ครม.สัญจร สุรินทร์ บุรีรัมย์ จะมี ดีล ทางการเมือง ครั้งสำคัญหรือไม่
‘ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง’ ส่อง ดีล...ดึง-ดูด ‘บิ๊กเน-เสี่ยหนู’ ?!
เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ “คอการเมือง” กำลังเฝ้าจับตา “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. หลังจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคเก่าแก่ ออกมาขย่ม “นายกฯ ลุงตู่” ด้วยข้อกล่าวหา “ใช้พลังดูดอดีตนักการเมือง” เข้าประตูค่าย คสช.
จนกลายเป็นกระแสข่าวอื้ออึง พร้อม ๆ กับกำหนดการประชุม “ครม.สัญจร” คิวล่าสุด ที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2561
ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ โดยเฉพาะ “สัญญาณทางการเมือง” เพื่อให้มวลหมู่นักการเมือง พรรคการเมือง เข้าร่วม สนับสนุนให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เบิ้ลเก้าอี้นายกฯ อีกสมัย
ทั้งนี้ กำหนดการประชุม “ครม.สัญจร” ในช่วงเช้าวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง เยี่ยมชมหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์
ในช่วงบ่าย จะเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ เพื่อพบปะประชาชนที่บริเวณ “สนามช้างอารีน่า”
จากนั้นจะเดินทางไปที่ “สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ “พีทีทีไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์”
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในการตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดการแข่งขัน “โมโตจีพี” แล้ว จะเดินทางไป เยี่ยมชมถนนคนเดินเซราะกราว เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ถนนสายวัฒนธรรมที่ได้รับรางวัลการบริหารจัดการชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ส่วนกำหนดการวันที่ 8 พฤษภาคม ก่อนการประชุม ครม. จะมีการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากนั้นจะต่อด้วยการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.บุรีรัมย์
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ครม.แล้ว นายกรัฐมนตรีจะนำคณะเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์ “บ้านสนวนนอก” และเยี่ยมชม “ท่ากาศยานบุรีรัมย์” และเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ มีขนาดพื้นที่ 6,451,178 ไร่ มีทั้งสิ้น 23 อำเภอ เป็นจังหวัดที่ใหญ่ “เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ” โดยในปี 2557 “บุรีรัมย์” มีจำนวนประชากร 1,566,740 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เน้นเพาะปลูกข้าวและพืชไร่ ทั้งมันสำปะหลัง อ้อย ปอ งาดำ ยางพารา ซึ่งภาคเกษตรกรรมสร้างรายได้ให้กับบุรีรัมย์ ในปี 2557 ได้ทั้งสิ้น 20,800.28 ล้านบาท
ภายหลังจากมีการ สร้างสนามฟุตบอล และ สนามแข่งรถระดับโลก กระทั่งพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองแห่งกีฬา ตั้งแต่ปี 2554 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67,353 ล้านบาท และรายได้ต่อหัวประชากร 52,982 บาท
และล่าสุด ในปี 2560 ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดบุรีรัมย์ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับ 75,031 ล้านบาท
ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับ 75,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 730 ล้านบาท
โดยภาพรวม การนำโครงการก่อสร้างสนามกีฬาทั้ง 2 สนาม เป็นหัวหอกที่มาจุดพลุการลงทุนให้ธุรกิจอื่น ๆ ตื่นตัวขึ้นมา โดยสนามช้างอารีน่า สเตเดี้ยม ใช้งบก่อสร้าง 500 ล้านบาท ขณะที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (Chang International Circuit : CIC) ทุ่มงบก่อสร้าง 2,000 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดใช้สนามตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 เป็นต้นมา
