วันที่ 27 เมษายน 2561 - 06:35 น.
ข่าวสะพัด อดีตบิ๊กบอสช่อง 3 ประวิทย์ มาลีนนท์ ขายหุ้นตัวเองทั้งหมดในช่อง 3 ให้ คุณทวีฉัตร หรือคุณณัฐพล จุฬางกูร ทำให้ตอนนี้ตระกูล “มาลีนนท์” มีหุ้นเหลือไม่ถึงครึ่ง ส่วนทางตระกูล “จุฬางกูร” มีหุ้นในช่อง 3 เกินครึ่ง เมื่อมีโอกาสเจอคุณประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด ผู้สื่อข่าวจึงได้ขอสัมภาษณ์ แต่ทางช่อง 3 ได้ส่ง “คุณตี๋” ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร มาให้สัมภาษณ์แทน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ามีข่าวว่าคุณประวิทย์ มาลีนนท์ ได้ขายหุ้นออกไปจากช่อง 3 หมดแล้ว จะมีการเปลี่ยนถ่ายเลือดหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในช่อง 3 บ้าง คุณตี๋ตอบว่า “อันนี้ตอบไม่ได้เลย ขอไม่ตอบ ไม่มีคอมเมนต์เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมเห็นข่าวนี้แล้วเราก็ยังทำงานกันปกติ”
ข่าวนี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของช่อง 3 ไหม “ผมขอไม่ คอมเมนต์ ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ย จริงๆ กลยุทธ์ทุกอย่างเราทำตามลูกค้า ตามผู้ชม อันนั้นมากกว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องรักษาระดับความสนใจของลูกค้า และความน่าเชื่อถือของเราในสายตาลูกค้าและเอเจนซี่ และสร้างเรตติ้งให้เป็นที่พอใจ ผมว่าตรงนั้นเป็นสิ่งที่เราทำต่อไปมากกว่า เรื่องอื่นๆ อาจจะเป็นเรื่องรองลงมา”
ทางคุณทวีฉัตร หรือคุณณัฐพล จุฬางกูร ที่คุณประวิทย์ขายหุ้นให้ ได้เข้ามาบริหารหรือยัง ผู้บริหารหนุ่มกล่าวว่า “อันนี้ไม่ทราบเลยครับ ผมตอบไม่ได้เลย ถามว่านายประวิทย์ขายหุ้นจริงหรือเปล่า อันนี้ผมทราบจากข่าวจริงๆ ครับ ผู้บริหารก็ยังไม่มีอะไร ผมไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอไม่คอมเมนต์”
หลักๆ อย่างเป็นทีมผู้บริหารเดิมหรือเปล่า “ตอนนี้ยังเป็นชุดเดิมอยู่ครับ”
มีข่าวว่าจะคืนช่อง 13 Family อันนี้จริงหรือเปล่า “มีหลายคนพูด มันมีแนวทางมาจากพี่ติ๋ม ทีวีพูล ที่คืนช่องไทยทีวี ถ้าเกิดจะทำตามแนวทางของพี่ติ๋มคงต้องรออีกสักปีสองปี เพราะเรื่องยังไม่จบ ยังต้องมีการอุทธรณ์เพราะพอผ่านไปถึงศาลอุทธรณ์ ผลจะเป็นยังไงเราก็ยังไม่ทราบ ในมุมของช่อง 3 จะพูดว่าคืนหรือไม่คืนนั้น ต้องรอดูกรณีตัวอย่างให้ถึงที่สุดก่อน เราต้องยอมรับว่าการแข่งขันเยอะจริงๆ”
เหมือนตอนนี้เราแบกภาระช่อง 13 Family ใช่ไหม “เราก็ต้องทำให้มันสร้างรายได้ได้ด้วย ณ วันนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวหลักในการสร้างรายได้ แต่เป็นช่อง 33 เป็นตัวหลักการแข่งขันมันสูง อีกอย่างช่อง 13 ก็มีเอกลักษณ์ของเขาเป็นรายการสำหรับครอบครัวจริงๆ ตัวรายการมีคุณค่าทำให้คนพูดถึงครอบครัวมากขึ้นด้วย”
ระหว่างช่อง 13 กับช่อง 28 อันไหนเจ็บหนักกว่ากัน “ผมมองว่าเหนื่อยมากกว่าครับ”
มีการเอาข้อเสนอในการคืนช่อง 13 เข้าไปเปิดที่ประชุมบอร์ดหรือเปล่า “น่าจะยังไม่มีครับ เพราะจากกรณีตัวอย่างผมเชื่อว่ายังไงก็ต้องมีการยื่นอุทธรณ์ไม่จากฝั่งโจทก์ก็ต้องเป็นฝั่งจำเลย”
https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_1012205
