สวัสดีค่ะ
เราเกิดพุธกลางคืน เกือบ ๆ จะเป็นวันพฤหัสบดีแล้วเชียว เวลาตกฟาก ๐๕.๓๐ น.
ถ้าดูตามดวง เวลาเกิดของเรานี่ ก็ที่สุดเลยล่ะ
ตามตำรา พรหมชาติบอกว่า
คนที่เกิดวันพุธ เวลา ช่วงนี้ เป็นยาม ๘ หรือ ยามพุทโธ เขาบอกว่า มักจะทำให้พ่อแม่เสียทรัพย์ หรือ เกือบตายตอนแรกเกิด แต่เมื่ออายุมากขึ้น เป็นคนที่มีความรู้ดี มีคนมาขอคำแนะนำ และ คนทั้งหลายได้พึ่งพา
==============================================================================
เอาล่ะ มาุเล่า เรื่องเหนือ ธรรมชาติ กันดีกว่า
ตัวเราเองนี่ ไม่ได้ สนใจ เรื่องเข้าวัด เข้าวาเท่าไร
เรียกว่า ไปทำบุญกับเพื่อนที่วัดไหน ก็หยอดเงิน ยกมือไหว้ ก็จบ
ไม่มี อธิษฐาน ขออะไรกับเขาทั้งสิ้น
เพื่อนพาไปวัดธรรมกาย สมัยที่จะเป็น พื้นดิน เละ อยู่ ( นานมาก )
ก็ด่าเพื่อนว่า เมิง อย่าพา กรู มาอีกนะ
ตัดตอนมา ตอนที่ทำงานแล้ว มีความรัก พ่อก็ไม่อยากได้ลงเอยคนนี้
แต่เราก็อยากเอาชนะแม่ ด้วยแม่ชอบว่าเราไม่สวย และ พูดไปทั่วบางว่า กลัวลูกไม่มีปั๋ว
ชีวิต จับพลัด จับผลู ไปอยู่กับเขาก่อนแต่ง เป็นช่วงที่พ่อป่วยพอดี มะเร็งระยะสุดท้าย
แต่ในใจเรา ไม่ได้ อยากอยู่กับคน ๆ นี้หรอกนะ
แต่แม่เรา เอาไปพูดกับชาวบ้านไปทั่ว เราก็เลย Where Where is Where Where ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ
เนื้อแท้ ของผู้ชายคนนี้ เป็นคนดี พ่อ แม่ ฐานะดีมาก คนหนึ่ง ของจังหวัดใหญ่ ๆ ในภาค
แต่ชอบทำตัวขี้เมา เหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ
แต่เขาก็ดูแลเราดีมาก
เสียแต่ปาก Dog Dog ชอบว่าพ่อ แม่เรา โดยเฉพาะ แม่เรา
คืนสุดท้ายที่พ่อเราเสีย
เราดูแล พ่อเราตลอดทั้งคืน เช็ดตัว ดูแลอย่างดี
ชั่วโมง สุดท้าย ก็พ่อจะจากไป พ่อบอกว่า มานั่ง ข้าง ๆ พ่อนี่มา
เราบอกว่า ไม่เอาดีกว่า
แล้วพ่อ ก็จากไป โดยที่ ตายังมองเราตลอดเวลา
หลังจาก เผา พ่อเราไปได้ ๕ วัน
วันที่ ๕
เรากลับบ้าน ที่เราอยู่กับผู้ชายคนนั้น
เป็นบ้านหลังใหญ่ แต่อยู่ห่างไกลผู้คนมาก
เวลานั้น ประมาณ โพล้ เพล้ หกโมงเย็น ไปหา ทุ่มหนึ่ง
เขาไม่อยู่
เราก็คิดว่า ทิ้งเราให้อยู่คนเดียว ออกไปกินเหล้าอีกแล้ว อย่างหงอยเหงา
บ้านเรา เป็นบ้านชั้นเดียว ยกสูง คือ ใต้ถุน ทำเป็นโรงรถได้
พอเราเดินขึ้นบ้านไปปุ๊บ ด้วยความที่หลอดไฟเสีย มีแค่หลอดเดียวที่เปิดได้
เราวางกระเป๋าได้ ก็หยิบไม้กวาดมากวาดบ้าน
แล้ว ตาเราก็เหลือบไปเห็นพ่อเรา ยืนมองเราที่นอกบ้าน ด้วยความเป็นห่วง
ท่านมาให้เห็นในรูป ของ ละอองเล็ก ๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่าง รู้เลย ว่าเป็นใคร
บ้านใต้ถุนสูง ขนาดที่รถเก๋ง ไปจอด ใต้ถุนได้ แต่พ่อเรา ยืนอยู่ด้านนอก เห็นแค่เอว
เราเห็นแล้ว ด้วยความที่ไม่รู้ว่า ควรพูดอย่างไร ก็ได้แต่ กวาดบ้าน ต่อไป
ไม่ได้ กล่าวคำอะไรเลย
ไม่ได้ดูอีกต่อไป
พ่อ ไป ตอนไหน ก็ไม่รู้
นี่ยังเสียดายเลยว่า ทำไม ไม่พูดกับพ่อซะวันนั้น
สัพเพ สัพตา ไปสู่ที่ชอบ ๆ ไม่ต้องห่วงนะ อะไร แบบนี้ ไม่ได้กลาวเลย
กวาดบ้านเฉย เลยเรา
หลังจากนั้น เราก็เลิกกับผู้ชายคนนั้น ( เพราะเราอยากเลิกอยู่ก่อนแล้ว )
จบเรื่องที่ ๑
