หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ชวนเดอะแก็งค์วางภาระ.. แล้วไปหาสาระ ณ เมืองอ่างทอง
กระทู้สนทนา
จังหวัดอ่างทอง
One Day Trip
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เที่ยววัด
สวัสดีค่ะ.. นี่เป็นกระทู้แรกนะคะ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะค้าา
เริ่มเลยค่าา..
เมืองไทยร้อนจริงร้อนจังมาก
ปีนี้ร้อนขึ้นนะ..เราว่า แต่ร้อนๆ อย่างนี้คิดว่าต้องหาที่เที่ยวให้ใจเย็นๆลง
ผ่อนคลายทั้งจิตใจและร่างกายแม้จะมีเวลาจำกัดแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราค่ะ จะเที่ยวซะอย่าง ชอบออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก
เราเลยชวนเพื่อนๆ รวม 5 ชีวิตไปเที่ยวแบบ One Day Trip ที่สามารถแวะเข้าวัดขอพรและมีของกินอร่อยๆ ก็เลยส่อง Map ดู Google
และลงความเห็นว่าจะไปเที่ยวที่จังหวัดอ่างทองค่ะ เราคิดว่าจังหวัดนี้ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้จังหวัดอยุธยาเลยนะ(ออเจ้า ^^) และอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดกรุงเทพฯด้วย..ว่าแล้วก็เตรียมกระเป๋าเป้ชวนเดอะแก็งค์ไปไหว้พระทำบุญขอพรกันค่า....
ที่แรก.. หลังจากพ้นตัวเมืองอยุธยามุ่งเข้าสู่อำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินทางไม่ยากสามารถเปิด
Google Map และให้เพื่อนๆ ช่วยกันหาได้ค่ะ พวกเราก็ถึง “วัดป่าโมกวรวิหาร” ซึ่งปากทางจะเห็นป้ายทางเข้าวัด พื้นที่วัดกว้างพอสมควรมีที่จอดรถรองรับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมากค่ะ อากาศดี ร้อนนิดๆ พอไหวค่าา
สำหรับวัดนี้ จุดเด่น คือ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ไม่แพ้ที่อยุธยา พอเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสงบ เงียบ ทำให้จิตใจของพวกเราผ่อนคลายเลย และถัดไปด้านข้างๆ จะมีพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ แอบเสียดายที่พระอุโบสถปิดพวกเราเลยไม่ได้เข้าไป _=_ได้แต่เดินบริเวณรอบๆ และสังเกตเห็นพระอุโบสถเป็นแนวเส้นโค้งคล้ายเรือสำเภาจนต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเลยค่ะ
จะบอกว่า.. ระหว่างเดินทางไปที่วัดป่าโมกวรวิหาร พวกเราสังเกตว่าบ้านแต่ละหลังที่เราผ่านจะมีกลองหลากหลายประเภทตั้งเรียงรายไว้อยู่เต็มไปหมดจนต้องย้อนกลับไปบ้านหลังหนึ่งที่มีกลองยาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าบ้าน.. ว่าจะเข้าไปถามหาผู้รู้แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลย.. (-_- เศร้า)
พวกเราก็ไม่ยอมแพ้ขับรถกันไปเรื่อยๆ จนมาเจอบ้านหลังหนึ่งที่เห็นพี่ๆ หลายวัยกำลังนั่งทำกลองกันอยู่เลยค่ะ Wow!! มากแบบเห็นตั้งแต่การนำไม้มาขึ้นรูปฐานกลอง การตอก ขึงหนังวัวทำหน้ากลอง และได้รู้ว่าที่นี่เรียกว่า “หมู่บ้านทำกลอง” มีกลองหลายประเภท เช่น ตะโพน กลองทัด กลองโทน กลองยาว รำมะนา กลองรำวง กลองเพล และกลองจิ๋ว สืบทอดส่งต่อกันมาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบันยึดเป็นอาชีพหลัก พอได้เห็นวิธีการทำแล้วบอกเลยว่ามืออาชีพมาก คุณภาพดีด้วยนะ ถ้าใครสนใจลองแวะเข้ามาดูได้เลยจ้าา
ทีนี้ก็อิ่มบุญอิ่มใจละ แต่!!! ยังไม่อิ่มท้องน่ะสิ ก้มมองนาฬิกาเลยเที่ยงมาสักพัก แวะหาที่เติมพลังก่อนแล้วค่อยไปกันต่อ
ฮูเล่.. ร้านที่เราจะไปอยู่ในอำเภอเมือง-ป่าโมก บนถนนโพสะ ร้านนี้มีหลายคนไปและทำรีวิวออกมาบอกว่าอาหารของหวานและเครื่องดื่มอร่อย ...สายหวานอย่างพวกเราไม่พลาด มุ่งสู่ร้าน Brighter Day Cafe`
พอเราก้าวเข้ามาในร้านสิ่งที่เราเห็นจนต้องพูดพร้อมกันว่า “น่ารัก” หอมกลิ่นขนมอ่อนๆ ด้วย..
