ใครจะไปนึกกันเล่าวว่าจะมีวันนี้ วันที่ต้นรักงอกงามขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รักที่ทั้งหวานและขมระคนกัน ความหวานซึ้งอยู่ที่ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนคู่คิด มีคนที่ทำให้อารมณ์ขึ้นลงเหมือนเกลียวคลื่นในทะเล นั่นแหละ .... ใครจะไปนึกว่านายหัวจะมีอารมณ์งอนสาวกับเขา เสียงสองสามสี่ห้าไปจนระดับสิบ เธอนั้นไม่คิดอะไร หนี้ชีวิตใช้ไปนานเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด หากเขาก็ไม่อยากให้คำว่าบุญคุณนี้มาเป็นตัวจำกัด และ ผู้ชายดี ๆ ที่ไหนเขารับเงินจากผู้หญิงกันบ้าง นั่นเป็นสาเหตุของเสียงสองสามสี่ห้าหก ... เริ่มจากการพูดลอย ๆ " บางทีก็ปากเสีย " อ้าว .... ไม่ดีขึ้น " ลืม ๆ ไปบ้างก็ได้ " ดวงตาคมกริบนั้นอ่อนแสงลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงขมขื่นของใครอีกคน " ขอโทษครับ " คราวนี้ถึงขั้นมีหางเสียง (หมดกันนายหัว หึ หึ)
เมื่อการจากลามาเยือน ความระมัดระวัง "ใจ" ก็ลดระดับลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ความเป็นห่วงยิ่งถาโถมเมื่อคาดเดาได้ว่าเภทภัยอันตรายนั้นหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด กวาดสายตาดูแล้ว .... บอบบางออกอย่างนั้น คงตกเป็นเป้านิ่งแน่แท้ คิดได้เท่านี้ใจก็ร้อนเป็นไฟลน ยิ่งคิดถึงตอนที่กอดเธอไว้แนบอก คำที่เธอว่าอยากจะอยู่ดูมันปูโตก่อนแล่นเข้ามาในหัว และ คาดว่าคงวิ่งวนอยู่ในความคิด เจ้าตัวจึงได้เร่งจัดการทุกอย่างเร็วรี่ เรื่องราวจึงได้ลงตัวรวดเร็วสมเป็นยุค 4.0 คำว่ารักยังไม่ออกจากปาก ใครจะแซวมากแซวน้อยว่าหลงรักอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ได้แต่นิ่งเฉย หากสิ่งที่เพิ่มเดิมจนล้น จนใครก็มองออก คือ ความห่วง และ เพิ่มความหวงระดับล้านเข้ามาด้วย ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเพื่อน สัญญาณนี้เป็นสิ่งเดียวที่นาบุญยอมรับเอาตรง ๆ แบบไม่กลัวเสียฟอร์ม ไม่กลัวชนิดพยักหน้าเห็นด้วยแต่โดยดีเมื่อเพื่อนสนิทคอยพากย์เป็นปากให้คนพูดน้อยว่า " มันหวงคุณแน่ะ " ไม่มีการปฏิเสธ หรือ เถียงข้าง ๆ คู ๆ มีแค่เสียงทุ้มต่ำราวอยากจะตัดบทสนทนาชวนเขินอายว่า " ไม่ต้องพากย์ก็ได้ "