ต้องยอมรับว่า สนามกีฬาทั้ง 2 แห่ง มีการต่อยอดขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทอพาร์ตเมนท์ รองรับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ถนนเส้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัด คือ บุรีรัมย์-นางรอง ตำบลอิสาณ เป็นถนนที่มีมูลค่าที่ดินแพงที่สุดในขณะนี้ ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกรายใหญ่จากส่วนกลาง อาทิ บิ๊กซี โฮมโปร โกลบอลเฮ้าส์ เข้ามายึดหัวหาดเรียบร้อย และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เครือเซ็นทรัลก็จะเปิดในเร็ว ๆ นี้
ส่วนธุรกิจท้องถิ่น มีการปรับตัวเพื่อรองรับลูกค้า โดยเฉพาะบรรดาโรงแรม อพาร์ตเมนท์ จำนวนมาก ปรับตัวให้เช่ารายเดือนและรายวัน บรรดาร้านค้า ร้านอาหาร ที่เกิดขึ้นจำนวนมากก็เริ่มลงทุนขยับขยาย ตกแต่งร้าน มากขึ้น รองรับในช่วงที่มีงานอีเวนท์กีฬา ในจังหวัด ทั้งปีกว่า 70 อีเวนท์
ไม่เว้นแม้แต่ “ท่าอากาศยานบุรีรัมย์” ที่ อ.สตึก เมื่อ 10 ก่อน มีไฟลต์บินเพียง สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน ปัจจุบันมีไฟลต์บินประจำทุกวันแล้ว
การเดินทางไป ครม.สัญจร ที่ จ.บุรีรัมย์ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีมิติ เกี่ยวพันกับการเมืองหรือไม่ จะมีพลังไซโคลนเพื่อไปดูด อดีต ส.ส. หรือ นักการเมือง ให้ไปร่วมทำงานในรัฐบาลหรือไม่ คงจะเป็นที่น่าสนใจติดตามไม่น้อย
เพราะเมื่อไปสุพรรณบุรี และชลบุรี ยังมีคนสำคัญไปร่วมช่วยงานในรัฐบาล แต่ที่บุรีรัมย์ ฐานเสียงใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย จะมี “พลังดูด-พลังดึง-พลังดัน” อะไรหรือไม่?
เรื่องนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่มี” และ “มีไม่ได้” …!!!
“ทราบมา 2 เดือนแล้ว ว่า ครม.จะมาที่บุรีรัมย์ เราฟังดูก็ดีใจ อย่าลืมนะครับ ถ้า ครม.ทั้งคณะมา ไปถามพี่น้องชาวบุรีรัมย์ เขาจะดีใจหรือเสียใจ เขาจะต้องดีใจสิ ...เพราะจังหวัดกำลังอยู่ในการพัฒนา มีโมเดลในการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ค่อนข้างจะดี เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นลำดับ มูลค่าที่ดินขึ้นเป็นสิบ ๆ เท่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะมันอาจจะเป็นที่ดึงดูด คนหลงใหลทั้งกีฬาฟุตบอล แข่งรถ แข่งมอเตอร์ไซด์ มีปราสาทพนมรุ้ง สวนทิวลิปที่เป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย จากที่เคยพูดว่า จังหวัดบุรีรัมย์ตำน้ำกิน จังหวัดสุรินทร์กินน้ำตำ กลายเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มี แมกโดนัล เคเอฟซี เอสแอนด์พี มีสตาร์บัค ไม่น่าจะนำเป็นตัวอย่างบ้างหรือ”
จากจังหวัดท้าย ๆ ที่มีความ..แร้นแค้น...มันเกิดจากใครที่ทำให้จังหวัดมีมูลค่าขึ้นมา ทำไมจะทำแบบนี้กับที่อื่นไม่ได้ ทำไม ครม.จึงจะไม่ให้ความสนใจ ไม่มีการติดต่อใด ๆ เลยในเรื่องทางการเมือง มีแต่การติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี เช่น นายกฯ ควรจะพบประชาชนที่ไหนดี ให้เกิดความสุข ความปีติ ทั้งสองฝ่าย โดยไม่ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน ไม่มีการติดต่อในเรื่องแลกเปลี่ยนตำแหน่งอะไรเลย
“ไปไม่ได้.. อีกแป๊ปเดียว ก็เลือกตั้งแล้ว !!! ..ไม่ไป.. แต่ให้ความร่วมมือในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่มีอะไรต้องไปพูดในเรื่องสิ่งตอบแทน และไม่ต้องไปเทียบกับพรรคอื่นว่า ทำไมเขาไป เราไม่ไป” นายอนุทิน ยืนยันหนักแน่น เมื่อถูกถามว่า ถ้ามีการติดต่อให้ไปเข้าไปรับตำแหน่งในรัฐบาล
ก็ติดตามกันต่อไปว่า ภายหลังจากวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับ “พลังดูด-พลังดึง-พลังดัน” อะไรเกิดขึ้นมาหรือไม่ โดยเฉพาะกับนักการเมืองในในจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ฐานที่มั่นค่าย “ภูมิใจไทย” ภายใต้สโลแกน “สงบ สันติ สามัคคี” ที่มี “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” กุมบังเหียนอยู่...หรือไม่?