ไม่รอช้าเรามุ่งไปสั่งของกินเลยทั้งฮันนี่โทสต์~~ ขนมปังกรอบราดด้วยน้ำผึ้ง เสริฟพร้อมไอศกรีม (เลือกรสได้) และผลไม้รสเปรี้ยวเข้ากันได้ดี ไม่แพ้ร้านดังๆ ในกรุงเทพเลยค่ะ (แซววว
)
นอกจากนี้ยังมีขนมหวานอีก (เต็มตู้เลย) ที่เราเลือกมาชิม คือ ชีสเค้กสตอร์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ เห็นทีแรกรึว่าจะหวานแต่พอชิมไป อร่อยมากกกกกไม่ค่อยหวานเลยค่ะ และยิ่งกินกับน้ำเสาวรสปั่น ยิ่งเข้ากันเลย หน้าตาน่ากินสุดๆ มีความละมุนมากก กินจนเพลินลืมน้ำหนักกันเลย เพื่อนๆ คนไหนที่ไปแวะอ่างทองอย่าลืมแวะชิมกันนะคะร้านเปิดทุกวันค่ะ
อิ่มท้องแล้วก็มาลุยต่อ.. เราขับรถมุ่งหน้าเข้าอำเภอป่าโมกอีกครั้งมุ่งไปที่ วัดท่าสุทธาวาส วัดนี้ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเราไปถึงสิ่งที่เราเห็น คือ ความร่มรื่นดูแล้วสบายตา วัดนี้มีจุดเด่นที่ “หลวงพ่อยิ้ม” และเป็นความโชคดีที่เจอคนในหมู่บ้านบางเสด็จมาเปิดพระอุโบสถและพาพวกเรานำเที่ยวรอบๆ ด้วยค่ะ
วัดนี้เป็นวัดที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับไว้ในพระราชอุปถัมภ์ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดท่าสุทธาวาสและใช้เป็นสถานที่ฝึกงานของนักเรียนโรงเรียนสวนจิตรลดา เขียนภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระมหาชนก ความเป็นอยู่ของชาวอ่างทองในสมัยน้ำท่วม และจุดสำคัญของจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถแห่งนี้ก็คือ ภาพต้นมะม่วงสีทอง ซึ่งภาพ “ผลมะม่วง” ภายในโบสถ์นี้ เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ค่ะ เพื่อนๆ ลองมาตามหาดูนะคะว่าจะอยู่ตรงไหนในพระอุโบสถนี้
ส่วนด้านนอกมีพลับพลาอยู่ตรงกลางสระน้ำ ข้างๆจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บรรยากาศโดยรอบจะมีต้นไม้เก่าแก่ จากคำบอกเล่าบอกกว่า ต้นโพธิ์ ที่อยู่ตรงหน้า (เรา) มีเจ้าที่สิงสถิตอยู่ด้วย คนที่ลบหลู่โดนมาหลายคนแล้ว แล้วไหนจะต้นตะเคียน ต้นยางนา อีกล่ะ.. (มีความขลังในตัวว) โอ๊ย... เชื่อว่าแต่ละต้นต้องมีประวัติที่เร้นลับแน่ๆ... เราสัมผัสได้~ (O_O) ต้องมาเห็นด้วยตัวเองค่ะ เราไม่กล้าถ่ายรูปเลยยยย (55+) บรู๊ววววว..
