สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์การทำงาน และวันสุดท้ายของเดือนเมษา ครับ พี่ๆน้องๆ ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index มีการเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1768 – 1780 จุด) แม้ว่ากลางสัปดาห์ ถึงสิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 เหตุการณ์ คือ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 26 ธนาคารการกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 27 โดยทั้ง 2 ธนาคารกลาง ก็ยังคงนโยบายเช่นเดิม คือ ยังคงดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตร (QE) และ คงดอกเบี้ยติดลบต่อไปอีก และอีกเหตุการณ์สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การพบกันของ ผู้นำ 2 เกาหลี ที่บรรลุข้อตกลงยุติสงคราม และ พร้อมที่จะเจรจาเดินหน้าเพื่อบรรลุการรวมชาติในอนาคต ซึ่งทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนดัชนีตลาดหุ้นไทย แม้แต่น้อย ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1800 จุด ตลอดทั้งสัปดาห์ และในวันศุกร์
ก็ปิดตัวไปที่ระดับ 1778 จุด +4.82 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างหวือหวา หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยี
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดพุ่ง 249.73 จุด หรือ +0.82% แตะที่ระดับ 30,530.40 จุด
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (27 เม.ย.) ขณะที่อีกสองดัชนีหลักอย่าง S&P500 และ Nasdaq
บวกเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางการเปิดเผยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างตัวเลข GDP
โดยนักลงทุนชั่งใจว่าผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาดของบริษัทรายใหญ่นั้นจะเพียงพอชดเชยกับสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอความ
ร้อนแรงได้หรือไม่
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,311.19 จุด ลดลง 11.15 จุด หรือ -0.05%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,669.91 จุด เพิ่มขึ้น 2.97 จุด หรือ +0.11%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,119.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.12 จุด หรือ +0.02%
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดาวโจนส์ลดลง 0.6% ดัชนี S&P ลดลง 0.01% และ Nasdaq ลดลง 0.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งในรอบสามสัปดาห์ของ
ทั้งสามดัชนี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยตลาดไม่ได้ขานรับเท่าไรนักต่อรายงานผลประกอบการของหลายบริษัท
ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยถึงแม้บริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่อย่าง อเมซอน ไมโครซอฟท์ และอินเทล รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด
แต่แรงซื้อกลับไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะถูกจำกัดจากรายงานผลประกอบการของเอ็กซอน โมบิล บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ที่เผยกำไรต่ำกว่าที่ตลาด
คาดการณ์ไว้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1 ที่ระดับ 2.3% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.0%
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งมีการเติบโต 2.9%
การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ในปีนี้ มีสาเหตุจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี โดยการ
ใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 1.1% ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2556 หลังจากพุ่งขึ้น 4.0% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ในภาคธุรกิจชะลอตัวสู่ระดับ 4.7% ในไตรมาส 1 ขณะที่การใช้จ่ายในภาครัฐเพิ่มขึ้นเพียง 1.2%
ต่ำกว่าระดับ 3% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ในปี 2560 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาสแรก, 3.1% ในไตรมาส 2, 3.2% ในไตรมาส 3 และ 2.9% ในไตรมาส 4 ซึ่งการ
ขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 2,3 และ 4 ของปีที่แล้ว ถือเป็นการปรับตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วง 9 เดือนในรอบ 1 ทศวรรษ นอกจากข้อมูล GDP
แล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานวานนี้ยังรวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
สหรัฐขั้นสุดท้ายในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 98.8 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ในส่วนของการรายงานผลประกอบการ บริษัทเอ็กซอน โมบิล คอร์ป เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ในไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดยบริษัทมีรายได้ 6.821 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 6.359 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไร 1.09 ดอลลาร์/หุ้น
ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.12 ดอลลาร์/หุ้น
ด้านอเมซอน บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ เผยกำไรและรายได้ไตรมาสแรกภายหลังปิดตลาดในวันพฤหัสบดี โดย อเมซอน บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2561 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว รับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
อเมซอนรายงานว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2561 อเมซอนมียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 43% แตะ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ระดับ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นรายได้สุทธิ 1.63 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น เมื่อเทียบกับในไตรมาสแรกของปี 2560 ที่มีรายได้สุทธิ 724 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.48 ดอลลาร์ต่อหุ้น
อเมซอนมีกำไรรายไตรมาสเกินหลัก 1 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งที่สองแล้ว โดยในไตรมาสก่อนหน้านั้น อเมซอนมีกำไรกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 เม.ย.) นำโดยการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นเยอรมันและอังกฤษ จากอานิสงส์การอ่อนค่าของ
สกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ เนื่องจากตลาดหุ้นทั้งสองแห่งมีบริษัทส่งออกและบริษัทข้ามชาติจดทะเบียนอยู่มาก ดังนั้นการอ่อนค่าของสกุลเงิน
จึงจะเป็นผลดีต่อกำไรและรายได้ของบริษัทเหล่านี้
ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.89 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 384.64 จุด และปรับตัวขึ้น 0.7% ทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสัปดาห์ที่ห้าติดต่อกัน
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,580.87 จุด เพิ่มขึ้น 80.40 จุด หรือ +0.64%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,483.19 จุด เพิ่มขึ้น 29.61 จุด หรือ +0.54%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,502.21 จุด เพิ่มขึ้น 80.78 จุด หรือ +1.09%
เงินยูโรอ่อนค่าลงต่อเนื่องมาจากวันพฤหัสบดี หลังจากที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0%
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ที่ระดับ 0.25% ขณะเดียวกัน ECB ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน
จนถึงเดือนก.ย.
นอกจากนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นของ ECB แม้มีสัญญาณการชะลอตัวในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับส่งสัญญาณว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินยังคงมีความจำเป็นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ ณ เวลาหนึ่ง ยูโรอ่อนค่าลงแตะ 1.2082 ดอลลาร์ จาก 1.2104 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี
ด้านเงินปอนด์อ่อนค่าลงภายหลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1
มีการขยายตัวเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายไตรมาส ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 และลดลงจากระดับ 0.4% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
รายงานระบุว่า การชะลอตัวของการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของภาคก่อสร้าง และภาวะซบเซาในภาคการผลิต
ทั้งนี้ ตัวเลข GDP นั้นออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษน่าจะขยายตัวที่ 0.3% ในไตรมาสแรก และข้อมูลที่น่าผิดหวังนี้
ทำให้มีความเป็นไปได้ลดน้อยลงมากที่ธนาคารกลางอังกฤษจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
โดยเงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3785 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3915 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี และเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1/2561 ขยายตัวเพียง 0.3% ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ขณะเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสรายงานด้วยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบเป็นรายปี เท่ากับในเดือนมี.ค. หลังจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ราคาด้านการบริการและราคาสินค้าโรงงานปรับตัวลดลง
หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี CPI เดือนเม.ย. ขยับขึ้น 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ทั้งนี้ บริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษปรับตัวขึ้น ซึ่งรวมถึง หุ้นเรกคิทท์ เบนคีเซอร์ บวก 1.9% หุ้นอเมริกัน โทแบกโก บวก 1.6%
หุ้นดิอาจิโอ บวก 2.2%
ดีซีซี บริษัทผู้ให้บริการสนับสนุนธุรกิจ พุ่ง 3.70% เร็นโทคิล อินนิเชียล บวก 3.20% และเบอร์เบอร์รี่ กรุ๊ป บวก 3.05%
ด้านรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ร่วง 1.47% แม้ธนาคารเปิดเผยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 792 ล้านปอนด์ก็ตาม
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day: ตลอดทั้งสัปดาห์มี่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในเชิง Sideway Down ภายหลังจากไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 1800 จุดได้
และในวันศุกร์ ดัชนีก็ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า EMA25 75 วัน เลื้อยเคลียคลอเคลียร์กับกรอบบน Down trend Channel ซึ่งถ้าหากวันนี้ ดัชนียังไม่
สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ EMA25 75 วัน ได้อีกครั้ง ก็อาจจะมีย่อตัวหลุดร่วงลง กลับไปอยู่ในกรอบ Downtrend Channel อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการยืนยัน False Break และมีโอกาสที่จะไหลลงไปทดสอบ EMA200 วัน อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50M18 TF Day : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในเชิง Sideway Down ภายหลังจากไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1200 จุดได้
และในวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ได้เลื้อยเลียคลอเคลียกับเส้น EMA25 วัน ซึ่งหากวันนี้ ดัชนียังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1190 จุด ได้ อีกครั้ง ก็อาจจะ
มีย่อตัวหลุดร่วงเส้น EMA75 วัน และลงไปทดสอบ Low 1130 จุด อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50M18 TF60 Min: ภายหลังจากไม่สามารถผ่าน Zone Resistance ขึ้นไปได้ จึงทำให้เห็นการย่อตัวของดัชนีลงมาทดสอบแนวรับ EMA ทั้ง 3 เส้น
ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า ดัชนีจะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือ 1190 จุด ได้หรือไม่ //หากไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ อาจจะได้เห็นการพักฐาน
ลงไปทดสอบ Low 1130 จุด อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1180 1185 1188 1190 / 1785 1790 1795 1800
Support 1173 1169 1166 1160 / 1772 1769 1766 1760
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (30 Apr 18)
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์การทำงาน และวันสุดท้ายของเดือนเมษา ครับ พี่ๆน้องๆ ทุกๆท่าน
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index มีการเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1768 – 1780 จุด) แม้ว่ากลางสัปดาห์ ถึงสิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 เหตุการณ์ คือ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 26 ธนาคารการกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 27 โดยทั้ง 2 ธนาคารกลาง ก็ยังคงนโยบายเช่นเดิม คือ ยังคงดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตร (QE) และ คงดอกเบี้ยติดลบต่อไปอีก และอีกเหตุการณ์สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การพบกันของ ผู้นำ 2 เกาหลี ที่บรรลุข้อตกลงยุติสงคราม และ พร้อมที่จะเจรจาเดินหน้าเพื่อบรรลุการรวมชาติในอนาคต ซึ่งทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนดัชนีตลาดหุ้นไทย แม้แต่น้อย ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1800 จุด ตลอดทั้งสัปดาห์ และในวันศุกร์
ก็ปิดตัวไปที่ระดับ 1778 จุด +4.82 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างหวือหวา หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยี
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดพุ่ง 249.73 จุด หรือ +0.82% แตะที่ระดับ 30,530.40 จุด
