เราทราบจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัลอันอาม อายะฮฺที่ 153 อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ความว่า,
وَأَنَّ هَٰذَا صِرَاطِي مُسْتَقِيمًا فَاتَّبِعُوهُ ۖ وَلَا تَتَّبِعُوا السُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَنْ سَبِيلِهِ ۚ ذَٰلِكُمْ وَصَّاكُمْ بِهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ {153}
“และแท้จริงนี่คือทางของข้าอันเที่ยงตรง พวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลายๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์ นั่นแหละที่พระองค์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ยำเกรง”
ซูเราะฮฺ อันนิซาอ์ อายะฮฺที่ 69
ความว่า “และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮฺและร่อซูลแล้ว ชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงโปรดปรานแก่พวกเขา อันได้แก่ บรรดานบี บรรดาผู้ที่เชื่อโดยดุษฎี บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้แหละเป็นเพื่อนที่ดี”
ซูเราะฮฺ อันนิซาอ์ อายะฮฺ 80
ความว่า “ผู้ใดเชื่อฟังร่อซูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮฺแล้ว”
อายะฮฺที่ 59 ในซูเราะฮฺ อันนิซาอ์
ความว่า “โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย พวกท่านจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ เชื่อฟังร่อซูล และผู้นำในหมู่พวกท่านเถิด”
ทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่มุสลิมทุกๆคนทราบดีและไม่อาจจะโต้เถียงได้, ถ้ามุสลิมเข้าใจคำสอนในอัลกุรอานและใส่ใจในคำสอนนั้นและนำมาปฏิบัติ สังคมมุสลิมก็จะเจริญรุ่งเรือง เชื่อและปฏิบัติหลักศาสนาซึ่งมีมารตฐานเดียวกันตามแนวทางของอัลลอฮ์ที่ทรงบัญญัติไว้ในอัลกุรอาน คำสอนและคำสั่งของอัลลออ์ต่อมุสลิม พอที่จะสรุปได้ดังนี้:
อัลกุรอานเป็นแนวทางดำเนินชีวิตสำหรับมุสลิมเป็นแหล่งวิชาเพียงแหล่งเดียว เมื่อมุสลิมปฏิบัติตามแล้วจะไม่หลงออกจากทางของ อัลลอฮ์, แต่ถ้ามุสลิมยึดสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อัลกุรอาน เป็นแนวทางแล้วจะทำให้สังคมมุสลิมแตกแยกไปหลายทาง เราได้เห็นความจริงในปัจจุบันนี้ว่า มีฮาดีษต่างๆ มีแนวทางต่างๆกันอยู่ที่นับไม่ถ้วน เป็นสาเหตุ ทำให้มุสลิมนำมา ถกเถียงกันในเรื่องของการนำมาปฏิบัติศาสนกิจ
มันเป็นความจำเป็นมากที่มุสลิมจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามซุนนะห์ของ ท่านรอซูลทุกๆกระเบียดนิ้ว ถ้ามุสลิมไม่เชื่อฟังท่านรอซูล ก็คือไม่เชื่อว่าอัลกุรอานเป็นสัจธรรม และไม่ใช่ผู้ที่มีศรัทธาต่ออิสลามอย่างแท้จริง การเชื่อฟังท่านรอซูลนี้ ถึงแม้จะต้องยอมสละชีวิตก็จำเป้นที่มุสลิมจะต้องกระทำ, การเสียชีวิตจากการเชื่อฟังท่านรอซูลนี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ถุกต้องและอยู่ในขอบเขต ภายใต้บรรทัดฐานของอัลกุรอาน ด้วยเหตุนี้ ท่านรอซูลจึงเตือนมุสลิมไว้อย่างชัดเจน ตามฮาดีษข้างล่างนี้
ฮาดิษนี้ถูกบันทึกจากหนังสือของซีอะฮ์
الكافي ج : 1 ص : 69
بَابُ الْأَخْذِ بِالسُّنَّةِ وَ شَوَاهِدِ الْكِتَابِ
قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلي الله عليه وآله : إِنَّ عَلَى كُلِّ حَقٍّ حَقِيقَةً وَ عَلَى كُلِّ صَوَابٍ نُوراً فَمَا وَافَقَ كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ وَ مَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ ) موثق(
แท้จริงทุกๆสัจธรรมนั้นต้องมีความจริง และทุกๆความถูกต้องนั้นต้องมีรัศมี
ดังนั้นสิ่งใดที่ตรงกับคัมภีร์ของ อัลลอฮ์ พวกเจ้าจงยึดมันเอาไว้ และสิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺพวกเจ้าจงทิ้งมัน.