#### เหตุการณ์ เกิดขึ้น ในขณะที่มีสติ ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะยังไม่ได้นอน และ เพิ่งจอดมอร์เตอร์ไซด์
================================================================================
เรื่องที่ ๒
เรื่องนี้ แถว ๆ บ้านพักของเรา จะมีที่จอดรถรวมไว้ให้
และตรงจุดที่จอดรถนั้น อยู่ใกล้ ๆ กับที่ตั้งศาลของเสด็จเตี๋ย กรมหลวงชุมพร ฯซึ่งอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ที่มีอายุ นับร้อยปี
วันหนึ่ง เราออกไป Hang out มีการ เซโรงังกลับมา ดึกพอสมควร เลยเที่ยงคืน
เราก็เอารถมาจอด พอล็อครถได้ เราก็ยกมือไหว้ แล้วก็พูดว่า " ฝากรถ ด้วยนะคะ "
มีเสียงกระแอมกลับมา
เป็นเสียงกระแอม ที่แหบเครือ เหมือนคนอายุประมาณ ๘๐ ปี ขึ้นไป
เราก็ไม่ได้คิดอะไร เดินกลับที่พัก
พอคิดได้ เห้ย ....แถวนี้ มีคนแก่อายุขนาดนี้ด้วยเหรือ
แล้วมาทำอะไร เวลาตีหนึ่ง ตีสอง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องที่ ๓
เรื่องแม่เรา
หลังจากที่พ่อเราเสียไปไม่นาน
แม่เราก็เสียตาม
วันหนึ่ง เรากำลังทำความสะอาดบ้าน
ที่ ๆ เราอยู่นี่ เป็นอพาร์ตเม้นต์ ชั้น ๔ มีมุ้งลวด ปิดสนิท ทุกช่อง
กวาด ๆ ไป เราก็คิดน้อย อก น้อยใจแม่เรา ว่า รักลูกไม่เท่ากัน
( ทั้ง ๆ ที่เสียไปแล้วนะ )
อยู่ ๆ ก็มีงู โผล่ ออกมาจากหลังรูปแม่เรา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เริ่มรู้จักเข้าวัด สายวัดป่า
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เข้าวัด --เรื่องที่ ๑
เราได้มีโอกาสไป ปฏิบัติธรรม ทีวัดแห่งหนึ่ง เป็นสายวัดป่า วันนั้น เป็นการปฏิบัติธรรมรอบบ่าย ประมาณ บ่ายสองโมง
หลังจากสวดมนต์ กำลังจะเตรียมตัวนั่งสมาธิ
สภาพของวัดนี้ อยู่กลางทุ่ง มองไปตรงไหน สุดลูกหู ลูกตา คือ ทุ่งนา
จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หัวเราะ ดัง และ แหลม มาก ลอยมา
เราเข้าใจว่า คงเป็นเสียงของชาวนา ที่มาดูที่ ตนเอง
ก็เลยไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
แต่ก็สงสัยอยู่ว่า เสียงหัวเราะดังขนาดนี้
ทำไม ไม่มีใครสนใจ
พอเวลาผ่านไปสักสองสามวัน
เราก็ถาม บรรดา สมาชิกที่มาปฏิบัติธรรมด้วยกัน
ไม่มีใคร ได้ยินเสียงนั้นเลย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เข้าวัด เรื่องที่ ๒
เรื่องนี้ เป็นเรื่องเสียงอีกเช่นเดียวกัน แต่คนละวัดกับวัดแรก
เรื่องนี้ เกิดขึ้นระหว่างการสวดมนต์ ทำวัตรเย็น
ในขณะที่พระสวด เราได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาก ก้องอยู่ที่ข้าง ๆ หู
รู้สึก รำคาญ ก็เลยหันหลังไป ก่ะ ว่าจะด่า
ปรากฏว่า พอหันไป ทุกคน ก้มหน้าก้มตา อ่านหนังสือสวดมนต์กันหมด
เสียงนั้นมาจากไหน
เป็นเสียง เหมือนมีงานบุญอะไรสักอย่าง
ประมาณว่า เป็นบรรดาแม่ครัว งานวัด หรือ แม่ครัวในเรื่อง บุพเพสันนิวาส
คุยกัน จ๊อก ๆ จอ แจ มาก
แต่พอมองไปรอบ ๆ วัด ทุกศาลา ไม่มีงานสักศาลา
เสียงนั้นดังอยู่ในหูเรา ก้องมาก
เหมือนเสียงที่เราได้ยินนั้น
เกิด จากการที่ใช้กระป๋องสองกระป๋อง แล้ว ใช้เชือกโยง แล้วให้คนสองคน ไปยืนในที่ไกล ๆ คุยกัน ผ่านเชือก
เหมือน มีมด มีแมงหวี่ อยู่ในหูเรา เพียงแต่ มด หรือ แมงหวี่ มันพูดไม่เป็นภาษาคน
