เลิกกับแฟนเพราะความไม่เข้าใจกันจนถึงทางตันจริงๆ ง้อยังไง

กระทู้คำถาม
เราได้เจอกับแฟน(ก.)จากน้องที่รู้จักกัน ครั้งแรกที่เจอกันก็ไปนั่งชิวกินข้าวกันที่ร้านอาหารกับน้องเพื่อปรึกษาเรื่องที่น้องเลิกกับแฟนและตอนนั้นเราเองก็เพิ่งเลิกกับแฟน คืนนั้นน้องบอกว่าเดี๋ยวจะมีพี่มาคนนึงด้วย คืนนั้นตกลงนั่งกัน 3 คน เราเองแก่กว่าน้องหลายปีและด้วยที่ตัวเองเจอเรื่องราวต่างๆมาเยอะคืนนั้นก็เลยนั่งสอนนั่งแนะนำน้อง พูดให้น้องฟังตลอดจากมุมมองของเราที่ผ่านเรื่องราวมา และ ก. เองคืนนั้นก็นั่งฟังที่เราพูดตลอด ก.ก็ช่วยสอนน้องแนะนำน้องเหมือนกัน ซึ่งมุมมองของเราและ ก. เหมือนกันเลย และเราดูออกเลยว่าคืนนั้น ก. แอบชอบเราแน่นอน หลังจากที่กลับจากร้าน ก.ก็แอดเฟสเรามาและทักมาคุยตลอด พยายามทักมาคุยมาถามชวนไปโน่นนี่ เราเองก็คุยนะในฐานะเพื่อนเพราะเราเป็นคนที่สนิทกับคนง่ายตอนนั้นก็ยังไม่คิดอะไร แต่ ก. พยายามทักเรามาทุกวัน เรียกว่าพยายามตื้อเลยก็ได้ จนวันนึงเรารู้สึกรำคาญพูดไม่ดีใส่ ก. ไปแล้วอยู่ ก. ก็หายไป 1 วันเราเริ่มรู้สึกแปลกใจและรู้สึกผิดก็เลยทักกลับไปหา ก.เอง และได้กลับมาคุยกันใหม่ และเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันแต่สังคมเพื่อนในกลุ่มที่อยู่ด้วยกันมีทั้ง ญ.และ ช. เวลาไปก็ไปกันเป็นกลุ่มแต่ ก.จะอาสามารับเราตลอด พอยิ่งคุยมากขึ้นทุกวันความรู้สึกเราเริ่มเปลี่ยนเพราะด้วยที่ ก. พยายามทำดีใส่เราเข้าหาเราทุกอย่างแสดงความใส่ใจความห่วงใยตลอด ก.จีบเราอยู่ 1 เดือนจนคบกันเป็นแฟน *** ลืมบอก ก. เป็น ผช.ที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง อารมร้อน ไม่หวานกับแฟน เป็น ผช.ที่ค่อนข้างแข็งมาก ปากร้ายแต่ร้ายแบบกวนตีนเล่นๆ แต่เป็นคนมีเหตุผล และมีการวางแผนอนาคตในเรื่องชีวิตคู่ไว้แล้ว ก.เป็นคนที่มีสังคมเพื่อนเยอะมากทุกรุ่นทุกวัย ก.ก็เลยต้องการ ผญ.ที่เข้าใจในเรื่องนี้ที่สุดคือเรื่องเพื่อนและเวลา เพราะแต่ล่ะวัน ก.แทบจะมีเวลาทั้งหมดให้กับงานและเพื่อน ส-อา ก.มีเรียน  ส่วนเรื่องเจ้าชู้ ก.ไม่มีแน่นอน เนื่องจาก ก.เองก็ไม่มีแฟนมานานเพราะยังไม่เจอคนที่เข้าใจเรื่องนี้ แต่คบกันแรกๆไม่ว่าจะคู่ไหนส่วนมากก็ดีไปหมดทั้งห่วงใย ใส่ใจ พยายามทำอย่างหรือที่เรียกว่าช่วงโปรโมชั่น ก.ถึงขั้นที่พาเราเข้าบ้านไปเจอพ่อแม่เพราะตอนนั้น ก.มั่นใจว่าเราคือคนที่เลือกแล้ว แรกๆคบกันมีความสุขมาก ก.