และที่เขาว่า "ผมไม่เคยรับเงินจากผู้หญิง" ก็คงเป็นเรื่องจริง นับแต่วันที่เปิดใจ .... หากจะลองนึกภาพ ถ้าเก็บคุณนายใส่กระเป๋า เฝ้า 24 ชั่วโมง คงทำไปแล้ว ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นเรือ สรรพสิ่งการดูแลจากผู้ชายที่วันแรกพูดจาไม่มีหางเสียง ดูดิบ ๆ ดูโหด ๆ ก็แล่นตรงเข้าหารัตตวัลย์อย่างไม่มีข้อแม้และเงื่อนไข ข้าน้ำคนหลวง เพื่อนฝูง พี่น้อง เส้นสาย มีเท่าไหร่ นายหัวก็ใช้จนหมดสิ้น กับผู้หญิงคนเดียว เปย์ทั้งเงินเปย์ทั้งตัวเปย์ทั้งใจหมดหน้าตัก รถตู้กี่คัน คนสนิทกี่คน ทั้งเคลียร์งานลางานกันจ้าละหวั่น ซึ่งคนที่ถูกมอบหมายงานแต่ละคนก็เข้าใจดี คนที่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ อยู่แต่กับนกกับแมลง นาน ๆ จะโผล่จากเกาะเสียที เฝ้าแต่วนเวียนสั่งความว่าให้ดูแลให้ดี อย่าให้ใครเข้าถึงตัวได้ อย่าไว้ใจใคร อาการออกมากมายขนาดนี้แต่ออกหน้าไม่ได้ ทั้งลูกน้องทั้งเพื่อนจึงช่วยเหลือกันเต็มที่ ให้ตั้งแต่คนไปยันรถตู้คันใหม่ของโรงแรม
แต่ดูเหมือนการเปย์แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ หรือ ไม่สมศักดิ์ศรีของนายหัวก็ไม่ทราบได้ นอกจากรถ 2 คันสลับกันใช้ ยังพอใจจะขับรถสปอร์ตเวอร์ชั่นนายหัวอินเตอร์ ตีขนาบรถตู้ไปอีกชั้นนึงเพื่อความสบายใจ เพื่อจะเน้นย้ำให้คนที่มีความหมายต่อหัวใจได้รู้ว่า "สัญญาของผมเป็นสัญญาเสมอ" มันหมายความว่าอย่างไร มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม .... นี่ก็คิดว่าไม่มี
มันแสดงให้เห็นอะไร .... นาบุญ ผู้ชายคนนี้ใช่คือใช่ ไม่คือไม่ ลงว่าคนนี้สำคัญเป็นอันว่าเก้าเกเทหน้าตัก สามารถจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อคน ๆ เดียวได้ ทุกอย่างที่สามารถจะทำได้ อะไรที่ทำได้เพื่อรัตตวัลย์ นาบุญก็จะทำทั้งนั้น หัวใจและสมองของผู้ชายสายเปย์เดินหน้าเพื่อคนที่เคยหวั่นระแวงอย่างเต็มที่แล้วในตอนนี้ อย่างที่เคยว่าไว้ .... ความสุขของเขา ก็คือ หัวใจของเธอ รัก .... อยู่ในการกระทำไม่ใช่คำพูด
I love you more with every breath truly madly deeply do.
สัมปทานหัวใจ (กึ่งรีวิว) : หัวใจ ของ ผู้ชายสายเปย์
เมื่อการจากลามาเยือน ความระมัดระวัง "ใจ" ก็ลดระดับลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ความเป็นห่วงยิ่งถาโถมเมื่อคาดเดาได้ว่าเภทภัยอันตรายนั้นหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด กวาดสายตาดูแล้ว .... บอบบางออกอย่างนั้น คงตกเป็นเป้านิ่งแน่แท้ คิดได้เท่านี้ใจก็ร้อนเป็นไฟลน ยิ่งคิดถึงตอนที่กอดเธอไว้แนบอก คำที่เธอว่าอยากจะอยู่ดูมันปูโตก่อนแล่นเข้ามาในหัว และ คาดว่าคงวิ่งวนอยู่ในความคิด เจ้าตัวจึงได้เร่งจัดการทุกอย่างเร็วรี่ เรื่องราวจึงได้ลงตัวรวดเร็วสมเป็นยุค 4.0 คำว่ารักยังไม่ออกจากปาก ใครจะแซวมากแซวน้อยว่าหลงรักอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ได้แต่นิ่งเฉย