“ชาคริต” ไม่พูดเรื่อง “ประวิทย์” ขายหุ้นวิก3 ชี้คืน “ช่องแฟมิลี่” -รอดูกรณี “ไทยทีวี” ก่อน
ข่าวสะพัด อดีตบิ๊กบอสช่อง 3 ประวิทย์ มาลีนนท์ ขายหุ้นตัวเองทั้งหมดในช่อง 3 ให้ คุณทวีฉัตร หรือคุณณัฐพล จุฬางกูร ทำให้ตอนนี้ตระกูล “มาลีนนท์” มีหุ้นเหลือไม่ถึงครึ่ง ส่วนทางตระกูล “จุฬางกูร” มีหุ้นในช่อง 3 เกินครึ่ง เมื่อมีโอกาสเจอคุณประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด ผู้สื่อข่าวจึงได้ขอสัมภาษณ์ แต่ทางช่อง 3 ได้ส่ง “คุณตี๋” ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร มาให้สัมภาษณ์แทน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ามีข่าวว่าคุณประวิทย์ มาลีนนท์ ได้ขายหุ้นออกไปจากช่อง 3 หมดแล้ว จะมีการเปลี่ยนถ่ายเลือดหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในช่อง 3 บ้าง คุณตี๋ตอบว่า “อันนี้ตอบไม่ได้เลย ขอไม่ตอบ ไม่มีคอมเมนต์เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมเห็นข่าวนี้แล้วเราก็ยังทำงานกันปกติ”
ข่าวนี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของช่อง 3 ไหม “ผมขอไม่ คอมเมนต์ ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ย จริงๆ กลยุทธ์ทุกอย่างเราทำตามลูกค้า ตามผู้ชม อันนั้นมากกว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องรักษาระดับความสนใจของลูกค้า และความน่าเชื่อถือของเราในสายตาลูกค้าและเอเจนซี่ และสร้างเรตติ้งให้เป็นที่พอใจ ผมว่าตรงนั้นเป็นสิ่งที่เราทำต่อไปมากกว่า เรื่องอื่นๆ อาจจะเป็นเรื่องรองลงมา”
ทางคุณทวีฉัตร หรือคุณณัฐพล จุฬางกูร ที่คุณประวิทย์ขายหุ้นให้ ได้เข้ามาบริหารหรือยัง ผู้บริหารหนุ่มกล่าวว่า “อันนี้ไม่ทราบเลยครับ ผมตอบไม่ได้เลย ถามว่านายประวิทย์ขายหุ้นจริงหรือเปล่า อันนี้ผมทราบจากข่าวจริงๆ ครับ ผู้บริหารก็ยังไม่มีอะไร ผมไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอไม่คอมเมนต์”
หลักๆ อย่างเป็นทีมผู้บริหารเดิมหรือเปล่า “ตอนนี้ยังเป็นชุดเดิมอยู่ครับ”
มีข่าวว่าจะคืนช่อง 13 Family อันนี้จริงหรือเปล่า “มีหลายคนพูด มันมีแนวทางมาจากพี่ติ๋ม ทีวีพูล ที่คืนช่องไทยทีวี ถ้าเกิดจะทำตามแนวทางของพี่ติ๋มคงต้องรออีกสักปีสองปี เพราะเรื่องยังไม่จบ ยังต้องมีการอุทธรณ์เพราะพอผ่านไปถึงศาลอุทธรณ์ ผลจะเป็นยังไงเราก็ยังไม่ทราบ ในมุมของช่อง 3 จะพูดว่าคืนหรือไม่คืนนั้น ต้องรอดูกรณีตัวอย่างให้ถึงที่สุดก่อน เราต้องยอมรับว่าการแข่งขันเยอะจริงๆ”
เหมือนตอนนี้เราแบกภาระช่อง 13 Family ใช่ไหม “เราก็ต้องทำให้มันสร้างรายได้ได้ด้วย ณ วันนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวหลักในการสร้างรายได้ แต่เป็นช่อง 33 เป็นตัวหลักการแข่งขันมันสูง อีกอย่างช่อง 13 ก็มีเอกลักษณ์ของเขาเป็นรายการสำหรับครอบครัวจริงๆ ตัวรายการมีคุณค่าทำให้คนพูดถึงครอบครัวมากขึ้นด้วย”
ระหว่างช่อง 13 กับช่อง 28 อันไหนเจ็บหนักกว่ากัน “ผมมองว่าเหนื่อยมากกว่าครับ”
มีการเอาข้อเสนอในการคืนช่อง 13 เข้าไปเปิดที่ประชุมบอร์ดหรือเปล่า “น่าจะยังไม่มีครับ เพราะจากกรณีตัวอย่างผมเชื่อว่ายังไงก็ต้องมีการยื่นอุทธรณ์ไม่จากฝั่งโจทก์ก็ต้องเป็นฝั่งจำเลย”
https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_1012205