เล่าสู่กันฟัง WAT 2017 Part I: The struggle is REAL แค่จะไปเวิร์คทำไมอุปสรรคเยอะขนาดนี้ Hampton, NY

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่า คิดอยู่นานมากว่าจะมาเล่าดีมั้ยนี่ก็จะครบปีแล้ว
เรื่องราวเกิดขึ้นมากมายบรรยายยังไงก็ไม่หมด
ความพีคมีตลอดตั้งแต่เริ่มสมัครไปจนจบโครงการ
จขกท.เลยจะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 พาร์ทนะคะ

ต้องออกตัวก่อนว่าจขกท.เคยไปเวิร์คมาทั้งหมดสองครั้งนะคะ ปี 2015 และ 2017
ที่จะมาเล่าสู่กันฟังนี้เป็นของปี 2017
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่ Southampton – Sag Harbor – East Hampton, New York
ปล. ที่มาเล่าคือประสบการณ์ตรงที่จขกท.ได้เผชิญมาด้วยตัวเองทั้งหมด
จุดประสงค์คืออยากให้เป็นวิทยาทานต่อผู้อ่าน
เผื่อใครจะไปปีนี้หรือปีต่อๆไป จะได้รู้เท่าทันนะคะ
ปล. 1 ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้นะคะ ถ้าภาษาอ่านยาก หรือพิมพ์ผิด

มาเริ่มกันพาร์ทแรกกันเลยอมยิ้ม17

เราเคยไปเวิร์คมาแล้วเมื่อปี 2015 เลยมีประสบการณ์และอยากรีบสมัครตั้งแต่เนิ่นๆ
จะได้เลือกงานก่อนคนอื่น ก็ชวนเพื่อนสนิท 3 คน
และน้องชายจขกท. รวมทั้งหมดมีกัน 5 คน เราและเพื่อนอยู่ปี 4
ส่วนน้องชายเราอยู่ปี 2 (เป็นม.อินเตอร์ที่ปิดเทอมไม่ตรงกับชาวบ้าน ต้องดรอปเรียนถึง 2 เทอมเพื่อไปเวิร์ค)
คือน้องเราอยากไปมากกกก เพราะเห็นที่เราไปมาเมื่อปี 2015
พ่อเราก็อยากให้น้องไปพร้อมกับเราเลยเพราะเป็นห่วงน้อง
ก็เลยลงทุนดร็อปเรียนไป 2 เทอม

หลังจากที่เราทำรีเสิร์ชมาอย่างดีในการเลือกเอเจนซี่ตั้งแต่ปี 2015
ก็ตัดสินใจสมัครกับเอเจนซี่ชื่อดังและเป็นเจ้าแรกของไทย
แล้วปัญหาก็เกิด เพราะน้องเราดร็อปเรียน เอเจนซี่ไม่อยากมีปัญหาเลยไม่ง้อ
พวกเราก็เลยสมัครกับอีกเอเจนซี่ชื่อดังรองลงมา
เอเจนซี่นี้บริการดี เอาใจใส่ พี่เค้าก็ส่ง excel sheet รวมรายละเอียดงานทั้งหมดมาให้
เราก็เปรียบเทียบต่างๆ นานาเท่าที่ทำได้
ตอนนั้นก็สบายใจ ไปสัมภาษณ์วัดภาษาเรียบร้อย รอสัมภาษณ์กับนายจ้างอย่างเดียว
และงานที่เราเลือกคือต้องหาที่อยู่เอง เราก็ชอบ เพราะไปหลายคนก็คิดว่าหารกันได้สบาย
ก็มีเปิดเว็บไซต์ดูๆไว้ เราสมัครโครงการตั้งแต่กลางเดือนสิงหา process ทุกอย่างเรียบร้อย

จนกลางเดือนมกรา ทางเอเจนซี่โทรมาบอกว่างานนี้โดนแคนเซิ้ล
เพราะไม่ผ่านมาตรฐานของเอเจนซี่เมกา บลาๆ
สรุปคือพวกเราโดนเทนั่นเอง ทางเอเจนซี่ก็รับผิดชอบดี ส่งงานที่ยังขาดคนมาให้
แต่ก็เป็นงานเหลือเลือกทั้งหมด
และไม่ใช่งาน super premium ที่เราจ่ายเงินเพิ่มไปอีก 1 หมื่น
ทางเอเจนซี่ก็จะรับผิดชอบจ่ายค่าส่วนต่างให้
แต่ด้วยความเรื่องมากของเราเอง ก็ไม่ถูกใจสักงาน
เลยคิดว่าจะไปตายเอาดาบหน้า (หนูเวอร์ไปไหนลูกกก - -)
ขอเงินคืนเต็มจำนวน ทางเอเจนซี่ก็โอนเงินคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์