หากสิ่งที่เพิ่มเดิมจนล้น จนใครก็มองออก คือ ความห่วง และ เพิ่มความหวงระดับล้านเข้ามาด้วย ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเพื่อน สัญญาณนี้เป็นสิ่งเดียวที่นาบุญยอมรับเอาตรง ๆ แบบไม่กลัวเสียฟอร์ม ไม่กลัวชนิดพยักหน้าเห็นด้วยแต่โดยดีเมื่อเพื่อนสนิทคอยพากย์เป็นปากให้คนพูดน้อยว่า " มันหวงคุณแน่ะ " ไม่มีการปฏิเสธ หรือ เถียงข้าง ๆ คู ๆ มีแค่เสียงทุ้มต่ำราวอยากจะตัดบทสนทนาชวนเขินอายว่า " ไม่ต้องพากย์ก็ได้ "
และที่เขาว่า "ผมไม่เคยรับเงินจากผู้หญิง" ก็คงเป็นเรื่องจริง นับแต่วันที่เปิดใจ .... หากจะลองนึกภาพ ถ้าเก็บคุณนายใส่กระเป๋า เฝ้า 24 ชั่วโมง คงทำไปแล้ว ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นเรือ สรรพสิ่งการดูแลจากผู้ชายที่วันแรกพูดจาไม่มีหางเสียง ดูดิบ ๆ ดูโหด ๆ ก็แล่นตรงเข้าหารัตตวัลย์อย่างไม่มีข้อแม้และเงื่อนไข ข้าน้ำคนหลวง เพื่อนฝูง พี่น้อง เส้นสาย มีเท่าไหร่ นายหัวก็ใช้จนหมดสิ้น กับผู้หญิงคนเดียว เปย์ทั้งเงินเปย์ทั้งตัวเปย์ทั้งใจหมดหน้าตัก รถตู้กี่คัน คนสนิทกี่คน ทั้งเคลียร์งานลางานกันจ้าละหวั่น ซึ่งคนที่ถูกมอบหมายงานแต่ละคนก็เข้าใจดี คนที่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ อยู่แต่กับนกกับแมลง นาน ๆ จะโผล่จากเกาะเสียที เฝ้าแต่วนเวียนสั่งความว่าให้ดูแลให้ดี อย่าให้ใครเข้าถึงตัวได้ อย่าไว้ใจใคร อาการออกมากมายขนาดนี้แต่ออกหน้าไม่ได้ ทั้งลูกน้องทั้งเพื่อนจึงช่วยเหลือกันเต็มที่ ให้ตั้งแต่คนไปยันรถตู้คันใหม่ของโรงแรม
แต่ดูเหมือนการเปย์แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ หรือ ไม่สมศักดิ์ศรีของนายหัวก็ไม่ทราบได้ นอกจากรถ 2 คันสลับกันใช้ ยังพอใจจะขับรถสปอร์ตเวอร์ชั่นนายหัวอินเตอร์ ตีขนาบรถตู้ไปอีกชั้นนึงเพื่อความสบายใจ เพื่อจะเน้นย้ำให้คนที่มีความหมายต่อหัวใจได้รู้ว่า "สัญญาของผมเป็นสัญญาเสมอ" มันหมายความว่าอย่างไร มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม .... นี่ก็คิดว่าไม่มี
มันแสดงให้เห็นอะไร .... นาบุญ ผู้ชายคนนี้ใช่คือใช่ ไม่คือไม่ ลงว่าคนนี้สำคัญเป็นอันว่าเก้าเกเทหน้าตัก สามารถจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อคน ๆ เดียวได้ ทุกอย่างที่สามารถจะทำได้ อะไรที่ทำได้เพื่อรัตตวัลย์ นาบุญก็จะทำทั้งนั้น หัวใจและสมองของผู้ชายสายเปย์เดินหน้าเพื่อคนที่เคยหวั่นระแวงอย่างเต็มที่แล้วในตอนนี้ อย่างที่เคยว่าไว้ .... ความสุขของเขา ก็คือ หัวใจของเธอ รัก .... อยู่ในการกระทำไม่ใช่คำพูด