อ่านมาจากเพจ 1morenews
ช่วยกันวิเคราะห์ ครม.สัญจร สุรินทร์ บุรีรัมย์ จะมี ดีล ทางการเมือง ครั้งสำคัญหรือไม่
‘ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง’ ส่อง ดีล...ดึง-ดูด ‘บิ๊กเน-เสี่ยหนู’ ?!
เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ “คอการเมือง” กำลังเฝ้าจับตา “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. หลังจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคเก่าแก่ ออกมาขย่ม “นายกฯ ลุงตู่” ด้วยข้อกล่าวหา “ใช้พลังดูดอดีตนักการเมือง” เข้าประตูค่าย คสช.
จนกลายเป็นกระแสข่าวอื้ออึง พร้อม ๆ กับกำหนดการประชุม “ครม.สัญจร” คิวล่าสุด ที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2561
ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ โดยเฉพาะ “สัญญาณทางการเมือง” เพื่อให้มวลหมู่นักการเมือง พรรคการเมือง เข้าร่วม สนับสนุนให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เบิ้ลเก้าอี้นายกฯ อีกสมัย
ทั้งนี้ กำหนดการประชุม “ครม.สัญจร” ในช่วงเช้าวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง เยี่ยมชมหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์
ในช่วงบ่าย จะเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ เพื่อพบปะประชาชนที่บริเวณ “สนามช้างอารีน่า”
จากนั้นจะเดินทางไปที่ “สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ “พีทีทีไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์”
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในการตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดการแข่งขัน “โมโตจีพี” แล้ว จะเดินทางไป เยี่ยมชมถนนคนเดินเซราะกราว เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ถนนสายวัฒนธรรมที่ได้รับรางวัลการบริหารจัดการชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ส่วนกำหนดการวันที่ 8 พฤษภาคม ก่อนการประชุม ครม. จะมีการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากนั้นจะต่อด้วยการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.บุรีรัมย์
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ครม.แล้ว นายกรัฐมนตรีจะนำคณะเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์ “บ้านสนวนนอก” และเยี่ยมชม “ท่ากาศยานบุรีรัมย์” และเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ มีขนาดพื้นที่ 6,451,178 ไร่ มีทั้งสิ้น 23 อำเภอ เป็นจังหวัดที่ใหญ่ “เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ” โดยในปี 2557 “บุรีรัมย์” มีจำนวนประชากร 1,566,740 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เน้นเพาะปลูกข้าวและพืชไร่ ทั้งมันสำปะหลัง อ้อย ปอ งาดำ ยางพารา ซึ่งภาคเกษตรกรรมสร้างรายได้ให้กับบุรีรัมย์ ในปี 2557 ได้ทั้งสิ้น 20,800.28 ล้านบาท
ภายหลังจากมีการ สร้างสนามฟุตบอล และ สนามแข่งรถระดับโลก กระทั่งพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองแห่งกีฬา ตั้งแต่ปี 2554 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67,353 ล้านบาท และรายได้ต่อหัวประชากร 52,982 บาท
และล่าสุด ในปี 2560 ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดบุรีรัมย์ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับ 75,031 ล้านบาท
ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับ 75,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 730 ล้านบาท
โดยภาพรวม การนำโครงการก่อสร้างสนามกีฬาทั้ง 2 สนาม เป็นหัวหอกที่มาจุดพลุการลงทุนให้ธุรกิจอื่น ๆ ตื่นตัวขึ้นมา โดยสนามช้างอารีน่า สเตเดี้ยม ใช้งบก่อสร้าง 500 ล้านบาท ขณะที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (Chang International Circuit : CIC) ทุ่มงบก่อสร้าง 2,000 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดใช้สนามตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 เป็นต้นมา
