เรื่องสั้น เรื่อง ความในใจของฟ้าใส
เด็กหญิงฟ้าใสเป็นเด็กผู้หญิง ชั้นป.3 คนหนึ่งที่เกลียดภาษาอังกฤษ เธอมีแม่เป็นครูและมีย่าเป็นครูเช่นกัน การเรียนของฟ้าใสนั้นเป็นไปไม่ดีเท่าไหร่นั่นโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ย่าของเธอเห็นว่าถ้าปล่อยไว้คงจะไม่ได้อาจแย่ จึงส่งเธอไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมด้วยหลักสูตรของมัธยมแม้เธอจะอยู่แค่ป.3 ครั้งแรกที่เธอเข้าเรียนนั้นเธอไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจเลยแม่แต่น้อยว่าเขาเรียนอะไรกัน และเธอยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนที่เรียนได้เพราะมีแต่เด็กต่างวัยถึงแม้จะมีเด็กวัยเดียวกันอยู่บ้างก็เป็นเรื่องยากสำหรับเธออยู่ดี เพราะเธอเป็นเด็กที่เก็บตัว เข้ากับคนได้ยาก เธอไม่กล้าบอกย่าเธอไปว่าเธอไม่อยากเรียนเพราะเธอรู้ว่าถ้าบอกไปก็ต้องโดนดุกลับมา ถึงแม้ฟ้าใสจะยังเป็นแค่เด็กป.3 แต่ระบบการคิดของเธอนั้นต่างกับเด็กวัยเดียวกันเธอสามารถคิดไดในแบบของผู้ใหญ่เพราะเธอเรียนรู้ด้วยตัวเองหลายเรื่องจากประสบการณ์ที่เธอเจอ ฟ้าใสถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ ดังนั้นเธอเลยชอบเก็บตัวอยู่ในห้องกลายเป็นเด็กติดบ้านติดห้อง ติดทีวี ติดคอม แต่สิ่งที่เธอได้เห็นจากทีวี หรือหนังสือที่เธออ่านนั้นกลายเป็นประสบการณ์สั่งสอนเธอ เธอนำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านมาใช้จนทำให้เธอกลายเป็นเด็กที่มีความคิดแตกต่างกับเด็กวัยเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่เธอต้องเก็บความในใจเอาไว้ก็เป็นการตัดสินของเธอที่ไม่อยากมีปัญหากับย่าของเธอ
การเรียน ชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าเรื่องไหนๆคนที่ตัดสินใจและเลือกทางเลือกให้เธอจะเป็นย่าของเธอเสมอพ่อและแม่ของเธอก็ได้แต่มองดูและดูแลเป็นกำลังใจให้เธอเพราะย่านั้นเป็นที่ออกค่าเรียน ให้เงินค่าขนม เรียกว่าทำหน้าที่แทนพ่อแม่ของเธอทุกอย่าง ย่าของเธอขีดเส้นทางกำหนดทางเดินไว้เธอทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่เรียน ที่เรียนพิเศษที่ต้องเรียน กิริยามารยาทที่ต้องเข้มงวด ย่าของเธอสอนทุกอย่างให้กับเธอทำทุกอย่างแทนที่พ่อแม่ของเธอควรจะทำแต่ถึงอย่างนั้นฟ้าใสก็รักพ่อแม่ ของตัวเองมากกว่าย่าอยู่ดีเพราะพ่อแม่ไม่เคยกดดันเธอ ถึงพ่อแม่จะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวบ่อยครั้งฟ้าใสก็ไม่เคยนึกน้อยใจเพราะด้วยนิสัยของเธอเองด้วยที่รักสันโดษ พ่อแม่ของฟ้าเลี้ยงฟ้าใสแบบปล่อยไม่เคยสอนอะไรให้นอกจากคำว่า “เป็นคนดีนะลูก” เพราะอย่างนี้ฟ้าใสถึงรักพ่อแม่ของเธอมาก ถึงแม้พ่อแม่ของเธอจะไม่ได้สอนอะไรเธอมากเธอก็สามารถเรียนรู้จากสิ่งรอบข้างได้ ฟ้าใสเป็นเด็กที่มีหลายด้าน ทั้งความคิดด้านมืด ความคิดด้านสว่าง เวลาที่เธอสดใสเธอก็จะร่าเริงมีความสุข แต่เวลาที่เธอเจอปัญหาเธอจะจริงจังและจัดการกับสิ่งนั้นอย่างสงบจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเด็กป.3
