นี่คือทีมสโมสรที่ดีฟอร์มเก่งที่สุดของเจลีกญี่ปุ่นในปี 2018 นำเป้นจ่าฝูงทิ้งห่าง เอฟซีโตเกียวถึง 8 แต้ม
ร่วมลุ้นทีมของ มุ้ย ธีรศิลป์ ไปด้วยกันปีนี้ ให้สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นลีกที่ดีที่สุดของเอเชีย และมูลค่าของลีกสูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเงินรางวัลของแชมป์ลีกเยอะมากเยอะที่สุดในเอเชีย และเยอะกว่าเงินรางวัลเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกเสียอีก ซึ่งแชมป์จะได้เงินรางวัลราวๆ 400 กว่าล้านบาทไทย (แม่จ้าวเงินรางวัลเยอะกว่าแชมป์ไทยลีก 40 เท่า) ซึ่งเจลีกจะแบ่งจ่ายเป็น 3 ปี ให้กับทีมแชมป์นั่นเอง เพื่อลดความเลื่อมล้ำของทีมใหญ่ทีมเล็กในลีกในการเอาเงินไปพัฒนาทีมนั่นเอง
จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดทีมเจลีกหลายๆ ทีมในญี่ปุ่นที่ได้เล่นฟุตบอลถ้วยสโมสรเอเชีย ถึงให้ความสำคัญกับถ้วยเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกรองลงมาน้อยกว่าความอยู่รอดในเจลีกนั่นเอง การได้ลุ้นถึงแชมป์เจลีกนั้นเงินรางวัลช่างหอมหวานเสียเหลือเกินนั่นเอง
ซึ่งต้องบอกเลยว่านักเตะที่เล่นในเจลีกมีอัตราเฉลี่ยค่าเหนื่อยสูงที่สุดในลีกเอเชีย ถึงแม้ไชนิสซุปเปอร์ลีกจะดูเหมือนแพง แต่โดยถัวเฉลี่ยแล้วนั้น เจลีกมีค่าเหนื่อยผลตอบแทนที่ถือว่าสูงกว่า แต่ลีกจีนค่าเหนื่อยแพงหูฉี่มักจะกระจูกไปที่นักเตะสตาร์ดังนำเข้าจากยุโรป บราซิล เสียมากกว่านั่นเอง
และปีนี้เป็นปีทองของทีมมุ้ย ธีรศิลป์อีกปีที่ได้มาเล่น มาช่วยยิงให้ทีม ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ไตรศรม่วงมหากาฬแห่งเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าทีมนี้กับถ้วยเจลีก สมบัติผลัดกันชม เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดมาแล้วในปี 2012 2013 2015 นั่นเอง ซึ่งมาลุ้นกันว่าจะได้แชมป์สมัยที่ 4 ในปีนี้หรือไม่
และอาจจะเป็นปีทองของมุ้ย ที่จะได้ลุ้นเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด ลีกที่ดีที่สุด เงินรางวัลเยอะที่สุด ลีกที่บริหารจัดการดีที่สุด ลีกที่มีแฟนบอลบรรยากาศเหมือนบอลยุโรปแห่งเอเชีย แฟนบอลแน่นสนามในอัตราเยอะที่สุดในเอเชีย และมูลค่าตลาดทั้งลิขสิทธิ์ สปอนเซอร์เยอะที่สุด
ค่าตอบแทนนักเตะต้องบอกเลยว่าสมน้ำสมเนื้อ คุ้มค่าเหนื่อย ตามสไตล์ญี่ปุ่น ถ้าใครได้ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นคงรู้ดีว่าเขาดูแลผลตอบแทนสวัสดิการดีมากๆ นั่นเอง
ซึ่งต้องบอกเลยว่านักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด ลีกคุณภาพของเอเชียคนล่าสุดนั่นคือ เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นั่นเอง ที่ได้แชมป์เคลีกกับเอฟซีโซล ในปี 1985 นั่นเอง
แต่โค้ชเฮงยังไม่เคยได้แชมป์เจลีกมาก่อน มุ้ยจึงเป็นนักเตะไทยคนแรกที่อาจเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กับแชมป์เจลีกนั่นเอง