พยายามปรับตัวเองจากที่อยู่กับเพื่อนก็ใช้เวลามาอยู่กับเรามากกว่าเดิมเข้ามาอยู่กับเราที่หอพอถึงเวลาก็กลับไปนอนบ้าน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดยกเว้นวันที่ ก.ต้องไปกับเพื่อนหรือมีธุระจริงๆ แต่เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ช่วงเวลาห่างกันเวลาทำอะไรต่างคนก็ต่างถ่ายรูปส่งให้ดูตลอด ว่างก็โทรหาตลอด แต่พอช่วงหลังๆความใส่ใจเริ่มน้อยลง ก.เป็นคนขี้ลืมและแต่ล่ะวันงานยุ่งมาก ยุ่งซะจนลืมเราจริงๆ แต่กลับบ้านมาก็ยังได้คุยกัน พอเสาร์อาทิตย์ก็ต้องเรียน ช่วงหลังเรากับ ก.เริ่มทะเลาะกันบ่อยเนื่องจากความที่เราน้อยใจจากที่ได้รับความใส่ใจน้อยลง แต่เพราะเป็นคนขี้เล่นกวนตีนทั้งคู่เราจะโกรธกันไม่นานให้อารมเย็นแล้วกลับมาคุยกันใหม่ แต่ที่บอกว่า ก.สังคมเพื่อนเยอะทั้งกินเหล้าและเกมส์ บางครั้ง ก.ไปกับเพื่อนจนลืมเราโทรหาไม่รับตัดสายบางทีพอเราจี้มากๆก็จะอารมเสียใส่เรา บางทีนัดเราเราก็รอแต่พอเพื่อนชวนกลับยกเลิกนัดเรา หรือไม่ก็อยู่บ้านหลับลืมและหลับลึกจนหายโทรศัพท์ก็ไม่รับ แต่พอดีกันเราก็พยายามจะบอก ก.ตลอดว่าไม่ต้องอยู่กับเราตลอดหรือคุยกันตลอดก็ได้แค่ไปไหนมาไหนให้โทรบอกหรือทักมาบอกสักคำอย่าหายเงียบไปเลยเราก็ยังมีเหตุผลพอที่จะฟัง แต่พอหลังจากนั้น ก.ก็เป็นเหมือนเดิมอีกและก้วยความน้อยใจพอเจอเหตุการณ์แบบนี้เรื่อยๆเรากลายเป็นคนงี่เง่าจุกจิกเวลาทะเลาะกันจะชอบประชดแต่ ก. ก็ง้อเราตลอดนะ จนวันนึงทะเลาะกันเรื่องเดิมแต่หนักตรงที่ครั้งนี้เราพยายามเปิดใจคุยอีกคนั้งเพื่อจะให้ปรับความเข้าใจกันใหม่เพราะเราก็อึดอัดและอยากเปิดใจจริงๆ แต่คืนนั้น  ก. อารมร้อนทั้งที่เราไม่ได้ชวนทะเลาะขึ้นเสียงใส่แต่ ก. อารมร้อนเอง ก.จึงเลือกที่จะเดินออกไปจากห้องทั้งที่ยังคุยกันไม่จบ แล้วเราด้วยเพราะยังคุยไม่จบจึงโทรตามหลังไป แต่ตอนนั้น ก.กำลังร้อนเราเองก็โทรจี้จน ก.หลุดคำพูด"เลิกกัน" แล้วก็วางสายไป ตอนนั้น ก.ไปหาน้อง ผญ.คนที่ไปเจอกันครั้งแรกที่รัานอาหารกับเพื่อนชายอีกคนที่ร้านเหล้า เราก็โทรไปอีกเพราะด้วยอารมที่ยังไม่จบตอนนั้น น้อง ผญ. ก็รับสายเองแล้วก็บอกเราว่า ก.พูดไปเพราะอารมเดี๋ยวใจเย็นแล้ว ก.จะกลับมาหาที่ห้องใหม่ ยังไง ก.ก็ไม่เลิก แต่ด้วยคำพูดนั้นคืนนั้น ก. เองรู้สึกเสียใจที่พูดแบบนั้นออกมาและเสียใจที่เดินออกไปจากหัองเอง ก.กินเหล้าเมามากเพราะคิดมากเรื่องนี้จนน้องบอกว่า ก.น่าสงสารมากน้องเองไม่เคยเห็น ก.เป็นแบบนี้เลย คืนนั้น ก.เมาจนขับรถกลับบ้านไม่ได้และ ก. ต้องการให้เราออกไปรับ แต่เพราะตอนนั้นเราเองก็เสียใจอยู่และคิดว่าตัวเองไม่ผิดก็เลยไม่ออกไปและรู้ว่า ก.