เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เจอจดหมายฉบับหนึ่งในลังกระดาษเก่าๆ เป็นจดหมายที่เขียนผม (((หรือเปล่า???))) แต่เป็นจดหมายที่ผมเคยรู้สึกค้างคาใจว่าไม่เคยตอบกลับมาเป็น 20 ปี ทำให้ผมนึกถึงในยุคที่เรายังซื้อชั่วโมงเน็ตในร้านเซเว่น ได้ยินติ๊ดยาว รุ่นว่าเน็ตจะติดหรือไม่และห้ามยกหูโทรศัพท์เด็ดขาด หนีอาจารย์ไปเล่นเกมส์ counter strike ในยุคที่เรียกด่าน untitled ว่ายุไนเต็ด และโปรแกรม Pirch ซึ่งผมคิดว่าผมคงจะได้คุยกับโมจิ เจ้าของจดหมายฉบับนี้ผ่านโปรแกรมย้อนฮิตนี้ ในยุคนั้น

ผมคิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้ เพราะตัวเป็นคนที่เขียนเนื้อหากระทู้ไม่ค่อยได้เรื่อง จดหมายที่ถูกเจอก็ถูกดองกว่าจะตอบอีกรอบ และตอนนี้ก็หายไปอีกไม่รู้ไปวางจดหมายไว้ไหนอีก TT แต่ไม่เป็นไรผมก็ได้ถ่ายรูปจดหมายนี้ไว้แล้ว
จากหน้าซองติดสแตมป์ โมจิ เขียนมาจาก อำเภอเมืองพิษณุโลก แต่ดันไม่เขียน บ้านเลขที่ กับ ถนน นี่แหละคือสาเหตุที่ผมไม่เคยได้ตอบกลับ จากสแตมป์ ที่ประทับน่าอยู่ใน ปี 254x ผมจำปีไม่ได้เพราะมันนานแล้วแต่เป็นช่วงที่ใกล้จะมีฝนดาวตก ไม่แน่ใจว่าปีไหน แต่ก็คงเป็นช่วงที่ผมอยู่ ม.ต้น คิดว่าเธอคนนี้ คงจะคุยกับ เด็กผู้ชายที่ชื่อเก่ง
เก่งคนนี้มีความคล้ายกับผมเพียงแต่ ชื่อเล่นผม ตัว ก. สะกดคล้ายกัน เพียงแค่ผมมักจะแนะนำชื่อจริงมากกว่าชื่อเล่นแต่ไม่ใช่ ชื่อเก่ง เก่งกับโมจิ น่าจะรู้จักกันผ่านโปรแกรม pirch เก่งใช่ชื่อ nasty แต่ ผมใช้ชื่อตอนนั้นว่า nj3000 ซึ่งมันคล้ายกัน หรือว่าเธออาจจะส่งผิดคน แต่บ้านเลขที่ก็ดันตรงกับบ้านผมซะอย่างนั้น แล้วลูกชายบ้านนี้ก็ดันมีผมคนเดียวซะด้วย

เนื้อหาภายใน เก่งน่าจะโม้กับโมจิว่าเป็นนักกีฬาบาส เคยบริจาคเลือด ผมคงนึกสภาพเก่งในสายตาโมจิออก คงจะหล่อแบบรุ่นพี่นักบาส แต่มันขัดกับผมโดยสิ้นเชิง ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยเล่าจริงผมก็คงจะโม้ตอนนั้นเกินจริงไปเยอะ
ผมอยากจะขอบอกกับโมจิผมอยากเขียนจดหมายกลับไปหาโมจิ จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่ผมคาใจมาเป็นสิบปี ผมไม่ใช่นักกีฬาบาส หรือรุ่นพี่ในฝัน แบบมาริโอ้ในเรื่องสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก แต่เป็นเด็กเนิร์ดร่างใหญ่มากกว่านักกีฬา ที่จริงผมก็เกือบจะเป็นนักกีฬาทุ่มน้ำหนัก เพราะยุคนั้นผมตัวสูงเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ก็หยุดเร็วเช่นกัน 555 เพียงแค่ ผมมันแนววิชาการล่ารางวัลมากกว่า เลยปฏิเสธอาจารย์พละตอนนั้นไป ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าผมโม้กับโมจิว่าอะไรบ้างนะ ที่ทำให้โมจิถึงขนาดเขียนจดหมายมาหาผม