แต่นี่ มันเป็นภาษาคน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ความปิดปกติ ที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา
ที่หัวแม่เท้า ด้านซ้ายของเรา เล็บจะมีลักษณะเหมือนเป็นเชื้อรา คือ เป็นสีขาวขุ่น
ทุกครั้งที่ จะสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
เล็บเท้า ( หัวแม่เท้าข้างซ้าย ) จะกระตุก เหมือนหัวปลาที่ถูกทุบหัว
กระดุก สั้น ๆ บ้าง กระตุก ยาว ๆ บ้าง แล้วแต่
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ส่วนเรื่องการนั่งสมาธิ มีอาการ ตัวสั่น ตัวโยก เราจะไม่เล่านะคะ เพราะ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการนั่งสมาธิ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องวัด เรื่องที่ ๔
เรื่องนี้ ถือว่า เป็นเรื่องเด็ดมาก
เมื่อสงกรานต์ปี ๕๙ เรามีโอกาสได้รำบวงสรวง พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเรา แบบไม่ได้คาดฝัน คือ เราตั้งใจไปสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตามปกติ ปรากฏว่า สมาชิก ต่างแต่งกายสวยงาม และ บอกว่า ท่านเจ้าอาวาส อยากให้รำบรวงสรวง พระคู่บ้านคู่เมือง เราก็เลยลงรำไปด้วย ท้ง ๆ ที่ไม่เคยรำมาก่อน พอรำเสร็จ ก็มีคนมาถาม ว่า หนูมีองค์หรือเปล่า เราก็ตอบไปว่า ไม่ทราบค่ะ ท่านก็บอกว่า หนูรำได้ เหมือนเคยรำมาก่อน
พอรำเสร็จ ก็ทำการสวดมนต์ ระหว่างสวดมนต์นั้น หัวแม่เท้าข้างซ้ายของเรา ชักกระตุก ตลอดเวลา เหมือนปลาที่พยายามที่หาทางหนีกลับไปยังแหล่งน้ำ
พอสวดมนต์ เสร็จ จะกลับบ้าน เราก็เดินมาทางด้าน ข้าง ๆ โบสถ์ ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เดินมาทักเรา ข้างหลังเด็กหนุ่มคนนั้น มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นวัยรุ่น แอบอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่ม เราก็คิดว่า น่าจะเป็นกิ๊กเด็กหนุ่มคนนี้ และ เด็กหนุ่มคนนี้ ก็คงจะมีแฟนแล้ว แอบพากิ๊ก มาเที่ยว
สมมุตว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ชื่อ เอ
ในเวลาที่เราไดัพบกับเอนั้น บรรยากาศมันค่อนข้าง จะ มัว ๆ เราก็คิดไปว่า แสงไฟคงมาไม่ถึง
เอใส่กางเกงขาสั้น สีกรมท่า และ เสื้อยืดคอกลมสีเดียวกัน
เอ : สวัสดีครับพี่ จำผมได้ไหมครับ
เรา : จำได้ เคยมาช่วยพี่ทำ.......อยู่เลย
ทักทายแค่นั้น เราก็เดินจากมาทักทายคนอื่นต่อไป ไม่ได้หันไปดู เอ อีกเลย
เวลาผ่านไป ประมาณ สามวัน เรากำลังเดินไปทานข้าวกับเพื่อน
จู่ ๆ เพื่อนก็ถามมาว่า
" พี่ พี่ จำเจ้าเอ ได้มั้ย "
" จำได้สิ วันรำ บรวงสรวง เอ ยังมาทักพี่เลย "
" พี่ เอ มันเสียไปนานแล้วนะ สามปี เห็นจะได้ "
ข่าวดังมาก
" ถูกซ้อมตาย คาห้องขัง "
แล้วเพื่อนก็ส่ง เฟส ข่าวที่ เอ ถูกซ้อม จนเสียชีวิตมาให้ดู
เป็นข่าวที่ดังมาก
แต่แปลกที่เราไม่สนใจเลย
( พอมานึกดูย้อนหลัง ช่วงเวลาที่เอทักทายเรา เรารู้สึกว่า บรรยากาศมันเงียบไปหมด เหมือนมีแค่เรากับ เอ๋ และ เด็กผู้หญิงคนนั้น
ถ้าใคร ดู ซีรีย์ เกาหลี Who you came from the Star เวลาพระเอกจะปรากฏตัว เพื่อมาช่วยนางเอก จะมีเสียงดัง ปึก แล้วจากนั้น
