ประสบการณ์ตรง100%กับการเห็นวิญญาณ

ตามชื่อหัวข้อกระทู้ ยืนยันจากประสบการณ์จริงที่เคยเห็นวิญญาณ
   เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้รับรองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับตัวดิฉันเอง ไม่มีการเพิ่มเติมเสริมแต่งแต่ประการใด มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นวิญญาณมาก่อน แต่ดิฉันคิดในทางที่ดีว่าตัวเองมีบุญที่ได้เห็นวิญญาณกับตามาแล้ว3ครั้งและได้สัมผัสกับเรื่องแปลกๆอีก3ครั้ง ขณะที่เล่านี้ดิฉันมีอายุได้50ปี ครั้งหลังสุดที่เห็นคือเมื่อ30ตุลาคม60นี้เอง และครั้งนี้มันทำให้ฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่าวิญญาณนั้นมีอยู่จริง ตอนที่เห็นครั้งแรกก็เชื่อว่ามีอยู่จริงแต่ไม่ได้สนใจและไม่ได้งมงายกับเรื่องพวกนี้ ดิฉันไม่ใช่คนขี้กลัวผีสักเท่าไหร่ เอาละมีหลายเรื่องเพื่อไม่ให้เยิ่นเย้อเริ่มเล่าเรื่องที่1เลยดีกว่าดิฉันจะพยายามเล่าแบบรวบรัด

เรื่องที่1 : ดิฉันเห็นครั้งแรกเมื่ออายุ15ปี เหตุเกิดเมื่อตอนเช้ามืด ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ตอนที่ดิฉันยังนอนหลับอยู่ได้(ฝัน)ไปว่ามียมทูต2ตนลอยเข้ามาทางหน้าต่าง ตรงทางลงบันไดชั้นล่าง และยมทูตตทั้ง2ได้คุยกันว่าถ้าอยากรู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ลองจับดูสิ จากนั้นยมทูต ตนหนึ่งก็เปิดมุ้งที่ปลายเตียงและเอามือล้วงเข้ามาจับตรงข้อเท้าของดิฉัน จังหวะนั้นเองดิฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ดิฉันลืมตาขึ้นจึงได้เห็นเงาดำๆเหมือนคนสองคนอยู่ตรงปลายเท้า และหนึ่งในเงานั้นก็กำลังจับขาดิฉันอยู่ไล่ขึ้นมาถึงต้นขา ดิฉันก็เลยแกล้งส่งเสียงเหมือนคนบิดขี้เกียจ ทำให้เงาทั้งสองนั้นจึงอ้อมมาทางด้านข้างเตียงและก็เริ่มจับตรงท้องดิฉัน ทันใดนั้นเองเสียงหลานตัวน้อยที่อยู่ห้องติดทางด้านขวาก็ร้องไห้และพี่เขยก็กำลังจะพาหลานลุกออกจากห้องและลงไปชั้นล่าง เงาทั้งสองนั้นจึงลอยเข้าไปในห้องด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว(ลักษณะเหมือนลอยไม่เหมือนเดิน) ตอนนั้นดิฉันนอนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว จนกระทั่งผ่านไปสักพักฟ้าเริ่มสาง น้องสาวที่นอนอยู่ห้องด้านซ้ายลุกขึ้นมาและเดินผ่านหน้าห้องดิฉัน ดิฉันจึงรีบกระโจนลงจากเตียงและเข้าไปหาน้องสาวทันทีและจูงมือน้องสาวเข้าไปชะโงกดูในห้องนั้น แต่กลับไม่มีอะไรเลย จึงดึงแขนน้องสาวรีบลงบันไดไปชั้นล่างและเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟัง แต่รู้สึกคุณแม่ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะท่านคงยุ่งอยู่กับเรื่องทำมาหากิน(ดิฉันขออธิบายให้เห็นภาพหน่อยว่าตอนที่เงานั้นจับดิฉันมันมีความรู้สึกเหมือนกับถูกคนจับจริงๆ และบ้านดิฉันเป็นบ้านไม้2ชั้น ชั้นบนมี3ห้องนอน แต่ห้องตรงกลางที่ดิฉันนอนไม่มีประตูมันเป็นห้องโล่งๆ)

