นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนกระทู้ ผิดพลาดอะไรก็ขออภัยด้วย
เราอายุ33ปี มีแฟนมาที่นับว่าคบเป็นแฟน 5คน
คนแรก คบกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้2ปีกว่า
สาเหตุที่เลิก เพราะเขามีคนอื่นแล้วทะเลาะกับเราถึงขั้นตบตีกัน แบบสู้กันล่ะ
คนที่2 อายุมากกว่าเรา 17ปี คบกันมา9ปี. ดูแลการเงินเราอย่างดี แต่ไม่แต่งงาน ไม่เคยทำเหมือนที่คู่รักคนอื่นเขาทำ ไม่เคยไปไหน2:2 ไม่เคยกินข้าว2คน ไม่เคยเดินจับมือในที่สาธารณะ
คิดไหมว่าเขามีคนอื่นอยู่ คิดค่ะ. แต่เค้ายืนยันว่าไม่มี และเขาก็เป็นดังของเมืองนั้น. คือไม่มีแน่นอน. เริ่มแรกเรารักและซื่อสัตย์ต่อเขามาก. พอเข้าปีที่5 เขาบอกว่าเขาจะต้องไปคบกับอีกคนนะ มันเกี่ยวกับธุรกิจ ให้เรายอมรับบลาๆๆ. และเราก็ยอมทนอยู่แบบนั้น
จนกระทั่งปีที่7 เราบอกเลิกกับเขาด้วยอยากมีความรักปกติแบบคนอื่นทั่วไปความรักของคนธรรมดา. เราออกมาจากเขา. และได้ไปเจอ ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งฉันถือว่าเป็นแฟนคนที่3. เป็นวิศวกร เป็นคนน่ารัก เขาก็พาเราเข้าบ้านนะ ไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่. แต่พอเราคบกันออกสื่อได้สักระยะ. แฟนเก่าของเขาก็เริ่มทนไม่ไหว. และติดต่อกลับมาขอคืนดี. เราเห็นว่าเขาคงรักกันมาก จึงยอมเดินออกมา
อยู่กับความผิดหวังไม่นานก็คิดว่า สวรรค์จะให้เรามีชีวิตอยู่แบบนี้จริงๆหรือ แฟนคนที่2ติดต่อกลับมา เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา แล้วเราก็กลับไป. ในปีที่8 ฉันสอบบรรจุราชการได้ในต่างจังหวัด. ความคิดที่อยากมีครอบครัว อยากแต่งงานกลับมาอีกครั้ง จนในปีที่9ฉันขอชีวิตที่เหลือคืน จากแฟนคนที่2. เขายอมปล่อยโดยดี
ฉันเหมือนนกที่บินออกจากกรงอย่างมีเป้าหมาย แต่ไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ตรงไหน
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในงานแต่งงานของเพื่อนมัธยม ทำให้ฉันได้พบกับแฟนคนที่4. เราทำความรู้จักกัน เขาเป็นน้องเรา8ปีค่ะ ซึ่งตอนนั้นเรา30 ตอนคุยกันแรกๆไม่รู้อายุเลย รู้แต่ว่าอายุน้อยกว่าเราแน่ๆ แต่คงไม่มากหรอกมั้ง. แล้วเขาก็เหมืนจะโกหกว่า26ซะด้วย. ลองดูค่ะ. ลองคบดู. ถึงมารู้จากการเห็นบัตรของเขา. เขาห่างเรา8ปีเลย จะรอดหรือ. แต่เมื่อคุยกันไป มันเวิกและมันดีมากๆ เดดแรกของเราเริ่มด้วยการพาเรารู้จักพ่อแม่เลย. เรารู้สึกว่านี่สิแฟน. แบบนี้สิแฟน. ดูแลดี เห่อเรามาก. เดินจับมือกันได้. คบกันได้สัก4,5เดือนการนอกใจครั้งแรกก็เกิดขึ้น. เราจับได้ เขาเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น. เราก็ให้อภัย. จนกระทั่งเราคบกับเขาได้ปีกว่าๆ ภาระหน้าที่ในหน่วยของเขาถูกยุบ และให้กำลังพลไปรวมที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง. เราห่างกันมากกว่าเดิม. จากเมื่อก่อน90โล. เพิ่มเป็น240กิโล. แต่ด้วยความรัก. ถ้าเขากลับมาบ้านเขาไม่ได้ในเสาร์อาทิตย์ไหน ฉันก็จะเป็นฝ่ายขับรถไปหาเขาเอง. จนกระทั่งเขาได้บอกเลิกเราในเดือนเม.