http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/035/12.PDF
ในข้อที่ ๖. การผิดสัญญาที่เป็นข้อสาระสำคัญของสัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะต้องเป็นข้อความที่ผู้ประกอบธุรกิจระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวดำหรือตัวเอนที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และการบอกเลิกสัญญา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติตามสัญญาเช่าอาคารภายในระยะเวลาอย่างน้อยสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือ และผู้เช่าละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารได้
เหตุการณ์สมมุติ นาย ก. เป็น
ผู้เช่าห้อง ได้รับใบแจ้งหนี้ เดือน สิงหาคม 61 (ปัจจุบันเดือน กันยายน 61)จากนาย ข. ซึ่งเป็น
ผู้ให้เช่า แต่นาย ก. เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ นาย ข. ทำหนังสือแจ้งเดือนให้ นาย ก. ชำระหนี้ โดยต้องรออีก 30 วัน ถึงยกเลิกสัญญาเช่าได้
ก็เท่ากับว่าผู้เช่าได้อยู่ฟรีไปอีกเดือน อันนี้ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ ชี้แจงที
ใน ข้อ ๘ ย่อย ของข้อ ๔ ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีสิทธิกระทำการปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าเข้าใช้ประโยชน์อาคารหรือมีสิทธิเข้าไปในอาคารเพื่อยึดทรัพย์สิน หรือขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ อันเกี่ยวกับอาคาร
ความหมาย ในร่างสัญญาห้ามมีข้อกำหนด ห้ามปิดกั้นใช้อาคาร ยึดทรัพย์ ขนย้าย ของผู้ค้างค่าเช่า ที่ผมอยากทราบคือทางออกหรือขอบเขตการดำเนินการว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง
ถ้าถึงขนาดไม่จ่ายค่าห้อง แล้วต้องฟ้องศาล เป็นคดีเพื่อให้ย้ายของออกได้นี่คงตลก เสียทั้งเวลา เสียเงิน
ผมเข้าใจเจตนาในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ท่านก็ต้องคุ้มครองผู้ประกอบการด้วย ไม่ใช่เอาแนวคิดแต่ว่าผู้ประกอบการจะเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างเดียว ท่านอยากคุ้มครองก็ต้องคุ้มครองทั้ง 2 ฝั่ง ที่ออกกฎมาแบบนี้ค่อนข้าง over protect ผู้บริโภคเกินไป ยังไม่รวมถึงอัตรา น้ำ - ไฟฟ้า ที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ทั้งแสงส่องสว่างทางเดิน ปั๊มน้ำ ระบบกล้องวงจรปิด ลิฟท์ ฯลฯ
สคบ มุ่งเน้นคุ้มครองผู้เช่า แต่ไม่คุ้มครองผู้ให้เช่าเลย ในประกาศปี 61
ในข้อที่ ๖. การผิดสัญญาที่เป็นข้อสาระสำคัญของสัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะต้องเป็นข้อความที่ผู้ประกอบธุรกิจระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวดำหรือตัวเอนที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และการบอกเลิกสัญญา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติตามสัญญาเช่าอาคารภายในระยะเวลาอย่างน้อยสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือ และผู้เช่าละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารได้
เหตุการณ์สมมุติ นาย ก. เป็นผู้เช่าห้อง ได้รับใบแจ้งหนี้ เดือน สิงหาคม 61 (ปัจจุบันเดือน กันยายน 61)จากนาย ข. ซึ่งเป็นผู้ให้เช่า แต่นาย ก. เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ นาย ข. ทำหนังสือแจ้งเดือนให้ นาย ก. ชำระหนี้ โดยต้องรออีก 30 วัน ถึงยกเลิกสัญญาเช่าได้ ก็เท่ากับว่าผู้เช่าได้อยู่ฟรีไปอีกเดือน อันนี้ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ ชี้แจงที
ใน ข้อ ๘ ย่อย ของข้อ ๔ ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีสิทธิกระทำการปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าเข้าใช้ประโยชน์อาคารหรือมีสิทธิเข้าไปในอาคารเพื่อยึดทรัพย์สิน หรือขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ อันเกี่ยวกับอาคาร
ความหมาย ในร่างสัญญาห้ามมีข้อกำหนด ห้ามปิดกั้นใช้อาคาร ยึดทรัพย์ ขนย้าย ของผู้ค้างค่าเช่า ที่ผมอยากทราบคือทางออกหรือขอบเขตการดำเนินการว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าถึงขนาดไม่จ่ายค่าห้อง แล้วต้องฟ้องศาล เป็นคดีเพื่อให้ย้ายของออกได้นี่คงตลก เสียทั้งเวลา เสียเงิน
ผมเข้าใจเจตนาในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ท่านก็ต้องคุ้มครองผู้ประกอบการด้วย ไม่ใช่เอาแนวคิดแต่ว่าผู้ประกอบการจะเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างเดียว ท่านอยากคุ้มครองก็ต้องคุ้มครองทั้ง 2 ฝั่ง ที่ออกกฎมาแบบนี้ค่อนข้าง over protect ผู้บริโภคเกินไป ยังไม่รวมถึงอัตรา น้ำ - ไฟฟ้า ที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ทั้งแสงส่องสว่างทางเดิน ปั๊มน้ำ ระบบกล้องวงจรปิด ลิฟท์ ฯลฯ