เรื่องที่2  :เรื่องนี้เกิดตอนดิฉันอายุ23ปี ตอนนั้นดิฉันทำงานเป็นพีซีขายชุดชั้นในยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ทางบริษัทส่งดิฉันไปประจำที่จังหวัดลำปาง และให้พักอยู่ที่หอพักบริษัท ซึ่งมีพนักงานอยู่ด้วยกัน10กว่าคน หอพักนี้เคยมีคนเห็นผีมาหลายคนแล้วแต่เรื่องที่ดิฉันเห็นก็คือ มีอยู่วันหนึ่งดิฉันขึ้นไปอาบน้ำบนชั้นดาดฟ้า ดิฉันขึ้นไปคนเดียวพออาบน้ำเสร็จก็เดินออกจากห้อง ขณะนั้นมีคนเดินสวนมาตรงมุมห้อง ดิฉันทักเขาไปว่า "อาบน้ำหรอเก็ท"เขาตอบกลับมาว่า "อืม" แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป ดูเหมือนว่าเขาก้มหน้าเล็กน้อยดิฉันจึงไม่ทันสังเกตเห็นหน้าเขาอย่างเต็มตา จากนั้นดิฉันก็มายืนแปรงฟันอยู่ตรงอ่างล้างหน้าประมาณ5นาที ขณะที่แปรงฟันอยู่ก็ได้ยินเสียงคนเปิดน้ำอาบซู่ๆ อยู่ในห้องน้ำ เมื่อแปรงฟันเสร็จ ดิฉันก็จะเดินกลับลงไปชั้นล่าง แต่ที่บันไดทางลงจากชั้นดาดฟ้ามีเพื่อนร่วมงานนั่งคุยเล่นกันอยู่หลายคนและหนึ่งในนั้นก็มีเก็ทรวมอยู่ด้วย ดิฉันจึงถามไปว่า"อ้าว เก็ท เมื่อกี้ขึ้นไปอาบน้ำไม่ใช่หรอ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ได้"เพื่อนทุกคนยืนยันว่าไม่มีใครขึ้นไป พวกเขานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้มาพักใหญ่แล้ว ดิฉันก็งง ก็เลยพาเพื่อนกลับขึ้นไปดูห้องน้ำข้างบน ปรากฏว่าเงียบกริบ ไม่มีใครอยู่สักคน และเขาหายไปไหน? นอกจากบันไดแล้วไม่มีทางลงที่อื่นอีก ยกเว้นโดดตึก!!