ก็น้อยใจที่เราไม่ออกไป หลังจากคืนนั้นตีางคนต่างเงียบไม่ติดต่อกันเลย 2  วัน แต่น้องจะคอยเป็นคนกลางติดต่อเราทั้งคู่ให้อยู่ตลอด ก.ก็คุยกับน้องตลอดยอมรับผิดในสิ่งที่เองทำทุกอย่างก่อนหน้านี้  ผ่านไป 2  วันเราโทรกลับไปหา ก.เองโดยที่ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเพราะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มันผ่านไปเพราะต่างคนต่างเสียใจและเป็นเรื่องเดิมที่ทะเลาะกันบ่อย กลับมาครั้งเราคงจะเข้าใจอะไรกันมากขึ้น คืนนั้น ก. เข้ามาหาเราที่ห้องแต่เราสังเกตุได้เลยว่าการกระทำ ก.เปลี่ยนไป เราพยายามกวนตีนหยอกเล่นเหมือนเดิมแต่ ก.กลับหงุดหงิดจากที่เราเล่นเหมือนเดิมและไม่เคยเป็นแบบนี้ คืนนั้นปิดไฟกำลังจะนอนกัน อยู่ๆ ก. ก็ลุกขึ้นบอกว่าขอกลับไปนอนบ้าน เราก็งงแต่ก็ไม่อยากถามอะไรมาก ปกติเวลาจะออกจากห้อง ก. จะหอมหน้าผากเราทุกครั้งแต่คืนนั้นออกไปไม่หอมไม่พูดอะไรเลย และรุ่งเช้า ก. มีแข่งบอล เราก็สนามบอลกับน้องทีหลัง แต่ไปถึง ก.ไม่คุยไม่มองหน้าเราเลย ก่อนเราไปเราก็โทรหาแต่ไม่รับสายแชทไม่ตอบทั้งที่ออนอยู่ วันนี้เราเห็นชัดเจนว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดไม่เหมือนเดิม แต่แข่งบอลเสร็จเราก็ขอให้ ก. ไปส่งทั้งที่รุ้เลยว่า ก. ไม่อยากไปและหงุดหงิดใส่เราแต่เราพยายามทำความเข้าใจว่า ก.คงเหนื่อย ตกลงคืนนั้นเราไม่ได้คุยกันเลยหลังจากที่ ก. มาส่ง แต่พอรุ่งเช้าเราก็โทรหา ก. ปกติรับสายคุยกันปกติหยอกเล่นกวนตีนกันเหมือนเดิม วันนั้นเราไปเที่ยวกับเพื่อนทั้งกลุ่มซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มกันกับ ก. สนิทกันทุกคน มีแต่ ก. ที่ต้องทำงาน แต่บอกเราว่าจะตามไปหลังเลิกงาน แต่ระหว่างวันเราทักแชทไป ก.ไม่เปิดอ่านเลย จนเลิกงานเราทักไปถามว่ามาอีกมั้ย ก. ก็บอกว่ายุ่งไม่ได้ตามไปแล้ว เราก็บอกไม่เป็นไรเราบอกว่าเรากลับไปเราค่อยโทรหา พอเรากลับเราโทร ก. ตัดสาย และปิดเครื่อง คืนนั้นเราไปนั่งกินต่อกับเพื่อนเราเปิดใจคุยกับเพื่อนเรื่อง ก. เพราะเราอึดอัด เพื่อนที่นั่งด้วยสนิทรับรุ้เรื่องมาตลอดปัญหามาตลอดและเพื่อนพยายามเชื่อมเป็นคนกลางให้เราทั้งคู่มาตลอดเพราะเรากับ ก. มีปัญหาเดิมจนมันตันมากแล้ว จนครั้งนี้เพื่อนก็อาสาเชื่อมความสัมพันธ์ให้อีกครั้งแต่ครั้งนี้คำตอบที่ได้จาก ก. คือ เหนื่อยจริงๆไม่ไหวแล้วจน ก. ขอจบทุกอย่างกับเราด้วยเหตุผลที่ถึงทางตันกับปัญหาเดิม หลังจากวันนั้นมาทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดทั้งเราและ ก. จากที่ปกติเราจะเที่ยวกันกลุ่มเพื่อนไปไหนมาไปกันทั้งกลุ่ม เรากับ ก.  2 คนไม่ออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบแต่กับเพื่อนมีคุยกันในแชทกลุ่มเหมือนเดิม แต่ก็คุยน้อยกว่าเดิม เราเลือกที่จะเก็บตัวอยุ่ห้องส่วน ก.