เวลาล่วงเลยผ่านไปฟ้าใสอยู่ชั้น ป.6 ถึงเวลาที่เธอจะต้องเรียนต่อในระดับชั้นมัธยม ย่าของเธอเป็นผู้ที่เลือกทางเดินให้เธออีกครั้งเช่นกัน เธอถูกส่งไปอยู่ต่างจังหวัดที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วน โรงเรียนที่มีแต่ผู้ดี คนรวยๆเรียนกันครั้งแรกที่เธอเข้าไปเรียนที่นั่นเธอปรับตัวได้ยากมากเพราะเป็นต่างที่และเด็กที่นี่นิสัยต่างกับบ้านเกิดของเธอ แต่เธอก็โชคดีที่เจอฟ้าใสเพื่อนที่เคยเรียนที่เดียวกันและมีชื่อเดียวกับเธอถึงแม้ตอนอยู่โรงเรียนเก่าจะไม่เคยคุยกันแต่พอมาอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งสองก็เลยสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนตลอดและพอเธออยู่ไปสักพักก็เริ่มปรับตัวได้เริ่มมีเพื่อน เริ่มสนิทกับคนอื่น ทั้งสองคนใช้เวลาใช้ชีวิตด้วยกันถึง3ปี จนพวกเธออยู่ม.3 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างปัญหาถาโถมเข้ามาหาพวกเธอมากมายจนพวกเธอตั้งรับไม่ทัน เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียนที่แย่ลง เกรดของฟ้าใสตกลงอย่าไม่น่าเชื่อเกรดของเธอไม่ถึง2 ทำให้ครอบครัวของเธอผิดหวังมากเธอโดนย่าของเธอดุด่าอย่างรุนแรงทำให้เธอเสียใจมากอยากจะเถียงกลับไปแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกไป เธอได้แต่เก็บมันไว้ในใจ ฟ้าใสเป็นคนที่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเพราะมันจะแสดงว่าเธอเป็นผู้แพ้ เธอได้แต่เก็บซ่อนความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจ แต่โชคดีที่พ่อแม่ของเธอไม่ดุด่าเธอเรื่องนี้เลย พ่อของเธอไม่แสดงอะไรที่ทำให้เสียใจออกมาเลยนอกจะยิ้มและลูบหัวเธอพร้อมกับคำพูดที่ว่า “ครั้งหน้าก็เอาใหม่นะลูก” ทำให้ฟ้าใสมีกำลังใจคลายความเครียดของเธอลงได้บ้างถ้าหากไม่มีพ่อกับแม่ของเธออยู่ฟ้าใสก็อาจจะไม่เป็นฟ้าอย่างวันนี้เธออาจกลายเป็นเด็กเก็บกดจนอาจเสียผู้เสียคน แต่เพราะเธอมีพ่อแม่ที่เป็นสิ่งยึดเตือนจิตใจของเธอให้เธอก้าวเดินต่อไปไม่ยอมแพ้เพราะเธอมีพ่อและแม่อยู่ข้างๆเสมอ
พ่อเป็นคนที่ฟ้าใสรักมากที่สุด เวลาฟ้าใสทำอะไรผิดฟ้าใสกลัวโดนย่าเธอดุไม่กลัวว่าย่าจะเสียใจแต่เธอไม่อยากให้พ่อของเธอเสียใจกับสิ่งที่เธอทำเพราะเวลาเธอทำอะไรผิดพ่อของเธอไม่เคยดุไม่เคยด่า พ่อของเธอจะไม่พูดอะไรเพราะพ่อของเธอเป็นคนพูดไม่เก่งแต่พ่อของเธอจะอยู่ข้างคอยจับมือและพูดว่า “ไม่เป็นไร ครั้งเอาใหม่ อย่าทำอีกนะ” เสมอเพราะพ่อเธอทำอย่างนี้ตลอดทำให้มันเป็นสิ่งเตือนใจเธอ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ พ่อเป็นคนที่ทำให้เวลาที่ฟ้าใสจะทำอะไรเธอจะคิดถึงพ่อเธอเสมอ พ่อเป็นเหมือนกำลังของฟ้าใสที่ทำให้ฟ้าใสอยากมีชีวิตที่ดีต้องทำเพื่อพ่อต่อไป