ย ปี60. ด้วยที่ว่าเราระแวงและงี่เง่า เสียใจมากค่ะ.แต่ไม่ยอมถอย 12วันที่เราปล่อยให้เขาอยู่แบบไม่มีเราในชีวิตเลย พ่อแม่ของเขา ได้นัดให้เราได้มาพบกัน. แล้วเขาก็ทำเหมือนว่าเขาไม่เคยหายไป. เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง. ค่ะ แต่ยิ่งนานไปก็มีปัญหา ว่าเพื่อนเขาไม่ชอบเรานะ. เราไปหาไม่ได้. คือเขาพักอยู่กับเพื่อน. ที่เคยเข้าเฟสบุคได้ก็ไม่ได้ ที่เคยตั้งสถานะคบไว้ก็หายไป. เราเริ่มทำใจและปล่อยเวลาอยู่กับความทุกให้เลื่อนไหลมาถึงวันเกิดของเขาในเดือน พ.ย60 ฉันไปเซอไพรวันเกิดพร้อมกับของที่เขาอยากได้มาก. นาฬิการุ่นโปรด. และหลังจากนั่นเพียงอาทิตย์เดียว ฉันตัดสินใจบอกกับเขาว่า. “เค้ารู้นะว่าคนดีมีคนอื่นมาตั้งนานแล้ว. คนดีไปเถอะ เค้าไม่สามารถอยู่กับคนที่ไม่รักกันแล้วได้”. พอขึ้นข้อความว่าอ่านแล้วฉันถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง เขาไม่ลาเราเลยสักคำ. จบลงตอนที่ฉันไปขนของออกมาจากบ้านพักที่ทำงานเก่าของเขา. ค่ะ และเขามีคนอื่นมาตั้งแต่เดือนเมย. ที่เขามาบอกเลิกฉัน ตอนนี้ก็คบกับนร พยาบาล. เขาไปดีแล้วดูแล้วเหมาะกันดีค่ะ วัยเดียวกัน
ค่ะผ่านพ้น อยู่กับคำถามว่าทำไม ชีวิตต้องมาเจอแต่แบบนี้. เราเกิดมาเพื่อไม่ได้มีความรักที่ดีใช่ไหม. เราจะไม่ได้แต่งงาน. ไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขาหรา. แต่ด้วยความที่เราโตแล้ว เราก็คิดว่าเราจะต้องเดินไปข้างหน้า ตั้งใจทำงาน ไม่ซึมเศร้าให้ใครเห็น. ไม่นาน กลางเดือนธันวาคม60 เราได้รับการติดต่อกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนเราไปแนะนำเราให้เขารู้จัก. เราก็คุยค่ะ. คุยแบบกลัวๆ กลัวว่าจะผิดหวังอีก. คุยได้สักเกือบ2เดือน ก็เริ่มคิดว่าเราคบกันแล้ว. เขาพาเราไปบ้านเขาให้เห็นว่าเขาอยู่คนเดียว นี่คือ แฟนคนที่5. อายุ39ปี. หน้าทีการงานสายเดียวกับแฟนคนที่4 ที่เพิ่งเลิกไป. แต่ตำแหน่งสูงกว่ามาก
เราเริ่มจะปรับตัว ให้เขาสบายใจเมื่ออยู่กับเราค่ะ. โกรธไม่พูด สงสัยไม่ถาม เพราะเขาเป็น ผู้ใหญ่แล้ว. วันนึงเขามาบอกว่าจะต้องไปเรียนภาษาเพิ่มนะ. เพราะเขาจะต้องไปตปท ในไม่นานนี้. แล้วเวรกรรมก็ชักพาความผิดหวังมาให้กับฉันอีก. เมื่อวันที่27เมษา ที่ผ่านมา ฉันไปเห็นอาจารย์สอนภาษาดีกรีโด่งดัง ตั้งสถานะว่ากำลังคบกับคนที่ฉันกำลังคบ. อันที่จริงก็สงสัยมานาน. ว่าทำไมต้องโทมา ทำไมมีรูปคนนี้ในไอแพด. แต่เขาบอกว่า เรานอนอยู่กับเขา ไปทำบุญด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วย เราจะสงสัยอะไรอีกทำไม
ขอโทษทุกคน เขียนมาถึงตอนนี้แล้วเริ่มสับสน งงๆกับชีวิต. ค่ะ. เรากำลังตัดสินใจเดินออกมา. เพราะ. ด้วยโปรไฟล์ของอาจารสอนภาษาระดับบริหาร. เค้าคู่ควรกันแล้ว. ต่อให้วันข้างหน้าเราสอบผู้บริหาร ได้เป็นผอ โรงเรียน. โปรไฟล์ก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี.
