เมื่อต้องตัดใจจากคนไม่ดี

สวัสดีค่ะ เพื่อนชาวพันทิป เรามีประสบการณ์เกี่ยวกับชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังจะมาเล่าให้ฟังค่ะ เริ่มเลยนะคะ

เรากับสามีแต่งงานกันมาได้เกือบ 4 ปีละค่ะ รวมคบกันก่อนแต่งปีกว่าๆ รวมๆแล้วจนถึงปัจจุบันก็ประมาณ 5 ปี บ้านเราอยู่ใกล้กันค่ะ คนละหมู่บ้าน แต่เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน ที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อน ถึงแม้ว่าบ้านจะอยู่ใกล้กันก็ตาม จนกระทั่งบังเอิญได้มาเจอกันวันสงกรานต์ เค้ามาจีบเรา และตอนนั้นเราเองก็ไม่มีใคร เราเข้าใจค่ะว่า ช่วงแรกๆ เป็นช่วงโปรโมชั่น อะไรๆก็ดีทุกอย่าง เราก็เลยค่อนข้างไม่ค่อยที่จะให้ใจเค้าเท่าไหร่ อีกทั้ง หมูบ้านที่เค้าอยู่นั้น เลื่องลือเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย นี่คงเป็นเหตุผลนึงที่เราไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อน เพราะเค้าอยู่หมู่บ้านนี้ แล้วเรากลัว ที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยเรียน จนกระทั่งเรียนจบ (อ่อลืมบอกไป เราเจอเค้าตอนที่เราเรียนจบและทำงานแล้วนะคะ ) เราไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับคนในหมู่บ้านนี้เลยค่ะ แม้จะอยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน จนมาเจอเค้า บอกตรงๆแรกๆก็หวั่นๆ แอบหลอกถามประวัติเค้า เค้าก็เหมือนจะบอกนะคะ แต่ก็บอกไม่หมด บอกแต่งว่า ขอให้มองที่ปัจจุบันก็พอ บอกตามตรง ไม่รู้อะไร ตอนนั้น เราก็ไม่คิดจะสืบประวัติอะไรเค้าอีก อาจจะด้วยความที่พ่อแม่ของเค้าเป็นคนดีมากๆ ดีกับเรามากๆเลย แล้วเค้าเองก็ดีกับเรามากๆเช่นกัน แล้วก็ดีเสมอต้นเสมอปลายตลอดในระยะเวลา 1 ปีที่คบกัน ตอนคบแรกๆ เค้าไม่มีงานทำค่ะ เรากลัวว่าพ่อกับแม่ของเราจะไม่ยอมให้คบกัน เราเลยให้น้องเราฝากงานให้เค้าทำ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตอนนั้นเหมือนทุกอย่างมันลงตัวหมด โปรโมชั่นของเค้าก็ไม่มีวี่แววจะหมด เค้ายัง รับ-ส่งเราไปทำงาน ทุกวันที่เค้าหยุดงาน เค้าให้เราเป็นคนเก็บเงิน และควบคุม คชจ ทุกบาททุกสตางค์ จนเราทั้งคู่ตกลงแต่งงานกัน ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ ทางบ้านเค้ามาสู่ขอตามพิธี ได้แต่งงาน ได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนกับที่สาวๆหลายๆคนวาดฝันกันไว้ ชีวิตหลังแต่งงานเหมือนจะไปด้วยดีค่ะ เรามีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายๆกัน ชอบกินอาหารประเภทเดียวกัน ชอบดูหนัง ชอบเที่ยวต่างจังหวัด ชีวิตคู่ดูเหมือนจะราบรื่นดีค่ะ มีทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่เคยโกรธกันข้ามวัน