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (27 เม.ย.) ขณะที่อีกสองดัชนีหลักอย่าง S&P500 และ Nasdaq
บวกเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางการเปิดเผยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างตัวเลข GDP
โดยนักลงทุนชั่งใจว่าผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาดของบริษัทรายใหญ่นั้นจะเพียงพอชดเชยกับสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอความ
ร้อนแรงได้หรือไม่
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,311.19 จุด ลดลง 11.15 จุด หรือ -0.05%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,669.91 จุด เพิ่มขึ้น 2.97 จุด หรือ +0.11%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,119.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.12 จุด หรือ +0.02%
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดาวโจนส์ลดลง 0.6% ดัชนี S&P ลดลง 0.01% และ Nasdaq ลดลง 0.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งในรอบสามสัปดาห์ของ
ทั้งสามดัชนี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยตลาดไม่ได้ขานรับเท่าไรนักต่อรายงานผลประกอบการของหลายบริษัท
ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยถึงแม้บริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่อย่าง อเมซอน ไมโครซอฟท์ และอินเทล รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด
แต่แรงซื้อกลับไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะถูกจำกัดจากรายงานผลประกอบการของเอ็กซอน โมบิล บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ที่เผยกำไรต่ำกว่าที่ตลาด
คาดการณ์ไว้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1 ที่ระดับ 2.3% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.0%
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งมีการเติบโต 2.9%
การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ในปีนี้ มีสาเหตุจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี โดยการ
ใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 1.1% ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2556 หลังจากพุ่งขึ้น 4.0% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ในภาคธุรกิจชะลอตัวสู่ระดับ 4.7% ในไตรมาส 1 ขณะที่การใช้จ่ายในภาครัฐเพิ่มขึ้นเพียง 1.2%
ต่ำกว่าระดับ 3% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ในปี 2560 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาสแรก, 3.1% ในไตรมาส 2, 3.2% ในไตรมาส 3 และ 2.9% ในไตรมาส 4 ซึ่งการ
ขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 2,3 และ 4 ของปีที่แล้ว ถือเป็นการปรับตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วง 9 เดือนในรอบ 1 ทศวรรษ นอกจากข้อมูล GDP
แล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานวานนี้ยังรวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
สหรัฐขั้นสุดท้ายในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 98.8 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ในส่วนของการรายงานผลประกอบการ บริษัทเอ็กซอน โมบิล คอร์ป เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ในไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดยบริษัทมีรายได้ 6.821 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 6.359 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไร 1.09 ดอลลาร์/หุ้น
ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.12 ดอลลาร์/หุ้น
ด้านอเมซอน บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ เผยกำไรและรายได้ไตรมาสแรกภายหลังปิดตลาดในวันพฤหัสบดี โดย อเมซอน บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2561 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว รับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
อเมซอนรายงานว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2561 อเมซอนมียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 43% แตะ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ระดับ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นรายได้สุทธิ 1.63 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น เมื่อเทียบกับในไตรมาสแรกของปี 2560 ที่มีรายได้สุทธิ 724 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.48 ดอลลาร์ต่อหุ้น
อเมซอนมีกำไรรายไตรมาสเกินหลัก 1 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งที่สองแล้ว โดยในไตรมาสก่อนหน้านั้น อเมซอนมีกำไรกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 เม.ย.) นำโดยการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นเยอรมันและอังกฤษ จากอานิสงส์การอ่อนค่าของ
สกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ เนื่องจากตลาดหุ้นทั้งสองแห่งมีบริษัทส่งออกและบริษัทข้ามชาติจดทะเบียนอยู่มาก ดังนั้นการอ่อนค่าของสกุลเงิน
จึงจะเป็นผลดีต่อกำไรและรายได้ของบริษัทเหล่านี้
ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.89 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 384.64 จุด และปรับตัวขึ้น 0.7% ทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสัปดาห์ที่ห้าติดต่อกัน
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,580.87 จุด เพิ่มขึ้น 80.40 จุด หรือ +0.64%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,483.19 จุด เพิ่มขึ้น 29.61 จุด หรือ +0.54%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,502.21 จุด เพิ่มขึ้น 80.78 จุด หรือ +1.09%
เงินยูโรอ่อนค่าลงต่อเนื่องมาจากวันพฤหัสบดี หลังจากที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0%
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ที่ระดับ 0.25% ขณะเดียวกัน ECB ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน
จนถึงเดือนก.ย.
นอกจากนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นของ ECB แม้มีสัญญาณการชะลอตัวในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับส่งสัญญาณว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินยังคงมีความจำเป็นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ ณ เวลาหนึ่ง ยูโรอ่อนค่าลงแตะ 1.2082 ดอลลาร์ จาก 1.2104 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี
ด้านเงินปอนด์อ่อนค่าลงภายหลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1
มีการขยายตัวเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายไตรมาส ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 และลดลงจากระดับ 0.4% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
รายงานระบุว่า การชะลอตัวของการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของภาคก่อสร้าง และภาวะซบเซาในภาคการผลิต
ทั้งนี้ ตัวเลข GDP นั้นออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษน่าจะขยายตัวที่ 0.3% ในไตรมาสแรก และข้อมูลที่น่าผิดหวังนี้
ทำให้มีความเป็นไปได้ลดน้อยลงมากที่ธนาคารกลางอังกฤษจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
โดยเงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3785 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3915 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี และเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1/2561 ขยายตัวเพียง 0.3% ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ขณะเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสรายงานด้วยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบเป็นรายปี เท่ากับในเดือนมี.ค. หลังจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ราคาด้านการบริการและราคาสินค้าโรงงานปรับตัวลดลง
หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี CPI เดือนเม.ย. ขยับขึ้น 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ทั้งนี้ บริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษปรับตัวขึ้น ซึ่งรวมถึง หุ้นเรกคิทท์ เบนคีเซอร์ บวก 1.9% หุ้นอเมริกัน โทแบกโก บวก 1.6%
หุ้นดิอาจิโอ บวก 2.2%
ดีซีซี บริษัทผู้ให้บริการสนับสนุนธุรกิจ พุ่ง 3.70% เร็นโทคิล อินนิเชียล บวก 3.20% และเบอร์เบอร์รี่ กรุ๊ป บวก 3.05%
ด้านรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ร่วง 1.47% แม้ธนาคารเปิดเผยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 792 ล้านปอนด์ก็ตาม
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF Day: ตลอดทั้งสัปดาห์มี่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในเชิง Sideway Down ภายหลังจากไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 1800 จุดได้
และในวันศุกร์ ดัชนีก็ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า EMA25 75 วัน เลื้อยเคลียคลอเคลียร์กับกรอบบน Down trend Channel ซึ่งถ้าหากวันนี้ ดัชนียังไม่
สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ EMA25 75 วัน ได้อีกครั้ง ก็อาจจะมีย่อตัวหลุดร่วงลง กลับไปอยู่ในกรอบ Downtrend Channel อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการยืนยัน False Break และมีโอกาสที่จะไหลลงไปทดสอบ EMA200 วัน อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50M18 TF Day : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในเชิง Sideway Down ภายหลังจากไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1200 จุดได้
และในวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ได้เลื้อยเลียคลอเคลียกับเส้น EMA25 วัน ซึ่งหากวันนี้ ดัชนียังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1190 จุด ได้ อีกครั้ง ก็อาจจะ
มีย่อตัวหลุดร่วงเส้น EMA75 วัน และลงไปทดสอบ Low 1130 จุด อีกครั้ง ก็เป็นได้
S50M18 TF60 Min: ภายหลังจากไม่สามารถผ่าน Zone Resistance ขึ้นไปได้ จึงทำให้เห็นการย่อตัวของดัชนีลงมาทดสอบแนวรับ EMA ทั้ง 3 เส้น
ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาดูกันว่า ดัชนีจะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือ 1190 จุด ได้หรือไม่ //หากไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ อาจจะได้เห็นการพักฐาน
ลงไปทดสอบ Low 1130 จุด อีกครั้ง ก็เป็นได้
Resistance 1180 1185 1188 1190 / 1785 1790 1795 1800
Support 1173 1169 1166 1160 / 1772 1769 1766 1760
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