สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
คุณวรรณวรรธน์บอกไว้ว่า...
ตอนเขียนเปิดเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" นั้น ได้ลงมือเขียนฉากกลางเรื่องไปนานแล้ว แต่มีความรู้สึกตอนฉากเปิดเรื่องนั้นยังไม่เป็นที่ถูกใจ ตัวเองนั้นอยากเล่าเรื่องความเป็นมาของพ่อแม่พระเอกให้เป็นเรื่องหลักอีกหนึ่งเรื่อง จึงได้หาเนื้อเพลงกล่อมเด็กเก่าๆมาฟังเกี่ยวกับ "เสือขุนทอง" ซึ่งเป็นนิทานเกี่ยวกับเสือขุนทองที่มีอาชีพโจรเป็นที่เลื่องลือ แล้วได้อาสาออกไปรบจนตัวตาย และหาศพไม่เจอ
เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้มีความซับซ้อนอยู่มากพอสมควร เพราะการร้องเพลงกล่อม ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาร้องต่อๆกันได้ในทันที แต่เหมือนจะเริ่มจากการบอกเล่า การอธิบายความคับแค้นใจของชนชั้นล่างที่อยากให้เสียงนั้นไปถึงชนชั้นสูงผ่านการแสดงออกทางด้านเสียงเพลง หรือ ขับร้องกันในกลุ่มชนพื้นบ้านและค่อยๆขยายตัวต่อไป มีเรื่องราวที่กระทบจิตใจในระดับ "สังคม" หรืออาจะมีลักษณะแบบ "ต่อต้าน" หรือ "เรียกร้อง" อยู่เป็นนัยๆ จึงเป็นที่แพร่หลายและกลายมาเป็นเพลงกล่อมเด็กในทุกบ้านทุกย่านเรือนจนถึงทุกวันนี้
การเล่าเรื่องผ่านเพลงกล่อมเด็ก เป็นวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่งที่ควรจะได้รับการดูแลรักษากัน ทั้งในรูปแบบการแสดง และ เนื้อเรื่องของเพลงกล่อมเด็กแต่ละเรื่อง ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นต่อไป
ตอนเขียนเปิดเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" นั้น ได้ลงมือเขียนฉากกลางเรื่องไปนานแล้ว แต่มีความรู้สึกตอนฉากเปิดเรื่องนั้นยังไม่เป็นที่ถูกใจ ตัวเองนั้นอยากเล่าเรื่องความเป็นมาของพ่อแม่พระเอกให้เป็นเรื่องหลักอีกหนึ่งเรื่อง จึงได้หาเนื้อเพลงกล่อมเด็กเก่าๆมาฟังเกี่ยวกับ "เสือขุนทอง" ซึ่งเป็นนิทานเกี่ยวกับเสือขุนทองที่มีอาชีพโจรเป็นที่เลื่องลือ แล้วได้อาสาออกไปรบจนตัวตาย และหาศพไม่เจอ
เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้มีความซับซ้อนอยู่มากพอสมควร เพราะการร้องเพลงกล่อม ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาร้องต่อๆกันได้ในทันที แต่เหมือนจะเริ่มจากการบอกเล่า การอธิบายความคับแค้นใจของชนชั้นล่างที่อยากให้เสียงนั้นไปถึงชนชั้นสูงผ่านการแสดงออกทางด้านเสียงเพลง หรือ ขับร้องกันในกลุ่มชนพื้นบ้านและค่อยๆขยายตัวต่อไป มีเรื่องราวที่กระทบจิตใจในระดับ "สังคม" หรืออาจะมีลักษณะแบบ "ต่อต้าน" หรือ "เรียกร้อง" อยู่เป็นนัยๆ จึงเป็นที่แพร่หลายและกลายมาเป็นเพลงกล่อมเด็กในทุกบ้านทุกย่านเรือนจนถึงทุกวันนี้
