เรื่องราวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้ว (2560) หลายท่านคงทราบถึงโปรโมชั่นของบัตรเครดิต JCB ในการรับส่วนลดหรือเข้าสถานที่ต่างๆ
ในประเทศญี่ปุ่นได้ฟรี หนึ่งในสถานที่ที่เข้าได้ฟรีคือ Tokyo Tower ซึ่งเราได้เตรียมตัวก่อนเดินทางโดยทำบัตรเสริมให้ภรรยาและคุณพ่อก่อน
การเดินทาง บัตรเสริมแต่ละใบสามารถใช้สิทธิรับตั๋วขึ้น Tokyo Tower ได้ฟรี ซึ่งเมื่อไปถึงก็ได้ทำการแลกตั๋วเรียบร้อยดี โดยมีการซื้อตั๋วเข้าชม
เพิ่มหนึ่งใบสำหรับลูกสาวเพราะยังไม่สามารถมีบัตรเครดิตของตัวเองได้
หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นสักพักนึง ก็ได้รับสเตทเมนท์จากบัตรกรุงศรี ก็มีรายละเอียดการใช้จ่ายต่างๆ แต่มาเอะใจว่าทำไมถึงมีรายการใช้จ่ายที่
Tokyo Tower 2 รายการ โดยรายการแรกเป็นการตัดผ่านบัตรของผมเองซึ่งเป็นบัตรหลัก (ผมใช้รูดค่าตั๋วให้ลูกสาว) ส่วนอีกรายการมาจากการ
ตัดผ่านบัตรเสริมของคุณพ่อ จึงได้ทำการยื่นเรื่องปฏิเสธรายการไปกับทางกรุงศรี โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้บัตรใบดังกล่าวซื้อตั๋วเพิ่มแต่อย่างใด
เป็นการแสดงเพื่อใช้สิทธิรับตั๋วฟรีเท่านั้น โดยทางเคาเตอร์จำหน่ายตั๋วจะมีการนำบัตรไปรูดเพื่อยืนยันการรับสิทธิและส่ง slip ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
กลับมาให้
เวลาผ่านไปนานกว่า 10 เดือน ก็ยังไม่มีความคืบหน้า มีแต่แจ้งว่ายังอยู่ในช่วงการตรวจสอบ ผมก็มีโทรสอบถามทางธนาคารเป็นระยะๆ ธนาคาร
ก็แจ้งได้แค่ว่ายังไม่ทราบความคืบหน้า ต้องรอทาง JCB Japan อัพเดท จนกระทั่งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทางกรุงศรีโทรมาแจ้งว่า ทาง JCB แจ้ง
มาแล้วและยืนยันว่าเรามีการใช้บัตรรูดซื้อตั๋วจริง จึงต้องยืนยันการเรียกเก็บเงินตามที่เคยเรียกเก็บไว้แต่แรก เมื่อผมขอหลักฐาน สิ่งที่ส่งมาให้
นั่นคือสลิปที่รูดซื้อตั๋วจริง แต่ไม่มีลายเซ็น!! โดยทางกรุงศรีอ้างว่ายอดที่รูดไม่ถึงขั้นต่ำที่ต้องใช้ลายเซ็น ตรงนี้เริ่มแปลกๆ ละ ผมเลยบอกต่อว่า
งั้นไปตรวจสอบต่อสิว่าบัตรนี้มีการใช้สิทธิรับตั๋ว Tokyo Tower ฟรีไปแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ก็แสดงว่าบัตรใบนั้น (ของคุณพ่อ) ยังสามารถรับตั๋วฟรีได้
และมันไม่เมคเซนส์ว่าเราจะซื้อตั๋วแทนที่จะรับตั๋วฟรี! เจ้าหน้าที่ก็อ้ำอึ้งไปและกลับไปประสานงานอีกครั้ง คราวนี้โทรกลับมาแจ้งว่า “เราไม่สามารถ
ตรวจสอบได้ว่ามีการรับสิทธิตั๋วไปรึยัง แต่ว่ามีสลิปยืนยันว่าได้รูดซื้อตั๋วไปตามที่เคยส่งให้...” คือเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเลยครับ คำถามของผมคือ
1. แล้วตอนที่แลกรับตั๋วที่ Tokyo Tower ทำไมต้องเอาบัตรเครดิตของทุกคน(ที่จะแลกตั๋วฟรี) ไปรูด?
