่อไปอีกนะว่า ถ้ายังจะทำให้พ่อแม่ทุกข์อีก ยังจะลดตัวเอง ใฝ่ต่ำในการงานอีก ก็ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก เราทำอะไรจะได้ไม่ต้องเห็นอกเห็นใจใคร เค้าจะได้ถือซะว่าเกิดมาไม่มีลูก จะได้ไม่ต้องทุกข์
>> ผมรู้หมดนะเรื่องความเสี่ยงที่เกิด ถ้าจะเริ่มใหม่ผมก็อยากรีบเริ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องเลี้ยงดูตัวเอง บริหารเงินให้ได้ ถ้าเงินเดือนลดมากผมยังมีสิทธิทำงานที่เดิมต่อ การจะทำอะไรใหม่ๆ มีความเสี่ยงทั้งนั้น ผมก็ยอมรับนะ ถ้าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชีวิตของผม ผมไม่อยากถูกขีดเส้นไว้หนักๆ ว่าห้ามไรที่มันไม่ผิดไม่เลวร้าย ผมเกิดมาแค่ชีวิตเดียว ก็อยากทำอะไรที่ใจอยาก และผมควรทำยังไง ให้เขาไม่ดูถูกความมั่นคงของที่อื่น เพียงเพราะ ปตท เป็นบริษัทที่คุ้นหู
3. ไปเรียนอังกฤษมันคือขี้ หมาที่ไหนก็ไปชุบตัวมาได้ เสียเวลาและเงินฟรีๆ ใบปริญญาไม่ต่างกับกระดาษทด งานวิจัยก็ไม่มีเหมือนอเมริกา แถมถ้าไป ก็ต้องลาออก เสี่ยงอีกที่จะตกงาน แล้วเขาก็ยกตัวอย่างลูกเพื่อนสองสามคน คนนึงที่จบอังกฤษมา พ่อก็มีชื่อเสียง ยังทำงาน ปตท ได้เงิน 25000 ที่เหลือก็มีแบบหางานไม่ไดี ฯลฯ >> ผมอยากเปลี่ยน bias ลงบ้าง ถ้าเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ก็อย่าห้ามเลย ผมคงไม่โดดลงแบบหมุหมากาไก่โดยไม่ศึกษาอะไรๆหรอก และผมไม่โอเคที่ต้องพาดพิงหรือด่าว่าคนอื่นที่เรียนต่ออังกฤษว่าเป็นคนระดับต่ำ ผมโกรธมากเพราะเค้าพาดพิงเพื่อนผมด้วย
สุดท้าย ผมเลยคิดว่า ผมจะเลือกเดินทางของผมเอง หนีออกจากบ้าน ตัดพ่อแม่ลูกหมดเลยก็ได้ เริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างที่เป็นชื่อพ่อแม่ บ้าน รถ คอนโด ผมคงคืนท่านหมด (ผมเป็นลูกคนเดียว มรดกทั้งหมดก็คงเข้ามุลนิธิไป) ผมขอยอมเสียทุกสิ่งอย่าง เพราะผมอยากจะเสี่ยงเองเพื่อสิ่งที่อยากได้มา ผมไม่อยากใช้ทางออกสุดท้ายแบบนี้หรอก แต่ผมคิดวิธีไม่ออกแล้วจริงๆ ที่จะหาโอกาสพิสูจน์ว่า ผมทำได้ ผมควรหาโอกาสคุยแบบไหน ใช้คำพูดอะไรให้ท่านเข้าใจได้บ้าง ตอนนี้มันล้ามันกดดันมากจริงๆ
มีปัญหากับครอบครัวหนักมาก เรื่องย้ายสายงานและเรียนต่อ
ผมเรียนจบวิศวะ ปริญญาตรีมาแล้ว 3 ปีทางด้านปิโตรเลียม GPA 3.8 ตอนนี้ทำงานเฉพาะทางมากเป็นวิศวกรอยู่ออฟฟิศในกรุงเทพฯ (ขออนุญาตออกตัวเลยละกัน บริษัทในเครือ ปตท ซึ่งใครๆก็รู้จัก) เงินเดือนราวๆ 45000 แต่ตั้งแต่ผมจบมาผมมีควาชอบในเรื่องของตลาดการเงิน หุ้น ผมเลยสมัครสอบ CFA (Chartered Financial Analyst) ซึ่งตอนนี้สอบผ่าน Level 1 แล้วและกำลังจะสอบ Level 2 ในเดือนมิถุนายนนี้
ผมก็มีการค้นหางานใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในสายนักวิเคราะห์ นักวางแผนการลงทุนบ้าง เพราะผมมีความสนใจงานทางนั้นมากกว่า รวมถึงหาทุนการศึกษา เพื่อวางแผนไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านไฟแนนซ์ ที่เล็งๆ ไว้คืออังกฤษ และออสเตรเลีย เนื่องจากใช้เวลาสั้น สามารถรีบกลับมาทำงานได้ (ทางบ้านไม่มีงบจ่ายให้อยู่แล้ว ผมจึงขอหาทุนการศึกษาเอง ถ้าไม่ได้ก็รอได้)
แต่ทางบ้านกลับต่อว่าอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลตามข้างล่างนี้
1. เราจบมาทางนี้ เฉพาะทางมาก เราจะไปทำงานอย่างอื่นได้ไง ไม่ได้จบบัญชี การเงินมา บริษัทอื่นเขาจะยอมรับเหรอ >> ผมพยายามบอกถึงเนื้อหาและความยากของ CFA ว่าเป็นระดับสากล คนสอบผ่านมีน้อยมาก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองความคิดได้