หลังจากเข้าไปไหว้พระและเดินถ่ายรูปที่วัดท่าสุทธาวาสเรียบร้อยแล้ว พวกเราเดินไปด้านหลังของวัดไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา มีไฮไลท์ของจังหวัดอ่างทองที่ใครมาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาดนั่นก็คือ “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” เป็นบ้านทรงไทยสองชั้นอยู่ติดกับวัดท่าสุทธาวาส (ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว หุหุ) ไม่รอช้าเราเข้าไปในศูนย์และพบกับคุณป้ารุจีที่กำลังปั้นตุ๊กตาชาววังตัวใหญ่อยู่เลยและคุณป้าก็ได้เล่าที่มาที่ไปให้ฟัง..
เป็นเรื่องราวที่สุดประทับใจ ฟังไปถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียวค่ะ.. เรื่องมีอยู่ว่า โครงการ “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ตุ๊กตาฯ ขึ้นมาในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านได้มีอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว โดยมีอาจารย์จากในวังมาสอนพวกป้าๆ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะปั้นออกมาได้ไม่สวย แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฝีมือการปั้นเริ่มดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั้นการละเล่นของไทย ผลไม้ วิถีชีวิตต่างๆ และทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯ จะพระราชทานเงินและนำตุ๊กตากลับไปด้วย ทำให้ชาวบ้านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก
คุณป้าบอกว่า.. พระองค์ท่านได้รับสั่งกับคุณป้าไว้ว่า .. “อยากให้รักษาภูมิปัญญานี้ไว้ เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เห็นถึงคุณค่าต่อไปในอนาคต อย่าทอดทิ้งไป ให้มันสูญหายไปตามกาลเวลา..” Y_Y รู้สึกเลยว่าคุณป้ารุจีและชาวบ้านรักที่นี่มาก และมองเห็นว่าทุกคนทำโครงการนี้ด้วยใจ ซึ่งทำได้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ค่ะ
และในช่วงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเยาว์ ท่านได้เสด็จฯ มาเยี่ยมชมที่ศูนย์ฯ อยู่บ่อยๆ และยังได้ทรงปั้นตุ๊กตารูปช้างอีกด้วย
สำหรับศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ มีหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนแต่ที่สะดุดตาเรามากที่สุดก็คือ ไปรษณีย์ไทย ถามไปถามมา ก็ตั้งแต่ไปรษณีย์ไทยเข้ามาช่วยชาวบ้านบางเสด็จก็พัฒนาและเปลี่ยนไปมาก ทั้งปลูกต้นไม้รอบๆ บ้านเรือนไทย จัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับทำระบบการขาย รวมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์และโฆษณาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาช่วยสอนการหุ้มห่อตุ๊กตาที่จะส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ด้วย ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลก็สั่งได้โดยตรงที่ศูนย์ฯ และจะขนส่งด้วยไปรษณีย์ไทยค่ะ คุณป้าบอก
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ไปเที่ยวอ่างทองกลับมาแล้ว สงสัยเรื่องคำขวัญประจำจังหวัดอ่างทองครับ...
คำขวัญ คือ... พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน สงสัยว่า... พระสมเด็จเกษไชโย คือ พระเครื่องที่มีชื่อเสียงของวัดไชโยวรวิหาร ใช
kugar
พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เเละนำชมนิทรรศการภาพจิตรกรรมฝาผนัง ระเบียงพระอุโบสถ อุทิศถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เเละนำชมนิทรรศการภาพจิตรกรรมฝาผนัง ระเบียงพระอุโบสถ อุทิศถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วัน
