ก่อนอื่นขอเล่าให้ฟังก่อนว่า ชีวิตคู่ของผม มีความรู้สึกว่าเหมือนกับว่าไม่ได้เกิดมาจากความรัก ที่เรารักเขา แต่เป็นที่ เค้าที่รักเรา จากที่เค้าพูด
เมื่อสมัยตอนแรกๆ เรารู้จักกันผ่านแอปแชท แอปแชทแอปนึง เราก็มีการสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ จนนัดเจอกัน กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ตามประสาคนที่กำลังดูใจกันอยู่ ในใจลึกๆผมคิดเทอไม่ใช่สเปคผมเลย แต่ด้วยความดีของเทอ เสมอต้นเสมอปลาย เทอช่างเอาใจ ตามใจผมไม่เคยขัด ไม่ว่าผมจะทำอะไร ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ดี (ไม่รู้ว่าเป็นความรักรึเปล่า?) และเราก็เลยตกลงเป็นแฟนกัน ประมาณ 1 ปี แฟนผมเช่าหอพักอยู่ใกล้ที่ทำงาน และบ้านผมอยู่ใกล้ที่ทำงานเค้า ผมจึงเกิดความคิดว่าให้เค้าเข้ามาอยู่ที่บ้านดีกว่าไหมจะได้ประหยัดค่าเช่าห้อง จะได้มีเงินเก็บ มีทุน เทอและผมต่างมีหน้าที่การงานที่ดีทั้งคู่ ซึ่งผมได้ปรึกษาพ่อแม่ของผมแล้ว ท่านไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และเทอเองไม่ติดปัญหาแต่อย่างใด ก็ยินดีเข้ามาอยู่ด้วย อาจจะมีกังวลบ้างเล็กน้อย
ในระหว่างอยู่บ้านผม เทอก็สามารถเข้ากับพ่อแม่ผมได้ดีมาก อย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน (เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ผมเคยคบเมื่ออดีต) เรื่องงานบ้าน งานเรือน เทอก็ไม่เคยขาด ต่อมาเราจึงตัดสินใจซื้อคอนโดร่วมกัน (คอนโดกำลังก่อสร้าง) ในระหว่างอยู่บ้านผม เราก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาแฟนกัน และมีเหตุการณ์หนึ่งทำให้ผมและเทอ ทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นเลิกกัน ด้วยเราเริ่มต่างคน ต่างมีถือความคิดตัวเองเป้นใหญ่ และมีเหตุผลของตัวเอง และเราไม่ได้พูดคุยกันปล่อยผ่านไป และเป็นการยืดเวลาความรักของเราให้ดำรงต่อไป (แต่ในใจลึกๆผมว่าเลิกดีกว่า เราไปด้วยกันไม่รอดละ)
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมและเธอก็ได้รู้ว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน จึงตัดสินได้สินใจว่า คอนโดที่เราจะซื้อร่วมกัน มันคงคับแคปไปสำหรับครอบครัวเรา3คน พ่อแม่ลูก และเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาในอนาคต จึงได้ตัดสินใจขายคอนโด ตอนแรกเราก็ตกลงกันว่าไม่ต้องแต่งหรอกจดทะเบียนกันก็พอ เก็บเงินสำหรับจัดงานไว้ให้ลูกดีกว่า เพื่อเป็นทุนของเราดีกว่า แต่ด้วยเราทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดี และเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผมจึงได้จัดงานแต่งงานขึ้น ซึ่งทางฝ่ายผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายงานแต่งงานทั้งหมด
ต่อมา ลูกน้อย เกิดมา เราก็ต่างคนต่างเอาอกเอาใจกันน้อยลง เพราะเวลาทั้งเราให้แต่กับลูก เป็นเหตุทำให้เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยมากขึ้น
แต่เรานึกถึงลูกจึงไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น จึงเก็บความอึดอัดนี่ไว้ ไม่หันหน้าคุยเข้าหากัน แต่กลับหนีหน้าที่จะพูดคุยกัน เหมือนแต่ก่อน