ในทุกๆ ความผิดหวังที่ผ่านมา. มักจะมีคนที่ดีกว่าเราเข้ามาเป็นเหตุให้เราต้องเจ็บเสมอ.
อันนี้พยายามเล่าคร่าวๆ ถ้ามีโอกาศ รายละเอียดที่น้ำเน่าและบทแรงกว่าละครหลังข่าว คงจะได้มาเขียนเป็นภาคๆไป
ต้องบอกว่า เราพอใจในทุกสิ่งที่เราเป็นแล้วหน้าที่การงานเราพอใจและให้มันลื่นไหลไปตามปีตามขั้นของมัน. การศึกษาปริญญาโทใบเดียวก็ดีเท่าไรแล้ว คือ ชีวิตนี้ขอแค่ได้เจอความรักครั้งสุดท้ายที่ไม่มีวันเปลี่ยนไปไหนอีกจะได้ไหม
เราไม่เคยแย่งชิงกับใคร เพราะเราจะยอมแพ้ออกมาเองเสมอ. เราไม่ยุ่งกับคนมีแฟนแล้ว. ถ้าเผลอไปคุยโดยที่ไม่รู้. เมื่อรู้ก็จะถอยออกมา.
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน และขอเป็นกำลังใจ ให้กับคนที่ยังไม่พบรักแท้ค่ะ. คนที่ผิดหวังครั้งแล้วครั่งเล่าเหมือนเรา คนที่กำลังคิดว่าโชคชะตากลั่นแกล้ง.
ฉันเชื่อว่าจะมีคนบอกว่าอย่าโทษตัวเอง. ขอบอกเลยว่าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านมา เราดีไม่พอสำหรับคนที่เราเลือกจริงๆ
มีใครที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ้างไหม แล้วคุณใช้ทัศนคติในการมีชีวิตต่ออย่างไร
มีใครที่รู้สึกว่าชะตาตัวเองเกิดมาไม่มีคู่ ผิดหวังเพราะเราดีไม่พอบ้างไหมคะ
เราอายุ33ปี มีแฟนมาที่นับว่าคบเป็นแฟน 5คน
คนแรก คบกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้2ปีกว่า
สาเหตุที่เลิก เพราะเขามีคนอื่นแล้วทะเลาะกับเราถึงขั้นตบตีกัน แบบสู้กันล่ะ
คนที่2 อายุมากกว่าเรา 17ปี คบกันมา9ปี. ดูแลการเงินเราอย่างดี แต่ไม่แต่งงาน ไม่เคยทำเหมือนที่คู่รักคนอื่นเขาทำ ไม่เคยไปไหน2:2 ไม่เคยกินข้าว2คน ไม่เคยเดินจับมือในที่สาธารณะ
คิดไหมว่าเขามีคนอื่นอยู่ คิดค่ะ. แต่เค้ายืนยันว่าไม่มี และเขาก็เป็นดังของเมืองนั้น. คือไม่มีแน่นอน. เริ่มแรกเรารักและซื่อสัตย์ต่อเขามาก. พอเข้าปีที่5 เขาบอกว่าเขาจะต้องไปคบกับอีกคนนะ มันเกี่ยวกับธุรกิจ ให้เรายอมรับบลาๆๆ. และเราก็ยอมทนอยู่แบบนั้น
จนกระทั่งปีที่7 เราบอกเลิกกับเขาด้วยอยากมีความรักปกติแบบคนอื่นทั่วไปความรักของคนธรรมดา. เราออกมาจากเขา. และได้ไปเจอ ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งฉันถือว่าเป็นแฟนคนที่3. เป็นวิศวกร เป็นคนน่ารัก เขาก็พาเราเข้าบ้านนะ ไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่. แต่พอเราคบกันออกสื่อได้สักระยะ. แฟนเก่าของเขาก็เริ่มทนไม่ไหว. และติดต่อกลับมาขอคืนดี. เราเห็นว่าเขาคงรักกันมาก จึงยอมเดินออกมา
อยู่กับความผิดหวังไม่นานก็คิดว่า สวรรค์จะให้เรามีชีวิตอยู่แบบนี้จริงๆหรือ แฟนคนที่2ติดต่อกลับมา เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา แล้วเราก็กลับไป. ในปีที่8 ฉันสอบบรรจุราชการได้ในต่างจังหวัด. ความคิดที่อยากมีครอบครัว อยากแต่งงานกลับมาอีกครั้ง จนในปีที่9ฉันขอชีวิตที่เหลือคืน จากแฟนคนที่2. เขายอมปล่อยโดยดี