โมจิถามผมว่าที่อุบลมีร้านขนมปังแบบพิษณุโลกหรือเปล่า สำหรับวัยรุ่นยุค 90 ต้น 2000 ผมก็นึกถึงร้านเล็กนมสดที่เปิดมาหลายสิบปี เพียงแต่ตอนนั้น ผมเป็นเด็กฝั่งวารินชำราบ ตอน ม.ต้น ก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนใหญ่ก็วิ่งเล่นในอำเภอซะมากกว่า
โมจิเข้ากรุงเทพไปเยี่ยมญาติหลายครั้งตอนปิดและ โมจิ เมารถบ่อยๆ สำหรับผมเองยุคนั้น ผมไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพหรอก ก็เด็ก ตจว. แต่ตอน จบ ม.ปลายก็เอ็นทรานซ์ติด(รุ่นสุดท้าย) ก็เข้ากรุงเทพ ก็รู้ว่า ตัวเองมันก็เหมาะกับการเป็นเด็ก ตจว จริงๆนั่นแหละ โดยเฉพาะตอนนั้งรถตู้ข้ามแยกแคราย มันคือนรกดีดีนี่เอง
โมจิบอกว่าเก่งเคยบริจาคเลือด อยากบอกว่า เก่ง นี่ มันเก่งจริงๆ เพราะตัวจริงผมไม่ค่อยถูกกับเข็มแม้กระทั้งตอนนี้ เคยอยากไปบริจาคเลือกแต่ก็ยังทำใจไม่ได้สักที
สุดท้าย ผมไม่รู้ว่า จดหมายนี้เป็นจดหมายที่ส่งมาผมจริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ของผม ผมก็ขอโทษด้วยหากไปเสียมารยาทเปิดจดหมายที่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่สำหรับผม จดหมายฉบับนี้ยังไงก็คือจดหมายแห่งความทรงจำของผม ในชีวิตวัยเด็กที่สดใส แม้ไม่ได้เท่ห์เหมือนในจดหมาย แต่ก็ไม่รู้สึกเหมือนว่าอยู่ไปวันวันเหมือนตอนนี้
...ว่าแต่ตอนนี้จดหมายมันหายไปไหนอีกก็ไม่รู้เดี๋ยวต้องค้นอีก
สุดท้าย ผมเป็นคนที่เขียนกระทู้เล่าเรื่องไม่ค่อยเก่ง เพราะผมเองก็ไม่ได้ชื่อเก่ง ดังนั้นถ้าขาดตกบกพร่องอะไรก็อขออภัยด้วยแล้วกันครับ
จดหมายที่ไม่ได้ตอบกลับ ถึงโมจิ ที่เคยส่งมาหาผมเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว
ผมคิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้ เพราะตัวเป็นคนที่เขียนเนื้อหากระทู้ไม่ค่อยได้เรื่อง จดหมายที่ถูกเจอก็ถูกดองกว่าจะตอบอีกรอบ และตอนนี้ก็หายไปอีกไม่รู้ไปวางจดหมายไว้ไหนอีก TT แต่ไม่เป็นไรผมก็ได้ถ่ายรูปจดหมายนี้ไว้แล้ว
จากหน้าซองติดสแตมป์ โมจิ เขียนมาจาก อำเภอเมืองพิษณุโลก แต่ดันไม่เขียน บ้านเลขที่ กับ ถนน นี่แหละคือสาเหตุที่ผมไม่เคยได้ตอบกลับ จากสแตมป์ ที่ประทับน่าอยู่ใน ปี 254x ผมจำปีไม่ได้เพราะมันนานแล้วแต่เป็นช่วงที่ใกล้จะมีฝนดาวตก ไม่แน่ใจว่าปีไหน แต่ก็คงเป็นช่วงที่ผมอยู่ ม.ต้น คิดว่าเธอคนนี้ คงจะคุยกับ เด็กผู้ชายที่ชื่อเก่ง
เก่งคนนี้มีความคล้ายกับผมเพียงแต่ ชื่อเล่นผม ตัว ก. สะกดคล้ายกัน เพียงแค่ผมมักจะแนะนำชื่อจริงมากกว่าชื่อเล่นแต่ไม่ใช่ ชื่อเก่ง เก่งกับโมจิ น่าจะรู้จักกันผ่านโปรแกรม pirch เก่งใช่ชื่อ nasty แต่ ผมใช้ชื่อตอนนั้นว่า nj3000 ซึ่งมันคล้ายกัน หรือว่าเธออาจจะส่งผิดคน แต่บ้านเลขที่ก็ดันตรงกับบ้านผมซะอย่างนั้น แล้วลูกชายบ้านนี้ก็ดันมีผมคนเดียวซะด้วย