สถานะดีษ : มุวัษษัก(เชื่อได้) อัลกาฟี เชคกุลัยนี เล่ม 1 : 69 หะดีษที่ 1
ตรวจทานโดยมัรกะซุล บุฮูซ คอมพิวเตอร์ ลิลอุลูมิลอิสลามียะฮ์ เมืองกุม อิหร่าน
http://quran.al-shia.org/th/ahlulbayt-quran/070.htm
ฮาดิษด้านบนของซีอะฮ์ ด้านล่างของสุนนี่ ความหมายใกล้เคียงกับฮาดิษที่กล่าวมา
فَانْظُرُوا مَا وَاطَأَ كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ وَمَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ
พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของ อัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
الكتاب: جامع بيان العلم وفضله
المؤلف: أبو عمر يوسف بن عبد الله بن محمد بن عبد البر بن عاصم النمري القرطبي (المتوفى: 463هـ)
10162 - أَخْبَرَنَا عَبْدُ الرَّزَّاقِ قَالَ: عَنِ الثَّوْرِيِّ، عَنِ الْأَعْمَشِ، عَنْ عُمَارَةَ، عَنْ حُرَيْثِ بْنِ ظَهِيرٍ قَالَ: قَالَ عَبْدُ اللَّهِ: «لَا تَسْأَلُوا أَهْلَ الْكِتَابِ عَنْ شَيْءٍ، فَإِنَّهُمْ لَنْ يَهْدُوكُمْ، وَقَدْ ضَلُّوا، فَتُكَذِّبُوا بِحَقٍّ، وَتُصَدِّقُوا الْبَاطِلَ، وَإِنَّهُ لَيْسَ مِنْ أَحَدٍ مِنْ أَهْلِ الْكِتَابِ إِلَّا فِي قَلْبِهِ تَالِيَةٌ تَدْعُوهُ إِلَى اللَّهِ وَكِتَابِهِ كَتَالِيَةِ الْمَالِ». وَالتَّالِيَةُ: الْبَقِيَّةُ. قَالَ الثَّوْرِيُّ: وَزَادَ مَعْنٌ، عَنِ الْقَاسِمِ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ فِي هَذَا الْحَدِيثِ قَالَ: «إِنْ كُنْتُمْ سَائِلِيهِمْ لَا مَحَالَةَ فَانْظُرُوا مَا وَاطَى كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ، وَمَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ
ท่านทั้งหลายจงอย่าถามชาวคัมภีร์(ยิวและคริสต์) จากสิ่งใด (เพราะ)แท้จริงพวกเหล่านั้น จะไม่ชี้ทางธรรมให้พวกท่าน โดยสภาพพวกเหล่านั้นหลง ผิดกล่าวหาว่าเป็นเท็จในสิ่งที่เป็นสัจธรรม และเชื่อในสิ่งที่เป็นความเสียหาย แท้จริงไม่มีคนใดจากชาวคัมภีร์ นอกจากมีหัวใจตามติดด้วยผลประโยชน์ พวกเหล่านั้น จะเชิญชวนสู่อัลลอฮ์และคัมภีร์ของพระองค์เสมือนดังต้องการทรัพย์
ท่านเซารีย์กล่าวว่าท่านมะอน์ได้เพิ่มในฮาดิษนี้โดยรายงานจากท่านอัลกอเซ็ม บุตรอับดิลเราะฮ์มานกล่าวว่า หากว่าพวกท่านเป็นผู้ถามกับพวกเหล่านั้น(ยิว และคริสต์)ย่อมเป็นไปได้ที่พวกท่าน
จงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
الكتاب: المصنف
المؤلف: أبو بكر عبد الرزاق بن همام بن نافع الحميري اليماني الصنعاني (المتوفى: 211هـ)
สรุปฮาดีษทั้งสามมีดังนี้:
1.แท้จริงทุกๆสัจธรรมนั้นต้องมีความจริง และทุกๆความถูกต้องนั้นต้องมีรัศมี ดังนั้นสิ่งใดที่ตรงกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ พวกเจ้าจงยึดมันเอาไว้ และสิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺพวกเจ้าจงทิ้งมัน.