การเล่าเรื่องผ่านเพลงกล่อมเด็ก เป็นวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่งที่ควรจะได้รับการดูแลรักษากัน ทั้งในรูปแบบการแสดง และ เนื้อเรื่องของเพลงกล่อมเด็กแต่ละเรื่อง ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นต่อไป
จิตรางคทา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2570412 ถูกใจ, NekoPonyo ถูกใจ, emma mama ถูกใจ, เตียเจียกเจียก ถูกใจ, ก็มันเป็นอย่างนั้น ถูกใจ, giggsmay ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 888982 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2442291 ถูกใจ, คิดดี ทำดี จึงได้ดี ถูกใจรวมถึงอีก 25 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
ขอตอบจขกทเรื่องหลักฐานทางประวัติศาสต์เกี่ยวกับ เสือขุนทอง ดังนี้
เรื่อง เสือขุนทอง นี้ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันแน่ชัด เป็นตำนานเล่าต่อๆกันมา มีหลายกระแส
บ้างก็ว่าเจ้าขุนทองเป็นเสือปล้นแถบภาคกลาง อารมณ์ประมาณผู้ร้ายผู้ดีปล้นคนรวยขุนนางขี้ฉ้อมาเจือจุนคนจน พอตายลงเลยกลายเป็นตำนานบอกเล่ากันปากต่อปากแบบมุขปาถะและกลายเป็นเพลงกล่อมเด็กแพร่หลาย
ก็อาจเป็นได้ แต่ถ้าเป็นโจรจริงทำไมงานปลงศพเจ้าขุนทองถึงจัดเสียใหญ่โต มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถือฉัตรถือธงมีขบวนเรือหงส์มาช่วยปลงศพเสียด้วย
บางกระแสว่าเรื่องเจ้าขุนทองเป็นตำนานคนกล้าสมัยอยุธยา มีอาชีพปาดตาล ทำน้ำตาล บางคนว่าเนื้อที่ถูกต้องของเพลงกล่อมจริงๆคือเจ้าขุนทองไปปรน(มาจากสำนวนเก่า "ปรนงวงตาล " คือไปบำรุงรักษาตัดแต่งงวงตาลเพื่อให้ได้น้ำตาลมาก) วันหนึ่งขณะเจ้าขุนทองจะออกไปปรนตาลปาดตาล ได้พบกลุ่มชายไทยซ่องสุมกำลังกันเตรียมไปปล้นค่ายพม่า เจ้าขุนทองเลยอาสาไปด้วยแต่ก็เสียชีวิตในขณะเข้าปล้นค่าย ความทราบถึงกษัตริย์จึงเสด็จมาในกระบวนเรือจัดงานศพเสียใหญ่โตเป็นที่ร่ำลือในวีรกรรมสืบมา
อีกกระแสบอกว่าบทร้องเพลงนี้เป็นบทกวีของพระสังฆราชสมัยปลายอยุธยา รจนาสดุดีวีรกรรมปล้นค่ายพม่าของเจ้าขุนทอง ตามที่เล่าไว้ในตำนานข้างต้น
เรื่อง เสือขุนทอง นี้ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันแน่ชัด เป็นตำนานเล่าต่อๆกันมา มีหลายกระแส
บ้างก็ว่าเจ้าขุนทองเป็นเสือปล้นแถบภาคกลาง อารมณ์ประมาณผู้ร้ายผู้ดีปล้นคนรวยขุนนางขี้ฉ้อมาเจือจุนคนจน พอตายลงเลยกลายเป็นตำนานบอกเล่ากันปากต่อปากแบบมุขปาถะและกลายเป็นเพลงกล่อมเด็กแพร่หลาย
ก็อาจเป็นได้ แต่ถ้าเป็นโจรจริงทำไมงานปลงศพเจ้าขุนทองถึงจัดเสียใหญ่โต มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถือฉัตรถือธงมีขบวนเรือหงส์มาช่วยปลงศพเสียด้วย
