[CR] รีวิว ตามรอยหนัง Call Me By Your Name ที่ Italy ครั้งแรกและที่สุดของพลังความติ่ง++

สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกในพันทิปเลยก็ว่าได้ และกระทู้นี้จะว่าด้วยพลังติ่งหนัง Call Me By Your Name ล้วนๆ 555++
มีสปอยล์เนื้อหาหนังด้วย..ใครยังไม่ได้ดูหนัง แนะนำให้ผ่านไปก่อนเลยจ้า
เรื่องมันเริ่มต้น หลังจากได้มีโอกาสดูหนังช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเราอินและชอบมาก จึงเริ่มหารูปหาข้อมูลต่างๆ จนไปเจอรูปใน Tumblr และได้เห็นแฟนหนังที่อยู่เมือง Bergamo ไปตามรอยฉากนึงในหนังที่ถ่ายบน Città Alta Bergamo (ที่นี่เราก็ขึ้นไปตามรอยมาด้วย) เราก็เกิดพลังอยากตามหาว่าหนังไปถ่ายที่ไหนบางในอิตาลี จึงเริ่มหาข้อมูล จากเว็บข่าวในอิตาลีบ้าง ย้อนไปช่วงที่หนังไปถ่ายทำ หาข้อมูลจากใน Wikipedia บ้าง
และก็เปิดหาจากใน Google Maps จนเจอว่าถ่ายที่ไหนบ้างในแค้วน Lombardy ประเทศอิตาลี ข้อมูลสถานที่ ลายละเอียดการเดินทางจะใส่ไว้ด้านท้ายรีวิวนะครับ


รูปนี้คือสถานที่ ใช้ถ่ายทำเกือบทั้งหมด ที่หาเจอเราและปักหมุดไว้ใน Google Maps (บางสถานที่ก็ได้จาก Twitter แฟนๆอิตาลีที่ไปตามด้วย)

ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เราแพลนว่าสงกรานต์ 16 เมษายน- พฤษภาคม จะไปเยี่ยมน้องชาย และครอบครัวที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีอยู่แล้ว
พลังติ่งก็ดลใจให้หาเรื่องลงไปตามรอยหนัง โดยการนั่งหาวิธีลงไปมิลาน-เบอร์กาโม่ จะไปยังไงดี? สุดท้ายมาเจอโปร Flash sale ของสายการบิน Ryanair ที่ปล่อยออกมาเมื่อช่วงปีใหม่ แบบยั่วใจติ่งเหลือเกิน บินจากสนามบิน Berlin Schönefeld ไปสนามบินที่ Bergamo ในราคา 12 ยูโร (เที่ยวเดียว) แว่บแรกในหัวคือต้องกดจองเลยจองไว้ก่อน โดยพ่วงน้องชายไปด้วยอีกคน วันที่ 19 เมษายนพอได้ตั๋วเสร็จซึ่งเป็นตั๋วขาไปอย่างเดียว ขากลับกะว่ารอน้องขอพักร้อนเสร็จค่อยจอง เผื่อได้ยืดหยุ่นเที่ยวที่อื่นๆ แต่สุดท้ายน้องชายก็ลาได้เพียง 2 วัน คือ 19-20 เมษายน และวันที่ 21 เมษายน ต้องกลับมาทำงานต่อที่เบอร์ลิน ซึ่งมารู้ก่อนเราเดินทางเพียง 2 อาทิตย์ ดังนั้นเราจะมีเวลาอยู่ในอิตาลีเพียง
1 วัน 1 คืนเท่านั้น (ตั๋วขากลับจะไว้ไปอธิบายตอนท้ายนะ) หลังจากได้ตั๋วลงไปติ่งแล้ว เราก็มารื้อแพลนเที่ยวใหม่ เพื่อใช้ประกอบการขอวีซ่า
ซึ่งแพลนคร่าวๆช่วงที่ไปตามรอยหนัง Call Me By Your Name จึงเป็นดังรูปข้างล่าง

เล่าน้ำมาเยอะมากแล้ว ขอตัดไปเริ่มกันที่เช้าวันที่ 19 เมษายน เลยละกัน ตามวิถีคนเบอร์ลิน เวลาจะเดินทางไปสนามบิน ก็มีตัวเลือกมากมาย เช้านี้เวลาตี4กว่าๆ จึงเลือกเดินทางด้วย U-Bahn หรือรถไฟใต้ดิน สาย U7 จาก Berlinerstraßen ไปต่อ Bus ที่สถานี Rudow
เพื่อไปสนามบิน Berlin Schönefeld ให้ทันเวลา ซึ่งสนามบินก็อยู่ไกลจากบ้านน้องชายที่ไปพักอยู่ด้วย ราวๆ 1 ชั่วโมงกว่าๆ