อาคุงกล่อง
เขาเล่าว่า...ไหว้พระดัง “อ่างทอง”ต้องลองมา
“พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน “อ่างทอง” ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมายทั้งทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต
สมาชิกหมายเลข 813826
มากินผัดไทยแม่เล็ก 🤤😋 จ.อ่างทอง อิ่มแล้วมาสักการะ🙏🏻หลวงพ่อใหญ่ วัดม่วงกับ🙏🏻หลวงพ่อโต วัดปาโมก ✌️
มากินผัดไทยแม่เล็ก 🤤😋 จ.อ่างทอง มาสักการะหลวงพ่อใหญ่ วัดม่วงกับหลวงพ่อโต วัดปาโมก 🙏🏻🙏🏻🙏🏻 &n
กานต์(วีระพัฒน์)
เสด็จเข้าเฝ้าในหลวง ในวัดพระแก้ว
ผมอยากทราบว่า เมื่อมีพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เราจะไปเข้าเฝ้ารับเสร็จในหลวง ไปนั่งรับเสด็จในหน้าพระอุโบสถวดพระแก้วนั้น เราจะต้องเตรียมตัว ปฏิบัติอย่างไรบ้างครับ เพราะเดือนหน้า วันพืชมคล วันวิสาขหบูชา ผมจะ
สมาชิกหมายเลข 8760371
การเดินทาง
ขอวิธีเดินทางโดยรถประจำทางจากหน้าพระลาน,สระบุหรี่ไปวัดบวรสถานสุทธาวาสกรุงเทพฯเขตพระนครหน่อยค่ะ
สมาชิกหมายเลข 8921862
กษัตริย์กัมพูชาเสด็จเยือนจีน น่าจะเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ไทย กัมพูชา และมีนัยยะการเมืองแน่นอน (หงส์เหนือมังกร)
ดิฉันได้ไปคุยกับอาจารย์บางท่าน และเราก็มีความเห็นตรงกันก็คือ ฮุนเซน น่าจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ด้วยการเชิญให้ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เจ้าอยู่หัว แห่งกัมพูชา และสมเด็จพระบรมราชชนนี
สมาชิกหมายเลข 8926787
สมเด็จพระสังฆราชทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายในหลวงรัชกาลที่ 9
วันที่ 13 ต.ค.2561 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื
สมาชิกหมายเลข 3536904
ภาพเหตุการณ์ เมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค พ.ศ.๒๕๐๖
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี พ.ศ.๒๔๙๓ มิได้ทรงเสด็จเลียบพระนคร มีแต่การเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารคเพื่อไปประกาศพระองค์เป็น
สมาชิกหมายเลข 3915106
สถาปนาพระอัฐิ กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์มาในการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ให้ถวายพระราชสมัญญา แด่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า "พระบาทสม
สมาชิกหมายเลข 6946376
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
จังหวัดอ่างทอง
One Day Trip
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เที่ยววัด
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 340
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ชวนเดอะแก็งค์วางภาระ.. แล้วไปหาสาระ ณ เมืองอ่างทอง
เริ่มเลยค่าา..
เมืองไทยร้อนจริงร้อนจังมาก
ผ่อนคลายทั้งจิตใจและร่างกายแม้จะมีเวลาจำกัดแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราค่ะ จะเที่ยวซะอย่าง ชอบออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก
เราเลยชวนเพื่อนๆ รวม 5 ชีวิตไปเที่ยวแบบ One Day Trip ที่สามารถแวะเข้าวัดขอพรและมีของกินอร่อยๆ ก็เลยส่อง Map ดู Google
และลงความเห็นว่าจะไปเที่ยวที่จังหวัดอ่างทองค่ะ เราคิดว่าจังหวัดนี้ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้จังหวัดอยุธยาเลยนะ(ออเจ้า ^^) และอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดกรุงเทพฯด้วย..ว่าแล้วก็เตรียมกระเป๋าเป้ชวนเดอะแก็งค์ไปไหว้พระทำบุญขอพรกันค่า....
