คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
อันดับแรก ขอชื่นชมนะคะที่กล้าถามและกล้าศึกษาวิธีป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อพ่อแม่ค่ะ
ยาเม็ด: กินเม็ดแรกหลังจากวันแรกที่ประจำเดือนมาค่ะ แล้วก็ต้องกินให้ตรงเวลานะคะ กินทุกวัน ในกล่องจะให้มา 22 เม็ด แล้วหยุดกิน 7 วัน แล้วก็กินกล่องถัดไปทันทีไม่ว่าประจำเดือนจะมาแล้วหรือยัง บางยี่ห้อ มี 28 เม็ด เพราะอีก 6 เม็ด เป็นแป้งเปล่าค่ะ กินกล่องแรกยังไม่คุม 100% ต้องใส่ถุงยางป้องกันก่อนนะคะ ส่วนถ้าไม่มั่นใจลองปรึกษาเภสัชกรดูค่ะ #ยาเม็ดเหมาะกับคนมีวินัยค่ะ
ยาคุมฉุกเฉิน : ชื่อบอกอยู่แล้วว่ากรณีฉุกเฉินค่ะ ห้ามกินเพื่อคุมทุกวันเพราะจะอันตรายต่อร่างกายค่ะ เสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งค่ะ ยาจะบอกกำกับอยู่แล้วว่าห้ามกิน 2 ครั้ง/เดือน ทางที่ดีอย่าใช้เลยดีกว่าถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ
ยาฉีด : ตาม รพ.รัฐทั่วไปเค้ามักฉีดแบบ 3 เดือนให้ค่ะ ซึ่งตัวนี้ก็อันตรายอยู่ค่ะถ้าฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลให้มดลูกแห้ง ต้องเว้นระยะฉีดด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้กระดูกพรุนค่ะ แต่ถ้าหยุดฉีดก็ไม่เป็นอะไรค่ะ การฉีดที่มีประสิทธิภาพคือ ฉีดหลังวันที่ประจำเดือนมาวันแรกค่ะ แต่ถ้าไปฉีดตอนประจำเดือนยังไม่มา พยาบาลเค้าจะให้ตรวจปัสสาวะก่อนค่ะ ว่าตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า เพราะยาเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ค่ะ ฉีดในเวลาราชการก็เสียเงินกับยาไม่เกิน 200 ค่ะ แต่เราเคยไปฉีดนอกเวลาราชการ เสียเงินอยู่ที่ 450บ.ค่ะ
ยาฝัง: ตอนนี้ทาง รพ.กำลังรณรงค์ให้คุมด้วยวิธีนี้ค่ะ และฝังฟรีด้วยนะคะ ถ้าหมดช่วงเค้าไปแล้วเสียเงินเองยาตัวนี้ค่อนข้างแพงค่ะ หลักพัน ซึ่งการฝังมีคุมแบบ 3ปี 5ปีค่ะ ตัวนี้ประสิทธิภาพสูงสุด ณ ตอนรี้ค่ะ และอันตรายน้อยสุดค่ะ แต่จะมีผลข้างเคียงคือประจำเดือนไม่มาค่ะ
ถุงยาง: ป้องกันได้ทั้งโรคและไม่ท้อง ถ้าถุงไม่รั่ว ถุงรั่วหรือไม่ ต้องดูที่กล่องว่าหมดอายุหรือยัง อย่าคิดพิเลน ใส่ถุงซ้อนสองชั้น นั่นยิ่งทำให้รั่วง่ายเพราะยางเสียดสีกันมันเกิดความร้อนทำให้ยาฃขาดได้จ้า
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่เอานั่นเอง
แต่สมัยนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ถ้าคิดว่าคุมตัวเองไม่ได้ก็ต้องศึกษาและป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามานั่งเครียดและมาตามแก้ทีหลัง
เอาเพื่อสนุกแล้วท้องป่องมามันสร้างภาระให้สังคมจ้า คือมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองจะสอนคนหนึ่งคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพต่อสังคมได้ ในเมื่อเรื่องง่ายๆความรับผิดชอบต่อตนเองยังทำไม่ได้
