คุยกับคนคนนึงมาเกือบปี
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีสถานะ ไม่มีอะไรชัดเจนเลย
เคยเจอกัน เคยใช้เวลาร่วมกัน ไม่มีอะไรเกินเลย
วิถีชีวิตก็ต่างคนต่างมีหน้าที่อยู่คนละที่ แต่คุยกันก่อนนอน ปลุก รับรู้เรื่องดีๆเรื่องแย่ๆ แทบจะทุกอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้ ตอนอยู่ด้วยกันจะมองว่าเหมือนแฟนกันไหม มันก็ไม่ใช่
คนรอบตัวเพื่อนๆเรา รู้จักเขาในฐานะรุ่นน้องที่คุยกันอยู่มาตลอด
เคยคุยเรื่องสถานะกันก็หลายครั้งเหมือนกัน
แต่ก็ได้ข้อสรุปกันทุกครั้งว่า “มีกันแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว”
ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่างให้โอเค แต่มีข้อเสียตรงเรื่องการใช้คำพูด(ไม่หยาบคายแต่รุนแรงต่อความรู้สึกคนฟัง)และความรู้สึกนี่แหละ
เราไม่ค่อยรู้สึกกับอะไรเลย มันเป็นกราฟเส้นตรงไปเลยกับทุกเรื่อง ส่วนใหญ่จะใช้ความคิดมากกว่า
จนเมื่อไม่กี่วันมานี้เราใช้ความรู้สึกดูจริงๆ เรารู้ตัวว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่โอเคเลย เรารู้สึกไม่โอเค ทั้งๆที่มันก็เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมา
ลองทบทวนดูจริงๆก็ได้คำตอบ ว่าก่อนหน้านี้ที่เคยจะเลิกคุยกัน 2-3 ครั้ง
มันก็มีความรู้สึกแบบนี้เข้ามาแหะ แต่พอฮีลตัวเองได้ก็คุยกับเขา ทำตัวกับเขาได้เหมือนปกติทุกครั้ง
แล้วก็มานั่งพูดเรื่องความสัมพันธ์กันก็วนลูปแบบเดิม
ล่าสุดเราตัดสินใจบอกเขาไปว่าเป็นพี่น้องกันไปเนอะ
เราก็เหมือนเดิม ยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม แต่เข้าใจเขานะว่าการที่ยอมรับอะไรแบบนี้ หลังจากนั้นมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก
เรารู้ แต่ถ้าจะให้เรานิ่งเฉยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เราก็รู้ตัวเองดีว่าเราก็คงต้องรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม
บางครั้งในความไม่ชัดเจน มันก็มีความชัดเจนอยู่แล้วแหละ
อยู่ที่จะยอมรับความรู้สึกกันจริงๆได้ไหมเท่านั้น
ถ้าการที่ต้องอยู่ในความคลุมเครือแบบนี้แล้วทำให้มีกันได้ตลอดไป มันก็คงเป็นเรื่องของการกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ไปแล้วละ
มันคงเป็นความรักไม่ได้ เพราะคงคิดทบทวนไตรตรองไว้ดีแล้ว
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่เจอสถานการณ์หรือตกอยู่ในหวงความสัมพันธ์ความรู้สึกแบบนี้ ผ่านมันไปได้ด้วยดีนะ
ตัวเราเองเดี๋ยวก็ฮีลตัวเองกลับมาได้แหละมั้ง
(ขอไม่พูดถึงรายละเอียดของตัวน้องแล้วกันนะ มันจะมาจากมุมมองของเราคนเดียว
มันไม่แฟร์สำหรับน้อง)
ต้องยอมรับความชัดเจน ในความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีสถานะ ไม่มีอะไรชัดเจนเลย
เคยเจอกัน เคยใช้เวลาร่วมกัน ไม่มีอะไรเกินเลย
วิถีชีวิตก็ต่างคนต่างมีหน้าที่อยู่คนละที่ แต่คุยกันก่อนนอน ปลุก รับรู้เรื่องดีๆเรื่องแย่ๆ แทบจะทุกอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้ ตอนอยู่ด้วยกันจะมองว่าเหมือนแฟนกันไหม มันก็ไม่ใช่
คนรอบตัวเพื่อนๆเรา รู้จักเขาในฐานะรุ่นน้องที่คุยกันอยู่มาตลอด
เคยคุยเรื่องสถานะกันก็หลายครั้งเหมือนกัน
แต่ก็ได้ข้อสรุปกันทุกครั้งว่า “มีกันแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว”
ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่างให้โอเค แต่มีข้อเสียตรงเรื่องการใช้คำพูด(ไม่หยาบคายแต่รุนแรงต่อความรู้สึกคนฟัง)และความรู้สึกนี่แหละ
เราไม่ค่อยรู้สึกกับอะไรเลย มันเป็นกราฟเส้นตรงไปเลยกับทุกเรื่อง ส่วนใหญ่จะใช้ความคิดมากกว่า
จนเมื่อไม่กี่วันมานี้เราใช้ความรู้สึกดูจริงๆ เรารู้ตัวว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่โอเคเลย เรารู้สึกไม่โอเค ทั้งๆที่มันก็เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมา
ลองทบทวนดูจริงๆก็ได้คำตอบ ว่าก่อนหน้านี้ที่เคยจะเลิกคุยกัน 2-3 ครั้ง
มันก็มีความรู้สึกแบบนี้เข้ามาแหะ แต่พอฮีลตัวเองได้ก็คุยกับเขา ทำตัวกับเขาได้เหมือนปกติทุกครั้ง
แล้วก็มานั่งพูดเรื่องความสัมพันธ์กันก็วนลูปแบบเดิม
ล่าสุดเราตัดสินใจบอกเขาไปว่าเป็นพี่น้องกันไปเนอะ
เราก็เหมือนเดิม ยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม แต่เข้าใจเขานะว่าการที่ยอมรับอะไรแบบนี้ หลังจากนั้นมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก
เรารู้ แต่ถ้าจะให้เรานิ่งเฉยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เราก็รู้ตัวเองดีว่าเราก็คงต้องรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม
บางครั้งในความไม่ชัดเจน มันก็มีความชัดเจนอยู่แล้วแหละ
อยู่ที่จะยอมรับความรู้สึกกันจริงๆได้ไหมเท่านั้น
ถ้าการที่ต้องอยู่ในความคลุมเครือแบบนี้แล้วทำให้มีกันได้ตลอดไป มันก็คงเป็นเรื่องของการกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ไปแล้วละ
มันคงเป็นความรักไม่ได้ เพราะคงคิดทบทวนไตรตรองไว้ดีแล้ว
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่เจอสถานการณ์หรือตกอยู่ในหวงความสัมพันธ์ความรู้สึกแบบนี้ ผ่านมันไปได้ด้วยดีนะ
ตัวเราเองเดี๋ยวก็ฮีลตัวเองกลับมาได้แหละมั้ง
(ขอไม่พูดถึงรายละเอียดของตัวน้องแล้วกันนะ มันจะมาจากมุมมองของเราคนเดียว
มันไม่แฟร์สำหรับน้อง)