ที่แรก.. หลังจากพ้นตัวเมืองอยุธยามุ่งเข้าสู่อำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินทางไม่ยากสามารถเปิด
Google Map และให้เพื่อนๆ ช่วยกันหาได้ค่ะ พวกเราก็ถึง “วัดป่าโมกวรวิหาร” ซึ่งปากทางจะเห็นป้ายทางเข้าวัด พื้นที่วัดกว้างพอสมควรมีที่จอดรถรองรับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมากค่ะ อากาศดี ร้อนนิดๆ พอไหวค่าา
สำหรับวัดนี้ จุดเด่น คือ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ไม่แพ้ที่อยุธยา พอเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสงบ เงียบ ทำให้จิตใจของพวกเราผ่อนคลายเลย และถัดไปด้านข้างๆ จะมีพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ แอบเสียดายที่พระอุโบสถปิดพวกเราเลยไม่ได้เข้าไป _=_ได้แต่เดินบริเวณรอบๆ และสังเกตเห็นพระอุโบสถเป็นแนวเส้นโค้งคล้ายเรือสำเภาจนต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเลยค่ะ
จะบอกว่า.. ระหว่างเดินทางไปที่วัดป่าโมกวรวิหาร พวกเราสังเกตว่าบ้านแต่ละหลังที่เราผ่านจะมีกลองหลากหลายประเภทตั้งเรียงรายไว้อยู่เต็มไปหมดจนต้องย้อนกลับไปบ้านหลังหนึ่งที่มีกลองยาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าบ้าน.. ว่าจะเข้าไปถามหาผู้รู้แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลย.. (-_- เศร้า)
พวกเราก็ไม่ยอมแพ้ขับรถกันไปเรื่อยๆ จนมาเจอบ้านหลังหนึ่งที่เห็นพี่ๆ หลายวัยกำลังนั่งทำกลองกันอยู่เลยค่ะ Wow!! มากแบบเห็นตั้งแต่การนำไม้มาขึ้นรูปฐานกลอง การตอก ขึงหนังวัวทำหน้ากลอง และได้รู้ว่าที่นี่เรียกว่า “หมู่บ้านทำกลอง” มีกลองหลายประเภท เช่น ตะโพน กลองทัด กลองโทน กลองยาว รำมะนา กลองรำวง กลองเพล และกลองจิ๋ว สืบทอดส่งต่อกันมาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบันยึดเป็นอาชีพหลัก พอได้เห็นวิธีการทำแล้วบอกเลยว่ามืออาชีพมาก คุณภาพดีด้วยนะ ถ้าใครสนใจลองแวะเข้ามาดูได้เลยจ้าา
ฮูเล่.. ร้านที่เราจะไปอยู่ในอำเภอเมือง-ป่าโมก บนถนนโพสะ ร้านนี้มีหลายคนไปและทำรีวิวออกมาบอกว่าอาหารของหวานและเครื่องดื่มอร่อย ...สายหวานอย่างพวกเราไม่พลาด มุ่งสู่ร้าน Brighter Day Cafe`
พอเราก้าวเข้ามาในร้านสิ่งที่เราเห็นจนต้องพูดพร้อมกันว่า “น่ารัก” หอมกลิ่นขนมอ่อนๆ ด้วย..
ไม่รอช้าเรามุ่งไปสั่งของกินเลยทั้งฮันนี่โทสต์~~ ขนมปังกรอบราดด้วยน้ำผึ้ง เสริฟพร้อมไอศกรีม (เลือกรสได้) และผลไม้รสเปรี้ยวเข้ากันได้ดี ไม่แพ้ร้านดังๆ ในกรุงเทพเลยค่ะ (แซววว
นอกจากนี้ยังมีขนมหวานอีก (เต็มตู้เลย) ที่เราเลือกมาชิม คือ ชีสเค้กสตอร์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ เห็นทีแรกรึว่าจะหวานแต่พอชิมไป อร่อยมากกกกกไม่ค่อยหวานเลยค่ะ และยิ่งกินกับน้ำเสาวรสปั่น ยิ่งเข้ากันเลย หน้าตาน่ากินสุดๆ มีความละมุนมากก กินจนเพลินลืมน้ำหนักกันเลย เพื่อนๆ คนไหนที่ไปแวะอ่างทองอย่าลืมแวะชิมกันนะคะร้านเปิดทุกวันค่ะ
อิ่มท้องแล้วก็มาลุยต่อ.. เราขับรถมุ่งหน้าเข้าอำเภอป่าโมกอีกครั้งมุ่งไปที่ วัดท่าสุทธาวาส วัดนี้ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเราไปถึงสิ่งที่เราเห็น คือ ความร่มรื่นดูแล้วสบายตา วัดนี้มีจุดเด่นที่ “หลวงพ่อยิ้ม” และเป็นความโชคดีที่เจอคนในหมู่บ้านบางเสด็จมาเปิดพระอุโบสถและพาพวกเรานำเที่ยวรอบๆ ด้วยค่ะ
วัดนี้เป็นวัดที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับไว้ในพระราชอุปถัมภ์ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดท่าสุทธาวาสและใช้เป็นสถานที่ฝึกงานของนักเรียนโรงเรียนสวนจิตรลดา เขียนภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระมหาชนก ความเป็นอยู่ของชาวอ่างทองในสมัยน้ำท่วม และจุดสำคัญของจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถแห่งนี้ก็คือ ภาพต้นมะม่วงสีทอง ซึ่งภาพ “ผลมะม่วง” ภายในโบสถ์นี้ เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ค่ะ เพื่อนๆ ลองมาตามหาดูนะคะว่าจะอยู่ตรงไหนในพระอุโบสถนี้