เมื่อถึงสนามบิน Berlin Schönefeld สายการบิน Ryanair จะเช็คอินที่ Terminal D หรือถ้าเช็คอินมาแล้ว ก็สามารถเข้า All Check-in ได้ที่ Terminal C แต่สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางนอกสหภาพยุโรป จะต้องเอาหนังสือเดินทางและตั๋วที่ปริ้นมาจากบ้านไปเช็คที่เค้าท์เตอร์เช็คอินตรวจก่อน ซึ่งถ้าไม่ทำ Online-Check in มาจากบ้านมาทำที่สนามบินเจอค่า Boarding Pass แพงหูฉี่ระดับ 20 ยูโรต่อหนึ่งผู้โดยสาร ใช่ครับฟังไม่ผิด 20ยูโร ดังนั้นการนั่งสายการบินราคาประหยัดในภาคพื้นยุโรป เราต้องเตรียมพร้อม ถ้าไม่ปริ้นมาจากบ้าน ก็สามารถใช้ Mobile Boarding Pass ได้เหมือนกันนะ


สนามบิน Berlin Schönefeld เวลาประมาณ ตี5 กว่าๆ


ต่อแถวเอา Passport กับ Boarding Pass ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ และตรวจขนาดกระเป๋าที่จะเอาขึ้นเครื่องว่าเข้าขึ้นได้ไหม
*Ryanair ค่อนข้างเข้มเรื่องกระเป๋าถือขึ้นเครื่องมากๆ จากเมื่อก่อนได้ Hand bag 1ใบ + กระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ กระเป๋า Notebook 1ใบ ปัจจุบันได้แค่ อย่างหลัง Hand bag ที่ใหญ่กว่าเป้ ต้องซื้อน้ำหนักโหลดเท่านั้น โหดเหลือเกิน

เอาหล่ะพิมพ์มายาวยืดยังไม่ถึง Bergamo สักที


หลังจากปีนขึ้นนกยักษ์ของ Ryanair เครื่องก็ออกเวลา 7โมงเช้า ผ่านวิวเทือกเขางามๆแถวออสเตรีย ร่วมๆ 1ชั่วโมง 50นาที
เราก็มาถึงสนามบิน Orio al Serio International Airport สนามบินตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง Bergamo นั่นเอง



ลงจากเครื่องเราก็ตรงไปที่เค้าท์เตอร์รถเช่า ทำไมต้องรถเช่า? เพราะจากการหาข้อมูลในแต่ละที่ ที่เราจะไปตามรอยหนังนั้น ห่างไกลกันมาก
และการเดินทางจะต้องพึ่งระบบขนส่งสาธารณะสองอย่างคือ รถไฟ และรถบัส ซึ่งก็ใช้เวลาในการเดินทางมาก
ดังนั้นการเช่ารถจึงเป็นทางที่ดีที่สุดในการเดินทางตามรอยครั้งนี้


เมื่อได้รถเช่าคันเล็กๆน่ารัก ก็ออกจากสนามบินเป็นเวลา 10โมงก็ขับมุ่งลงใต้ ไปจุดหมายแรก ระยะทางกว่า 70กิโล เพื่อลงไปฉากสำคัญ
ที่สถานีรถไฟ Pizzighettone ในหนังนั้นใช้เป็นสถานีรถไฟ Clusone กว่าจะถึงสถานีรถไฟ Pizzighettone ก็กินเวลาเกือบเที่ยงแล้ว
เพราะถนนที่อิตาลีนั่นเล็กมาก และมีการควบคุมความเร็วอยู่ระดับ 35-70กิโลเมตร ต่อชั่วโมงเท่านั้น วิวระหว่างทางก็จะประมาณนี้
จะออกชนบทๆหน่อย




ตอนไปถึงบรรยากาศคือร้างมาก เพราะสถานีนี้เป็นแค่ทางผ่านของรถไฟเฉยๆ ไม่มีการใช้งานแล้ว แต่เงียบสงบมาก ทำให้ถ่ายรูปได้ไม่เคอะเขินเท่าไหร่ ฉากที่สถานีรถไฟในหนังก็เป็นหนึ่งในฉากที่เรียกน้ำตาอยู่ไม่เบา เป็นฉากล่ำลาของสองหนุ่มนั่นเอง