2. การรูด ถ้าเพื่อเป็นการยืนยันสิทธิที่จะได้รับตั๋วฟรี 1 ใบ (ไม่แน่ใจว่าต่อวัน หรือแค่ 1 ครั้งต่อ 1 บัตร) การยืนยันผ่านระบบอิเลกทรอนิกส์แบบนี้
จะไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้หรือ?
3. บัตรใบอื่น ทำการรูดรับตั๋วฟรีเรียบร้อยดีไม่มีค่าใช้จ่ายงอกเพิ่ม ยืนยันได้ด้วยเวลาทำรายการวันเดียวกันเวลาใกล้เคียงกัน (ยกเว้นบัตรผมซึ่ง
รูดเพิ่มให้ลูกสาว ซึ่งเราก็ไม่ติดอะไรกับส่วนนั้น) แต่ทำไมบัตรคุณพ่อถึงกลายเป็นการรูดซื้อตั๋วไปได้? ประเด็นที่น่าคิดอีกอย่างหนึ่งคือหรือจะเป็นการ
ทุจริตจากทางเจ้าหน้าที่ของ Tokyo Tower
จากเหตุการณ์นี้ สิ่งที่น่าผิดหวังคือการเพิกเฉยของทางบัตรกรุงศรี ที่ยืนยันกระต่ายขาเดียวจากผลตอบรับจากทาง JCB โดยไม่ได้พยายามดำเนินการ
อื่นใดเพิ่มเติมจากที่ผมอธิบายไปเลย หลังจากนั้นไม่นาน สเตทเม้นรอบเดือนใหม่ก็มาและมีค่าตั๋วนี้กลับเข้ามาอยู่ในยอดเรียกเก็บตามเดิมแล้ว
ยอดที่เรียกเก็บไม่เยอะหรอกครับแค่ไม่ถึง 300 บาท แต่ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ ถ้ามีผู้บริโภคโดนแบบนี้เยอะๆ คิดเป็นความเสียหาย
ก็คงไม่น้อยเลย ที่สำคัญเลยก็การประสานงานช่วยเหลือของทางกรุงศรีที่ไม่ได้ช่วยเหลือลูกค้าอะไรเลย ใครมีคำแนะนำดีๆ เชิญแนะนำได้นะครับ
ถ้าจำเป็นต้องปรึกษาทนายก็พร้อมครับ
ขอให้ทุกท่านโปรดตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างระมัดระวัง แม้ในประเทศที่มีความน่าไว้วางใจสูงอย่างญี่ปุ่น ผมแชร์ประสบการณ์
ที่ได้รับจากบัตรเครดิตกรุงศรีเอาไว้ให้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับบัตรยี่ห้ออื่นดูครับ
ทิ้งท้ายไว้เพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ได้มีการใช้บัตร Krungsri JCB ทำการจองห้องพักผ่าน agoda.com แบบที่ยังไม่ต้องชำระทันทีแต่จะมี deadline
ในการชำระเงินตอนใกล้จะเดินทาง โดยจองไว้ทั้งหมด 5 booking ปรากฎว่าทำรายการผ่าน 4 รายการ ไม่ผ่าน 1 รายการ สอบถามธนาคารแจ้งว่า
ระบบทำการบล็อกเอาไว้เพราะเป็นธุรกรรมออนไลน์จากต่างประเทศเพื่อความปลอดภัย จากเหตุการณ์นี้ทำให้ห้องที่จองไว้ 1 booking โดนแคนเซิล
ไปโดยอัตโนมัติ พอจะกลับเข้าไปจองใหม่ห้องที่ต้องการก็ไม่ว่างแล้วและราคากระโดดสูงขึ้นไปแล้วถึงเกือบสองเท่า!! คำถามคือ 1. แล้วทำไม
ทาง Krungsri ถึงไม่ใช้วิธี hold การเรียกเก็บไว้แล้วรีบติดต่อเจ้าของบัตรเพื่อยืนยันการทำรายการ (แบบที่บัตรยี่ห้ออื่นเค้าทำกัน) 2. การเรียกเก็บทั้ง
5 booking ทางโรงแรมทำการเรียกเก็บในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งหมด แต่ถ้า Krungsri จะบล็อกเพื่อความปลอดภัย ทำไมถึงบล็อกแค่รายการเดียว??