2.พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งสิ่งนั้น.
3.หากว่าพวกท่านเป็นผู้ถามกับพวกเหล่านั้น(ยิว และคริสต์)ย่อมเป็นไปได้ที่พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
จากคำอธิบายข้างบนนี้ เราจะเห็นได้ว่า การพิจารณาฮาดีษที่ถูกต้องและเชื่อถือได้นั้นมุสลิมจะต้องใช้อัลกุรอานเป็นมารตฐาน เรื่องบอกเล่าใดๆที่ไม่อยู่ในกรอบ และบริบทของบัญญัติต่างๆในอัลกุรอานแล้วจะต้องโยนทิ้งไปไม่นำมาถือปฏิบัติ
อัลกุรอานคือมารตฐานในการใช้พิจารณาความถูกต้องของเรื่องบอกเล่า(ฮาดีษ) และการปฏิบัติ(ซุนนะห์) ของท่านรอซูลมูฮัมมัด
وَأَنَّ هَٰذَا صِرَاطِي مُسْتَقِيمًا فَاتَّبِعُوهُ ۖ وَلَا تَتَّبِعُوا السُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَنْ سَبِيلِهِ ۚ ذَٰلِكُمْ وَصَّاكُمْ بِهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ {153}
“และแท้จริงนี่คือทางของข้าอันเที่ยงตรง พวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลายๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์ นั่นแหละที่พระองค์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ยำเกรง”
ซูเราะฮฺ อันนิซาอ์ อายะฮฺที่ 69
ความว่า “และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮฺและร่อซูลแล้ว ชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงโปรดปรานแก่พวกเขา อันได้แก่ บรรดานบี บรรดาผู้ที่เชื่อโดยดุษฎี บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้แหละเป็นเพื่อนที่ดี”
ซูเราะฮฺ อันนิซาอ์ อายะฮฺ 80
ความว่า “ผู้ใดเชื่อฟังร่อซูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮฺแล้ว”
อายะฮฺที่ 59 ในซูเราะฮฺ อันนิซาอ์
ความว่า “โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย พวกท่านจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ เชื่อฟังร่อซูล และผู้นำในหมู่พวกท่านเถิด”
ทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่มุสลิมทุกๆคนทราบดีและไม่อาจจะโต้เถียงได้, ถ้ามุสลิมเข้าใจคำสอนในอัลกุรอานและใส่ใจในคำสอนนั้นและนำมาปฏิบัติ สังคมมุสลิมก็จะเจริญรุ่งเรือง เชื่อและปฏิบัติหลักศาสนาซึ่งมีมารตฐานเดียวกันตามแนวทางของอัลลอฮ์ที่ทรงบัญญัติไว้ในอัลกุรอาน คำสอนและคำสั่งของอัลลออ์ต่อมุสลิม พอที่จะสรุปได้ดังนี้:
อัลกุรอานเป็นแนวทางดำเนินชีวิตสำหรับมุสลิมเป็นแหล่งวิชาเพียงแหล่งเดียว เมื่อมุสลิมปฏิบัติตามแล้วจะไม่หลงออกจากทางของ อัลลอฮ์, แต่ถ้ามุสลิมยึดสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อัลกุรอาน เป็นแนวทางแล้วจะทำให้สังคมมุสลิมแตกแยกไปหลายทาง เราได้เห็นความจริงในปัจจุบันนี้ว่า มีฮาดีษต่างๆ มีแนวทางต่างๆกันอยู่ที่นับไม่ถ้วน เป็นสาเหตุ ทำให้มุสลิมนำมา ถกเถียงกันในเรื่องของการนำมาปฏิบัติศาสนกิจ
มันเป็นความจำเป็นมากที่มุสลิมจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามซุนนะห์ของ ท่านรอซูลทุกๆกระเบียดนิ้ว ถ้ามุสลิมไม่เชื่อฟังท่านรอซูล ก็คือไม่เชื่อว่าอัลกุรอานเป็นสัจธรรม และไม่ใช่ผู้ที่มีศรัทธาต่ออิสลามอย่างแท้จริง การเชื่อฟังท่านรอซูลนี้ ถึงแม้จะต้องยอมสละชีวิตก็จำเป้นที่มุสลิมจะต้องกระทำ, การเสียชีวิตจากการเชื่อฟังท่านรอซูลนี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ถุกต้องและอยู่ในขอบเขต ภายใต้บรรทัดฐานของอัลกุรอาน ด้วยเหตุนี้ ท่านรอซูลจึงเตือนมุสลิมไว้อย่างชัดเจน ตามฮาดีษข้างล่างนี้
ฮาดิษนี้ถูกบันทึกจากหนังสือของซีอะฮ์
الكافي ج : 1 ص : 69
بَابُ الْأَخْذِ بِالسُّنَّةِ وَ شَوَاهِدِ الْكِتَابِ
قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلي الله عليه وآله : إِنَّ عَلَى كُلِّ حَقٍّ حَقِيقَةً وَ عَلَى كُلِّ صَوَابٍ نُوراً فَمَا وَافَقَ كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ وَ مَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ ) موثق(
แท้จริงทุกๆสัจธรรมนั้นต้องมีความจริง และทุกๆความถูกต้องนั้นต้องมีรัศมี ดังนั้นสิ่งใดที่ตรงกับคัมภีร์ของ อัลลอฮ์ พวกเจ้าจงยึดมันเอาไว้ และสิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺพวกเจ้าจงทิ้งมัน.
สถานะดีษ : มุวัษษัก(เชื่อได้) อัลกาฟี เชคกุลัยนี เล่ม 1 : 69 หะดีษที่ 1
ตรวจทานโดยมัรกะซุล บุฮูซ คอมพิวเตอร์ ลิลอุลูมิลอิสลามียะฮ์ เมืองกุม อิหร่าน
http://quran.al-shia.org/th/ahlulbayt-quran/070.htm
ฮาดิษด้านบนของซีอะฮ์ ด้านล่างของสุนนี่ ความหมายใกล้เคียงกับฮาดิษที่กล่าวมา
فَانْظُرُوا مَا وَاطَأَ كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ وَمَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ
พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของ อัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
الكتاب: جامع بيان العلم وفضله
المؤلف: أبو عمر يوسف بن عبد الله بن محمد بن عبد البر بن عاصم النمري القرطبي (المتوفى: 463هـ)