เนื้อหาภายใน เก่งน่าจะโม้กับโมจิว่าเป็นนักกีฬาบาส เคยบริจาคเลือด ผมคงนึกสภาพเก่งในสายตาโมจิออก คงจะหล่อแบบรุ่นพี่นักบาส แต่มันขัดกับผมโดยสิ้นเชิง ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยเล่าจริงผมก็คงจะโม้ตอนนั้นเกินจริงไปเยอะ
ผมอยากจะขอบอกกับโมจิผมอยากเขียนจดหมายกลับไปหาโมจิ จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่ผมคาใจมาเป็นสิบปี ผมไม่ใช่นักกีฬาบาส หรือรุ่นพี่ในฝัน แบบมาริโอ้ในเรื่องสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก แต่เป็นเด็กเนิร์ดร่างใหญ่มากกว่านักกีฬา ที่จริงผมก็เกือบจะเป็นนักกีฬาทุ่มน้ำหนัก เพราะยุคนั้นผมตัวสูงเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ก็หยุดเร็วเช่นกัน 555 เพียงแค่ ผมมันแนววิชาการล่ารางวัลมากกว่า เลยปฏิเสธอาจารย์พละตอนนั้นไป ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าผมโม้กับโมจิว่าอะไรบ้างนะ ที่ทำให้โมจิถึงขนาดเขียนจดหมายมาหาผม
โมจิถามผมว่าที่อุบลมีร้านขนมปังแบบพิษณุโลกหรือเปล่า สำหรับวัยรุ่นยุค 90 ต้น 2000 ผมก็นึกถึงร้านเล็กนมสดที่เปิดมาหลายสิบปี เพียงแต่ตอนนั้น ผมเป็นเด็กฝั่งวารินชำราบ ตอน ม.ต้น ก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนใหญ่ก็วิ่งเล่นในอำเภอซะมากกว่า
โมจิเข้ากรุงเทพไปเยี่ยมญาติหลายครั้งตอนปิดและ โมจิ เมารถบ่อยๆ สำหรับผมเองยุคนั้น ผมไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพหรอก ก็เด็ก ตจว. แต่ตอน จบ ม.ปลายก็เอ็นทรานซ์ติด(รุ่นสุดท้าย) ก็เข้ากรุงเทพ ก็รู้ว่า ตัวเองมันก็เหมาะกับการเป็นเด็ก ตจว จริงๆนั่นแหละ โดยเฉพาะตอนนั้งรถตู้ข้ามแยกแคราย มันคือนรกดีดีนี่เอง
โมจิบอกว่าเก่งเคยบริจาคเลือด อยากบอกว่า เก่ง นี่ มันเก่งจริงๆ เพราะตัวจริงผมไม่ค่อยถูกกับเข็มแม้กระทั้งตอนนี้ เคยอยากไปบริจาคเลือกแต่ก็ยังทำใจไม่ได้สักที
สุดท้าย ผมไม่รู้ว่า จดหมายนี้เป็นจดหมายที่ส่งมาผมจริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ของผม ผมก็ขอโทษด้วยหากไปเสียมารยาทเปิดจดหมายที่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่สำหรับผม จดหมายฉบับนี้ยังไงก็คือจดหมายแห่งความทรงจำของผม ในชีวิตวัยเด็กที่สดใส แม้ไม่ได้เท่ห์เหมือนในจดหมาย แต่ก็ไม่รู้สึกเหมือนว่าอยู่ไปวันวันเหมือนตอนนี้
...ว่าแต่ตอนนี้จดหมายมันหายไปไหนอีกก็ไม่รู้เดี๋ยวต้องค้นอีก
สุดท้าย ผมเป็นคนที่เขียนกระทู้เล่าเรื่องไม่ค่อยเก่ง เพราะผมเองก็ไม่ได้ชื่อเก่ง ดังนั้นถ้าขาดตกบกพร่องอะไรก็อขออภัยด้วยแล้วกันครับ