[CR] Krungsri JCB สิทธิประโยชน์ดีๆ ที่ต้องระวัง!!
ในประเทศญี่ปุ่นได้ฟรี หนึ่งในสถานที่ที่เข้าได้ฟรีคือ Tokyo Tower ซึ่งเราได้เตรียมตัวก่อนเดินทางโดยทำบัตรเสริมให้ภรรยาและคุณพ่อก่อน
การเดินทาง บัตรเสริมแต่ละใบสามารถใช้สิทธิรับตั๋วขึ้น Tokyo Tower ได้ฟรี ซึ่งเมื่อไปถึงก็ได้ทำการแลกตั๋วเรียบร้อยดี โดยมีการซื้อตั๋วเข้าชม
เพิ่มหนึ่งใบสำหรับลูกสาวเพราะยังไม่สามารถมีบัตรเครดิตของตัวเองได้
หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นสักพักนึง ก็ได้รับสเตทเมนท์จากบัตรกรุงศรี ก็มีรายละเอียดการใช้จ่ายต่างๆ แต่มาเอะใจว่าทำไมถึงมีรายการใช้จ่ายที่
Tokyo Tower 2 รายการ โดยรายการแรกเป็นการตัดผ่านบัตรของผมเองซึ่งเป็นบัตรหลัก (ผมใช้รูดค่าตั๋วให้ลูกสาว) ส่วนอีกรายการมาจากการ
ตัดผ่านบัตรเสริมของคุณพ่อ จึงได้ทำการยื่นเรื่องปฏิเสธรายการไปกับทางกรุงศรี โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้บัตรใบดังกล่าวซื้อตั๋วเพิ่มแต่อย่างใด
เป็นการแสดงเพื่อใช้สิทธิรับตั๋วฟรีเท่านั้น โดยทางเคาเตอร์จำหน่ายตั๋วจะมีการนำบัตรไปรูดเพื่อยืนยันการรับสิทธิและส่ง slip ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
กลับมาให้
เวลาผ่านไปนานกว่า 10 เดือน ก็ยังไม่มีความคืบหน้า มีแต่แจ้งว่ายังอยู่ในช่วงการตรวจสอบ ผมก็มีโทรสอบถามทางธนาคารเป็นระยะๆ ธนาคาร
ก็แจ้งได้แค่ว่ายังไม่ทราบความคืบหน้า ต้องรอทาง JCB Japan อัพเดท จนกระทั่งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทางกรุงศรีโทรมาแจ้งว่า ทาง JCB แจ้ง
มาแล้วและยืนยันว่าเรามีการใช้บัตรรูดซื้อตั๋วจริง จึงต้องยืนยันการเรียกเก็บเงินตามที่เคยเรียกเก็บไว้แต่แรก เมื่อผมขอหลักฐาน สิ่งที่ส่งมาให้
นั่นคือสลิปที่รูดซื้อตั๋วจริง แต่ไม่มีลายเซ็น!! โดยทางกรุงศรีอ้างว่ายอดที่รูดไม่ถึงขั้นต่ำที่ต้องใช้ลายเซ็น ตรงนี้เริ่มแปลกๆ ละ ผมเลยบอกต่อว่า
งั้นไปตรวจสอบต่อสิว่าบัตรนี้มีการใช้สิทธิรับตั๋ว Tokyo Tower ฟรีไปแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ก็แสดงว่าบัตรใบนั้น (ของคุณพ่อ) ยังสามารถรับตั๋วฟรีได้
และมันไม่เมคเซนส์ว่าเราจะซื้อตั๋วแทนที่จะรับตั๋วฟรี! เจ้าหน้าที่ก็อ้ำอึ้งไปและกลับไปประสานงานอีกครั้ง คราวนี้โทรกลับมาแจ้งว่า “เราไม่สามารถ
ตรวจสอบได้ว่ามีการรับสิทธิตั๋วไปรึยัง แต่ว่ามีสลิปยืนยันว่าได้รูดซื้อตั๋วไปตามที่เคยส่งให้...” คือเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเลยครับ คำถามของผมคือ
1. แล้วตอนที่แลกรับตั๋วที่ Tokyo Tower ทำไมต้องเอาบัตรเครดิตของทุกคน(ที่จะแลกตั๋วฟรี) ไปรูด?