ก็จะกลายเป็นสโลว์ ไปเลย /// บรรยากาศ ณ เวลานั้น เป็นแบบนั้นเลย แต่เราไม่ได้สงสัยอะไร ในตอนนั้น )
==================================================================================
ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่อยากจะเล่า
เกรงว่า คนอื่น จะเหนื่อย
=================================================================================
เรื่องสุดท้าย เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ปีนี้
เราหาที่ปฏิบัติธรรม
จะไปฟังธรรม " ธรรมมะบนเขา " กับท่านพระอาจารย์ สุชาติ วัดญาณ
จำได้ว่า ถ้าเราไปจากสัตหีบ จะมีทางเข้าไป ก่อนที่จะไปถึงวิหารเซียน
แต่จำไม่ได้ว่า ที่ตรงนั้น เขาเรียกว่า อะไร
ตั้งใจว่า จะตั้ง G.P.S ไปวิหารเซียน เพื่อให้ผ่านที่ตรงนั้น
แต่ไปตั้งคำว่า "วัดเขาชีจรรย์ " แทน เพราะเข้าใจผิดคิดว่า
เขาชีจรรย์ กับ วัดเขาชีจรรย์ เป็นที่เดียวกัน
ปรากฏว่า ตลอดเวลาที่เราขับรถเพื่อไป วัดเขาชีจรรย์
G.P.S. จะบอกให้เรา ขับรถไปหาพ่อปู่ตลอดเวลา
" อีก ๓ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปหาพ่อปู่ "
เราไม่ทำตาม ขับไปทางอื่น
สักพัก
" อีก ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปหาพ่อปู่ "
ไม่สนใจ กลับรถไปทางอื่น
" อีก ๔ กิโลเมตร กลับรถ ไปหาพ่อปู่ "
เราก็ไม่ได้ ไปตามที่ GPS บอกนะคะ
จากการที่เราสวดคาถา มหาเมตตาใหญ่ เราจะมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่มาก ไม่แน่ใจว่า เป็นพ่อปู่ หรือว่า เป็นฤษีที่ต้องการเข้าร่างเรา แต่เราไม่รับ
อันนี้ ไม่ได้ งมงายนะคะ
จากตอนแรก ที่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ พอเจอกับตัวเอง หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยชักจะเชื่อ
ทุก ๆ ครั้งที่ เราพบเจอสิ่งเหล่านี้ เราไม่เคยฝัน ไม่เคยอยู่ในภวังค์ แต่เป็นสิ่งที่เราเห็นโดยที่เราไม่ได้หลับตา มีสติ ทุกอย่าง
สรุป วันนั้น เราก็พยายามไปจนถึงวัดเขาชีจรรย์ เส้นทางเปลี่ยวเป็นบางช่าง และ มีศาลเพียงตาเต็มไปหมด
ท่านพระอาจารย์ สุชาติก็ไม่ได้ไปฟังเทศก์
วันรุ่งขึ้น เราไม่ละความพยายามที่จะไปฟัง ท่านพระอาจารย์สุชาติ เทศก์บนเขา
ไปอีกค่ะ
คราวนี้ พบทางลัดไปพัทยา แต่ไม่แน่ใจว่า จะผ่านทางที่ขึ้นฟังเทศก์หรือเปล่านะคะ
เพราะตัดสินใจ เปลี่ยนความคิด
ด้วยเดือนนี้ เป็นเดือนเกิดของเรา
เห็นมีป้ายติด ที่บ้านหลังหนึ่ง ตรงทางแยกที่จะเป็นทางลัดไปพัทยา
" ดูดวง "
เราก็เลย วกรถกลับมาเพื่อดูดวง
พอเข้าไปเท่านั้นล่ะ
" พ่อปู่ "
" พ่อฤษี "
" เจ้าพ่อเห่าดง"
และอื่น ๆ อีกมากมาย อยู่กันให้พรึ่บไปหมด
ขอจบเรื่องเล่า ยกที่ ๑ เพียงเท่านี้นะคะ
จริง ๆ แล้วมีอีกเยอะ แต่เกรงใจคนอ่าน
ทุกอย่างคือเรื่องจริง
เกิดขึ้นจริงค่ะ
ไม่ต้องไล่ไปห้องน้กเขียนนะคะ
" คนที่ไม่เจอ ก็คิดว่าไม่มีจริง "
" แต่คนที่เคยพบ หรือเคยประสบ จะบอกว่า จริง "
อยู่ที่ว่า ใครเป็นอ่านค่ะ
ใครเกิดวันพุธ กลางคืน ( เวลาตั้งแต่ ๒๔.๐๐ คืนวันพุธ - ๐๖.๐๐ วันพฤหัสบดี ) และมี เรื่องที่เหนือ ธรรมชาติมาคุยกันค่ะ
เราเกิดพุธกลางคืน เกือบ ๆ จะเป็นวันพฤหัสบดีแล้วเชียว เวลาตกฟาก ๐๕.๓๐ น.
