ไสยศาสตร์มีจริงหรือไม่? โดย พระปัญญานันทมุนี วัดชลประทานรังสฤษดิ์

กระทู้สนทนา
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ไสยศาสตร์มีจริงหรือไม่? โดย พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=w6rhxEE2zsw
เมื่อ Apr 22, 2018
ความยาว 11:59 นาที
จากรายการ คนตัวเบา (ถ่ายทำ 6 มีนาคม 2561)

----------------------

คำถามว่า "ไสยศาสตร์ มีจริงมั้ย?", "เครื่องรางของขลัง มีฤทธิ์ มีอิทธิพลมั้ย"
อาจจะเป็นคำถามที่น่าใส่ใจ ถ้าเรายอมรับพระพุทธศาสนาว่า สิ่งทั้งปวงในโลกนี้มี
ไม่มีอะไรหรอกที่ไม่มี ใครที่บอกว่านั่นไม่มี นี่ไม่มี เท่ากับไม่รู้จริง
แต่พุทธศาสนาพิเศษตรงนี้ คือ ว่าถึงแม้จะมีไสยศาสตร์ มีโหราศาสตร์ มีเครื่องรางของขลัง ก็ตาม
มันมีตามที่ คนเขายอมรับนับถือกันว่ามี แต่จะให้คนยอมรับทั้งโลกเนี่ย ไม่ได้หรอก
ลองดูสิว่า คนที่ทำนายโหราศาสตร์ ไปหา 100 คนก็ทำนายได้ไม่เหมือนกันสักคน
ดังนั้นสิ่งเหล่านี้น่ะ มันมี แต่พุทธศาสนาพิเศษตรงที่ว่า "แม้มีอยู่ แต่ก็ดับลงไปได้"
เพียงแต่เติมความกลัว ว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้ จะเกิดโทษอย่างนี้ เวลาไปแก้ก็ต้องไปแก้ที่ดาวดวงนั้น

แต่ทีนี้ เมื่อยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้มันมี แต่มีแล้ว เอามาเป็นแนวทางปฏิบัติชีวิตให้ดีขึ้น มันไม่ได้
ไม่มีใครมาสอนว่า สติคืออะไร สัมปชัญญะคืออะไร ดื่มน้ำเมามีโทษอย่างไร เขาไม่ได้สอน
พุทธศาสนาจึงมาจัดการเรื่องของคน ให้เป็นผู้รู้จักในสิ่งที่ต้องทำ และถ้าทำอย่างนี้เป็นทุกข์ ทำอย่างนี้ไม่มีทุกข์
ยกตัวอย่าง พระพุทธเจ้าสอนไว้ใน โอวาทปาติโมกข์ ว่าเราต้องการชีวิตที่ดีต้องทำยังไง คือสอนให้ทำ
ทรงตรัสว่า "ขันตี ปรมัง ตะโป ตีติกขา" แปลว่า "ขันติ คือ ความอดกลั้น ทนทาน เป็นตบะอย่างยิ่ง"
ถามว่า มีโหราศาสตร์ไหน มาสอนทฤษฎีนี้มั้ย ... พระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างนี้
ประการที่สอง.. "นิพฺพานัง ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา" ...
ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวกันทั่วไปว่า นิพพานเป็นสิ่งที่ทุกคนกล่าวถึง พูดถึง เพราะมันเป็นความสูงสุดของจิต
จิตที่มีนิพพาน คือ จิตที่มีสติปัญญา ... พระนิพพาน จึงสูงด้วยคำว่า สติปัญญาอยู่ครบสมบูรณ์
แล้วก็ยังตรัสต่อไปว่า "สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต" อย่าพยายามที่จะเบียดเบียน ทำร้ายกัน
ถ้าเบียดเบียนกัน ทำร้ายกัน ก็ไม่ชื่อว่าเป็น สมณะ

ดังนั้น อุดมการณ์ตรงนี้ จึงเป็นเครื่องบ่งบอกว่า ต้องฝึกอย่างนี้ จึงจะดี
เสร็จแล้ว พระองค์ก็ยังให้ เราเข้าใจเรื่องคำว่า "หลักการ"
พุทธศาสนามีหลักการง่ายๆ ที่เราต้องเคารพบูชาพระพุทธศาสนา เพราะมีคำสอนที่บอกชัดเจนว่า
"สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง" - การไม่ทำบาปทั้งปวง
"กุสะลัสสูปะสัมปะทา" - การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม
"สะจิตตะปะริโยทะปะนัง" - การกลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
"เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ" - นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ถ้าต้องการมีชีวิตที่อยู่ในกรอบของศาสนาคือ "อย่าทำชั่ว ให้ทำความดี ยกจิตของตนให้มันสูงขึ้น"
อย่าให้จิตมันต่ำ ถ้าจิตต่ำย่ำยีตัวเองไม่พอ ยังจะไปย่ำยีคนอื่นอีก
แล้วก็มีวิธีการ.. วิธีการก็คือ
"อะนูปะวาโท" - การไม่พูดร้าย
"อะนูปะฆาโต" - การไม่ทำร้าย
"ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร" - การสำรวมในปาติโมกข์
"มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง" - รู้จักประมาณในการบริโภค
"ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง" - รู้จักนั่งนอนในที่อันสงัด
"อะธิจิตเต จะ อาโยโค" - จงหมั่นประกอบในการดูแลจิตของตนไว้สม่ำเสมอ อย่าให้จิตนี้เป็นจิตที่ไม่ได้รับการควบคุม เมื่อไม่ได้รับการควบคุม มันก็เป็นโทสะบ้าง โลภะบ้าง โมหะบ้าง มาเป็นเครื่องกำกับอยู่ในจิต จิตก็มาเบียดเบียนเรา ทำลายเรา เราก็กลายเป็นคนที่ เต็มไปด้วยปัญหา