ตอนนั้นก็คือใจไม่ดีละ เพราะมันก็ปาเข้าไปกลางกุมภาแล้ว แต่ละเอเจนซี่ก็งานแทบไม่มีเหลือ
เอเจนซี่เจ้าดังทั้งหลายก็ปิดรับไปแล้ว เหลืออยู่ 1 ที่ คือเป็นเอเจนซี่ที่มีหลายสาขา และรับเด็กเยอะมากที่สุด
ก็พอมีงานเหลือ แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะเรามีกันทั้งหมด 5 คน  
มีงานน่าสนใจในเมืองที่เราชอบก็รับแบบ ชาย 2 หญิง 1 ไรแบบนี้ ไม่ตอบโจทย์เรา
ก็มีดราม่ากันในทีม เพราะเราจะแยกไปกะน้อง และให้เพื่อนไปกัน 3 คน เพื่อนก็ไม่โอ
เพราะจุดประสงค์คืออยากไปสนุกกับเพื่อน และเพื่อน 2 คนคือเราก็สนิทมากๆทั้งคู่
คนนึงคือสนิทมาตั้งแต่ประถม ก็ลำบากใจกันมาก
สุดท้ายก็มีงาน King Kullen, Hampton Bay โผล่มารับทั้งหมด 5 คนพอดี
พวกเรา 5 คนก็รีบโอนเงินมัดจำ 5,000 ทันที  
ผ่านไป 1 วัน เพื่อนเราอีกคนก็ขอถอนตัว เพราะที่บ้านไม่อยากให้ไปแล้ว
คือเค้าเห็นความไม่แน่นอนก็เลยไม่มั่นใจ เพื่อนโทรไปบอกเอเจนซี่วันรุ่งขึ้น
หลังจากโอนเงินมัดจำไปแล้ว ทางเอเจนซี่ก็ไม่คืนเงินให้
เพื่อนเราก็เสีย 5,000 ไปฟรีๆ แต่อันนี้เข้าใจว่าไม่ได้เป็นความผิดของเอเจนซี่
ทีนี้พวกเราก็เหลือกัน 4 คนแล้ว ก็กังวลเรื่องสัมภาษณ์กับนายจ้าง ส่วนตัวเราเองไม่ได้กังวล
แต่กังวลแทนเพื่อนกับน้องชาย เพราะทางเอเจนซี่บอกว่าถ้าใครตกสัมภาษณ์ต้องไปเลือกงานใหม่
ส่วนคนที่เหลือถ้าผ่านแล้วก็เปลี่ยนไม่ได้ ความน่ากลัวมันอยู่ตรงนี้ เพราะไม่อยากแยกกัน
เราก็ติวให้เพื่อนกับน้องอย่างดี การสัมภาษณ์ก็ผ่านไปด้วยดี เหลือแค่รอทำวีซ่าแล้ววว

**ต้องออกตัวก่อนว่าทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะความเรื่องมากของจขกท.เองด้วย
งานทำความสะอาด งานใช้แรงงาน Life guard ต่างๆ เราไม่เอาเลย
ต้องการไปทำงานที่ได้ interact กับผู้คน ได้ใช้ภาษาเยอะ ไม่ใช่ไปทำงานเก็บเงินง่กๆ
ส่วนตัวเราอยากไปเมืองแบบธรรมชาติเพราะได้สัมผัสมาแล้วตอนปี 2015 คือมันดจีย์มากกก
แต่เพื่อนเราอยากไปเมืองค่อนข้างพลุกพล่าน มีความศิวิไลซ์ ทุกอย่างมันก็เลยยากเข้าไปอี๊กกก
คือตัวเลือกก็ไม่ได้มีเยอะแล้ว แต่ก็ยังเรื่องมาก