ถ้าดูตามดวง เวลาเกิดของเรานี่ ก็ที่สุดเลยล่ะ
ตามตำรา พรหมชาติบอกว่า
คนที่เกิดวันพุธ เวลา ช่วงนี้ เป็นยาม ๘ หรือ ยามพุทโธ เขาบอกว่า มักจะทำให้พ่อแม่เสียทรัพย์ หรือ เกือบตายตอนแรกเกิด แต่เมื่ออายุมากขึ้น เป็นคนที่มีความรู้ดี มีคนมาขอคำแนะนำ และ คนทั้งหลายได้พึ่งพา
==============================================================================
เอาล่ะ มาุเล่า เรื่องเหนือ ธรรมชาติ กันดีกว่า
ตัวเราเองนี่ ไม่ได้ สนใจ เรื่องเข้าวัด เข้าวาเท่าไร
เรียกว่า ไปทำบุญกับเพื่อนที่วัดไหน ก็หยอดเงิน ยกมือไหว้ ก็จบ
ไม่มี อธิษฐาน ขออะไรกับเขาทั้งสิ้น
เพื่อนพาไปวัดธรรมกาย สมัยที่จะเป็น พื้นดิน เละ อยู่ ( นานมาก )
ก็ด่าเพื่อนว่า เมิง อย่าพา กรู มาอีกนะ
ตัดตอนมา ตอนที่ทำงานแล้ว มีความรัก พ่อก็ไม่อยากได้ลงเอยคนนี้
แต่เราก็อยากเอาชนะแม่ ด้วยแม่ชอบว่าเราไม่สวย และ พูดไปทั่วบางว่า กลัวลูกไม่มีปั๋ว
ชีวิต จับพลัด จับผลู ไปอยู่กับเขาก่อนแต่ง เป็นช่วงที่พ่อป่วยพอดี มะเร็งระยะสุดท้าย
แต่ในใจเรา ไม่ได้ อยากอยู่กับคน ๆ นี้หรอกนะ
แต่แม่เรา เอาไปพูดกับชาวบ้านไปทั่ว เราก็เลย Where Where is Where Where ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ
เนื้อแท้ ของผู้ชายคนนี้ เป็นคนดี พ่อ แม่ ฐานะดีมาก คนหนึ่ง ของจังหวัดใหญ่ ๆ ในภาค
แต่ชอบทำตัวขี้เมา เหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ
แต่เขาก็ดูแลเราดีมาก
เสียแต่ปาก Dog Dog ชอบว่าพ่อ แม่เรา โดยเฉพาะ แม่เรา
คืนสุดท้ายที่พ่อเราเสีย
เราดูแล พ่อเราตลอดทั้งคืน เช็ดตัว ดูแลอย่างดี
ชั่วโมง สุดท้าย ก็พ่อจะจากไป พ่อบอกว่า มานั่ง ข้าง ๆ พ่อนี่มา
เราบอกว่า ไม่เอาดีกว่า
แล้วพ่อ ก็จากไป โดยที่ ตายังมองเราตลอดเวลา
หลังจาก เผา พ่อเราไปได้ ๕ วัน
วันที่ ๕
เรากลับบ้าน ที่เราอยู่กับผู้ชายคนนั้น
เป็นบ้านหลังใหญ่ แต่อยู่ห่างไกลผู้คนมาก
เวลานั้น ประมาณ โพล้ เพล้ หกโมงเย็น ไปหา ทุ่มหนึ่ง
เขาไม่อยู่
เราก็คิดว่า ทิ้งเราให้อยู่คนเดียว ออกไปกินเหล้าอีกแล้ว อย่างหงอยเหงา
บ้านเรา เป็นบ้านชั้นเดียว ยกสูง คือ ใต้ถุน ทำเป็นโรงรถได้
พอเราเดินขึ้นบ้านไปปุ๊บ ด้วยความที่หลอดไฟเสีย มีแค่หลอดเดียวที่เปิดได้
เราวางกระเป๋าได้ ก็หยิบไม้กวาดมากวาดบ้าน
แล้ว ตาเราก็เหลือบไปเห็นพ่อเรา ยืนมองเราที่นอกบ้าน ด้วยความเป็นห่วง
ท่านมาให้เห็นในรูป ของ ละอองเล็ก ๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่าง รู้เลย ว่าเป็นใคร
บ้านใต้ถุนสูง ขนาดที่รถเก๋ง ไปจอด ใต้ถุนได้ แต่พ่อเรา ยืนอยู่ด้านนอก เห็นแค่เอว
เราเห็นแล้ว ด้วยความที่ไม่รู้ว่า ควรพูดอย่างไร ก็ได้แต่ กวาดบ้าน ต่อไป
ไม่ได้ กล่าวคำอะไรเลย
ไม่ได้ดูอีกต่อไป
พ่อ ไป ตอนไหน ก็ไม่รู้
นี่ยังเสียดายเลยว่า ทำไม ไม่พูดกับพ่อซะวันนั้น
สัพเพ สัพตา ไปสู่ที่ชอบ ๆ ไม่ต้องห่วงนะ อะไร แบบนี้ ไม่ได้กลาวเลย
กวาดบ้านเฉย เลยเรา
หลังจากนั้น เราก็เลิกกับผู้ชายคนนั้น ( เพราะเราอยากเลิกอยู่ก่อนแล้ว )
จบเรื่องที่ ๑