ส่วนด้านนอกมีพลับพลาอยู่ตรงกลางสระน้ำ ข้างๆจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บรรยากาศโดยรอบจะมีต้นไม้เก่าแก่ จากคำบอกเล่าบอกกว่า ต้นโพธิ์ ที่อยู่ตรงหน้า (เรา) มีเจ้าที่สิงสถิตอยู่ด้วย คนที่ลบหลู่โดนมาหลายคนแล้ว แล้วไหนจะต้นตะเคียน ต้นยางนา อีกล่ะ.. (มีความขลังในตัวว) โอ๊ย... เชื่อว่าแต่ละต้นต้องมีประวัติที่เร้นลับแน่ๆ... เราสัมผัสได้~ (O_O) ต้องมาเห็นด้วยตัวเองค่ะ เราไม่กล้าถ่ายรูปเลยยยย (55+) บรู๊ววววว..
หลังจากเข้าไปไหว้พระและเดินถ่ายรูปที่วัดท่าสุทธาวาสเรียบร้อยแล้ว พวกเราเดินไปด้านหลังของวัดไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา มีไฮไลท์ของจังหวัดอ่างทองที่ใครมาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาดนั่นก็คือ “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” เป็นบ้านทรงไทยสองชั้นอยู่ติดกับวัดท่าสุทธาวาส (ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว หุหุ) ไม่รอช้าเราเข้าไปในศูนย์และพบกับคุณป้ารุจีที่กำลังปั้นตุ๊กตาชาววังตัวใหญ่อยู่เลยและคุณป้าก็ได้เล่าที่มาที่ไปให้ฟัง..
เป็นเรื่องราวที่สุดประทับใจ ฟังไปถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียวค่ะ.. เรื่องมีอยู่ว่า โครงการ “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ตุ๊กตาฯ ขึ้นมาในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านได้มีอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว โดยมีอาจารย์จากในวังมาสอนพวกป้าๆ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะปั้นออกมาได้ไม่สวย แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฝีมือการปั้นเริ่มดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั้นการละเล่นของไทย ผลไม้ วิถีชีวิตต่างๆ และทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯ จะพระราชทานเงินและนำตุ๊กตากลับไปด้วย ทำให้ชาวบ้านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก
คุณป้าบอกว่า.. พระองค์ท่านได้รับสั่งกับคุณป้าไว้ว่า .. “อยากให้รักษาภูมิปัญญานี้ไว้ เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เห็นถึงคุณค่าต่อไปในอนาคต อย่าทอดทิ้งไป ให้มันสูญหายไปตามกาลเวลา..” Y_Y รู้สึกเลยว่าคุณป้ารุจีและชาวบ้านรักที่นี่มาก และมองเห็นว่าทุกคนทำโครงการนี้ด้วยใจ ซึ่งทำได้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ค่ะ
และในช่วงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเยาว์ ท่านได้เสด็จฯ มาเยี่ยมชมที่ศูนย์ฯ อยู่บ่อยๆ และยังได้ทรงปั้นตุ๊กตารูปช้างอีกด้วย
สำหรับศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ มีหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนแต่ที่สะดุดตาเรามากที่สุดก็คือ ไปรษณีย์ไทย ถามไปถามมา ก็ตั้งแต่ไปรษณีย์ไทยเข้ามาช่วยชาวบ้านบางเสด็จก็พัฒนาและเปลี่ยนไปมาก ทั้งปลูกต้นไม้รอบๆ บ้านเรือนไทย จัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับทำระบบการขาย รวมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์และโฆษณาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาช่วยสอนการหุ้มห่อตุ๊กตาที่จะส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ด้วย ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลก็สั่งได้โดยตรงที่ศูนย์ฯ และจะขนส่งด้วยไปรษณีย์ไทยค่ะ คุณป้าบอก