กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (23 Apr 18)

กระทู้สนทนา




เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ยังคงพุ่งทะยานขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง และกลับมายืนเหนือ 1800 จุด ได้อีกครั้ง อนิสงค์มาจากหุ้น
กลุ่มพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด จากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมาแตะระดับ 75$ และ 70$ ได้เป็นครั้งแรก
ในรอบ 4 ปี แม้ว่าปัจจัยภายในประเทศ จะมีข่าวเปลี่ยนสูตรค่าการกลั่น ยกเลิกค่าพรีเมียม และ หันมาใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดโลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้
ราคาหุ้นตระกูล ปตท. สะทก สะท้าน แม้แต่ประการใด และดัชนี SET index ปิดตัวไปที่ระดับ 1801 จุด +6.34 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ
ดัชนีจะเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรง ได้หรือไม่


Fundamental

"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดขยับลงเล็กน้อยในวันนี้ ขณะที่ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากดัชนีดาวโจนส์
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงกว่า 200 จุดเมื่อวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นโตเกียวได้ปัจจัยหนุนในระดับหนึ่ง จากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ
ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิเปิดขยับลง 4.36 จุด หรือ -0.02% แตะที่ 22,157.88 จุด สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้าวันนี้
นำโดยหุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ และกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการชั่งตวงวัด ส่วนหุ้นกลุ่มประกัน และกลุ่มธนาคาร ดีดตัวขึ้น


"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (20 เม.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขาย iPhone ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังสร้างแรงกดดัน
ต่อตลาด และบดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างเจเนอรัล อิเลคทริค (GE)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,462.94 จุด ร่วงลง 201.95 จุด หรือ -0.82%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,670.14 จุด ลดลง 22.99 จุด หรือ -0.85%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,146.13 จุด ลดลง 91.93 จุด หรือ -1.27%
ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 0.4% ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.4% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.5%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ยังคงได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า
ยอดขาย iPhone ในไตรมาส 2 จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ยังมองว่า ยอดขาย iPhone ที่อ่อนแอของแอปเปิล
เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้บริษัทไต้หวัน เซมิคอนดัคเตอร์ แมนูแฟคเจอริง (TSMC) ซึ่งเป็นบริษัทเซมิคอนดัคเตอร์รายใหญ่ที่สุดที่ผลิตชิพให้แก่
บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เช่น แอปเปิลนั้น ปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 2

ทั้งนี้ หุ้นแอปเปิลร่วงลง 4.1% และได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงเช่นกัน โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวลง 1.1% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์
ลดลง 1% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 1.1% หุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวลง 1.08% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ร่วงลง 1.4% และหุ้นอเมซอนดอทคอม
ดิ่งลง 1.9%

ส่วนหุ้นของบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กับแอปเปิลนั้น ร่วงลงเช่นกัน โดยหุ้นสกายเวิร์ค โซลูชั่น ดิ่งลง 2.8% หุ้นควอลคอม ร่วงลง 2.1% หุ้นเซอร์รัส ลอจิค ร่วงลง 2.7% และหุ้นบรอดคอม ร่วงลง 2.3%

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 2.92% ขณะ
ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีทะยานขึ้นเหนือระดับ 3.10% เมื่อวันศุกร์ หลังจากรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย
ระบุว่า ดัชนีการผลิตพุ่งขึ้นสู่ระดับ 23.2 ในเดือนเม.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 20.5 ซึ่งบ่งชี้ถึงการดีดตัวของราคา และอัตราเงินเฟ้อ โดยนักลงทุนกังวลว่าปัจจัยดังกล่าวอาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงในระหว่างวัน ก่อนที่จะปิดตลาดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ หลังจากประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ว่าพยายามผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นในระยะนี้ โดยหุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.1% หุ้นเอ็กซอนโมบิล ปรบตัวลง 0.5% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ร่วงลง 1% และหุ้นชลัมเบอร์เกอร์ ร่วงลง 1.5%

อย่างไรก็ตาม หุ้น GE พุ่งขึ้น 3.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 1 อยู่ที่ 16 เซนต์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 11 เซนต์/หุ้น ส่วนรายได้อยู่ที่ 2.866 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% จากระดับ 2.688 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว


"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเล็กน้อย ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเมื่อคืนนี้ (20 เม.ย.) โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการ
ที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์ได้ช่วยหนุนหุ้นบริษัทข้ามชาติ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับลง 0.03% ปิดที่ 381.84 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,540.50 จุด ลดลง 26.92 จุด หรือ -0.21%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,368.17 จุด เพิ่มขึ้น 39.25 จุด หรือ +0.54%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,412.83 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด หรือ +0.39%

หุ้นเรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าผู้บริโภค ร่วงลง 2.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1

หุ้นเอเอสเอ็ม อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ของเนเธอร์แลนด์ ดิ่งลง 8.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1 และยังได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปีงบการเงิน 2561

หุ้นไชร์ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ ร่วงลง 3.9% หลังจากบริษัทอัลเลอร์แกน พีแอลซีเปิดเผยว่า ทางบริษัทยังไม่มีแผนที่จะเสนอซื้อกิจการของไชร์
ขณะที่บริษัททาเคดะ ฟาร์มาซูติคัล ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทางบริษัทยังคงเดินหน้ายื่นข้อเสนอซื้อกิจการของไชร์ต่อไป
แม้ว่าไชร์ได้ปฏิเสธข้อเสนอการเทคโอเวอร์กิจการมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์จากทาเคดะเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยได้ปัจจัยหนุนจากอ่อนค่าของเงินปอนด์ หลังจากนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการ
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ส่งสัญญาณว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์



Technical Analysis

SET index TF Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีพุ่งทะยานขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถทะลุผ่านแนวต้านด้านบน และกลับขึ้นไปยืนเหนือ EMA25, 75 วัน ได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำลายสัญญาณ Dead Cross ได้อย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเป็นการยืนยัน “Bullish Flag” ซึ่งแนวโน้มถัดจากนี้ คาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นดัชนี กลับขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ ณ ระดับ 1852 จุด ได้อีกครั้ง

S50M18 TF Day: ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีพุ่งทะยานขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถทะลุผ่านแนวต้านด้านบน และกลับขึ้นไปยืนเหนือ
EMA25, 75 วัน ได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำลายสัญญาณ Dead Cross ได้อย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเป็นการยืนยัน “Bullish Flag” ซึ่งแนวโน้มถัดจากนี้ คาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นดัชนี กลับขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ ณ ระดับ 1216 จุด ได้อีกครั้ง

S50M18 TF 60Min : ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และ ร้อนแรง ในรูปแบบ V shape จนสามารถปิด Gap บริเวณ 1195
ที่เคยเปิดไว้ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของดัชนีในรอบนี้ ได้ทำให้ Indicator บางตัวเข้าสู่สภาวะ Over Bought ซึ่งถ้าหากภายใน 1-2 วันนี้
ยังไม่สามารถเคลียร์ Zone Resistance นี้ขึ้นไปได้ ก็อาจจะมีการพักตัวลงมาอีกครั้ง // แต่ถ้าหากสามารถเคลียร์ Zone Resistance ขึ้นไปได้
ก็มีแนวโน้มที่จะกลับไปทดสอบจุดสูงสุด 1216 จุด ได้อีกครั้ง

Resistance : 1200 1210 1216 / 1808 1811 1820
Support : 1188 1182 1177 / 1795 1790 1787

*EOD End of day

ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ

สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ  ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ  เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่