พ่อก็แค่เห็นว่าโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่นั้นไม่ดี ไม่มีคุณภาพ และลูกก็อายุ 12 ปี ย่าง 13 ปี น่าจะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนสิทธิการปกครองบุตรของแม่ให้เป็นของพ่อ และที่สำคัญ ที่แม่โทรมาต่อว่าและกล่าวหาว่าพ่อไปกีดกันการทำหน้าที่ของแม่ในการส่งเสียเรื่องค่าเล่าเรียนของลูก หรือการวางแผนอนาคตทางการศึกษาอะไรให้กับลูกนั้น พ่อว่าแม่ทำเกินกว่าเหตุ
1. ลูกเกลียดแม่มากที่กีดกันไม่ให้ลูกมาอยู่กับพ่อ
2. ลูกวางแผนให้พ่อพาหนีเอง พ่อก็ทำไรไม่ได แค่เปิดประตูรถ ลูกก็ขึ้นตามมาเอง
3. ลูกต้องมีที่เรียน หากมาอยู่กับพ่อ พ่อก็ทำหน้าที่ส่งเสริมการศึกษาให้ลูก แม่ก็ควรมาส่งเสียเรื่องค่าเล่าเรียนของลูก จะได้ไม่เป็นการขัดขวางการวางแผนทางการศึกษาของลูกตามเจตนารมณ์ของแม่ไง
4. หากพ่อเลวโรงเรียนก็คงไม่รับสมัครสอบลูกจนสอบได้ห้องking เป็นสุดยอดของโรงเรียนระดับจังหวัดแน่นอน
5. ที่แม่โทรมาด่าว่านึกว่าจะพาลูกไปเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ แบบมีโควต้าก็รีบแย่งลูกไปเลยนะ บอกเลยว่า ไม่ใช่โรงเรียนอินเตอร์ไร แต่ลูกพอใจเรียนโรงเรียนนี้ แม้ไม่มีการแข่งขันด้านภาษาต่างชาติ เหมือนโรงเรียนที่แมฝากลูกเข้าเรียน แต่พ่อคิดว่าแม่ควรสบายใจ เพราะพ่อเป็นคนเลือกให้ลูกเอง โดยเมียใหม่พ่อเป็นคนฝากให้ และผู้อำนวยการก็รับรองว่าเรียนได้ ไม่ผิดกฏหมายอะไร แม่ก็น่าจะสบายใจที่ไม่ต้องเลี้ยงลูกในช่วงที่แม่ประสบอุบัติเหตุเช่นนี้
สรุปน่ะ แม่หยุดฟ้องเถอะ ถอนฟ้องสะ ดีกว่าไปเสียค่าทนายหลายๆ รอบ จ่ายไปกี่หมื่นแล้ว ขึ้นศาลทนายก็เรียกอีก เอาเงินไปหาผัวดีๆ สักคน ดูแลแม่ยามแก่ดีกว่า ดูอย่างพ่อสิ รวยมีเงินมีสาวๆ มาทำหน้าที่ทั้งเป็นเมียและแม่ของลูกในเวลาเดียวกัน บอกตรงๆ แบบนี้ดีกว่าไหมจะคุณแม่ช่างฟ้อง
แม่ของลูกอ้างกับโรงเรียนว่า พ่อไปขัดขวางการวางแผนทางการศึกษาให้กับลูก มันแรงไปไหม!
1. ลูกเกลียดแม่มากที่กีดกันไม่ให้ลูกมาอยู่กับพ่อ
2. ลูกวางแผนให้พ่อพาหนีเอง พ่อก็ทำไรไม่ได แค่เปิดประตูรถ ลูกก็ขึ้นตามมาเอง
3. ลูกต้องมีที่เรียน หากมาอยู่กับพ่อ พ่อก็ทำหน้าที่ส่งเสริมการศึกษาให้ลูก แม่ก็ควรมาส่งเสียเรื่องค่าเล่าเรียนของลูก จะได้ไม่เป็นการขัดขวางการวางแผนทางการศึกษาของลูกตามเจตนารมณ์ของแม่ไง
4. หากพ่อเลวโรงเรียนก็คงไม่รับสมัครสอบลูกจนสอบได้ห้องking เป็นสุดยอดของโรงเรียนระดับจังหวัดแน่นอน
5. ที่แม่โทรมาด่าว่านึกว่าจะพาลูกไปเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ แบบมีโควต้าก็รีบแย่งลูกไปเลยนะ บอกเลยว่า ไม่ใช่โรงเรียนอินเตอร์ไร แต่ลูกพอใจเรียนโรงเรียนนี้ แม้ไม่มีการแข่งขันด้านภาษาต่างชาติ เหมือนโรงเรียนที่แมฝากลูกเข้าเรียน แต่พ่อคิดว่าแม่ควรสบายใจ เพราะพ่อเป็นคนเลือกให้ลูกเอง โดยเมียใหม่พ่อเป็นคนฝากให้ และผู้อำนวยการก็รับรองว่าเรียนได้ ไม่ผิดกฏหมายอะไร แม่ก็น่าจะสบายใจที่ไม่ต้องเลี้ยงลูกในช่วงที่แม่ประสบอุบัติเหตุเช่นนี้
สรุปน่ะ แม่หยุดฟ้องเถอะ ถอนฟ้องสะ ดีกว่าไปเสียค่าทนายหลายๆ รอบ จ่ายไปกี่หมื่นแล้ว ขึ้นศาลทนายก็เรียกอีก เอาเงินไปหาผัวดีๆ สักคน ดูแลแม่ยามแก่ดีกว่า ดูอย่างพ่อสิ รวยมีเงินมีสาวๆ มาทำหน้าที่ทั้งเป็นเมียและแม่ของลูกในเวลาเดียวกัน บอกตรงๆ แบบนี้ดีกว่าไหมจะคุณแม่ช่างฟ้อง