[CR] แชร์ประสบการณ์การสอบ IELTS ครั้งแรก ฉบับคนไม่เก่ง

กระทู้รีวิว
สวัสดีค่ะทุกคน
ต้องขอออกตัวก่อนว่า นี่เป็นกระทู้แรกสำหรับเรา
และเราสร้างมาเพื่อเป็นการแก้บนและแชร์ประสบการณ์การสอบ IELTS เป็นครั้งแรกในชีวิต
ถ้าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ เราเป็นคนพื้นฐานไม่ดี จัดว่าต่อนข้างแย่ in English มากๆ
คะแนนที่เราสอบได้อาจจะน้อย สำหรับใครหลายๆคนที่ต้องการไปต่างประเทศ สอบแบบไม่ตั้งใจก็ทำได้แล้วคะแนนแค่นี้
แต่สำหรับเรามันไม่ใช่เลย เราพยายามอย่างมากถึงมากที่สุด 55555 แต่คะแนนนี้เราสามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว
เพราะที่ที่เราจะนำคะแนนไปยื่น เค้ากำหนดเกณฑ์ไว้ที่ overall 5.0 ค่ะ
และคะแนนที่เราได้ คือ Listening 5.0 Reading 5.0 Writing 6.0 Speaking 4.5

คะแนนของเราอาจไม่สูงพอจูงใจใครหลายๆคนให้ทำตาม แต่เราก็หวังว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับใครบางคนบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ อิอิ
สู้สู้นะคะ สำหรับใครที่กำลังจะสอบหรือคิดไว้ว่าจะสอบ ขอให้ทำได้ตาที่หวังกันนะคะ เราเป็นกำลังใจให้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอาหล่ะ เกริ่นนำมาเยอะ เริ่มเลยแล้วกัน เราขอพูดทีละหัวข้อ ดังต่อไปนี้นะคะ
เผื่อบางคนเบื่อที่จะอ่านอะไรยาวๆ จะได้เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อหรือข้อมูลที่อยากรู้ได้เลยนะคะ
1. ก่อนสอบ
   1.1) พื้นฐานภาษาอังกฤษ
   1.2) เหตุผลที่ต้องไปสอบ
   1.3) การสมัครสอบ
   1.4) การเตรียมตัว
   1.5) แหล่งความรู้ต่าง เช่น แอพ ยูทูป
2. วันสอบ
   2.1) การเดินทางไปสถานที่สอบ
   2.2) รีวิวขณะสอบ ได้ข้อสอบอะไร ความรู้สึก บลาๆตอนสอบ
3. หลังสอบ
   3.1) ระหว่างรอผลสอบ
   3.2) วันประกาศผล
4. คำแนะนำในการสอบ IELTS ทั้งที่ลองทำเองและสิ่งที่ยังไม่ได้ทำแต่เราคิดว่าไม่สมควรจะทำ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เริ่มเสวนากันไปทีละหัวข้อเลยนะคะ 5555

1. ก่อนสอบ
   1.1) พื้นฐานภาษาอังกฤษ

    ขอเกริ่นเลยว่าเป็นคนที่ย่ำแย่ในวิชานี้ตั้งแต่สมัยประถมเลยค่ะ และพยายามจะหนีมันมาตลอด จนกระทั่งมัธยมลองสมัครชิงทุนไปเรียนที่สิงคโปร์ 2 อาทิตย์ ปรากฎว่าติดแบบฟลุคๆ ก็เลยมีโอกาสไปเรียนเบาๆ สรุปว่าไปเจอคนไทย บ้าบอ ไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษเลย มองบนรัวๆ เสียดายตังมากค่ะ
    แต่ก็นั่นแหละ หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะพยายามอะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษอีกเลย จนกระทั่งเข้ามหาลัยรู้สึกตัวเองเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น
เริ่มรู้สึกสนใจภาษาอังกฤษ อยากไปเที่ยวต่างประเทศ ที่สำคัญ คือ อยากไปเรียนต่างประเทศอ่ะค่ะ เลยพยายามเอาชนะมันหลายรอบมากในช่วงเวลาที่เรียนในมหาลัย แต่มันก็ไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรขนาดนั้น เลยไม่ได้พยายามอย่างจริงจัง เคยคิดจะดูหนัง ดูซีรีย์ ฟังเพลงสากล แต่ก็พยายามได้ไม่ถึงวัน ก็ล้มเลิกไป คิดว่ามันยาก
    คะแนนภาษาอังกฤษลุ่มๆดอนๆ โง่เลยก็ว่าได้ เพราะไม่พยายามอย่างจริงจัง ในบรรดา 4 ทักษะ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) คิดว่าตัวเองอ่อนพูดที่สุดค่ะ
เพราะในใจลึกๆเรากลัวการพูดมาก กลัวพูดผิด กลัวเค้าฟังไม่รู้เรื่อง แต่ความกลัวนี่แหละค่ะ คือ ตัวรั้งเราไว้ที่เดิมเลย พยายามเอาชนะความกลัวกันให้ได้นะคะนี่คือสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ สำคัญกว่าความเก่งอีก ง่อวววว
    สรุปนะคะ เราโง่ภาษาอังกฤษค่ะ ทักษะการพูดมีปัญหาที่สุด เพราะความกลัวค่ะ (เราเอาชนะความกลัวที่มีไม่ได้ มันจึงทำให้เราอ่อนการพูด)