2. ทำงานอยู่ ปตท นี่มั่นคงไปตลอดชีวิต ให้ตายยังไงไม่คอรัปชั่นหรือโดดงานไม่โดนไล่ออกแน่นอน ทำไมแทนที่จะกำของดีในมือ กว่าจะเข้างานมาได้ อยู่บนสวรรค์ที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาทำงาน ปตท กลับเลือกที่จะไปคว้าอะไรก็ไม่รู้ที่ “ดูไม่มีอนาคตในประเทศไทย” ไปตกนรกทั้งเป็น ในสายตาของพ่อแม่ บางที่พนักงานไร้สมอง ทำไรไม่เป็น โกงกินมากมาย แถมมีโอกาสเงินเดือน+สวัสดิการลดลงอีก เทียบกับงานในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ทีใครๆ ก็ใช้น้ำมันใช้ไฟฟ้า
ยังพูดอีกว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยไม่ปกติ ทำที่ไหนๆ เค้าก็เตรียมไล่ออกได้ตลอดเวลา อยู่ ปตท ไม่อดตาย คนอื่นมีแต่พยายามหางานที่มั่นคง ไม่ตกงานง่ายๆ แต่ลูกชายกลับดื้อ มีเงินใช้สบายๆ ไม่ชอบ อยากหาเรื่องตกงาน ไม่เคยเจอตกงานเป็นสิบๆปี เลยไม่สำเหนียกว่าเป็นอย่างไร พ่อแม่จะทุกข์ขนาดไหนถ้าลูกไปทำงานที่ใหม่และเสี่ยงตกงาน พ่อแม่จนเกษียณแล้ว ไม่เคยได้ทำงานที่อยากเลย แต่ก็ต้องทำเพราะมันสร้างฐานะ ถ้าลูกอยู่ ปตท ดีๆ ไปตกงาน พ่อแม่จะเอาหน้าไว้ที่ไหนในสังคม และยังพูดต่อไปอีกนะว่า ถ้ายังจะทำให้พ่อแม่ทุกข์อีก ยังจะลดตัวเอง ใฝ่ต่ำในการงานอีก ก็ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก เราทำอะไรจะได้ไม่ต้องเห็นอกเห็นใจใคร เค้าจะได้ถือซะว่าเกิดมาไม่มีลูก จะได้ไม่ต้องทุกข์
>> ผมรู้หมดนะเรื่องความเสี่ยงที่เกิด ถ้าจะเริ่มใหม่ผมก็อยากรีบเริ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องเลี้ยงดูตัวเอง บริหารเงินให้ได้ ถ้าเงินเดือนลดมากผมยังมีสิทธิทำงานที่เดิมต่อ การจะทำอะไรใหม่ๆ มีความเสี่ยงทั้งนั้น ผมก็ยอมรับนะ ถ้าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชีวิตของผม ผมไม่อยากถูกขีดเส้นไว้หนักๆ ว่าห้ามไรที่มันไม่ผิดไม่เลวร้าย ผมเกิดมาแค่ชีวิตเดียว ก็อยากทำอะไรที่ใจอยาก และผมควรทำยังไง ให้เขาไม่ดูถูกความมั่นคงของที่อื่น เพียงเพราะ ปตท เป็นบริษัทที่คุ้นหู
3. ไปเรียนอังกฤษมันคือขี้ หมาที่ไหนก็ไปชุบตัวมาได้ เสียเวลาและเงินฟรีๆ ใบปริญญาไม่ต่างกับกระดาษทด งานวิจัยก็ไม่มีเหมือนอเมริกา แถมถ้าไป ก็ต้องลาออก เสี่ยงอีกที่จะตกงาน แล้วเขาก็ยกตัวอย่างลูกเพื่อนสองสามคน คนนึงที่จบอังกฤษมา พ่อก็มีชื่อเสียง ยังทำงาน ปตท ได้เงิน 25000 ที่เหลือก็มีแบบหางานไม่ไดี ฯลฯ >> ผมอยากเปลี่ยน bias ลงบ้าง ถ้าเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ก็อย่าห้ามเลย ผมคงไม่โดดลงแบบหมุหมากาไก่โดยไม่ศึกษาอะไรๆหรอก และผมไม่โอเคที่ต้องพาดพิงหรือด่าว่าคนอื่นที่เรียนต่ออังกฤษว่าเป็นคนระดับต่ำ ผมโกรธมากเพราะเค้าพาดพิงเพื่อนผมด้วย
สุดท้าย ผมเลยคิดว่า ผมจะเลือกเดินทางของผมเอง หนีออกจากบ้าน ตัดพ่อแม่ลูกหมดเลยก็ได้ เริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างที่เป็นชื่อพ่อแม่ บ้าน รถ คอนโด ผมคงคืนท่านหมด (ผมเป็นลูกคนเดียว มรดกทั้งหมดก็คงเข้ามุลนิธิไป) ผมขอยอมเสียทุกสิ่งอย่าง เพราะผมอยากจะเสี่ยงเองเพื่อสิ่งที่อยากได้มา ผมไม่อยากใช้ทางออกสุดท้ายแบบนี้หรอก แต่ผมคิดวิธีไม่ออกแล้วจริงๆ ที่จะหาโอกาสพิสูจน์ว่า ผมทำได้ ผมควรหาโอกาสคุยแบบไหน ใช้คำพูดอะไรให้ท่านเข้าใจได้บ้าง ตอนนี้มันล้ามันกดดันมากจริงๆ