เรื่องที่3 : เป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันพึ่งจะเห็นมาล่าสุดเมื่อ30ตุลาคม60ที่ผ่านมานี้เอง เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันมีแฟนอยู่คนหนึ่งเป็นชาวไต้หวัน เรารู้จักกันผ่านทาง facebook มา2ปีกว่าแล้ว เมื่อวันที่ 6 พ.ค.60 ดิฉันกับลูกสาวได้เดินทางไปหาเขาที่ไต้หวันและพักที่บ้านเขาสองคืน ตลอดเวลาที่เราคบหากัน เราจะคุยกันทางวิดีโอคอล และกลางคืนเราก็จะเปิดวิดีโอคอลไว้ตลอดทั้งคืน โดยที่ต่างคนต่างนอน(มันทำให้มีความรู้สึกเหมือนได้นอนอยู่ด้วยกัน) มีอยู่วันหนึ่งขณะที่เราคุยกันตามปกติเหมือนทุกวันคือประมาณ2ทุ่มถึง4ทุ่มครึ่ง ดิฉันได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ข้างๆเขาแล้วพูดแทรกขึ้นมาสามสี่ครั้ง พูดเป็นภาษ่าต้หวันดิฉันฟังไม่รู้เรื่องเพราะดิฉันรู้แต่จีนกลาง ดิฉันเลยถามแฟนว่า"คุณอยู่กับใคร" เขาบอกว่าอยู่คนเดียว "แล้วพ่อคุณละ" "คุณพ่อไปฟังเทศน์" พ่อเขาไปฟังเทศน์ทุกวันจันทร์)"ทำไมฉันได้ยินเสียงคนอื่นละ"  "ไม่มีใครอยู่ ผมอยู่คนเดียว" ในห้องนั้นไม่มีทีวีหรือคอม นอกจากโทรศัพท์ที่เขาใช้คุยกับดิฉันและข้างบ้านก็เป็นที่ว่างๆไม่มีคนอยู่เพราะเป็นที่ของเขาเอง ถ้าเป็นเสียงจากข้างนอกจะไม่ได้ยินชัดแบบนี้แน่นอน ตอนนั้นดิฉันรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยแต่เราก็คุยกันต่อโดยไม่ได้สนใจอีกและก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกจนกระทั่งถึงเวลาเข้านอน เราทั้งคู่หลับไป จนกระทั้งเวลาเที่ยงคืนครึ่ง(ที่ไต้หวันตี1ครึ่ง)ดิฉันตกใจตื่นเพราะบ้านตรงข้างฉันส่งเสียงดัง บ้านดิฉันเป็นทาวน์เฮ้าส์ พวกเขามักเสียงดังแบบนี้เป็นประจำ เมื่อดิฉันตื่นแล้วก็นอนไม่หลับ สักพักทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นเปิดประตูห้องออกไปที่ระเบียง กะจะไปว่าสักหน่อยแต่คนที่เสียงเดินกลับเข้าบ้านไป ดิฉันรออยู่สักพักแต่เขาก็ไม่ออกมา ดิฉันจึงกลับมาจะนอนต่อ แต่พอมองไปที่โทรศัพท์ ดิฉันก็เห็นมีอะไรแวบๆอยู่ใกล้ๆ ศรีษะของแฟน ดิฉันจึงหยิบแว่นตามาใส่ แล้วจ้องดู จึงได้เห็นชัดๆว่า เป็นกรรไกรด้ามสีฟ้า มันงับๆอยู่แต่ไม่เห็นคน ดิฉันตกใจมากจึงเรียกแฟนให้ตื่นและบอกเขาว่ามีคนอยู่ข้างหลัง แต่เขาไม่ได้ยินเพราะว่าเขาเสียบหูฟังที่โทรศัพท์ แต่ไม่ได้เสียบหูตัวเอง แต่พอดีเขาลืมตาขึ้นมาเห็นท่าทางตื่นตกใจของดิฉัน เขาก็บอกว่าไม่ได้ยิน มือก็คลำหาหูฟัง ตอนนั้นเองดิฉันก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง เหมือนกับนั่งอยู่ที่พื้นข้างๆเตียง หันมามองและจ้องหน้าดิฉัน ดิฉันเห็นอยู่ประมาณสัก15วินาทีก็หายไป ตอนนั้นแฟนได้ยินเสียงดิฉันแล้ว ดิฉันร้องบอกเขาว่า "มีคนอยู่ข้างหลังๆ"เขาหันไปมองก็ไม่เห็นอะไร ประตูห้องก็ยังปิดอยู่ แฟนถามดิฉันว่า"คนที่เห็นหน้าตาเป็นยังไง"ดิฉันบอกว่า "เป็นผู้ชาย อายุประมาณ20กว่า หน้ากลมหน่อยๆ"ดิฉันเห็นแวบเดียว แต่ก็จำได้ติดตามาก แฟนบอกว่าได้ยินแล้วถึงกับขนลุกซู่ เขาบอกว่าน่าจะเป็นน้องชายเขาที่เสียไปเมื่อ20กว่าปีก่อน และแฟนก็หยิบกรรไกรที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆข้างหัวเตียงมาให้ดูว่าใช่อันนี้รึป่าว มันใช่จริงๆ! ซึ่งดิฉันก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีกรรไกรวางอยู่ตรงนั้น ที่จริงเขาเคยเล่าให้ดิฉันฟัง ตอนที่รู้จักกันใหม่ๆว่าเขามีน้องชายคนหนึ่ง แต่เสียไปนานแล้วและเขาเล่าว่า ตอนที่เขาป่วยหนักเนื่องจากเป็นไวรัสตับอักเสบบีตอนนั้นหมอได้ให้แม่ของเขาเซ็นชื่อยินยอมให้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว แต่ในขณะที่เขาไม่รู้สึกตัวนั้น เขาฝันไปว่าน้องชายของเขาคนนี้ เอาตับมาวางไว้ที่โต๊ะแล้วบอกกับพยาบาลว่า ให้เอาตับอันนี้มาให้เขา(แฟนเรา)จากนั้นอาการของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหมอเองก็งง จากนั้นเขาก็กินยาตามที่หมอสั่งมาเรื่อยๆ จนตอนหลังตรวจไม่พบเชื้อไวรัสตับอักเสบBอีก แต่ที่จริงเรื่องที่เขาเล่ามาดิฉันได้ลืมไปหมดแล้ว ตอนที่ดิฉันเห็น ดิฉันก็ไม่ได้คิดว่าเป็นผี ดิฉันนึกว่ามีคนจะทำร้ายเขาถ้ารู้ว่าเป็นผีจะรีบแคปหน้าจอเอาไว้ ดิฉันบอกให้เขาไปหารูปน้องชายเขามาให้ดูหน่อย แต่เขาบอกว่าไม่มีเพราะพ่อกับแม่เขาเลิกกัน แม่เขาเอารูปน้องไปหมดพอแม่เขาเสีย เลยไม่รู้ว่ารูปหายไปไหนหมด ผ่านไปประมาณเดือนหนึ่ง เขาได้ไปไหว้น้องชายที่สุสานก็เลยเจอรูปขาวดำเก่าๆใบหนึ่ง เขาจึงถ่ายมาให้ดิฉันดู มันใช่ที่เห็นวันนั้นจริงๆ!!! ตอนนี้โทรศัพท์ดิฉันก็ยังเก็บรูปนั้นไว้อยู่
ต่อไปเป็นเรื่องแปลกๆที่เคยเจอ
เรื่องที่1 : คือวันที่พี่เขยเสียชีวิต พี่เขยประสบอุบัติเหตุรถชน อาการโคม่าอยู่ที่รพ. ตอนนั้นเหลือแต่ดิฉันเฝ้าหลาน2คนอยู่ที่บ้าน เวลาประมาณตี2-3 มันเงียบมาก บ้านดิฉันอยู่ จ.เชียงราย สมัยนั้นรถรายังไม่ค่อยเยอะ ดิฉันนอนไม่หลับคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นหนึ่งครั้ง โดยที่ไม่มีรถวิ่งผ่านสักคัน ดิฉันจำได้ว่ามันเป็นเสียงแตรรถตุ๊กๆของพี่เขยคันที่เกิดเหตุ ดิฉันจำได้แม่นเพราะได้ยินเกือบทุกวัน เวลาที่พี่เขยกลับบ้านเขาจะบีบแตรรถเรียกลูกๆไปเอาขนม ตอนนั้นดิฉันคิดในใจว่า พี่เขยคงจะเสียชีวิตแล้วและดิฉันก็บอกเขาในใจว่า"ไม่ต้องห่วงลูกๆนะ ดิฉันจะช่วยดูแลเอง"ผ่านไปประมาณ5นาทีก็มีเสียงรถมาจอดหน้าบ้านจริงๆ พร้อมกับเสียงร่ำไห้ดังระงม