เราถือคติว่า ถ้าโกรธแล้วไม่มีความสุข อย่าโกรธนาน ดังนั้น เมื่อเค้ามาง้อ มาคุยด้วยก่อน เราก็จะหายโกรธและคุยกับเค้าตามปกติค่ะ เราเป็นคนชอบอ่าน อ่านโน่นอ่านนี่ ยิ่งเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคู่ ทำอย่างไรให้ชีวิตคู่อยู่ยาวนาน อ่านแล้วก็ชอบมาปฏิบัติตาม เราจะบอกรักกันเสมอ เหมือนเป็นคำทักทายในแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ทุกครั้งที่เค้าจะไปทำงาน เค้าก็จะหอมแก้ม ก่อนไปตลอด เป็นแบบนี้มาตลอด 3 ปีที่คบกันค่ะ มีทะเลาะบ้างนะคะ แต่ขอไม่ลงรายละเอียด มันก็แน่นอนอะเนอะ ชีวิตคู่เหมือนลิ้นกับฟัน ก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง จนกระทั่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เค้าเริ่มมาพฤติกรรมแปลกๆ เช่น อยู่ไม่นิ่ง อาการเหมือนคนปวดฉี่ตลอดเวลา จนบางครั้งเราต้องถามเลยว่าปวดฉี่หรือเปล่า ทำไมไม่ไปฉี่ เค้าก็จะบอกว่าไม่นะ ไม่ปวด ในแต่ละคืน ก็เริ่มนอนดึก บางคืนไม่นอนเลย บางทีเราตื่นมากลางดึก เห็นเค้านั่งอยู่ปลายเตียง นั่งรื้อลำโพงมาประกอบใหม่บ้าง รื้อนาฬิกาบ้าง พอเราถามว่าทำไมไม่นอน เค้าก็อ้างว่า หัวค่ำนอนไปเยอะแล้ว เวลาวันหยุด ก็จะนอน นอนทีละนานๆ เหมือนซ้อมตายอะค่ะ เป็นแบบนี้มาอยู่ 2 อาทิตย์ ความมุ้งมิ้ง ความขี้แกล้งของเค้าก็เริ่มหายไป จนเรารู้สึกได้ เราจึงตัดสินไป ไปหลอกถามเพื่อนของเค้า สมัยที่เรียนช่างด้วยกัน ว่าคนติดยาจะมีอาการยังไงเหรอ คือยอมรับเลยค่ะ ว่าเราไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ แม้แต่หน้าตาของยาเสพติดแต่ละชนิดเป็นยังไงก็ไม่เคยเห็น เคยเห็นแต่ในทีวี ซึ่งยอมรับเลยว่าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว พอเพื่อนเค้าเล่าอาการของคนติดยาให้ฟัง ค่ะ ใช่เลยค่ะ ทุกอย่างที่เพื่อนเค้าเล่า เป็นอาการเดียวกับสามีเราในตอนนี้เลยค่ะ เรากลับมาบ้านวุ่นวายใจมาก ตอนนั้นเค้าอยู่ที่ทำงาน กำลังจะเลิกงานละ เราตัดสินใจไลน์ไปถามเลยค่ะ ว่าเค้าเสพยาหรือเปล่า เค้าอ่านค่ะ แต่ไม่ตอบ เรารู้ได้ในทันทีว่าชัวร์ ตอนนั้น ด้วยความโกรธ บวกกับความผิดหวัง เราตัดสินใจเก็บข้าวของกลับบ้านเลยค่ะ ลืมบอกไป หลังแต่งงานแล้ว เราย้ายมาอยู่บ้านสามีค่ะ พ่อกับแม่สามีน่ารักมากๆ ต่อค่ะ ในขณะที่เราเก็บของ ไม่ถึงชั่วโมง เค้ากลับมาถึงบ้านพอดี เค้าทำหน้าเศร้า คุกเข่าตรงหน้าเรา บอกว่าขอโทษ เค้าพลาดไปแล้ว แต่เค้าจะเลิก ขอเวลาเค้าหน่อย แต่อย่าจากเค้าไป เค้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา ตอนนั้น ความโกรธมันจางลงแล้ว เราก็เลยใจอ่อนค่ะ ถามเค้าว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เค้าบอกว่า