10162 - أَخْبَرَنَا عَبْدُ الرَّزَّاقِ قَالَ: عَنِ الثَّوْرِيِّ، عَنِ الْأَعْمَشِ، عَنْ عُمَارَةَ، عَنْ حُرَيْثِ بْنِ ظَهِيرٍ قَالَ: قَالَ عَبْدُ اللَّهِ: «لَا تَسْأَلُوا أَهْلَ الْكِتَابِ عَنْ شَيْءٍ، فَإِنَّهُمْ لَنْ يَهْدُوكُمْ، وَقَدْ ضَلُّوا، فَتُكَذِّبُوا بِحَقٍّ، وَتُصَدِّقُوا الْبَاطِلَ، وَإِنَّهُ لَيْسَ مِنْ أَحَدٍ مِنْ أَهْلِ الْكِتَابِ إِلَّا فِي قَلْبِهِ تَالِيَةٌ تَدْعُوهُ إِلَى اللَّهِ وَكِتَابِهِ كَتَالِيَةِ الْمَالِ». وَالتَّالِيَةُ: الْبَقِيَّةُ. قَالَ الثَّوْرِيُّ: وَزَادَ مَعْنٌ، عَنِ الْقَاسِمِ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ فِي هَذَا الْحَدِيثِ قَالَ: «إِنْ كُنْتُمْ سَائِلِيهِمْ لَا مَحَالَةَ فَانْظُرُوا مَا وَاطَى كِتَابَ اللَّهِ فَخُذُوهُ، وَمَا خَالَفَ كِتَابَ اللَّهِ فَدَعُوهُ
ท่านทั้งหลายจงอย่าถามชาวคัมภีร์(ยิวและคริสต์) จากสิ่งใด (เพราะ)แท้จริงพวกเหล่านั้น จะไม่ชี้ทางธรรมให้พวกท่าน โดยสภาพพวกเหล่านั้นหลง ผิดกล่าวหาว่าเป็นเท็จในสิ่งที่เป็นสัจธรรม และเชื่อในสิ่งที่เป็นความเสียหาย แท้จริงไม่มีคนใดจากชาวคัมภีร์ นอกจากมีหัวใจตามติดด้วยผลประโยชน์ พวกเหล่านั้น จะเชิญชวนสู่อัลลอฮ์และคัมภีร์ของพระองค์เสมือนดังต้องการทรัพย์
ท่านเซารีย์กล่าวว่าท่านมะอน์ได้เพิ่มในฮาดิษนี้โดยรายงานจากท่านอัลกอเซ็ม บุตรอับดิลเราะฮ์มานกล่าวว่า หากว่าพวกท่านเป็นผู้ถามกับพวกเหล่านั้น(ยิว และคริสต์)ย่อมเป็นไปได้ที่พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
الكتاب: المصنف
المؤلف: أبو بكر عبد الرزاق بن همام بن نافع الحميري اليماني الصنعاني (المتوفى: 211هـ)
สรุปฮาดีษทั้งสามมีดังนี้:
1.แท้จริงทุกๆสัจธรรมนั้นต้องมีความจริง และทุกๆความถูกต้องนั้นต้องมีรัศมี ดังนั้นสิ่งใดที่ตรงกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ พวกเจ้าจงยึดมันเอาไว้ และสิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮฺพวกเจ้าจงทิ้งมัน.
2.พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งสิ่งนั้น.
3.หากว่าพวกท่านเป็นผู้ถามกับพวกเหล่านั้น(ยิว และคริสต์)ย่อมเป็นไปได้ที่พวกท่านจงพิจารณาสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงยึดมั่นกับสิ่งนั้น และ(พวกท่านจงพิจารณากับ)สิ่งใดที่ขัดกับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงทิ้งกับสิ่งนั้น.
จากคำอธิบายข้างบนนี้ เราจะเห็นได้ว่า การพิจารณาฮาดีษที่ถูกต้องและเชื่อถือได้นั้นมุสลิมจะต้องใช้อัลกุรอานเป็นมารตฐาน เรื่องบอกเล่าใดๆที่ไม่อยู่ในกรอบ และบริบทของบัญญัติต่างๆในอัลกุรอานแล้วจะต้องโยนทิ้งไปไม่นำมาถือปฏิบัติ