เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยผมยังเป็นเด็ก
ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ถูกปลูกฝังให้เชื่อฟังผู้ใหญ่เอามากๆจนกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตนเองไปซะงั้น ตัดเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
ผมอยากจะเป็นทหารมาตั้งแต่เด็กด้วยความที่ดูหนังทหารพวกคอมมาโดมาเยอะอ่ะนะครับ เลยตั้งอกตั้งใจเอาซะมากเลย แต่ความฝันผมก็ต้องจบลงเมื่อแม่ของผมเสียชีวิตลงขณะผมอยู่ป.6 ทางญาติก็ไม่สนับสนุนถึงกีดกั้นเลยล่ะมั้งครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวลงใต้ไปตายฟรี (.......ผมล่ะก็เถียงไม่ได้ด้วย เพราะมีไม่มีสิทธิ์จะเถียงก็ป้าเป็นคนดูแลอ่ะเนาะ) (อีกอย่างตอนนั้นข่าวสามชานแดนกำลังบูมเลยครับ) ทำให้ผมต้องไปเรียนที่รร.ประจำในกรุงเทพ จากสายวิทย์คณิต กลับต้องไปอยู่สายศิลป์ภาษา ซึ่งบอกก่อนเลยอังกฤษเป็นวิชาที่ไม่ถูกโฉลกกับผมเอาซะเลย ผมล่ะทำไงได้ล่ะก็ไปอยู่ที่นู้นมันลดค่าใช้จ่ายไปเยอะเพราะเป็นทุนโคตร100%เลยล่ะครับ แต่กินนอนอยู่ที่นู้นเลยจะได้กลับอีกทีก็ปิดเทอมกลับบ้าน1-2อาทิตย์ แต่ผมก็สนุกดีนะครับ
ตัดบทมาตอนเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานในรร.แห่งนั้นตั้งแต่ตอนจบม.6อยู่แผนกส่งเอกสารน่ะครับ เงินเดือนจบมาก็หนึ่งหมื่นบาทก็ถือว่าโคตรเยอะสำหรับผมเลยล่ะครับ รู้สึกพอใจมากๆ อยู่ไปสามเดือนดันถูกย้ายแผนกแบบไม่มีให้เตรียมตัวกันเลย เช้ามาก็มาบอกให้ย้ายไปแผนกดนตรี (มันไม่มีความเกี่ยวอะไรกันเลย ที่จริงเขาก็ไปหาคนที่มีความสามารถมาแหละครับ แต่คนๆนี้อ่ะไม่เป็นที่พอใจกับหลายๆคนเพราะเข้ามาใหม่และใช้อำนาจแบบเอออออน่ะนะ เป็นอันรู้กัน)บอกเลยว่าชีวิตเหมือนหักมุม ความสุขที่มีเหมือนเริ่มหายไปทีละนิด จนสุดท้ายทนไม่ไหวเลยออกมาเพราะพี่สาว(ลูกป้า)ชวนมาขายประกัน นี่แหละจุดพลิกในชีวิตล่ะครับ เหมือนโดนหลอกมาให้มาขายมาเป็นลูกทีมช่วงแรกๆมันก็มีความสุขแต่หลังๆมาไม่นอนเงินที่เคยเก็บมาเริ่มหายไปหมดครับ รู้เลยว่าคิดผิดสัสๆที่ออกมาจะไปโทษใครก็ไม่ได้อีกก็คงเป็นตัวเองนี่แหละครับที่ไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน น่าขะทนอีกหน่อยแล้วพยายามสอบเข้าทหารแบบที่ใจต้องการ เพราะตอนนี้เหมือนทางรู้สาวป้าอีกคนที่คอยดูแลผมตอนผมอยู่ม.ต้นคอยส่งเงินให้เรียนจะไม่ปลื้มผมเอาซะแล้วเห็นผมเป็นคนนอกแล้วเลิกใส่ใจเพราะผมมีแฟน และทุกคนก็คิดว่าเธอมาเกาะผม แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยเพราะบ้านเธอก็มีฐานะมากกว่าผมเสียอีกแต่พูดยังไงใครก็ไม่เชื่อ (เป็นคนสำคัญไงครับ พูดไรไปก็ไม่เคยฟังกันหรอก) ผมก็แล้วแต่งั้นขออยู่ไปแบบนี้ถึงจะไม่มีตังแต่ก็เจอคนดีๆที่ไม่คิดจะทิ้งไปผมไปไหนเลยแม้ผมจะจนก็ตาม ก็ไม่รู้นะครับว่าผมคิดถูกหรือผิด แต่ผมก็ถูกกดดันให้กลายเป็นคนนอกไปซะแล้ว (พี่สาวคนนั้นมีอิทธิพลต่อครอบครัวทางบ้านมากครับ)
ผมก็คงไม่ยอมแพ้หรอกครับ พอคิดถึงวันที่เห็นแม่เหนื่อย แม่ต้องเหนื่อยกว่าผมร้อยเท่าพันเท่าเป็นแน่ครับ ไม่มีอะไรหรอกครับระบายเฉยๆมันอัดอั้นมานานแล้วครับ จริงๆพี่สาวก็เป็นคนหนึ่งที่รักและห่วงผมมากน่ะครับแต่ผมคงทำให้เธอผิดหวังกับหลายๆอย่างที่ทำเลยต้องมาเป็นแบบนี้ สู้กันต่อไปครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่หมดหวังและกำลังเผชิญกับปัญหานะครับ
ก้อนเมฆแค่ลอยผ่านมาฉันใด ปัญหาที่ผ่านมาก็ต้องจากไปในสักวันฉันนั้น ขอบคุณครับ