บางกระแสว่าเรื่องเจ้าขุนทองเป็นตำนานคนกล้าสมัยอยุธยา มีอาชีพปาดตาล ทำน้ำตาล บางคนว่าเนื้อที่ถูกต้องของเพลงกล่อมจริงๆคือเจ้าขุนทองไปปรน(มาจากสำนวนเก่า "ปรนงวงตาล " คือไปบำรุงรักษาตัดแต่งงวงตาลเพื่อให้ได้น้ำตาลมาก) วันหนึ่งขณะเจ้าขุนทองจะออกไปปรนตาลปาดตาล ได้พบกลุ่มชายไทยซ่องสุมกำลังกันเตรียมไปปล้นค่ายพม่า เจ้าขุนทองเลยอาสาไปด้วยแต่ก็เสียชีวิตในขณะเข้าปล้นค่าย ความทราบถึงกษัตริย์จึงเสด็จมาในกระบวนเรือจัดงานศพเสียใหญ่โตเป็นที่ร่ำลือในวีรกรรมสืบมา
อีกกระแสบอกว่าบทร้องเพลงนี้เป็นบทกวีของพระสังฆราชสมัยปลายอยุธยา รจนาสดุดีวีรกรรมปล้นค่ายพม่าของเจ้าขุนทอง ตามที่เล่าไว้ในตำนานข้างต้น
Nopphum ถูกใจ, จิตรางคทา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2570412 ถูกใจ, NekoPonyo ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2442291 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4520365 ถูกใจ, andune ถูกใจ, Princess_oF_Blueworld ถูกใจ, Pooh Of The Hundred Acre Wood ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์ไทย
ละครโทรทัศน์
ชีวประวัติบุคคล
เพลงกล่อมเด็ก
หนึ่งด้าวฟ้าเดียว (ละคร)
เสือขุนทองใน "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" เป็นคนเดียวกับเพลงกล่อมเด็กและมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์หรือเปล่าครับ
วัดเอ๋ย . . . วัดโบสถ์ . . .
มีตาลตะโหนด อยู่เจ็ดต้น
เจ้าขุนทอง ไปปล้น
ป่านฉะนี้ ไม่เห็นมา . . .
คดข้าว ใส่ห่อ
ถ่อเรือ ไปหา
เขา ก ร่ำฦๅมา
ว่าเจ้าขุนทอง ตายแล้ว . . .
เหลือแต่ โกศแก้ว
เมียรัก จักมาปลง
จักถ่อพาย ท้ายเรือหงส์
ไปปลงศพ . . . อุแม่นา . . .
ว่ากันว่าเพลงกล่อมเด็กเพลงนี้แต่งขึ้นมาจากเหตุการณ์จริงก่อนเสียกรุง ไม่ทราบว่ามีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ บันทึกไว้ในพงศาวดารฉบับไหน (ใครพอทราบบ้าง) แต่สำหรับชาวบ้านแล้วเรื่องคงเป็นที่โจทย์จันทร์กันในยุคนั้น มิฉะนั้นคงไม่แต่งเป็นเพลงกล่อมเด็ก นับวิธีอันแยบคายในการปลูกฝังให้คนไทยรักชาติมาแต่เด็ก
มาเห็นในละคร "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" เลยไม่แน่ใจว่า อ.วรรณวรรธน์ ได้แรงบันดาลใจจากเพลงกล่อมเด็กบทนี้หรือเปล่า แต่ดูเหมือนไม่ตรงอยู่อย่างคือเมียรัก "ไม่ได้จักถ่อพาย ท้ายเรือหงส์" ไปปลงศพ เพราะตายไปก่อนแล้ว และไม่เห็น "โกศแก้ว" ที่เจ้าหลวงพระราชทานมาให้ใส่กระดูกเพื่อสดุดี
ในละครให้พระเอกซึ่งเป็นลูกเสือขุนทองเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้นางเอกฟัง เพื่อกล่อมนอนด้วย ช่างคิดจริงๆ เลย (ไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือผู้ประพันธ์หรือผู้เขียนบท)