ร่วมลุ้น มุ้ย ธีรศิลป์ เป็นนักเตะไทยคนแรกสร้างประวัติศาสตร์ ลุ้นแชมป์เจลีก และลุ้นแชมป์สมัยที่ 4 ของซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า
ร่วมลุ้นทีมของ มุ้ย ธีรศิลป์ ไปด้วยกันปีนี้ ให้สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นลีกที่ดีที่สุดของเอเชีย และมูลค่าของลีกสูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเงินรางวัลของแชมป์ลีกเยอะมากเยอะที่สุดในเอเชีย และเยอะกว่าเงินรางวัลเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกเสียอีก ซึ่งแชมป์จะได้เงินรางวัลราวๆ 400 กว่าล้านบาทไทย (แม่จ้าวเงินรางวัลเยอะกว่าแชมป์ไทยลีก 40 เท่า) ซึ่งเจลีกจะแบ่งจ่ายเป็น 3 ปี ให้กับทีมแชมป์นั่นเอง เพื่อลดความเลื่อมล้ำของทีมใหญ่ทีมเล็กในลีกในการเอาเงินไปพัฒนาทีมนั่นเอง
จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดทีมเจลีกหลายๆ ทีมในญี่ปุ่นที่ได้เล่นฟุตบอลถ้วยสโมสรเอเชีย ถึงให้ความสำคัญกับถ้วยเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกรองลงมาน้อยกว่าความอยู่รอดในเจลีกนั่นเอง การได้ลุ้นถึงแชมป์เจลีกนั้นเงินรางวัลช่างหอมหวานเสียเหลือเกินนั่นเอง
ซึ่งต้องบอกเลยว่านักเตะที่เล่นในเจลีกมีอัตราเฉลี่ยค่าเหนื่อยสูงที่สุดในลีกเอเชีย ถึงแม้ไชนิสซุปเปอร์ลีกจะดูเหมือนแพง แต่โดยถัวเฉลี่ยแล้วนั้น เจลีกมีค่าเหนื่อยผลตอบแทนที่ถือว่าสูงกว่า แต่ลีกจีนค่าเหนื่อยแพงหูฉี่มักจะกระจูกไปที่นักเตะสตาร์ดังนำเข้าจากยุโรป บราซิล เสียมากกว่านั่นเอง
และปีนี้เป็นปีทองของทีมมุ้ย ธีรศิลป์อีกปีที่ได้มาเล่น มาช่วยยิงให้ทีม ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ไตรศรม่วงมหากาฬแห่งเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าทีมนี้กับถ้วยเจลีก สมบัติผลัดกันชม เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดมาแล้วในปี 2012 2013 2015 นั่นเอง ซึ่งมาลุ้นกันว่าจะได้แชมป์สมัยที่ 4 ในปีนี้หรือไม่
และอาจจะเป็นปีทองของมุ้ย ที่จะได้ลุ้นเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด ลีกที่ดีที่สุด เงินรางวัลเยอะที่สุด ลีกที่บริหารจัดการดีที่สุด ลีกที่มีแฟนบอลบรรยากาศเหมือนบอลยุโรปแห่งเอเชีย แฟนบอลแน่นสนามในอัตราเยอะที่สุดในเอเชีย และมูลค่าตลาดทั้งลิขสิทธิ์ สปอนเซอร์เยอะที่สุด
ค่าตอบแทนนักเตะต้องบอกเลยว่าสมน้ำสมเนื้อ คุ้มค่าเหนื่อย ตามสไตล์ญี่ปุ่น ถ้าใครได้ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นคงรู้ดีว่าเขาดูแลผลตอบแทนสวัสดิการดีมากๆ นั่นเอง
ซึ่งต้องบอกเลยว่านักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด ลีกคุณภาพของเอเชียคนล่าสุดนั่นคือ เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นั่นเอง ที่ได้แชมป์เคลีกกับเอฟซีโซล ในปี 1985 นั่นเอง
แต่โค้ชเฮงยังไม่เคยได้แชมป์เจลีกมาก่อน มุ้ยจึงเป็นนักเตะไทยคนแรกที่อาจเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กับแชมป์เจลีกนั่นเอง