และด้วยเมื่อเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัมภาละที่มากขึ้น ด้วยรถของผมเป็นขนาดเล็ก ผมจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยนรถใหม่
ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเราเก็บคันนี้ไว้ ราคามันก็คงจะตกลงเรื่อยๆ พูดง่ายว่า ผมต้องการให้ขาดทุนน้อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น รถเราติดไฟแนนท์ 150000 บาท
ถ้าเราขายนะตอนนี้ เราจะเหลือเงิน 100,000 บาท ถ้าเรารอผ่านไป 2ปี เราต้องจ่ายอีก 150000 -(ลบ) ราคาขายนะตอนในอนาคต = น่าจะรับเงินสดไม่เกิน 50000 บาท และด้วยผมคิดว่า รถ มันก็แค่ความสะดวกสบายใช้งานได้ ไม่ว่าจะมือ1 หรือ มือสอง เราเลือกได้ตามความต้องการในงบประมาณที่เรามี
รถมือสองยังราคาที่ถูกกว่า รถมือ1 ถึงครึ่งนึง ในระดับเดียวกัน อย่างเช่น suvมือ1 หลักล้าน suv มือสอง 5-6แสนบาท เราจะได้ไม่ต้องผ่อน
ผมจึงเลือกรถมือ2
แต่เทอไม่เห็นด้วย ทำให้เราเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง เนื่องด้วยความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันรุนแรง
และด้วยผมอึดอัดมานานแล้ว ทำให้ผมตั้งใจจะเลิกขาด และเทอก็ตัดสินใจหย่า เพื่อให้ผมสามารถ ทำธุรกรรมได้โดนเทอไม่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน เทอและผม ยังอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่แยกกันอยู่คนละห้อง เพื่อว่าเราจะได้ต่างคนต่างดูแลลูกทั้งคู่
ผมอึดอัดมากเวลาต้องเห็นหน้าเทอ หรือ ต้องอยู่ร่วมกัน
(ปล.คือถ้ามีลูกอยู่กับผม ไม่มีเทอผมก็อยู่ได้และอาจจะอยู่อย่างสบายใจด้วย คิดว่านะ)
เมื่อชีวิตครอบครัวมาถึงทางตัน เราควรทำอย่างไรดี ?
เมื่อสมัยตอนแรกๆ เรารู้จักกันผ่านแอปแชท แอปแชทแอปนึง เราก็มีการสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ จนนัดเจอกัน กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ตามประสาคนที่กำลังดูใจกันอยู่ ในใจลึกๆผมคิดเทอไม่ใช่สเปคผมเลย แต่ด้วยความดีของเทอ เสมอต้นเสมอปลาย เทอช่างเอาใจ ตามใจผมไม่เคยขัด ไม่ว่าผมจะทำอะไร ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ดี (ไม่รู้ว่าเป็นความรักรึเปล่า?) และเราก็เลยตกลงเป็นแฟนกัน ประมาณ 1 ปี แฟนผมเช่าหอพักอยู่ใกล้ที่ทำงาน และบ้านผมอยู่ใกล้ที่ทำงานเค้า ผมจึงเกิดความคิดว่าให้เค้าเข้ามาอยู่ที่บ้านดีกว่าไหมจะได้ประหยัดค่าเช่าห้อง จะได้มีเงินเก็บ มีทุน เทอและผมต่างมีหน้าที่การงานที่ดีทั้งคู่ ซึ่งผมได้ปรึกษาพ่อแม่ของผมแล้ว ท่านไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และเทอเองไม่ติดปัญหาแต่อย่างใด ก็ยินดีเข้ามาอยู่ด้วย อาจจะมีกังวลบ้างเล็กน้อย
ในระหว่างอยู่บ้านผม เทอก็สามารถเข้ากับพ่อแม่ผมได้ดีมาก อย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน (เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ผมเคยคบเมื่ออดีต) เรื่องงานบ้าน งานเรือน เทอก็ไม่เคยขาด ต่อมาเราจึงตัดสินใจซื้อคอนโดร่วมกัน (คอนโดกำลังก่อสร้าง) ในระหว่างอยู่บ้านผม เราก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาแฟนกัน และมีเหตุการณ์หนึ่งทำให้ผมและเทอ ทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นเลิกกัน ด้วยเราเริ่มต่างคน ต่างมีถือความคิดตัวเองเป้นใหญ่ และมีเหตุผลของตัวเอง และเราไม่ได้พูดคุยกันปล่อยผ่านไป และเป็นการยืดเวลาความรักของเราให้ดำรงต่อไป (แต่ในใจลึกๆผมว่าเลิกดีกว่า เราไปด้วยกันไม่รอดละ)