ยาเม็ด: กินเม็ดแรกหลังจากวันแรกที่ประจำเดือนมาค่ะ แล้วก็ต้องกินให้ตรงเวลานะคะ กินทุกวัน ในกล่องจะให้มา 22 เม็ด แล้วหยุดกิน 7 วัน แล้วก็กินกล่องถัดไปทันทีไม่ว่าประจำเดือนจะมาแล้วหรือยัง บางยี่ห้อ มี 28 เม็ด เพราะอีก 6 เม็ด เป็นแป้งเปล่าค่ะ กินกล่องแรกยังไม่คุม 100% ต้องใส่ถุงยางป้องกันก่อนนะคะ ส่วนถ้าไม่มั่นใจลองปรึกษาเภสัชกรดูค่ะ #ยาเม็ดเหมาะกับคนมีวินัยค่ะ
ยาคุมฉุกเฉิน : ชื่อบอกอยู่แล้วว่ากรณีฉุกเฉินค่ะ ห้ามกินเพื่อคุมทุกวันเพราะจะอันตรายต่อร่างกายค่ะ เสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งค่ะ ยาจะบอกกำกับอยู่แล้วว่าห้ามกิน 2 ครั้ง/เดือน ทางที่ดีอย่าใช้เลยดีกว่าถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ
ยาฉีด : ตาม รพ.รัฐทั่วไปเค้ามักฉีดแบบ 3 เดือนให้ค่ะ ซึ่งตัวนี้ก็อันตรายอยู่ค่ะถ้าฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลให้มดลูกแห้ง ต้องเว้นระยะฉีดด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้กระดูกพรุนค่ะ แต่ถ้าหยุดฉีดก็ไม่เป็นอะไรค่ะ การฉีดที่มีประสิทธิภาพคือ ฉีดหลังวันที่ประจำเดือนมาวันแรกค่ะ แต่ถ้าไปฉีดตอนประจำเดือนยังไม่มา พยาบาลเค้าจะให้ตรวจปัสสาวะก่อนค่ะ ว่าตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า เพราะยาเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ค่ะ ฉีดในเวลาราชการก็เสียเงินกับยาไม่เกิน 200 ค่ะ แต่เราเคยไปฉีดนอกเวลาราชการ เสียเงินอยู่ที่ 450บ.ค่ะ
ยาฝัง: ตอนนี้ทาง รพ.กำลังรณรงค์ให้คุมด้วยวิธีนี้ค่ะ และฝังฟรีด้วยนะคะ ถ้าหมดช่วงเค้าไปแล้วเสียเงินเองยาตัวนี้ค่อนข้างแพงค่ะ หลักพัน ซึ่งการฝังมีคุมแบบ 3ปี 5ปีค่ะ ตัวนี้ประสิทธิภาพสูงสุด ณ ตอนรี้ค่ะ และอันตรายน้อยสุดค่ะ แต่จะมีผลข้างเคียงคือประจำเดือนไม่มาค่ะ
ถุงยาง: ป้องกันได้ทั้งโรคและไม่ท้อง ถ้าถุงไม่รั่ว ถุงรั่วหรือไม่ ต้องดูที่กล่องว่าหมดอายุหรือยัง อย่าคิดพิเลน ใส่ถุงซ้อนสองชั้น นั่นยิ่งทำให้รั่วง่ายเพราะยางเสียดสีกันมันเกิดความร้อนทำให้ยาฃขาดได้จ้า
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่เอานั่นเอง
แต่สมัยนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ถ้าคิดว่าคุมตัวเองไม่ได้ก็ต้องศึกษาและป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามานั่งเครียดและมาตามแก้ทีหลัง
เอาเพื่อสนุกแล้วท้องป่องมามันสร้างภาระให้สังคมจ้า คือมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองจะสอนคนหนึ่งคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพต่อสังคมได้ ในเมื่อเรื่องง่ายๆความรับผิดชอบต่อตนเองยังทำไม่ได้
แสดงความคิดเห็น
ขอวิธีใช้ยาคุมกำเนิดหน่อยค่ะ