2. การรูด ถ้าเพื่อเป็นการยืนยันสิทธิที่จะได้รับตั๋วฟรี 1 ใบ (ไม่แน่ใจว่าต่อวัน หรือแค่ 1 ครั้งต่อ 1 บัตร) การยืนยันผ่านระบบอิเลกทรอนิกส์แบบนี้
จะไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้หรือ?
3. บัตรใบอื่น ทำการรูดรับตั๋วฟรีเรียบร้อยดีไม่มีค่าใช้จ่ายงอกเพิ่ม ยืนยันได้ด้วยเวลาทำรายการวันเดียวกันเวลาใกล้เคียงกัน (ยกเว้นบัตรผมซึ่ง
รูดเพิ่มให้ลูกสาว ซึ่งเราก็ไม่ติดอะไรกับส่วนนั้น) แต่ทำไมบัตรคุณพ่อถึงกลายเป็นการรูดซื้อตั๋วไปได้? ประเด็นที่น่าคิดอีกอย่างหนึ่งคือหรือจะเป็นการ
ทุจริตจากทางเจ้าหน้าที่ของ Tokyo Tower
จากเหตุการณ์นี้ สิ่งที่น่าผิดหวังคือการเพิกเฉยของทางบัตรกรุงศรี ที่ยืนยันกระต่ายขาเดียวจากผลตอบรับจากทาง JCB โดยไม่ได้พยายามดำเนินการ
อื่นใดเพิ่มเติมจากที่ผมอธิบายไปเลย หลังจากนั้นไม่นาน สเตทเม้นรอบเดือนใหม่ก็มาและมีค่าตั๋วนี้กลับเข้ามาอยู่ในยอดเรียกเก็บตามเดิมแล้ว
ยอดที่เรียกเก็บไม่เยอะหรอกครับแค่ไม่ถึง 300 บาท แต่ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ ถ้ามีผู้บริโภคโดนแบบนี้เยอะๆ คิดเป็นความเสียหาย
ก็คงไม่น้อยเลย ที่สำคัญเลยก็การประสานงานช่วยเหลือของทางกรุงศรีที่ไม่ได้ช่วยเหลือลูกค้าอะไรเลย ใครมีคำแนะนำดีๆ เชิญแนะนำได้นะครับ
ถ้าจำเป็นต้องปรึกษาทนายก็พร้อมครับ
ขอให้ทุกท่านโปรดตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างระมัดระวัง แม้ในประเทศที่มีความน่าไว้วางใจสูงอย่างญี่ปุ่น ผมแชร์ประสบการณ์
ที่ได้รับจากบัตรเครดิตกรุงศรีเอาไว้ให้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับบัตรยี่ห้ออื่นดูครับ
ทิ้งท้ายไว้เพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ได้มีการใช้บัตร Krungsri JCB ทำการจองห้องพักผ่าน agoda.com แบบที่ยังไม่ต้องชำระทันทีแต่จะมี deadline
ในการชำระเงินตอนใกล้จะเดินทาง โดยจองไว้ทั้งหมด 5 booking ปรากฎว่าทำรายการผ่าน 4 รายการ ไม่ผ่าน 1 รายการ สอบถามธนาคารแจ้งว่า
ระบบทำการบล็อกเอาไว้เพราะเป็นธุรกรรมออนไลน์จากต่างประเทศเพื่อความปลอดภัย จากเหตุการณ์นี้ทำให้ห้องที่จองไว้ 1 booking โดนแคนเซิล
ไปโดยอัตโนมัติ พอจะกลับเข้าไปจองใหม่ห้องที่ต้องการก็ไม่ว่างแล้วและราคากระโดดสูงขึ้นไปแล้วถึงเกือบสองเท่า!! คำถามคือ 1. แล้วทำไม
ทาง Krungsri ถึงไม่ใช้วิธี hold การเรียกเก็บไว้แล้วรีบติดต่อเจ้าของบัตรเพื่อยืนยันการทำรายการ (แบบที่บัตรยี่ห้ออื่นเค้าทำกัน) 2. การเรียกเก็บทั้ง
5 booking ทางโรงแรมทำการเรียกเก็บในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งหมด แต่ถ้า Krungsri จะบล็อกเพื่อความปลอดภัย ทำไมถึงบล็อกแค่รายการเดียว??