ผมคงโทษใครไม่ได้หรอก
ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ถูกปลูกฝังให้เชื่อฟังผู้ใหญ่เอามากๆจนกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตนเองไปซะงั้น ตัดเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
ผมอยากจะเป็นทหารมาตั้งแต่เด็กด้วยความที่ดูหนังทหารพวกคอมมาโดมาเยอะอ่ะนะครับ เลยตั้งอกตั้งใจเอาซะมากเลย แต่ความฝันผมก็ต้องจบลงเมื่อแม่ของผมเสียชีวิตลงขณะผมอยู่ป.6 ทางญาติก็ไม่สนับสนุนถึงกีดกั้นเลยล่ะมั้งครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวลงใต้ไปตายฟรี (.......ผมล่ะก็เถียงไม่ได้ด้วย เพราะมีไม่มีสิทธิ์จะเถียงก็ป้าเป็นคนดูแลอ่ะเนาะ) (อีกอย่างตอนนั้นข่าวสามชานแดนกำลังบูมเลยครับ) ทำให้ผมต้องไปเรียนที่รร.ประจำในกรุงเทพ จากสายวิทย์คณิต กลับต้องไปอยู่สายศิลป์ภาษา ซึ่งบอกก่อนเลยอังกฤษเป็นวิชาที่ไม่ถูกโฉลกกับผมเอาซะเลย ผมล่ะทำไงได้ล่ะก็ไปอยู่ที่นู้นมันลดค่าใช้จ่ายไปเยอะเพราะเป็นทุนโคตร100%เลยล่ะครับ แต่กินนอนอยู่ที่นู้นเลยจะได้กลับอีกทีก็ปิดเทอมกลับบ้าน1-2อาทิตย์ แต่ผมก็สนุกดีนะครับ
ตัดบทมาตอนเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานในรร.แห่งนั้นตั้งแต่ตอนจบม.6อยู่แผนกส่งเอกสารน่ะครับ เงินเดือนจบมาก็หนึ่งหมื่นบาทก็ถือว่าโคตรเยอะสำหรับผมเลยล่ะครับ รู้สึกพอใจมากๆ อยู่ไปสามเดือนดันถูกย้ายแผนกแบบไม่มีให้เตรียมตัวกันเลย เช้ามาก็มาบอกให้ย้ายไปแผนกดนตรี (มันไม่มีความเกี่ยวอะไรกันเลย ที่จริงเขาก็ไปหาคนที่มีความสามารถมาแหละครับ แต่คนๆนี้อ่ะไม่เป็นที่พอใจกับหลายๆคนเพราะเข้ามาใหม่และใช้อำนาจแบบเอออออน่ะนะ เป็นอันรู้กัน)บอกเลยว่าชีวิตเหมือนหักมุม ความสุขที่มีเหมือนเริ่มหายไปทีละนิด จนสุดท้ายทนไม่ไหวเลยออกมาเพราะพี่สาว(ลูกป้า)ชวนมาขายประกัน นี่แหละจุดพลิกในชีวิตล่ะครับ เหมือนโดนหลอกมาให้มาขายมาเป็นลูกทีมช่วงแรกๆมันก็มีความสุขแต่หลังๆมาไม่นอนเงินที่เคยเก็บมาเริ่มหายไปหมดครับ รู้เลยว่าคิดผิดสัสๆที่ออกมาจะไปโทษใครก็ไม่ได้อีกก็คงเป็นตัวเองนี่แหละครับที่ไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน น่าขะทนอีกหน่อยแล้วพยายามสอบเข้าทหารแบบที่ใจต้องการ เพราะตอนนี้เหมือนทางรู้สาวป้าอีกคนที่คอยดูแลผมตอนผมอยู่ม.ต้นคอยส่งเงินให้เรียนจะไม่ปลื้มผมเอาซะแล้วเห็นผมเป็นคนนอกแล้วเลิกใส่ใจเพราะผมมีแฟน และทุกคนก็คิดว่าเธอมาเกาะผม แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยเพราะบ้านเธอก็มีฐานะมากกว่าผมเสียอีกแต่พูดยังไงใครก็ไม่เชื่อ (เป็นคนสำคัญไงครับ พูดไรไปก็ไม่เคยฟังกันหรอก) ผมก็แล้วแต่งั้นขออยู่ไปแบบนี้ถึงจะไม่มีตังแต่ก็เจอคนดีๆที่ไม่คิดจะทิ้งไปผมไปไหนเลยแม้ผมจะจนก็ตาม ก็ไม่รู้นะครับว่าผมคิดถูกหรือผิด แต่ผมก็ถูกกดดันให้กลายเป็นคนนอกไปซะแล้ว (พี่สาวคนนั้นมีอิทธิพลต่อครอบครัวทางบ้านมากครับ)
ผมก็คงไม่ยอมแพ้หรอกครับ พอคิดถึงวันที่เห็นแม่เหนื่อย แม่ต้องเหนื่อยกว่าผมร้อยเท่าพันเท่าเป็นแน่ครับ ไม่มีอะไรหรอกครับระบายเฉยๆมันอัดอั้นมานานแล้วครับ จริงๆพี่สาวก็เป็นคนหนึ่งที่รักและห่วงผมมากน่ะครับแต่ผมคงทำให้เธอผิดหวังกับหลายๆอย่างที่ทำเลยต้องมาเป็นแบบนี้ สู้กันต่อไปครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่หมดหวังและกำลังเผชิญกับปัญหานะครับ
ก้อนเมฆแค่ลอยผ่านมาฉันใด ปัญหาที่ผ่านมาก็ต้องจากไปในสักวันฉันนั้น ขอบคุณครับ