    1.2) เหตุผลที่ต้องไปสอบ
    เราเรียนจบแล้วค่ะ แต่เลือกที่จะสมัครสอบทุนเรียนปริญญาโท และต้องใช้ Band 5.0 ในการยื่นเข้า แต่ตอนจบต้องใช้ Band 5.5 ยื่นจบค่ะ มีแต่คนบอกว่าน้อย แต่สำหรับเรามันเยอะมาก!!!
    ขอพูดถึงประวัติความเป็นมานิดนึงนะคะ แหะๆ ไหนไหนก็ตั้งกระทู้ละเนาะ อ่านหรือไม่อ่านก็ได้นะคะ บรรทัดต่อจากนี้ 5555 .... คือ เราไม่คิดจะเรียนต่อเลย ไม่เคยสนใจทุนนี้เลยค่ะ จนกระทั่งครูที่ปรึกษาเราอ่ะค่ะ เค้าพยายามเชียร์ให้เราและเพื่อนเราให้ไปสมัครสอบ เราก็เลยฉุกคิดนิดนึง เอ๊ะ หรืออาจารย์มองเห็นศักยภาพในตัวเราวะ เท่านั้นแหละค่ะ ลองสักตั้งก็ได้ เราเลยลงสมัครสอบทุนนี้ คิดแค่ว่า มีโอกาสทำมันก่อนแล้วกัน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จากนั้นก็ไปสอบข้อเขียนวิชาภาคตัวเอง โอเค ผ่าน สถานีต่อไปภาษาอังกฤษ บ้าบอมากค่ะ สถานีนี้น่ากลัว  IELTS คำคำนี้มันมาถึงเราแล้วค่ะ หลังจากที่มันไกลตัวเรามากๆมานาน ไม่คิดว่าครั้งนึงจะต้องมาทดสอบภาษาอังกฤษแบบนี้ แต่ก็ต้องสอบ และค่าสอบแพงมาก ลงทุนไปหลายเลยนะคะ ทั้งค่าเรียนค่าสอบ ตอนนั้นคือมันลงเรือรำนี้ไปแล้วอ่ะค่ะ เลยต้องสู้จากตอนแรกไม่จริงจัง เงินคือแรงผลักดันที่ดีนะคะ 55555