#### เหตุการณ์ เกิดขึ้น ในขณะที่มีสติ ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะยังไม่ได้นอน และ เพิ่งจอดมอร์เตอร์ไซด์
================================================================================
เรื่องที่ ๒
เรื่องนี้ แถว ๆ บ้านพักของเรา จะมีที่จอดรถรวมไว้ให้
และตรงจุดที่จอดรถนั้น อยู่ใกล้ ๆ กับที่ตั้งศาลของเสด็จเตี๋ย กรมหลวงชุมพร ฯซึ่งอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ที่มีอายุ นับร้อยปี
วันหนึ่ง เราออกไป Hang out มีการ เซโรงังกลับมา ดึกพอสมควร เลยเที่ยงคืน
เราก็เอารถมาจอด พอล็อครถได้ เราก็ยกมือไหว้ แล้วก็พูดว่า " ฝากรถ ด้วยนะคะ "
มีเสียงกระแอมกลับมา
เป็นเสียงกระแอม ที่แหบเครือ เหมือนคนอายุประมาณ ๘๐ ปี ขึ้นไป
เราก็ไม่ได้คิดอะไร เดินกลับที่พัก
พอคิดได้ เห้ย ....แถวนี้ มีคนแก่อายุขนาดนี้ด้วยเหรือ
แล้วมาทำอะไร เวลาตีหนึ่ง ตีสอง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องที่ ๓
เรื่องแม่เรา
หลังจากที่พ่อเราเสียไปไม่นาน
แม่เราก็เสียตาม
วันหนึ่ง เรากำลังทำความสะอาดบ้าน
ที่ ๆ เราอยู่นี่ เป็นอพาร์ตเม้นต์ ชั้น ๔ มีมุ้งลวด ปิดสนิท ทุกช่อง
กวาด ๆ ไป เราก็คิดน้อย อก น้อยใจแม่เรา ว่า รักลูกไม่เท่ากัน
( ทั้ง ๆ ที่เสียไปแล้วนะ )
อยู่ ๆ ก็มีงู โผล่ ออกมาจากหลังรูปแม่เรา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เริ่มรู้จักเข้าวัด สายวัดป่า
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เข้าวัด --เรื่องที่ ๑
เราได้มีโอกาสไป ปฏิบัติธรรม ทีวัดแห่งหนึ่ง เป็นสายวัดป่า วันนั้น เป็นการปฏิบัติธรรมรอบบ่าย ประมาณ บ่ายสองโมง
หลังจากสวดมนต์ กำลังจะเตรียมตัวนั่งสมาธิ
สภาพของวัดนี้ อยู่กลางทุ่ง มองไปตรงไหน สุดลูกหู ลูกตา คือ ทุ่งนา
จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หัวเราะ ดัง และ แหลม มาก ลอยมา
เราเข้าใจว่า คงเป็นเสียงของชาวนา ที่มาดูที่ ตนเอง
ก็เลยไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
แต่ก็สงสัยอยู่ว่า เสียงหัวเราะดังขนาดนี้
ทำไม ไม่มีใครสนใจ
พอเวลาผ่านไปสักสองสามวัน
เราก็ถาม บรรดา สมาชิกที่มาปฏิบัติธรรมด้วยกัน
ไม่มีใคร ได้ยินเสียงนั้นเลย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เข้าวัด เรื่องที่ ๒
เรื่องนี้ เป็นเรื่องเสียงอีกเช่นเดียวกัน แต่คนละวัดกับวัดแรก
เรื่องนี้ เกิดขึ้นระหว่างการสวดมนต์ ทำวัตรเย็น
ในขณะที่พระสวด เราได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาก ก้องอยู่ที่ข้าง ๆ หู
รู้สึก รำคาญ ก็เลยหันหลังไป ก่ะ ว่าจะด่า
ปรากฏว่า พอหันไป ทุกคน ก้มหน้าก้มตา อ่านหนังสือสวดมนต์กันหมด
เสียงนั้นมาจากไหน
เป็นเสียง เหมือนมีงานบุญอะไรสักอย่าง
ประมาณว่า เป็นบรรดาแม่ครัว งานวัด หรือ แม่ครัวในเรื่อง บุพเพสันนิวาส
คุยกัน จ๊อก ๆ จอ แจ มาก
แต่พอมองไปรอบ ๆ วัด ทุกศาลา ไม่มีงานสักศาลา
เสียงนั้นดังอยู่ในหูเรา ก้องมาก
เหมือนเสียงที่เราได้ยินนั้น
เกิด จากการที่ใช้กระป๋องสองกระป๋อง แล้ว ใช้เชือกโยง แล้วให้คนสองคน ไปยืนในที่ไกล ๆ คุยกัน ผ่านเชือก