ขอเวลา 1 เดือน โอเครค่ะ พอรับได้ แต่เพื่อนๆค่ะ 1 เดือนนั้น เหมือนตกนรกเลยค่ะ พอเค้ารู้ว่าเรารู้ เค้าก็เหมือนจะทำอะไรไม่เกรงใจเราละ มีอาการฉุนเฉียวบ่อยมากๆ เราเองก็ยอมรับค่ะ ว่าตั้งแต่รู้ เราก็จี้เค้าทุกวัน ถามตลอด วันนี้เสพมั้ย จากที่เค้าตอบคำถามดีๆ ก็เริ่มโมโห หนูเองก็ใส่อารมณ์ทุกครั้งที่เค้าตอบว่าเสพ เพราะเค้าบอกว่าจะเลิกขาดทันทีไม่ได้ อะ เราก็ยอม ตลอดเวลา 1 เดือนนั้น ทะเลาะกันทุกวันเลยค่ะ เค้าเริ่มโมโหร้าย เวลาโมโห ก็ทำลายข้าวของ พีคสุดเลยค่ะ คือขับรถไปทำงาน แล้วหลับใน รถไปชนท้ายรถคนอื่น และด้วยรถขับมาเร็ว เลยหมุนไปชนแท่นแบริเออร์ รถพังยับเลยค่ะ และที่สำคัญ ประกันรถหมดได้ 2 วัน และเราลืมต่อ มัวแต่วุ่นวายใจเรื่องของเค้า ตอนนั้นเป็นทุกข์มาก รถก็ยังผ่อนไม่หมด แต่เราไม่โกรธเค้าเลยนะ เรามองว่ามันคือปัญหาของเราทั้งคู่ที่จะต้องผ่านไปด้วยกัน รถคันนั้นเป็นชื่อเราซื้อ แต่เค้าเป็นคนใช้รถ พอไม่มีรถขับไปทำงาน เค้าก็เริ่มหาข้ออ้าง ไปนอนที่ทำงาน คือที่ทำงานเค้ามีสวัสดิการห้องพักให้พนักงานค่ะ ซึ่งเค้าไม่เคยใช้สิทธิ์นั้น แต่ตอนนี้เค้าขอไปพักที่ทำงาน วันหยุดจะกลับซักครั้ง ทีนี้เลยอิสระเลยค่ะ ที่สัญญาง่าจะเลิกยา ใน 1 เดือน ก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญ เค้าแอบกลับเข้าบ้านมาตอนกลางวัน เวลาที่เราไปทำงาน โดยไม่บอกเรา แต่โป๊ะแตกค่ะ ดันลืมมือถือทิ้งไว้ ถึงว่า เราโทรหาแค่ไหนก็ไม่รับสาย พอกลับมาถึงบ้าน ถึงเห็นว่ามือถือวางอยู่ พอเราเปิดมือถือดูเท่านั้นแหละ ช๊อคเลยค่ะ เค้าถ่ายรูปไว้ เค้าไม่ได้มาคนเดียว เค้าพาผู้หญิงมาด้วย มาเอายา จากคนในหมู่บ้านเค้า แล้วมาเสพยากันในห้องนอนของเรา เราช๊อคมากเลยค่ะ ติดต่อเค้าไม่ได้ เพราะมือถือเค้าอยู่กับเรา เราก็โทหาเพื่อนที่ทำงานเค้า แล้วส่งรูปให้เพื่อนเค้าดู ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เพื่อนเค้าก็ตกใจนะ แล้วก็บอกว่า เป็นที่ทำงานด้วยกัน เล่นยาเหมือนกัน แต่ดีตรงที่มีรถขับ วันนั้นเค้าคงให้ผู้หญิงคนนั้นขับรถพามาเอายา ตอนนั้นเราเสียใจมากเลยค่ะ เราเก็บข้าวของจะกลับบ้าน แต่พ่อกับแม่เค้ากลับมาจาก ตจว พอดี ก็ห้ามไว้ ขอร้องว่าเราอย่ากลับบ้าน เพราะหากเรากลับ ลูกชายเค้าต้องเตลิดแน่ๆ ตอนนั้นเราก็สงสารพ่อกับแม่เค้านะคะ แม่เค้าร้องให้เสียใจ ที่ลูกเค้ากลับไปเล่นยาอีก ทั้งๆที่เลิกมาได้แล้ว ได้แต่งงานมีงานที่ดีทำ กำลังจะมีอนาคตที่ดีอยู่แล้ว เราก็เลยโทไปปรึกษาแม่เราค่ะ ว่าจะเอายังไงดี แม่เราเค้าก็อยากให้เรากลับค่ะ แต่ก็อดสงสารพ่อแม่เค้าไม่ได้ เพราะถ้าเรากลับ เค้าก็เหมือนตายายแก่ๆอยู่ที่บ้านกัน 2 คน เค้าบอกว่าตั้งแต่เรามาอยู่ ที่บ้านเค้ามีชิวิตชีวาขึ้นเยอะ เค้ามีลูกชายคนเดียว ที่ผ่านมาก่อนที่เค้าจะมาคบกับเรา เค้าก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้าน จนกระทั่งมาคบกับเรา มาแต่งงานกับเรานี่แหละ ลูกชายเค้าถึงดูเป็นผู้ใหญ่ มางานดีๆทำ อยู่บ้านกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ดูเป็นครอบครัวมากขึ้น เราก็อดสงสารไม่ได้ ก็เลยอยู่ต่อ โดยไม่ได้ติดต่อกับเค้าเลยนะคะ เพราะไม่รู้จะติดต่อยังไง มีแต่ฝากน้องข้างบ้านเค้าว่าให้คอยดู ถ้าเค้ากลับมา ให้รีบโทมาบอก และวันนั้นก็มาถึงค่ะ เค้ากลับมา โดยอาศัยวันที่พ่อกับแม่เค้าไม่อยู่ เช่นเคยค่ะ พาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย น้องข้างบ้านเห็นก็รีบโทมาบอกเราเลยค่ะ เราลางานกลับบ้านทันที ให้เห็นกับตา พอไปถึงเท่านั้นแหละ เค้าตกใจค่ะ แต่น่าจะด้วยเค้าเพิ่งจะเสพยากัน เราอาละวาดใส่เค้า เค้าโมโหค่ะ อาละวาดเรากลับ ไล่เราค่ะ บอกให้ออกไปจากชีวิตเค้า แล้วเค้าก็พาผู้หญิงเดินออกไป เราโทรเรียกพี่ชายกับน้องสาว และเพื่อนๆของน้องมาช่วยกันเก็บของเลยค่ะ เก็บทุกอย่าง ทีวี โฮมเทียร์เตอร์ โน๊ตบุ๊ค เครื่องเสียงทุกอย่าง เหลือแต่ห้องโล่งๆ มีแค่เตียงกับตู้เสื้อผ้า แล้วก็แอร์ ถามว่าทำไมเราถึงเอากลับหมดหรอคะ ของพวกนี้มันคือของๆเรา ที่มันเคยอยู่ในห้องรอนเราตอนก่อนแต่งงานค่ะ และเราติดว่า ถ้าเราออกมาตัวเปล่า อ้ายอีสองคนนั้น ก็คงจะสุขสบาย ซึ่งเราไม่ต้องการแบบนั้น คืนนั้นเรากลับมานอนบ้าน ร้องไห้ทั้งคืนเลยค่ะ เช้าวันถัดมา พ่อแม่เค้ากลับมาจาก ตจว เห็นว่าเราไม่อยู่แล้ว เลยโทรหาให้เราไปคุยกับเค้า เราก็ไปค่ะ เล่าให้เค้าฟังหมด แม่เค้านี่ถึงกับเป็นลมเลยค่ะ แต่สุดท้ายเค้าก็ยอมปล่อยเราออกมา พร้อมทั้งขอโทษที่ลูกชายเค้าทำกับเราขนาดนั้น เค้าบอกให้เราถอดแอร์ไปด้วย เพราะไม่งั้น ลูกชายเค้ากลับมา จะนอนสบายเกินไป และเค้าก็ไม่อยากรับผิดชอบค่าไฟด้วย เพราะที่ผ่านมา เราเป็นคนจ่ายค่าไฟค่ะ อะ เราก็โอเคร เพราะห้องเราไม่มีแอร์พอดี นับตั้งแต่เลิกกัน เค้าไม่เคยติดต่อเราอีกเลย เราก็ไม่เคยติดต่อเค้าเลยเช่นกัน เราใช้เวลาทำใจอยู่พักนึง และมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เราโชคดี มีพ่อแม่ที่น่ารัก มีพี่น้องที่ดี และมีเพื่อนๆที่ดี ทุกคนเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จะเข้ามาปลอบใจ ให้กำลังใจ เราผ่า่วงเวลานั้นไปได้อย่างรวดเร็วค่ะ แต่มันไม่จบแค่นั้นค่ะ ผ่านไป 3 เดือน หลังจากที่เลิกกัน มันวันเกิดเราพอดี เค้าติดต่อมาค่ะ ประมาณว่าจะมาอวยพรวันเกิด รอวันนี้มานานแล้ว อยากติดต่อมาตั้งนานแล้วแต่ไม่กล้า อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นเรายอมรับนะว่า