ทีนี้ ส่วนคำว่า เครื่องรางของขลัง มีสิ่งที่พิเศษที่เราบอกว่า มีอานุภาพปกป้องคุ้มกันเราได้
ถ้าเราเอาความเป็น เครื่องรางของขลัง มาเป็นเป้าหมาย ก็อาจจะทำให้เราเห่อเหิม
ว่าใครยิงไม่เข้า ฟันไม่กิน ก็กลายเป็นมุทะลุดุดัน ใครล่ะที่ขวางได้ ไม่มีใครจะมาฆ่าฟันได้
จึงมีสมัยหนึ่งที่บอกว่า อยู่ยงคงกระพัน มีดอย่าหวัง ปืนอย่าได้คิด ทำอย่างไรก็ไม่ตาย
เอาไม้หน้าสามตีทีเดียวก็ชักดิ้นชักงอ เอาชะแลงแทงจากก้นทะลุปาก

คือทั้งหมดเนี่ย มันไม่ได้เป็นการเพิ่ม ให้เราเป็นคนน่าเคารพนับถือ
"เครื่องรางที่ป้องกันตัวจริงๆ น่ะคือ ธรรมะ"
พระธรรม นี่ล่ะจะช่วยให้เรามีสิ่งที่คุ้มครองเราได้จริงๆ
ลองเอาพระธรรมเพียงแค่คำว่า เมตตาจิต
อยู่ที่ไหน ขอให้ชีวิตมีคำว่า เมตตา สงสารเพื่อนมนุษย์ ช่วยดูแลในกิจที่ควรดูแล

ประการที่สอง "ปัญญา" ... รู้จักแยกแยะอะไรควร อะไรไม่ควร
สิ่งไหนที่ควรก็ทำ ไม่ควรก็เลิก แล้วก็มีความบริสุทธิ์
อยู่ที่ไหน อย่าคิดว่าใครไม่เห็น อย่าบอกว่าไม่เป็นไรหรอก
คำว่า ไม่เป็นไรนั่นล่ะ Chan-Rai จะมา ให้รับรู้เถอะว่า
ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์แล้ว ก็จะมีผลกับคนที่เกี่ยวข้อง เขาก็ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ

ฉะนั้น ในที่สุด ได้กล่าวแล้วว่า ทุกอย่างในโลกนี้น่ะ "มี" แต่ให้มัน มี อยู่ในที่ที่มันมีเถอะ
แต่ถ้ามีเพื่อจะดับทุกข์ได้ ให้ท่านเข้ามาอิงพระพุทธศาสนาเถอะ
แล้วท่านจะดำเนินชีวิตได้ง่ายที่สุด จะได้รับความปลอดภัยที่สุด อยู่ยงคงกระพัน
เรียกว่า เมตตา กรุณา ปัญญาบริสุทธิ์ อยู่ในหัวใจแล้ว ใครจะมาฆ่าเราล่ะ
ฉะนั้น เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าหาธรรม ประพฤติธรรม
ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "การประพฤติธรรมนั้น สำคัญอยู่ที่จิต, ถ้าตั้งผิด มัวหมองไม่ผ่องใส, ถ้าตั้งถูก ผุดผ่องไม่หมองใจ, สติใช้คุมจิต ไม่ผิดหนา"
ขอให้เราจงเป็นผู้ที่เดินตามพระพุทธเจ้าเถอะ อย่าเดินตามไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ หรือเหรียญหลวงปู่ หลวงพ่อ
หลวงปู่ หลวงพ่อ เราเอามาไว้เป็นที่บูชาในฐานะ ท่านเป็นพระที่ดี เป็นพระที่น่าเคารพ
แต่ท่านจะเอาเวลาไหนมาแผ่บารมี เวลาเราทำผิด แล้วมาคุ้มครองเราได้ล่ะ

ขอให้สติปัญญาเราเนี่ย มาทันทีเลยว่า หายนะมาแล้ว หยุด!!
เราก็หยุดเสีย แล้วชีวิตเราก็จะดี
ก็ขอให้ทุกท่านจงรับรู้ว่าทุกอย่างในโลกมี
แต่ที่เรามีพระพุทธศาสนาเนี่ย เพราะนำเราให้พ้นทุกข์ ใครต้องการพ้นทุกข์
มีวิธีเดียวคือ เข้ามาหาพระพุทธเจ้า แล้วก็จะเจริญก้าวหน้า
ก็ขออนุโมทนา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่