ฉันเหมือนนกที่บินออกจากกรงอย่างมีเป้าหมาย แต่ไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ตรงไหน
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในงานแต่งงานของเพื่อนมัธยม ทำให้ฉันได้พบกับแฟนคนที่4. เราทำความรู้จักกัน เขาเป็นน้องเรา8ปีค่ะ ซึ่งตอนนั้นเรา30 ตอนคุยกันแรกๆไม่รู้อายุเลย รู้แต่ว่าอายุน้อยกว่าเราแน่ๆ แต่คงไม่มากหรอกมั้ง. แล้วเขาก็เหมืนจะโกหกว่า26ซะด้วย. ลองดูค่ะ. ลองคบดู. ถึงมารู้จากการเห็นบัตรของเขา. เขาห่างเรา8ปีเลย จะรอดหรือ. แต่เมื่อคุยกันไป มันเวิกและมันดีมากๆ เดดแรกของเราเริ่มด้วยการพาเรารู้จักพ่อแม่เลย. เรารู้สึกว่านี่สิแฟน. แบบนี้สิแฟน. ดูแลดี เห่อเรามาก. เดินจับมือกันได้. คบกันได้สัก4,5เดือนการนอกใจครั้งแรกก็เกิดขึ้น. เราจับได้ เขาเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น. เราก็ให้อภัย. จนกระทั่งเราคบกับเขาได้ปีกว่าๆ ภาระหน้าที่ในหน่วยของเขาถูกยุบ และให้กำลังพลไปรวมที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง. เราห่างกันมากกว่าเดิม. จากเมื่อก่อน90โล. เพิ่มเป็น240กิโล. แต่ด้วยความรัก. ถ้าเขากลับมาบ้านเขาไม่ได้ในเสาร์อาทิตย์ไหน ฉันก็จะเป็นฝ่ายขับรถไปหาเขาเอง. จนกระทั่งเขาได้บอกเลิกเราในเดือนเม.ย ปี60. ด้วยที่ว่าเราระแวงและงี่เง่า เสียใจมากค่ะ.แต่ไม่ยอมถอย 12วันที่เราปล่อยให้เขาอยู่แบบไม่มีเราในชีวิตเลย พ่อแม่ของเขา ได้นัดให้เราได้มาพบกัน. แล้วเขาก็ทำเหมือนว่าเขาไม่เคยหายไป. เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง. ค่ะ แต่ยิ่งนานไปก็มีปัญหา ว่าเพื่อนเขาไม่ชอบเรานะ. เราไปหาไม่ได้. คือเขาพักอยู่กับเพื่อน. ที่เคยเข้าเฟสบุคได้ก็ไม่ได้ ที่เคยตั้งสถานะคบไว้ก็หายไป. เราเริ่มทำใจและปล่อยเวลาอยู่กับความทุกให้เลื่อนไหลมาถึงวันเกิดของเขาในเดือน พ.ย60 ฉันไปเซอไพรวันเกิดพร้อมกับของที่เขาอยากได้มาก. นาฬิการุ่นโปรด. และหลังจากนั่นเพียงอาทิตย์เดียว ฉันตัดสินใจบอกกับเขาว่า. “เค้ารู้นะว่าคนดีมีคนอื่นมาตั้งนานแล้ว. คนดีไปเถอะ เค้าไม่สามารถอยู่กับคนที่ไม่รักกันแล้วได้”. พอขึ้นข้อความว่าอ่านแล้วฉันถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง เขาไม่ลาเราเลยสักคำ. จบลงตอนที่ฉันไปขนของออกมาจากบ้านพักที่ทำงานเก่าของเขา. ค่ะ และเขามีคนอื่นมาตั้งแต่เดือนเมย. ที่เขามาบอกเลิกฉัน ตอนนี้ก็คบกับนร พยาบาล. เขาไปดีแล้วดูแล้วเหมาะกันดีค่ะ วัยเดียวกัน