เราหายโกรธเคเาแล้วหละ 3 เดือนที่ผ่านมา ความเจ็บปวดมันทุเลาลงบ้าง เราก็เลยคุยกับเค้าดีๆ เค้าขอร้องให้เราไปเจอเค้า เราก็ไปค่ะ ไปที่บ้านเค้านั่นแหละ สภาพห้องโล่งๆ ไม่มีอะไรเหมือนก่อนที่อยู่ด้วยกัน จะมีก็แต่เครื่องเสียงที่เค้าน่าจะซื้อมือสองมา วันนั้น เราคุยกันอยู่นานค่ะ เค้าสารภาพว่าวันนั้น เค้าผิด เค้าขอโทษ เค้าไม่เคยลืมเราได้ เราทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น แต่เค้าทั้งนั้นที่ทำมันพังลง เค้านั่งร้องไห้ค่ะ เราเองก็ร้องให้เหมือนกัน ยอมรับค่ะว่ายังรักเค้าอยู่ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเค้าดีกับเราเสมอ แต่ตอนนี้เค้าคนเดิมคนนั้นไม่มีอีกแล้ว แม้กระทั่งรูปลักษณ์ภายนอก เค้าผอมลงอย่างเห็นได้ชัด สิวฝ้าขึ้นเต็มหน้า เราก็อดใจไม่ได้ที่จะถามถึงผู้หญิงคนนั้น เค้าก็ยอมรับว่ายังไปมาหาสู่กันอยู่ แต่ผู้หญิงไม่ได้มาอยู่บ้านเค้า แค่มาเฉพาะวันหยุด ยอมรับค่ะ ว่าเสียใจมาก แต่สถานะตอนนั้น เราคงไม่มีสิทธิ์ที่จะไปหึงหวงเค้าไป ก็เลนถามเค้าว่าพร้ิมไปหย่าเมื่อไหร่ เค้าบอกว่าไม่อยากหย่าเลย เพราะเราคือคู่ชีวิตของเค้า เค้าอยากให้เรารอ อยากกลับมาใช้ชีวิตครอบครัวเหมือนเดิม เค้าจะเลิกยา เลิกกับผู้หญิงคนนั้น ยอมรับค่ะ ว่าใจอ่อนลง แต่ก็บอกเค้าไปค่ะว่าไม่รับปากนะ หากมีคนที่เค่ารักรักจริงๆผ่านเข้ามา เราก็จะเก็บคนนั้นไว้ ถึงตอนนั้น ขอให้หย่ากันแต่โดยดี เค้าก็ตกลงค่ะ ผ่านจากวันนั้นไปไม่กี่วัน น้องข้างบ้านเค้าที่เราสนิทด้วย ก็โทมาเล่าให้เราฟังค่ะ ว่าเค้าทะเลาะกับผู้หญิงคนนั้น ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ทะเลาะกันหน้าบ้านเลย ผู้หญิงหน้าปูดตาเขียวเลย เราก็ตกใจนะ เพราะตอนอยู่กับเรา เค้าไม่เคยแตะเราแม้แต่ปลายนิ้ว (มีแต่เรานี่แหละทำเค้า 5555) แต่ก็นะ เค้าไม่เหมือนเดิมแล้วไง มันก็คงไม่แปลกมั้ง จากนั้น เค้าก็ติดต่อเรามาเป็นระยะๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง และบอกเราว่าเลิกกับผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว เราก็มีไปแอบถามน้องข้างบ้านบ้าง ว่าเห็นผู้หญิงมาทืบ้านบ้างมั้ย น้องก็บอกว่าไม่เลย ตั้งแต่โดนซ้อมไปคราวนั้น จนสุดท้าย เมื่ออาทิตย์ก่อน เค้าให้เราไปหาที่บ้าน และบอกว่าเลิกยาแล้ว อยากกลับมาใช้ชีวิตคู่เหมือนเดิม ตอนนั้นยอมรับนะ ว่าใจอ่อนแล้ว คิดว่าจะกลับไปนั่นแหละ แต่ค่อนข้างหนักใจอยู่เหมือนกัน ว่าจะพูดกับที่บ้าน ยังไง ให้ยอมรับในตัวเค้า เพราะตั้งแต่เลิกกัน เค้าไม่เคยมารับผิดชอบในส่วนที่เค้าทำรถพัง เรากับพ่อช่วยกันออกค่าซ่อมรถ หมดไปเป็นแสน ก็ยอมรับว่าหนักใจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่