ต้องยอมรับว่า สนามกีฬาทั้ง 2 แห่ง มีการต่อยอดขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทอพาร์ตเมนท์ รองรับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ถนนเส้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัด คือ บุรีรัมย์-นางรอง ตำบลอิสาณ เป็นถนนที่มีมูลค่าที่ดินแพงที่สุดในขณะนี้ ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกรายใหญ่จากส่วนกลาง อาทิ บิ๊กซี โฮมโปร โกลบอลเฮ้าส์ เข้ามายึดหัวหาดเรียบร้อย และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เครือเซ็นทรัลก็จะเปิดในเร็ว ๆ นี้
ส่วนธุรกิจท้องถิ่น มีการปรับตัวเพื่อรองรับลูกค้า โดยเฉพาะบรรดาโรงแรม อพาร์ตเมนท์ จำนวนมาก ปรับตัวให้เช่ารายเดือนและรายวัน บรรดาร้านค้า ร้านอาหาร ที่เกิดขึ้นจำนวนมากก็เริ่มลงทุนขยับขยาย ตกแต่งร้าน มากขึ้น รองรับในช่วงที่มีงานอีเวนท์กีฬา ในจังหวัด ทั้งปีกว่า 70 อีเวนท์
ไม่เว้นแม้แต่ “ท่าอากาศยานบุรีรัมย์” ที่ อ.สตึก เมื่อ 10 ก่อน มีไฟลต์บินเพียง สัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน ปัจจุบันมีไฟลต์บินประจำทุกวันแล้ว
การเดินทางไป ครม.สัญจร ที่ จ.บุรีรัมย์ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีมิติ เกี่ยวพันกับการเมืองหรือไม่ จะมีพลังไซโคลนเพื่อไปดูด อดีต ส.ส. หรือ นักการเมือง ให้ไปร่วมทำงานในรัฐบาลหรือไม่ คงจะเป็นที่น่าสนใจติดตามไม่น้อย
เพราะเมื่อไปสุพรรณบุรี และชลบุรี ยังมีคนสำคัญไปร่วมช่วยงานในรัฐบาล แต่ที่บุรีรัมย์ ฐานเสียงใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย จะมี “พลังดูด-พลังดึง-พลังดัน” อะไรหรือไม่?
เรื่องนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่มี” และ “มีไม่ได้” …!!!
“ทราบมา 2 เดือนแล้ว ว่า ครม.จะมาที่บุรีรัมย์ เราฟังดูก็ดีใจ อย่าลืมนะครับ ถ้า ครม.ทั้งคณะมา ไปถามพี่น้องชาวบุรีรัมย์ เขาจะดีใจหรือเสียใจ เขาจะต้องดีใจสิ ...เพราะจังหวัดกำลังอยู่ในการพัฒนา มีโมเดลในการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ค่อนข้างจะดี เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นลำดับ มูลค่าที่ดินขึ้นเป็นสิบ ๆ เท่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะมันอาจจะเป็นที่ดึงดูด คนหลงใหลทั้งกีฬาฟุตบอล แข่งรถ แข่งมอเตอร์ไซด์ มีปราสาทพนมรุ้ง สวนทิวลิปที่เป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย จากที่เคยพูดว่า จังหวัดบุรีรัมย์ตำน้ำกิน จังหวัดสุรินทร์กินน้ำตำ กลายเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มี แมกโดนัล เคเอฟซี เอสแอนด์พี มีสตาร์บัค ไม่น่าจะนำเป็นตัวอย่างบ้างหรือ”
จากจังหวัดท้าย ๆ ที่มีความ..แร้นแค้น...มันเกิดจากใครที่ทำให้จังหวัดมีมูลค่าขึ้นมา ทำไมจะทำแบบนี้กับที่อื่นไม่ได้ ทำไม ครม.จึงจะไม่ให้ความสนใจ ไม่มีการติดต่อใด ๆ เลยในเรื่องทางการเมือง มีแต่การติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี เช่น นายกฯ ควรจะพบประชาชนที่ไหนดี ให้เกิดความสุข ความปีติ ทั้งสองฝ่าย โดยไม่ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน ไม่มีการติดต่อในเรื่องแลกเปลี่ยนตำแหน่งอะไรเลย
“ไปไม่ได้.. อีกแป๊ปเดียว ก็เลือกตั้งแล้ว !!! ..ไม่ไป.. แต่ให้ความร่วมมือในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่มีอะไรต้องไปพูดในเรื่องสิ่งตอบแทน และไม่ต้องไปเทียบกับพรรคอื่นว่า ทำไมเขาไป เราไม่ไป” นายอนุทิน ยืนยันหนักแน่น เมื่อถูกถามว่า ถ้ามีการติดต่อให้ไปเข้าไปรับตำแหน่งในรัฐบาล
ก็ติดตามกันต่อไปว่า ภายหลังจากวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับ “พลังดูด-พลังดึง-พลังดัน” อะไรเกิดขึ้นมาหรือไม่ โดยเฉพาะกับนักการเมืองในในจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ฐานที่มั่นค่าย “ภูมิใจไทย” ภายใต้สโลแกน “สงบ สันติ สามัคคี” ที่มี “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” กุมบังเหียนอยู่...หรือไม่?
อ่านมาจากเพจ 1morenews