ชีวิตเมื่อมีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ พ่อคือกำลังของฟ้าใสแต่วันหนึ่งวันที่ฟ้าใสไม่มีพ่อแล้ว วันที่พ่อของฟ้าใสจากไปด้วยโรคร้าย เป็นวันที่ฟ้าใสแทบตายทั้งเป็น เพราะคนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอคนที่ทำให้สบายใจเวลาอยู่ด้วยเสมอ ได้ตายจากเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับแล้ว เธอจนมุมยิ่งกลายเป็นคนเก็บกดมากกว่าเดิมถึงแม้เธอจะสบายใจเวลาอยู่กับแม่มากกว่าย่าแต่ยังไงก็ไม่สามารถแทนที่พ่อของเธอได้ เธอกับแม่เหมือนเป็นเพื่อนกันเธอไม่เคยแสดงออกว่าอ่อนแอให้แม่เห็น เธอจะเก็บมาร้องไห้คนเดียวเสมอ แม่ไม่เหมือนพ่อของเธอที่ไม่เคยดุ ให้กำลังใจเสมอ แต่ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไปฟ้าใสตั้งใจเรียน วาดฝันคิดถึงอนาคตและกำหนดเส้นทางของตัวเองไว้แล้ว เธอไม่ยอมให้ย่าของเธอขีดเส้นทางของเธออีกต่อไปแล้วเธอจะทำตามหัวใจของตัวเองความในใจของเธอ “พยายามเพื่อตัวเองให้ตัวเองมีความสุขเพราะความสุขของเธอคือรอยยิ้มของพ่อเสมอ” เธออยากให้พ่อของเธอที่เฝ้ามองเธออยู่บนสวรรค์ได้ยิ้มและมีความสุขและอยากให้พ่อเธอภูมิใจที่มีเธอเป็นลูก และเธอจะรอวันที่เธอกับพ่อจะได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีครั้ง และความในใจสุดท้ายที่เธออยากบอกพ่อคือ “อย่ากังวล ไม่ต้องเป็นห่วงหนูจะทำให้พ่อภูมิใจ”
เรื่องของฟ้าใส ที่เป็นตัวเราเอง
เด็กหญิงฟ้าใสเป็นเด็กผู้หญิง ชั้นป.3 คนหนึ่งที่เกลียดภาษาอังกฤษ เธอมีแม่เป็นครูและมีย่าเป็นครูเช่นกัน การเรียนของฟ้าใสนั้นเป็นไปไม่ดีเท่าไหร่นั่นโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ย่าของเธอเห็นว่าถ้าปล่อยไว้คงจะไม่ได้อาจแย่ จึงส่งเธอไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมด้วยหลักสูตรของมัธยมแม้เธอจะอยู่แค่ป.3 ครั้งแรกที่เธอเข้าเรียนนั้นเธอไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจเลยแม่แต่น้อยว่าเขาเรียนอะไรกัน และเธอยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนที่เรียนได้เพราะมีแต่เด็กต่างวัยถึงแม้จะมีเด็กวัยเดียวกันอยู่บ้างก็เป็นเรื่องยากสำหรับเธออยู่ดี เพราะเธอเป็นเด็กที่เก็บตัว เข้ากับคนได้ยาก เธอไม่กล้าบอกย่าเธอไปว่าเธอไม่อยากเรียนเพราะเธอรู้ว่าถ้าบอกไปก็ต้องโดนดุกลับมา ถึงแม้ฟ้าใสจะยังเป็นแค่เด็กป.3 แต่ระบบการคิดของเธอนั้นต่างกับเด็กวัยเดียวกันเธอสามารถคิดไดในแบบของผู้ใหญ่เพราะเธอเรียนรู้ด้วยตัวเองหลายเรื่องจากประสบการณ์ที่เธอเจอ ฟ้าใสถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ ดังนั้นเธอเลยชอบเก็บตัวอยู่ในห้องกลายเป็นเด็กติดบ้านติดห้อง ติดทีวี ติดคอม แต่สิ่งที่เธอได้เห็นจากทีวี หรือหนังสือที่เธออ่านนั้นกลายเป็นประสบการณ์สั่งสอนเธอ เธอนำสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านมาใช้จนทำให้เธอกลายเป็นเด็กที่มีความคิดแตกต่างกับเด็กวัยเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่เธอต้องเก็บความในใจเอาไว้ก็เป็นการตัดสินของเธอที่ไม่อยากมีปัญหากับย่าของเธอ