ค่ะผ่านพ้น อยู่กับคำถามว่าทำไม ชีวิตต้องมาเจอแต่แบบนี้. เราเกิดมาเพื่อไม่ได้มีความรักที่ดีใช่ไหม. เราจะไม่ได้แต่งงาน. ไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขาหรา. แต่ด้วยความที่เราโตแล้ว เราก็คิดว่าเราจะต้องเดินไปข้างหน้า ตั้งใจทำงาน ไม่ซึมเศร้าให้ใครเห็น. ไม่นาน กลางเดือนธันวาคม60 เราได้รับการติดต่อกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนเราไปแนะนำเราให้เขารู้จัก. เราก็คุยค่ะ. คุยแบบกลัวๆ กลัวว่าจะผิดหวังอีก. คุยได้สักเกือบ2เดือน ก็เริ่มคิดว่าเราคบกันแล้ว. เขาพาเราไปบ้านเขาให้เห็นว่าเขาอยู่คนเดียว นี่คือ แฟนคนที่5. อายุ39ปี. หน้าทีการงานสายเดียวกับแฟนคนที่4 ที่เพิ่งเลิกไป. แต่ตำแหน่งสูงกว่ามาก
เราเริ่มจะปรับตัว ให้เขาสบายใจเมื่ออยู่กับเราค่ะ. โกรธไม่พูด สงสัยไม่ถาม เพราะเขาเป็น ผู้ใหญ่แล้ว. วันนึงเขามาบอกว่าจะต้องไปเรียนภาษาเพิ่มนะ. เพราะเขาจะต้องไปตปท ในไม่นานนี้. แล้วเวรกรรมก็ชักพาความผิดหวังมาให้กับฉันอีก. เมื่อวันที่27เมษา ที่ผ่านมา ฉันไปเห็นอาจารย์สอนภาษาดีกรีโด่งดัง ตั้งสถานะว่ากำลังคบกับคนที่ฉันกำลังคบ. อันที่จริงก็สงสัยมานาน. ว่าทำไมต้องโทมา ทำไมมีรูปคนนี้ในไอแพด. แต่เขาบอกว่า เรานอนอยู่กับเขา ไปทำบุญด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วย เราจะสงสัยอะไรอีกทำไม
ขอโทษทุกคน เขียนมาถึงตอนนี้แล้วเริ่มสับสน งงๆกับชีวิต. ค่ะ. เรากำลังตัดสินใจเดินออกมา. เพราะ. ด้วยโปรไฟล์ของอาจารสอนภาษาระดับบริหาร. เค้าคู่ควรกันแล้ว. ต่อให้วันข้างหน้าเราสอบผู้บริหาร ได้เป็นผอ โรงเรียน. โปรไฟล์ก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี.
ในทุกๆ ความผิดหวังที่ผ่านมา. มักจะมีคนที่ดีกว่าเราเข้ามาเป็นเหตุให้เราต้องเจ็บเสมอ.
อันนี้พยายามเล่าคร่าวๆ ถ้ามีโอกาศ รายละเอียดที่น้ำเน่าและบทแรงกว่าละครหลังข่าว คงจะได้มาเขียนเป็นภาคๆไป
ต้องบอกว่า เราพอใจในทุกสิ่งที่เราเป็นแล้วหน้าที่การงานเราพอใจและให้มันลื่นไหลไปตามปีตามขั้นของมัน. การศึกษาปริญญาโทใบเดียวก็ดีเท่าไรแล้ว คือ ชีวิตนี้ขอแค่ได้เจอความรักครั้งสุดท้ายที่ไม่มีวันเปลี่ยนไปไหนอีกจะได้ไหม
เราไม่เคยแย่งชิงกับใคร เพราะเราจะยอมแพ้ออกมาเองเสมอ. เราไม่ยุ่งกับคนมีแฟนแล้ว. ถ้าเผลอไปคุยโดยที่ไม่รู้. เมื่อรู้ก็จะถอยออกมา.
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน และขอเป็นกำลังใจ ให้กับคนที่ยังไม่พบรักแท้ค่ะ. คนที่ผิดหวังครั้งแล้วครั่งเล่าเหมือนเรา คนที่กำลังคิดว่าโชคชะตากลั่นแกล้ง.
ฉันเชื่อว่าจะมีคนบอกว่าอย่าโทษตัวเอง. ขอบอกเลยว่าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านมา เราดีไม่พอสำหรับคนที่เราเลือกจริงๆ
มีใครที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ้างไหม แล้วคุณใช้ทัศนคติในการมีชีวิตต่ออย่างไร