เรากำลังหางานทำ แต่พ่อให้ไปสอบงานที่มหา'ลัย ตอนแรกเรามองว่าโอเคนะคะ อยากไปสอบ อยากทำมาก แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าใช้เวลานาน ตั้งแต่เดือนเมษาแล้วค่ะ
- คณะแรกปฏิเสธไม่ให้สมัคร ทั้งที่เอกสารครบ (มีคนบอกว่าเขากั๊กตำแหน่ง)
- คณะที่สอง เราไม่ได้ไปสอบเพราะว่าวันสอบชนกับอีกคณะ เลยต้องเลือก แต่ผลออกมาไม่มีใครสอบผ่านสักคน ถามว่าเสียดายไหมที่ไม่ไปสอบ มีนิดนึงแต่งงมากกว่าที่ไม่มีใครสอบผ่านเลย
- คณะที่สาม สอบมาแล้ว รอผลสอบกลางเดือน ถ้าผ่านข้อเขียนได้สัมภาษณ์ ต้องรอถึงสิ้นเดือน
- คณะที่สี่ สอบเกือบปลายเดือน
รวมๆ แล้ว ถ้าเราจะรองานมหา'ลัย ต้องรอถึงเดือนหน้า ถ้าไม่ได้ก็เป็นประสบการณ์ ตอนแรกเราหวังเต็มที่แต่พอเจอเหตุการณ์แปลกๆ เราหวังน้อยลง แต่พ่อยังเหมือนอยากให้เรากลับไปสมัครคณะที่สอง ซึ่งถ้าไม่มีใครสอบผ่าน พ่อบอกว่าเขาต้องรับสมัครใหม่ เราไม่อยากไปแล้วค่ะ คือเราจะลองคุยกับพ่อว่าหางานเอกชนทำดีไหม ส่วนตัวเรามีงานอิสระที่ทำอยู่ แต่ค่อนข้างเครียดนะคะ เมื่อก่อนเราไม่มีภาระ แต่ตอนนี้ต้องผ่อนรถ แล้วเราก็ออกมาอยู่ข้างนอกเอง ซึ่งตั้งใจว่าพอได้งานทำ เราจะปรับงานที่ทำอยู่เป็นอาชีพเสริม คืองานศิลปะ บางทีเร่งไม่ได้และเราเครียดที่ต้องหมุนเงินจากตรงนี้
เราจะไปหางานอื่นดีไหมคะ?
- คณะแรกปฏิเสธไม่ให้สมัคร ทั้งที่เอกสารครบ (มีคนบอกว่าเขากั๊กตำแหน่ง)
- คณะที่สอง เราไม่ได้ไปสอบเพราะว่าวันสอบชนกับอีกคณะ เลยต้องเลือก แต่ผลออกมาไม่มีใครสอบผ่านสักคน ถามว่าเสียดายไหมที่ไม่ไปสอบ มีนิดนึงแต่งงมากกว่าที่ไม่มีใครสอบผ่านเลย
- คณะที่สาม สอบมาแล้ว รอผลสอบกลางเดือน ถ้าผ่านข้อเขียนได้สัมภาษณ์ ต้องรอถึงสิ้นเดือน
- คณะที่สี่ สอบเกือบปลายเดือน
รวมๆ แล้ว ถ้าเราจะรองานมหา'ลัย ต้องรอถึงเดือนหน้า ถ้าไม่ได้ก็เป็นประสบการณ์ ตอนแรกเราหวังเต็มที่แต่พอเจอเหตุการณ์แปลกๆ เราหวังน้อยลง แต่พ่อยังเหมือนอยากให้เรากลับไปสมัครคณะที่สอง ซึ่งถ้าไม่มีใครสอบผ่าน พ่อบอกว่าเขาต้องรับสมัครใหม่ เราไม่อยากไปแล้วค่ะ คือเราจะลองคุยกับพ่อว่าหางานเอกชนทำดีไหม ส่วนตัวเรามีงานอิสระที่ทำอยู่ แต่ค่อนข้างเครียดนะคะ เมื่อก่อนเราไม่มีภาระ แต่ตอนนี้ต้องผ่อนรถ แล้วเราก็ออกมาอยู่ข้างนอกเอง ซึ่งตั้งใจว่าพอได้งานทำ เราจะปรับงานที่ทำอยู่เป็นอาชีพเสริม คืองานศิลปะ บางทีเร่งไม่ได้และเราเครียดที่ต้องหมุนเงินจากตรงนี้