เหมือน มีมด มีแมงหวี่ อยู่ในหูเรา เพียงแต่ มด หรือ แมงหวี่ มันพูดไม่เป็นภาษาคน
แต่นี่ มันเป็นภาษาคน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ความปิดปกติ ที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา
ที่หัวแม่เท้า ด้านซ้ายของเรา เล็บจะมีลักษณะเหมือนเป็นเชื้อรา คือ เป็นสีขาวขุ่น
ทุกครั้งที่ จะสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
เล็บเท้า ( หัวแม่เท้าข้างซ้าย ) จะกระตุก เหมือนหัวปลาที่ถูกทุบหัว
กระดุก สั้น ๆ บ้าง กระตุก ยาว ๆ บ้าง แล้วแต่
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ส่วนเรื่องการนั่งสมาธิ มีอาการ ตัวสั่น ตัวโยก เราจะไม่เล่านะคะ เพราะ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการนั่งสมาธิ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องวัด เรื่องที่ ๔
เรื่องนี้ ถือว่า เป็นเรื่องเด็ดมาก
เมื่อสงกรานต์ปี ๕๙ เรามีโอกาสได้รำบวงสรวง พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเรา แบบไม่ได้คาดฝัน คือ เราตั้งใจไปสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตามปกติ ปรากฏว่า สมาชิก ต่างแต่งกายสวยงาม และ บอกว่า ท่านเจ้าอาวาส อยากให้รำบรวงสรวง พระคู่บ้านคู่เมือง เราก็เลยลงรำไปด้วย ท้ง ๆ ที่ไม่เคยรำมาก่อน พอรำเสร็จ ก็มีคนมาถาม ว่า หนูมีองค์หรือเปล่า เราก็ตอบไปว่า ไม่ทราบค่ะ ท่านก็บอกว่า หนูรำได้ เหมือนเคยรำมาก่อน
พอรำเสร็จ ก็ทำการสวดมนต์ ระหว่างสวดมนต์นั้น หัวแม่เท้าข้างซ้ายของเรา ชักกระตุก ตลอดเวลา เหมือนปลาที่พยายามที่หาทางหนีกลับไปยังแหล่งน้ำ
พอสวดมนต์ เสร็จ จะกลับบ้าน เราก็เดินมาทางด้าน ข้าง ๆ โบสถ์ ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เดินมาทักเรา ข้างหลังเด็กหนุ่มคนนั้น มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นวัยรุ่น แอบอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่ม เราก็คิดว่า น่าจะเป็นกิ๊กเด็กหนุ่มคนนี้ และ เด็กหนุ่มคนนี้ ก็คงจะมีแฟนแล้ว แอบพากิ๊ก มาเที่ยว
สมมุตว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ชื่อ เอ
ในเวลาที่เราไดัพบกับเอนั้น บรรยากาศมันค่อนข้าง จะ มัว ๆ เราก็คิดไปว่า แสงไฟคงมาไม่ถึง
เอใส่กางเกงขาสั้น สีกรมท่า และ เสื้อยืดคอกลมสีเดียวกัน
เอ : สวัสดีครับพี่ จำผมได้ไหมครับ
เรา : จำได้ เคยมาช่วยพี่ทำ.......อยู่เลย
ทักทายแค่นั้น เราก็เดินจากมาทักทายคนอื่นต่อไป ไม่ได้หันไปดู เอ อีกเลย
เวลาผ่านไป ประมาณ สามวัน เรากำลังเดินไปทานข้าวกับเพื่อน
จู่ ๆ เพื่อนก็ถามมาว่า
" พี่ พี่ จำเจ้าเอ ได้มั้ย "
" จำได้สิ วันรำ บรวงสรวง เอ ยังมาทักพี่เลย "
" พี่ เอ มันเสียไปนานแล้วนะ สามปี เห็นจะได้ "
ข่าวดังมาก
" ถูกซ้อมตาย คาห้องขัง "
แล้วเพื่อนก็ส่ง เฟส ข่าวที่ เอ ถูกซ้อม จนเสียชีวิตมาให้ดู
เป็นข่าวที่ดังมาก
แต่แปลกที่เราไม่สนใจเลย
( พอมานึกดูย้อนหลัง ช่วงเวลาที่เอทักทายเรา เรารู้สึกว่า บรรยากาศมันเงียบไปหมด เหมือนมีแค่เรากับ เอ๋ และ เด็กผู้หญิงคนนั้น
