ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในชุมชนโรงงานได้พบมิตรสหายท่านหนึ่งตาฝ้าฟางจนขาวไปเกือบมิดตาดำเลยแนะนำให้ไปหาหมอเพื่อรักษา แต่เขากลับหัวเราะกลั้วแววตาระทมทุกข์แล้วตอบกลับมาว่า "ผมไม่มีโอกาสนั้นหรอกครับผมเป็นคนไม่มีบัตรไม่มีสิทธิอะไรอย่างคน อื่น เขา"
เพียงประโยคนั้นเองที่ทำให้ข้าพเจ้าเก็บกลับมาคิดก่อนจะพูดโต้ตอบกลับไป "นายก็คนไทยไม่ใช่ต่างด้าวที่ไหนใครจะไปห้ามไม่ให้นายมีสิทธิได้นายต้องได้รับเหมือนคนอื่นอยู่แล้ว...ไม่มีบัตรก็ไปทำสิขอมีบัตรขอใช้สิทธิคนไทย"
"ทำไมผมจะไม่อยากมีแต่มันไม่ได้"
ข้าพเจ้าได้สอบถามเขาถึงได้ทราบคร่าวๆว่าเขาเคยมีผู้นำชุมชนพาไปทำเรื่องแล้วแต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเดินทางจึงได้ละไว้....จนบัดนี้!!
"ถ้าตานายบอดใครจะเลี้ยงแม่ที่แก่ชราเดินเหิรลำบาก?"
เขากับแม่ที่แก่มากแล้วเป็นบุคคลไม่มีบัตรในขณะที่ญาติและลูกชายมีบัตรมีวันเกิดทุกคน
ผู้นำชุมชนแจ้งว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือเองและเคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพ่อ ตีพ่อแม่ ไม่น่าให้ความช่วยเหลือและขอไม่ช่วยเหลืออีกต่อไป
ปลายสายในมือถือข้าพเจ้าให้ข้อมูลอย่างนั้นแต่สายตาข้าพเจ้าเห็น เพียงชายตาฟางหารับจ้างรายวันอยู่บ้านซอมซ่อติดวัดกับแม่แก่ชราและลูกชายที่ไม่ไปโรงเรียนไม่เห็นมีพี่น้องคนไหนเหลียวแลทั้งๆที่ยายแกมีลูกเต้าทำงานในกรุงเทพ
ข้าพเจ้าขอความช่วยเหลือโดยแจ้งผู้ใหญ่บ้านใหม่ตั้งแต่วันที่ทราบจากปากผู้นำชุมชนว่าจะไม่ทำต่อ โดยผู้ใหญ่บ้านรับปากบอกว่าจะทำให้และจะไปหารือกับผู้นำชุมชนคนนั้น
ผ่านมาครบสองสัปดาห์ข้าพเจ้าได้ทักถามก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ
ข้าพเจ้าอาจคิดว่าอะไรๆมันง่ายไปหมดเพราะไม่มีความรู้อะไรเลยผู้นำชุมชนบอกว่ามันยุ่งยากซับซ้อนต้องมีรายจ่ายพอสมควร เรื่องนี้อาจจะเป็นอุปสรรคจริงๆก็ได้ จึงเขียนกระทู้ถามด้วยความรู้สึกส่วนตัวลึกๆที่ยังหวังและยังไม่อาจวางใจปล่อยเรื่องนี้ไป...จริงๆแล้วการขอมีตัวตนมีบัตรมีทะเบียนยากหรือเปล่าครับ...และถ้าดำเนินเรื่องยื่นคำร้องนี่นานไหมครับ?
สุดท้ายอีกความเห็นครับ....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะเข้าไปยุ่งไหมครับ...ขอบคุณครับ
คนไม่มีใบเกิดไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านจะขอมีบัตรประชาชนใช้เวลานานไหม?
เพียงประโยคนั้นเองที่ทำให้ข้าพเจ้าเก็บกลับมาคิดก่อนจะพูดโต้ตอบกลับไป "นายก็คนไทยไม่ใช่ต่างด้าวที่ไหนใครจะไปห้ามไม่ให้นายมีสิทธิได้นายต้องได้รับเหมือนคนอื่นอยู่แล้ว...ไม่มีบัตรก็ไปทำสิขอมีบัตรขอใช้สิทธิคนไทย"
"ทำไมผมจะไม่อยากมีแต่มันไม่ได้"
ข้าพเจ้าได้สอบถามเขาถึงได้ทราบคร่าวๆว่าเขาเคยมีผู้นำชุมชนพาไปทำเรื่องแล้วแต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเดินทางจึงได้ละไว้....จนบัดนี้!!
"ถ้าตานายบอดใครจะเลี้ยงแม่ที่แก่ชราเดินเหิรลำบาก?"
เขากับแม่ที่แก่มากแล้วเป็นบุคคลไม่มีบัตรในขณะที่ญาติและลูกชายมีบัตรมีวันเกิดทุกคน
ผู้นำชุมชนแจ้งว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือเองและเคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพ่อ ตีพ่อแม่ ไม่น่าให้ความช่วยเหลือและขอไม่ช่วยเหลืออีกต่อไป
ปลายสายในมือถือข้าพเจ้าให้ข้อมูลอย่างนั้นแต่สายตาข้าพเจ้าเห็น เพียงชายตาฟางหารับจ้างรายวันอยู่บ้านซอมซ่อติดวัดกับแม่แก่ชราและลูกชายที่ไม่ไปโรงเรียนไม่เห็นมีพี่น้องคนไหนเหลียวแลทั้งๆที่ยายแกมีลูกเต้าทำงานในกรุงเทพ
ข้าพเจ้าขอความช่วยเหลือโดยแจ้งผู้ใหญ่บ้านใหม่ตั้งแต่วันที่ทราบจากปากผู้นำชุมชนว่าจะไม่ทำต่อ โดยผู้ใหญ่บ้านรับปากบอกว่าจะทำให้และจะไปหารือกับผู้นำชุมชนคนนั้น
ผ่านมาครบสองสัปดาห์ข้าพเจ้าได้ทักถามก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ
ข้าพเจ้าอาจคิดว่าอะไรๆมันง่ายไปหมดเพราะไม่มีความรู้อะไรเลยผู้นำชุมชนบอกว่ามันยุ่งยากซับซ้อนต้องมีรายจ่ายพอสมควร เรื่องนี้อาจจะเป็นอุปสรรคจริงๆก็ได้ จึงเขียนกระทู้ถามด้วยความรู้สึกส่วนตัวลึกๆที่ยังหวังและยังไม่อาจวางใจปล่อยเรื่องนี้ไป...จริงๆแล้วการขอมีตัวตนมีบัตรมีทะเบียนยากหรือเปล่าครับ...และถ้าดำเนินเรื่องยื่นคำร้องนี่นานไหมครับ?
สุดท้ายอีกความเห็นครับ....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะเข้าไปยุ่งไหมครับ...ขอบคุณครับ