ก็ไปอยุ่สังคมเพื่อนกลุ่มอื่น ใช้ชีวิตเละเทะกว่าเดิม แต่หลังจากวันนั้นมาเราก็ยังโทรหา ก.เหมือนเดิม ก. ก็รับสายบ้างนะถ้าว่างแต่คุยกันครั้งนึงไม่ถึง 1 นาที แต่ ก. ไม่เคยโทรหาเราเลยไม่เคยถามเราเลยแชทก็ไม่ค่อยตอบจนผ่านไป 10 วัน ก. ต้องเข้ามาเอาของที่ห้องเรา คืนนั้น ก. พูดคำว่าเลิกอีกครั้งด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้ากลับมาดีกันแล้ว ก. ทำตัวเหมือนเดิมเราก็ต้องเสียใจน้อยใจอีกเลยไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบเดิมขึ้นอีก และคำพูดคืนนั้น ก. ก็ยังถามถึงเราเพราะเรานัดจะกลับบ้านญาติช่วงกรานต์พร้อมกันว่าจะกลับพร้อมกันว่าเรากลับยังไงและเคยสัญญาว่าจะซื้อของให้เราก็เอาเงินให้เราไปซื้อของ เราจะไม่เอาแต่ ก.บอกว่าสัญญาไว้แล้ว เรายังรู้สึกดีด้วยซ้ำ คำบอกเลิกคืนนั้นกับสายตาและน้ำเสียงเราดูว่า ก. ก็เสียใจ เรากอด ก. ส่วน ก.เองก็กอดกลับเอามือลูบหัวเรา แล้วเราเองพยายามพูดให้เข้าใจอีกครั้งว่าทิ้งเรื่องที่ผ่านมาแล้วเริ่มต้นใหม่ให้อดีตเป็นบทเรียนปรับความเข้าใจใหม่ เรากับ ก. ไม่มีเรื่องนอกใจแต่เพราะความไม่เข้าใจกันจริงๆและเรื่องเดิมจริงๆมันเล็กน้อยมาก ก. รับฟังนะแต่บอกว่าถ้าจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ต้องใช้เวลาสักพัก แต่จริงๆแล้ว ก. โกรธเรามากเพราะเราเคยประชดหาเรื่องที่เราหาว่านอกใจ ก. ว่าเราดูถูกเขาทั้งที่เขาไม่ได้ทำเรื่องอื่นยอมรับผิดหมด แต่เรื่องนี้ ก. โกรธเราจริงๆ แต่หลังจากวันนั้นเราโทร ก. ก็ยังรับสายคุยบ้างเหมือนเดิม แต่เนี่ยตอนนี้ 4 วันแล้วเราโทรหาไม่รับ แชทไม่อ่านทั้งที่ออนอยู่....หรือครั้งนี้มันจบแล้วจริงๆ ก.คงตัดสินใจแล้วจริงๆ

*** เราอายุ 31 แฟนอายุ 30
เหตุผลที่ไม่อยากเลิก เพราะเราเคยผิดหวังเรื่องความรักมาทั้งคู่จนปล่อยให้ตัวเองต่างโสดกันมาหลายปีและครั้งนี้ที่ตัดสินใจเปิดใจเลือกกันทั้งคู่ เพราะต่างยอมเปิดใจเพื่อมองอนาคตชีวิตคู่ ทั้งคู่ผ่านปัญหาในชีวิตมาหลายเรื่องๆจนมีบทเรียนให้คิดได้หลายๆเรื่อง มองอนาคตระยะยาวกันทั้งคู่ เรื่องที่เกิดขึ้นต่างคนต่างยอมรับผิดในส่วนของตัวเองหมด แต่ดูเหมือนว่า