รอไปจนเดือนเมษา จำได้แม่นเลยว่าวันที่ 12 เมษาทางเอเจนซี่โทรมาแจ้งว่างาน King Kullen แคนเซิ้ลพวกเราทั้งหมด
ตอนนั้นเราก็นอยมากกก แบบไม่อยากไปแล้ว โดนเทมา 2 รอบ แล้วเวลาก็กระชั้นชิด
เราเลยบอกเพื่อนว่าจะไม่ไปแล้ว จะขอเงินคืน เพื่อนเราก็งอแงเพราะนางอยากไปสัมผัสชีวิตเด็กเวิร์คสักครั้ง
สุดท้ายก็ไปของ Stop&Shop, Hampton Bay แทน สัมภาษณ์ผ่านทุกคน
แต่ความพีคคือหลังจากนั้นมาประมาณ 2 อาทิตย์
ทางเอเจนซี่ก็ส่งอีเมลให้ทุกคนว่าใครได้ทำสาขาไหน เรา น้องชาย และเพื่อนเรา 1 คนได้สาขา East Hampton
ส่วนเพื่อนอีกคนได้ Southampton อยู่คนเดียว และประเด็นคือสองเมืองนี้ใช้เวลาเดินทางไปหากันประมาณช.ม.กว่า
ปัญหาบังเกิดอีกแล้วจ้าา ไอเราก็โทรไปโวยวายกับเอเจนซี่ จะขอย้ายสาขาแลกกับเด็กคนอื่น
เพราะดูจากในลิสแล้วมีเด็กไทยอีกเกือบ 10 คน เอเจนซี่ไทยก้บอกว่าทำอะไรไม่ได้ รายชื่อมันออกมาแล้ว
แต่ที่หน้าเว็บเค้าลงรายละเอียดไว้เป็น Hampton Bay และบอกว่าได้ทำที่เดียวกันยกแก๊ง
ทางเอเจนซี่ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ และเปลี่ยนข้อมูลหน้าเว็บไซต์
พวกเราไม่มีใครแคปเอาไว้เลยเอาผิดอะไรไม่ได้ ก็ต้องยอมรับชะตากรรมอมยิ้ม08

ความโชคดีคือยังได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็เหมือนเป็น Guilty Pleasure เพราะว่าบ้านพักอยู่ที่ Southampton
และใกล้กับ Stop&Shop สาขานั้นมากกก แต่เราได้ East Hampton ใช้เวลานั่งรถเมล์ไปทำงานประมาณช.ม.ครึ่ง
หลังจากเช็คเว็บไซต์ตารางรถที่จะต้องไปขึ้นก็เกิดอาการ panic!! ไม่อยากไปแล้ว
ความพยายามเรายังไม่หยุดอยู่แค่นั้นจ้า ก็ไปเปิดเว็บ amazon ตามหารถมอเตอร์ไซค์เล็กๆ จะขี่ไปทำงานเอง
ประเด็นคืออยู่ไทยก็ไม่เคยขี่มาก่อน พ่อเราก็สไตล์ overprotective ไม่ยอมท่าเดียว
สุดท้ายคือก็ต้องจำใจ เพราะเงินก็จ่ายไปหมดแล้ว หลังจากนั้นสัมภาษณ์วีซ่าก็ราบรื่นดี

หลังจากเสร็จวีซ่าก็ต้องจ่ายค่ามัดจำบ้านพัก $680 (มัดจำล่วงหน้า 2 วีค + ค่าเช่า 2 วีค)
ค่าเช่าบ้านวีคละ $170/คน ประเด็นคือเราเริ่มงาน 1 มิถุนา เลยจะเดินทางไปถึงวันที่ 28 พฤษภา
แต่ค่าบ้านเริ่มคิดตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภา พวกเราก็เลยขอไม่จ่ายของ 2 วีคที่ไม่ได้อยู่
ทางเอเจนซี่ก็บอกว่าเจ้าของบ้านพักไม่ยอม ทุกคนต้องเหมาจ่ายทั้ง season เท่านั้น!!
สรุปง่ายๆคือเก็บเงินค่าบ้านเราตั้งแต่ 14 พฤษภา – 7 กันยา
แต่สัญญางานเราคือ 1 มิถุนา – 31 สิงหา!!
พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ตามเคย เพราะในสัญญาก็ระบุไว้ละเอียดว่างานนี้ต้องพักที่นี่เท่านั้น

ความพีคยังไม่หยุดอยู่แค่นี้จ้า ตั๋วเครื่องบินก็บังคับซื้อกับเอเจนซี่ G _ Tour ขายตั๋วแพงมาก
เราหาตั๋วเองลง JFK ไม่เกิน 25,000 แต่ซื้อกับที่นี่เสียไปคนละเกือบ 4 หมื่น
เอเจนซี่ขายตั๋วบริการแย่มากกกถึงมากที่สุด พูดจา-ดัน ขึ้นเสียง ถอนหายใจ มาหมดทุกอย่างจ้า
คือก็เข้าใจว่าเด็กเยอะ บางคนเปลี่ยนตั๋วหลายรอบ แต่ถ้าเกินความสามารถ รับมือไม่ไหวแล้วจะโลภรับทำไม
โทรหาตั๋วทีไรประสาทแ_กทุกที

โปรดติดตามตอนต่อไป.....  Part II. เกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อไปถึง
ความพีคยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่