การเรียน ชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าเรื่องไหนๆคนที่ตัดสินใจและเลือกทางเลือกให้เธอจะเป็นย่าของเธอเสมอพ่อและแม่ของเธอก็ได้แต่มองดูและดูแลเป็นกำลังใจให้เธอเพราะย่านั้นเป็นที่ออกค่าเรียน ให้เงินค่าขนม เรียกว่าทำหน้าที่แทนพ่อแม่ของเธอทุกอย่าง ย่าของเธอขีดเส้นทางกำหนดทางเดินไว้เธอทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่เรียน ที่เรียนพิเศษที่ต้องเรียน กิริยามารยาทที่ต้องเข้มงวด ย่าของเธอสอนทุกอย่างให้กับเธอทำทุกอย่างแทนที่พ่อแม่ของเธอควรจะทำแต่ถึงอย่างนั้นฟ้าใสก็รักพ่อแม่ ของตัวเองมากกว่าย่าอยู่ดีเพราะพ่อแม่ไม่เคยกดดันเธอ ถึงพ่อแม่จะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวบ่อยครั้งฟ้าใสก็ไม่เคยนึกน้อยใจเพราะด้วยนิสัยของเธอเองด้วยที่รักสันโดษ พ่อแม่ของฟ้าเลี้ยงฟ้าใสแบบปล่อยไม่เคยสอนอะไรให้นอกจากคำว่า “เป็นคนดีนะลูก” เพราะอย่างนี้ฟ้าใสถึงรักพ่อแม่ของเธอมาก ถึงแม้พ่อแม่ของเธอจะไม่ได้สอนอะไรเธอมากเธอก็สามารถเรียนรู้จากสิ่งรอบข้างได้ ฟ้าใสเป็นเด็กที่มีหลายด้าน ทั้งความคิดด้านมืด ความคิดด้านสว่าง เวลาที่เธอสดใสเธอก็จะร่าเริงมีความสุข แต่เวลาที่เธอเจอปัญหาเธอจะจริงจังและจัดการกับสิ่งนั้นอย่างสงบจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเด็กป.3
เวลาล่วงเลยผ่านไปฟ้าใสอยู่ชั้น ป.6 ถึงเวลาที่เธอจะต้องเรียนต่อในระดับชั้นมัธยม ย่าของเธอเป็นผู้ที่เลือกทางเดินให้เธออีกครั้งเช่นกัน เธอถูกส่งไปอยู่ต่างจังหวัดที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วน โรงเรียนที่มีแต่ผู้ดี คนรวยๆเรียนกันครั้งแรกที่เธอเข้าไปเรียนที่นั่นเธอปรับตัวได้ยากมากเพราะเป็นต่างที่และเด็กที่นี่นิสัยต่างกับบ้านเกิดของเธอ แต่เธอก็โชคดีที่เจอฟ้าใสเพื่อนที่เคยเรียนที่เดียวกันและมีชื่อเดียวกับเธอถึงแม้ตอนอยู่โรงเรียนเก่าจะไม่เคยคุยกันแต่พอมาอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งสองก็เลยสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนตลอดและพอเธออยู่ไปสักพักก็เริ่มปรับตัวได้เริ่มมีเพื่อน เริ่มสนิทกับคนอื่น ทั้งสองคนใช้เวลาใช้ชีวิตด้วยกันถึง3ปี จนพวกเธออยู่ม.3 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างปัญหาถาโถมเข้ามาหาพวกเธอมากมายจนพวกเธอตั้งรับไม่ทัน เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียนที่แย่ลง เกรดของฟ้าใสตกลงอย่าไม่น่าเชื่อเกรดของเธอไม่ถึง2 ทำให้ครอบครัวของเธอผิดหวังมากเธอโดนย่าของเธอดุด่าอย่างรุนแรงทำให้เธอเสียใจมากอยากจะเถียงกลับไปแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกไป เธอได้แต่เก็บมันไว้ในใจ ฟ้าใสเป็นคนที่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเพราะมันจะแสดงว่าเธอเป็นผู้แพ้ เธอได้แต่เก็บซ่อนความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจ แต่โชคดีที่พ่อแม่ของเธอไม่ดุด่าเธอเรื่องนี้เลย พ่อของเธอไม่แสดงอะไรที่ทำให้เสียใจออกมาเลยนอกจะยิ้มและลูบหัวเธอพร้อมกับคำพูดที่ว่า “ครั้งหน้าก็เอาใหม่นะลูก” ทำให้ฟ้าใสมีกำลังใจคลายความเครียดของเธอลงได้บ้างถ้าหากไม่มีพ่อกับแม่ของเธออยู่ฟ้าใสก็อาจจะไม่เป็นฟ้าอย่างวันนี้เธออาจกลายเป็นเด็กเก็บกดจนอาจเสียผู้เสียคน แต่เพราะเธอมีพ่อแม่ที่เป็นสิ่งยึดเตือนจิตใจของเธอให้เธอก้าวเดินต่อไปไม่ยอมแพ้เพราะเธอมีพ่อและแม่อยู่ข้างๆเสมอ
พ่อเป็นคนที่ฟ้าใสรักมากที่สุด เวลาฟ้าใสทำอะไรผิดฟ้าใสกลัวโดนย่าเธอดุไม่กลัวว่าย่าจะเสียใจแต่เธอไม่อยากให้พ่อของเธอเสียใจกับสิ่งที่เธอทำเพราะเวลาเธอทำอะไรผิดพ่อของเธอไม่เคยดุไม่เคยด่า พ่อของเธอจะไม่พูดอะไรเพราะพ่อของเธอเป็นคนพูดไม่เก่งแต่พ่อของเธอจะอยู่ข้างคอยจับมือและพูดว่า “ไม่เป็นไร ครั้งเอาใหม่ อย่าทำอีกนะ” เสมอเพราะพ่อเธอทำอย่างนี้ตลอดทำให้มันเป็นสิ่งเตือนใจเธอ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ พ่อเป็นคนที่ทำให้เวลาที่ฟ้าใสจะทำอะไรเธอจะคิดถึงพ่อเธอเสมอ พ่อเป็นเหมือนกำลังของฟ้าใสที่ทำให้ฟ้าใสอยากมีชีวิตที่ดีต้องทำเพื่อพ่อต่อไป
ชีวิตเมื่อมีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ พ่อคือกำลังของฟ้าใสแต่วันหนึ่งวันที่ฟ้าใสไม่มีพ่อแล้ว วันที่พ่อของฟ้าใสจากไปด้วยโรคร้าย เป็นวันที่ฟ้าใสแทบตายทั้งเป็น เพราะคนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอคนที่ทำให้สบายใจเวลาอยู่ด้วยเสมอ ได้ตายจากเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับแล้ว เธอจนมุมยิ่งกลายเป็นคนเก็บกดมากกว่าเดิมถึงแม้เธอจะสบายใจเวลาอยู่กับแม่มากกว่าย่าแต่ยังไงก็ไม่สามารถแทนที่พ่อของเธอได้ เธอกับแม่เหมือนเป็นเพื่อนกันเธอไม่เคยแสดงออกว่าอ่อนแอให้แม่เห็น เธอจะเก็บมาร้องไห้คนเดียวเสมอ แม่ไม่เหมือนพ่อของเธอที่ไม่เคยดุ ให้กำลังใจเสมอ แต่ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไปฟ้าใสตั้งใจเรียน วาดฝันคิดถึงอนาคตและกำหนดเส้นทางของตัวเองไว้แล้ว เธอไม่ยอมให้ย่าของเธอขีดเส้นทางของเธออีกต่อไปแล้วเธอจะทำตามหัวใจของตัวเองความในใจของเธอ “พยายามเพื่อตัวเองให้ตัวเองมีความสุขเพราะความสุขของเธอคือรอยยิ้มของพ่อเสมอ” เธออยากให้พ่อของเธอที่เฝ้ามองเธออยู่บนสวรรค์ได้ยิ้มและมีความสุขและอยากให้พ่อเธอภูมิใจที่มีเธอเป็นลูก และเธอจะรอวันที่เธอกับพ่อจะได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีครั้ง และความในใจสุดท้ายที่เธออยากบอกพ่อคือ “อย่ากังวล ไม่ต้องเป็นห่วงหนูจะทำให้พ่อภูมิใจ”