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมและเธอก็ได้รู้ว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน จึงตัดสินได้สินใจว่า คอนโดที่เราจะซื้อร่วมกัน มันคงคับแคปไปสำหรับครอบครัวเรา3คน พ่อแม่ลูก และเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาในอนาคต จึงได้ตัดสินใจขายคอนโด ตอนแรกเราก็ตกลงกันว่าไม่ต้องแต่งหรอกจดทะเบียนกันก็พอ เก็บเงินสำหรับจัดงานไว้ให้ลูกดีกว่า เพื่อเป็นทุนของเราดีกว่า แต่ด้วยเราทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดี และเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผมจึงได้จัดงานแต่งงานขึ้น ซึ่งทางฝ่ายผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายงานแต่งงานทั้งหมด
ต่อมา ลูกน้อย เกิดมา เราก็ต่างคนต่างเอาอกเอาใจกันน้อยลง เพราะเวลาทั้งเราให้แต่กับลูก เป็นเหตุทำให้เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยมากขึ้น
แต่เรานึกถึงลูกจึงไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น จึงเก็บความอึดอัดนี่ไว้ ไม่หันหน้าคุยเข้าหากัน แต่กลับหนีหน้าที่จะพูดคุยกัน เหมือนแต่ก่อน
และด้วยเมื่อเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัมภาละที่มากขึ้น ด้วยรถของผมเป็นขนาดเล็ก ผมจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยนรถใหม่
ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเราเก็บคันนี้ไว้ ราคามันก็คงจะตกลงเรื่อยๆ พูดง่ายว่า ผมต้องการให้ขาดทุนน้อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น รถเราติดไฟแนนท์ 150000 บาท
ถ้าเราขายนะตอนนี้ เราจะเหลือเงิน 100,000 บาท ถ้าเรารอผ่านไป 2ปี เราต้องจ่ายอีก 150000 -(ลบ) ราคาขายนะตอนในอนาคต = น่าจะรับเงินสดไม่เกิน 50000 บาท และด้วยผมคิดว่า รถ มันก็แค่ความสะดวกสบายใช้งานได้ ไม่ว่าจะมือ1 หรือ มือสอง เราเลือกได้ตามความต้องการในงบประมาณที่เรามี
รถมือสองยังราคาที่ถูกกว่า รถมือ1 ถึงครึ่งนึง ในระดับเดียวกัน อย่างเช่น suvมือ1 หลักล้าน suv มือสอง 5-6แสนบาท เราจะได้ไม่ต้องผ่อน
ผมจึงเลือกรถมือ2
แต่เทอไม่เห็นด้วย ทำให้เราเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง เนื่องด้วยความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันรุนแรง
และด้วยผมอึดอัดมานานแล้ว ทำให้ผมตั้งใจจะเลิกขาด และเทอก็ตัดสินใจหย่า เพื่อให้ผมสามารถ ทำธุรกรรมได้โดนเทอไม่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน เทอและผม ยังอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่แยกกันอยู่คนละห้อง เพื่อว่าเราจะได้ต่างคนต่างดูแลลูกทั้งคู่
ผมอึดอัดมากเวลาต้องเห็นหน้าเทอ หรือ ต้องอยู่ร่วมกัน
(ปล.คือถ้ามีลูกอยู่กับผม ไม่มีเทอผมก็อยู่ได้และอาจจะอยู่อย่างสบายใจด้วย คิดว่านะ)