ถ้าใคร ดู ซีรีย์ เกาหลี Who you came from the Star เวลาพระเอกจะปรากฏตัว เพื่อมาช่วยนางเอก จะมีเสียงดัง ปึก แล้วจากนั้น
ก็จะกลายเป็นสโลว์ ไปเลย /// บรรยากาศ ณ เวลานั้น เป็นแบบนั้นเลย แต่เราไม่ได้สงสัยอะไร ในตอนนั้น )
==================================================================================
ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่อยากจะเล่า
เกรงว่า คนอื่น จะเหนื่อย
=================================================================================
เรื่องสุดท้าย เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ปีนี้
เราหาที่ปฏิบัติธรรม
จะไปฟังธรรม " ธรรมมะบนเขา " กับท่านพระอาจารย์ สุชาติ วัดญาณ
จำได้ว่า ถ้าเราไปจากสัตหีบ จะมีทางเข้าไป ก่อนที่จะไปถึงวิหารเซียน
แต่จำไม่ได้ว่า ที่ตรงนั้น เขาเรียกว่า อะไร
ตั้งใจว่า จะตั้ง G.P.S ไปวิหารเซียน เพื่อให้ผ่านที่ตรงนั้น
แต่ไปตั้งคำว่า "วัดเขาชีจรรย์ " แทน เพราะเข้าใจผิดคิดว่า
เขาชีจรรย์ กับ วัดเขาชีจรรย์ เป็นที่เดียวกัน
ปรากฏว่า ตลอดเวลาที่เราขับรถเพื่อไป วัดเขาชีจรรย์
G.P.S. จะบอกให้เรา ขับรถไปหาพ่อปู่ตลอดเวลา
" อีก ๓ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปหาพ่อปู่ "
เราไม่ทำตาม ขับไปทางอื่น
สักพัก
" อีก ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปหาพ่อปู่ "
ไม่สนใจ กลับรถไปทางอื่น
" อีก ๔ กิโลเมตร กลับรถ ไปหาพ่อปู่ "
เราก็ไม่ได้ ไปตามที่ GPS บอกนะคะ
จากการที่เราสวดคาถา มหาเมตตาใหญ่ เราจะมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่มาก ไม่แน่ใจว่า เป็นพ่อปู่ หรือว่า เป็นฤษีที่ต้องการเข้าร่างเรา แต่เราไม่รับ
อันนี้ ไม่ได้ งมงายนะคะ
จากตอนแรก ที่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ พอเจอกับตัวเอง หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยชักจะเชื่อ
ทุก ๆ ครั้งที่ เราพบเจอสิ่งเหล่านี้ เราไม่เคยฝัน ไม่เคยอยู่ในภวังค์ แต่เป็นสิ่งที่เราเห็นโดยที่เราไม่ได้หลับตา มีสติ ทุกอย่าง
สรุป วันนั้น เราก็พยายามไปจนถึงวัดเขาชีจรรย์ เส้นทางเปลี่ยวเป็นบางช่าง และ มีศาลเพียงตาเต็มไปหมด
ท่านพระอาจารย์ สุชาติก็ไม่ได้ไปฟังเทศก์
วันรุ่งขึ้น เราไม่ละความพยายามที่จะไปฟัง ท่านพระอาจารย์สุชาติ เทศก์บนเขา
ไปอีกค่ะ
คราวนี้ พบทางลัดไปพัทยา แต่ไม่แน่ใจว่า จะผ่านทางที่ขึ้นฟังเทศก์หรือเปล่านะคะ
เพราะตัดสินใจ เปลี่ยนความคิด
ด้วยเดือนนี้ เป็นเดือนเกิดของเรา
เห็นมีป้ายติด ที่บ้านหลังหนึ่ง ตรงทางแยกที่จะเป็นทางลัดไปพัทยา
" ดูดวง "
เราก็เลย วกรถกลับมาเพื่อดูดวง
พอเข้าไปเท่านั้นล่ะ
" พ่อปู่ "
" พ่อฤษี "
" เจ้าพ่อเห่าดง"
และอื่น ๆ อีกมากมาย อยู่กันให้พรึ่บไปหมด
ขอจบเรื่องเล่า ยกที่ ๑ เพียงเท่านี้นะคะ
จริง ๆ แล้วมีอีกเยอะ แต่เกรงใจคนอ่าน
ทุกอย่างคือเรื่องจริง
เกิดขึ้นจริงค่ะ
ไม่ต้องไล่ไปห้องน้กเขียนนะคะ
" คนที่ไม่เจอ ก็คิดว่าไม่มีจริง "
" แต่คนที่เคยพบ หรือเคยประสบ จะบอกว่า จริง "
อยู่ที่ว่า ใครเป็นอ่านค่ะ