หลังจากเก็บรูปที่สถานีรถไฟจนเต็มอิ่ม เราก็กลับเบอร์ลินได้....เดี๋ยวก่อน!! ไปต่อที่อีกสถานที่สำคัญคือ บ้านหนุ่มน้อย Elio ที่ Moscazzano
ที่วิลล่า Palazzo Albergoni ขับรถจากสถานีรถไฟขึ้นเหนือทางเดิมราวๆ 20นาทีได้ ก็ถึง Moscazzano พอดี เงียบสงบ
ก็กดชัดเตอร์มุมสำคัญของพ่อหนุ่ม Oliver ถีบจักรยานออกประตูมาได้



แถมภาพถ้ำมองของเรามองลอดรั้วเข้าไป ก็จะเห็นภาพวิลล่าประมาณนี้ คิดว่าน่าจะมีแค่คนดูแล แต่ตัววิลล่าไม่ได้ใช้งานเลยปิดไว้เฉยๆ



หลังจากถ้ำมองบ้านน้อง Elio เสร็จเราก็ขับรถเลยมาประมาณ 200เมตร เลี้ยวซ้ายเพื่อแวะไปอีกสถานที่สำคัญคือ Casa Parrocchiale
โบสถ์ตรงข้ามกับ Bar ที่สองหนุ่มเดินมาเล่นเกมการ์ดในต้นเรื่อง ที่หนุ่ม Oliver ทักทายคนเฝ้าประตู “Ciao Romano"



หลังจากกดชัดเตอร์ที่ Moscazzano จนเป็นที่พึงพอใจ ก็ได้เวลาไปอีกจุดสำคัญคือเมือง Crema เราก็ขับรถขึ้นเหนือผ่านทางเล็กๆระหว่างตำบล
จนมาถึงเมือง Crema ก็วนหาที่จอดรถใกล้ๆ Centro Medico Polispecialistico ซึ่งสามารถเดินไปยัง Teatro San Domenico และ Piazza Duomo di Crema ได้
*ค่าจอดรถอยู่ที่ชั่วโมงละ 80เซนต์ กดที่ตู้ใส่เลขทะเบียนรถ เลือกว่าจะจอดนานเท่าไหร่ จ่ายเงิน แล้วเอาใบเสร็จไปว่างที่หน้ากระจกรถ



ระหว่างทางที่เดินไป Teatro San Domenico และ Piazza Duomo di Crema ก็จะผ่านจุดสำคัญอีกจุดคือ Via Buso, 8 เป็นถนนที่ตัดกัน
และจุดนี้เป็นที่มาของใบปิดหนังที่ใช้โฆษณาในเว็บเท่านั้น ไม่มีในหนัง และเป็นจุดที่ตอนหาโลเคชั่นคือหายากมากใน Google Maps
แต่สุดท้ายก็หาเจอ และปักไว้แล้วใน Google Maps เช่นกัน



พอเสร็จจาก Via Buso, 8 ก็เดินเลี้ยวซ้ายผ่าน Teatro San Domenico เราก็จะทะลุไปถึง Piazza Duomo di Crema ก็เป็นอีกฉากสำคัญ
โดยจุดนี้ทางการท่องเที่ยวเมือง Crema ได้เซตฉากไว้ตามในหนังเลย

เดินผ่าน Teatro San Domenico


ชอบความรับลูกกระแสหนังของเมืองนี้มากๆ มีการเซตฉากในหนังไว้เลย

แต่ด้วยความที่คาเฟ่แถวนั้นคนเยอะมาก และเราก็เขิลมาก จึงเดินออกมาไกลหน่อยและกดภาพนี้จากมุมไกลๆ 555+ คนเยอะมากจริงๆ
จะหยิบรูปมายกถ่ายก็เขิลไปหมด สุดท้ายก็ได้รูปแบบพอกร่อมแกร่ม

*แถมเขิล+ตื่นเต้น จนลืมถ่ายรูปหน้าร้านขายหนังสือฉากสำคัญกันเลยหละ >.<

กว่าจะเสร็จจาก Crema เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปบ่ายสามกว่าๆ ยังเหลืออีกหลายที่มากที่ต้องไป ทำให้ต้องตัดจุดสำคัญๆไปอีกหลายจุด
สุดท้ายเลยตัดสินใจกับน้องว่าเราข้ามที่ปลีกย่อยไปที่ Pandino เลย เพราะกลัวว่าจะขึ้นไป Città Alta ที่ Bergamo จะเย็นไป

มีต่อด้านล่างจ้า
ชื่อสินค้า:   Call Me By Your Name
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่