เรื่องที่2 : ตอนที่ดิฉันท้องแก่ใกล้คลอด ดิฉันได้ไปเยี่ยมคุณยายของพี่เขย(คนที่ถูกรถชนเสียชีวิต)คุณยายอายุ80กว่าน่าจะได้ ท่านป่วยเป็นโรคเบาหวาน นิ้วมือและนิ้วเท้าของท่านเน่าและส่งกลิ่นเหม็นมาก ดิฉันไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนมาก่อน มันจึงติดจมูกมากๆ ในคืนวันนั้นเองดิฉันก็น้ำคร่ำแตก ต้องไปคลอดที่รพ. นอนอยู่รพ.4คืนก็กลับมาพักที่บ้านพี่สาว ตอนนั้นคุณยายเสียชีวิตแล้วแต่ศพยังไม่ได้เผา พี่สาวและหลานๆไปช่วยงานศพ ดิฉันจึงอยู่ที่บ้านกับลูกที่พึ่งคลอดสองคน ตอนนั้นยังหัวค่ำอยู่ประมาณทุ่มกว่า จู่ๆก็มีกลิ่นเหม็นเน่าที่ติดจมูกนั้นลอยเข้ามาในห้อง มันเป็นกลิ่นนั้นเลย!! ทั้งๆที่บ้านอยู่ห่างกันประมาณ500เมตร

เรื่องที่3 : อันนี้เป็นแค่ความฝันแต่มันแปลก มีอยู่คืนหนึ่ง ดิฉันฝันว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่คันหนึ่งขับวิ่งไล่ชนฝูงคน ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ดิฉันก็ไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นที่ไหน แต่เป็นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน และมีตึกรามบ้านช่องอยู่สองข้างทาง พอตื่นเช้ามาขณะขับรถส่งลูกไป รร.ก็ได้เล่าความฝันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ให้ลูกฟัง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จากนั้นวันถัดมา หลังจากส่งลูกไป รร. ก็กลับมาที่บ้านนั่งดูข่าวพร้อมกับกินอาหารเช้า(ซึ่งทำเป็นกิจวัติประจำวัน)ปรากฏว่ามีข่าวผู้ก่อการร้ายขับรถชนผู้คนที่ฝรั่งเศส ซึ่งนั้นเป็นการก่อการร้ายโดยการขับรถไล่ชนฝูงคนเป็นครั้งแรก เมื่อดูสภาพแวดล้อมแล้วมันคล้ายๆในฝันเลย!!

ปล .ที่ดิฉันได้มาเล่าให้ฟังนี้ เพราะอยากยืนยันว่าวิญญาณนั้นมีจริง และเมื่อวานวันสงกรานต์ ดิฉันก็ได้ไปทำบุญให้กับวิญญาณที่เห็นครั้งล่าสุด ซึ่งได้ทำเป็นครั้งที่สองแล้ว และดิฉันหวังว่าเขาจะได้รับส่วนบุญนั้นและขอให้เขาได้ไปเกิดในภพชาติใหม่โดยเร็ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่