   1.3) การสมัครสอบ
    ก่อนเราสมัครสอบ เราลงเรียน IELTS ที่สถาบันแห่งหนึ่งก่อนนะคะ ราคาหลักหมื่นค่ะ เป็นราคาที่ไม่น่ารักเลย แต่เราตัดสินใจแล้วอ่ะค่ะ ก็ต้องสู้อย่างเต็มที่ เรียนได้ 2 อาทิตย์ จากนั้นมีทริปไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ ก่อนเที่ยวเลยคิดว่าจะสมัครสอบก่อนจะได้โล่งๆ แต่ที่ไหนได้ คืนก่อนเที่ยวอ่ะค่ะ แทบไม่ได้นอนเพราะสมัครสอบนี่แหละ มันค่อนข้างยุ่งยากนะคะ มีเวลาจำกัดด้วย โดยขั้นตอนการสมัครมีดังนี้ค่ะ
    1. เข้าเว็บ https://thailand.ielts.britishcouncil.org/
            เราเลือกสอบที่โรงแรมแลนด์มาร์ค สอบฟัง อ่าน และเขียนในวันที่ 21 เมษา สอบพูด 22 เมษาค่ะ
( เราเลือกสมัครของ British Council นะคะ เพราะไปอ่านรีวิวมา แล้วมันดี คือ มันดีจริงๆค่ะ เดินทางสบาย โรงแรมหรู สิ่งที่ต่างกับ IDP น่าจะเป็นผลสอบที่ประกาศไวกว่า คิดว่าอย่างอื่นไม่น่าต่างนะคะจากที่ฟังเพื่อนพูด)
    2. กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย มันจะมีให้เลือกช่องทางการชำระเงินนะคะ แต่เราเลือกแบบ master อ่ะค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาก็สมัครง่ายอยู่
แต่ถ้ามีปัญหาก็ใจเย็นๆค่ะ แล้วปิดระบบก่อน นอน แล้วตื่นมาสมัครใหม่ค่ะ เข้าได้เลยค่ะ ถ้าฝืนมันก็ทำไม่ได้สักที 55555
(เรามีปัญหา คือ กดจ่ายตังค์ไม่ได้ การแก้คืออย่างที่บอกนอนแล้วตื่นมาทำใหม่ค่ะ)
    3. จากนั้นก็สมัครเสร็จเรียบร้อยค่ะ แต่ของเรามีปัญหาต่อ คือ เขียนชื่อกับนามสกุลสลับช่องกันค่ะ แต่ไม่ต้องกลัว แจ้งเค้าไปที่อีเมลล์นี้ได้เลยนะคะ examinations@britishcouncil.or.th แล้วทำตามที่เค้าบอก ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย

   1.4) การเตรียมตัวและเทคนิคเล็กๆน้อยๆ
    เรามีเวลาเตรียมตัวจริงๆ คือ 1 เดือน เกือบ 2 เดือนค่ะ เริ่มจากเราลงคอร์สเรียนพิเศษ เค้าให้ไปเทสก่อนว่าความรู้เราระดับไหน
ปรากฎว่าเราได้ระดับแย่มากค่ะ ตอนแรกเค้าจะไม่ให้เรียนคอร์สเดียวกับเพื่อนแล้ว เพราะว่าพื้นฐานเราค่อนข้างไม่ดี แต่ทางสถาบันเค้าช่วยเรา
เราก็เลยได้เรียนคอร์สระดับเดียวกับเพื่อน (เห็นไหมคะบอกเราพื้นฐานเราค่อนข้างแย่5555) หลังจากนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นเรายังฝึกงานไม่จบ
โดยเริ่มเรียน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ จบคอร์ส 25 มีนาคม เรียนเฉพาะวันเสาร์กับอาทิตย์ วันละ 5 ชม. รวมแล้วประมาณ 4 อาทิตย์
รายละเอียด คือ 2 อาทิตย์แรก ฝึกงานไปด้วยเรียนพิเศษไปด้วย ไม่มีเวลาทวนเลยค่ะ  
                     อาทิตย์ที่ 3 ไปเที่ยวกับเพื่อน
                    อาทิตย์ที่ 4 ว่างแล้วค่ะ มีเวลาทำการบ้านอย่างจริงจัง พอถึงวันเรียนวันสุดท้าย ที่สถาบันเค้ามีเทสจบ ปรากฎว่า
เราได้คะแนนพาร์ทพูด 4.5 ค่ะ คือ น้อยมาก เราเลยรู้สึกกลัวพาร์ทนี้มาก และไม่เชื่อมั่นตัวเองในการพูดเลย
    ต่อจากนี้เราจะพูดถึงช่วงที่เราเรียนพิเศษจบ รวมถึงฝึกงานเสร็จเรียบร้อย มีเวลาอยู่บ้านทั้งวันและทุกวัน
ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม จนถึง 20 เมษายนะคะ ก่อนอื่น เราเริ่มต้นจากการเขียน plan ไว้ก่อนเลยว่า จะทำอะไรบ้างในเวลาที่เหลือ และเหลือเวลากี่วัน นับถอยหลังไปเรื่อยๆเลยค่ะ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่มันดีมากๆ คือ เราจะทำ scale ไว้ค่ะ นั่นคือ ถ้าเราฝึก part ไหนเสร็จเราก็จะระบายสีลงในช่องของ part นั้น
(การสอบไอเอลมี 4 พาร์ทนะคะ คือ listening reading writing และ speaking ค่ะ)
เราตั้งไว้ว่าก่อนสอบเราจะต้องระบายให้เต็มทุกช่องค่ะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อไปเราจะพูดถึงว่าเราทำอย่างไรบ้างในแต่ละวีคที่มีเวลาเตรียมตัวอย่างจริงจังนะคะ
ชื่อสินค้า:   IELTS
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่