ก. กลัวมากกว่าว่าถ้าเริ่มต้นใหม่จะมีปัญหาเดิมเข้ามาอีกเลยยอมตัดใจทีเดียว แต่ตอนนี้เราพูดแล้วว่าเราเองก็เอาเรื่องที่ผ่านมาไว้เป็นบทเรียนแล้วถอยกันคนละก้าว ปรับตัวเองกันใหม่ให้ต่างคนต่างเข้าใจการใช้ชิวิตของอีกฝ่ายมากกว่าเดิม ตอนนี้เรายังพร้อมจะเปิดใจคุยอีกครั้งนะ แต่ ก. เหมือนไม่พร้อมแล้วไม่เปิดใจเรื่องนี้แล้ว เรารู้เลยว่า ก. ไม่อยากเหนื่อย ก. คงเหนื่อยมากแล้วเหมือนเราเข้าไปภาระให้เขาเหนื่อยเพิ่มจากเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอีก
_ถึง ก.จะไม่หวานไม่โรแมนติก แต่ ก.เป็น ผช.ที่อยู่ด้วยทำให้เรามีความสุขได้ ลึกๆ ก.ก็ยังมีมุมน่ารักกับแฟน ยังอบอุ่นเวลาอยู่ด้วยกัน
_ถึง ก. จะอารมร้อนแต่ก็เป็นคนมีเหตุผลมีมุมมองความเป็นผู้ใหญ่ในเรื่องการมองอนาคตตัวเอง อนาคตครอบครัว
_ถึง ก.จะไม่ค่อยใส่ใจ แต่จริงๆแล้วเวลาทะเลาะกัน ก.จะเป็นฝ่ายตามเราทุกครั้ง โดยให้ต่างคนต่างใจเย็นกันทั้งคู่แล้วกลับมาคุยกันใหม่
ส่วนตัวเราเองเรารู้ตัวว่าที่ผ่านมาเราก็ทำตัวเองงี่เง่าเอาแต่ใจเกินเพราะจากที่ ก.เคยงัอเคยตามใจจนเราเคยตัว เราไม่เข้าใจ ก.เองทั้งที่ ก.พยายามปรับตัวเองเพื่อเราแล้ว จน ก.เองคงหมดความอดทนกับปัญหาเดิมที่เราหาเรื่องตลอดทั้งที่คบกัน ก.ไม่เคยชวนทะเลาะเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะต่างคนต่างทำงานเหนื่อยจน ก.เองคงจะคิดว่าไม่อยากเหนื่อยกับเรื่องเราแล้วเลยเลือกที่จะจบปัญหาโดยการจบแบบนี้
... แต่สำหรับเราเองเรายังเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราก็ยังมีเหตุผลพอที่จะมองปัญหาที่เกิดขึ้นและเปิดใจพร้อมปรับตัวเองใหม่ แต่คงสายไปแล้วตอนนี้
...แต่เราสงสัยเวลาที่ไม่กี่วันที่ ก.บอกเลิกเองครั้งแรก ก.เสียใจมาก แต่ผ่านไป 2 วันทำไม ก.ถึงเปลี่ยนไปคนล่ะคน
และตอนนี้เราพยายามง้อทุกวิถีทางแล้ว แสดงความห่วงใยส่งข้อความเปิดใจปรับความเข้าใจ ก.ไม่มีการตอบกลับมาเลย เราคิดว่าเรื่องเรากับ ก.ไม่มีเรื่องนอกใจแต่เพราะความไม่เข้าใจกันจริงๆจนถึงทางตัน แต่เรายังคิดว่ามันยังสามารถเปิดใจคุยกันใหม่ได้อีกอยุ่ทึ่เรา 2 คนจริงๆ

*** เราอยากถามทุกคนว่าเราควรทำไงดี เราควรปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพักก่อนให้ต่างคนต่างคิดได้มากกว่านี้หรือจะจบไปเลยจริงๆ
แต่ที่เรากลัวเพราะ ก.เป็นคนใจแข็งมากตอนนี้ยอมจบทุกอย่างทั้งรู้ว่าต่างคนต่างเสียใจ

**** ขอโทษที่เขียนยาวแต่เราอยากระบายอยากเล่าที่มาที่ไปจริงๆ****
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่