การตั้งราคาขาย น่าจะเป็นเพราะ มีโควต้าการพิมพ์สลากอยู่ที่ 80 ล้านใบ หรือไม่ ?
เป็นไปได้ไหมถ้าพิมพ์สลากเพิ่ม เป็น 100 ล้านใบ แล้วตั้งราคาขาย 100 บาท ?
ถ้าปริมาณสลากเพิ่มมากขึ้น สลากในตลาดมีมากขึ้น จะทำให้ราคาขายต่ำลงได้ไหม ?
ตามกฏอุปสงค์อุปทาน เลขสวยๆฮิตๆ ย่อมมีคนต้องการมากกว่าเลขไม่ฮิต ไม่เป็นข่าว ?
แล้วราคาขาย สมัยก่อนๆอยู่ที่กี่บาท เคยขึ้นราคาบ้างไหม ?

รูปภาพ เครดิต เพจครอบครัวไข่
ประวัติความเป็นมาของการขาสลากกินแบ่งรัฐบาล
เมื่อสมัย ร.3 การตั้งหวย โปรดเกล้าฯ ให้จีนหงตั้งโรงหวยขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น
หวยในระยะแรกจะเล่นอยู่ในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า "ฮวยหวย" (花會) แปลว่า ชุมนุมดอกไม้
เพราะเริ่มแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนจีน โดยทำเป็นแผ่นป้ายเล็ก ๆ
จำนวน 34 ป้าย แล้วเขียนชื่อของผู้มีชื่อเสียงในสมัยโบราณเอาไว้บนป้าย ให้แทงว่าจะออกเป็นชื่อใคร
ถ้าทายถูกเจ้ามือจ่าย 30 ต่อหนึ่ง ต่อมาเมื่อการพนันแพร่ระบาดสู่สังคมไทย จึงได้มีการออกหวยที่เป็นอักษรไทย
(ซึ่งใช้ตัวอักษร 36 ตัว) จึงมีชื่อเรียกว่า "หวย ก ข" โดยโรงหวยเป็นของรัฐที่มีเอกชน เป็นผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการ
ทั้งนี้นายอากรหวย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนบาล" หรือ "ขุนบาน"
โดยรายได้จากอากรหวยมีเป็นจำนวนมาก และได้กลายเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐ
ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกล็อตเตอรีขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อหารายได้บำรุงการกุศล
และได้มีการออกล็อตเตอรีในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบำรุงสาธารณกุศล
จนกระทั่งรัฐบาลภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 ได้ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ
และในปี พ.ศ. 2482 ได้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ
การเล่นหวยจึงได้เปลี่ยนมาใช้เลขท้าย ของล็อตเตอรี่ เป็นการออกหวยแทนหวย ก ข แบบเดิม
สลากกินแบ่งแลองรัฐธรรมนูญ จำหน่าย ฉบับละ 1 บาท พิมพ์ ออกจำหน่าย 100,000 ฉบับ
ที่มา
http://www.tnews.co.th/contents/328327
ถามโง่ๆเลย ?!? ทำไม สลากกินแบ่งรัฐบาล ถึงต้องขายอยู่ที่ 80 บาท ?!?!?
เป็นไปได้ไหมถ้าพิมพ์สลากเพิ่ม เป็น 100 ล้านใบ แล้วตั้งราคาขาย 100 บาท ?
ถ้าปริมาณสลากเพิ่มมากขึ้น สลากในตลาดมีมากขึ้น จะทำให้ราคาขายต่ำลงได้ไหม ?
ตามกฏอุปสงค์อุปทาน เลขสวยๆฮิตๆ ย่อมมีคนต้องการมากกว่าเลขไม่ฮิต ไม่เป็นข่าว ?
แล้วราคาขาย สมัยก่อนๆอยู่ที่กี่บาท เคยขึ้นราคาบ้างไหม ?
รูปภาพ เครดิต เพจครอบครัวไข่
ประวัติความเป็นมาของการขาสลากกินแบ่งรัฐบาล
เมื่อสมัย ร.3 การตั้งหวย โปรดเกล้าฯ ให้จีนหงตั้งโรงหวยขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น
หวยในระยะแรกจะเล่นอยู่ในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า "ฮวยหวย" (花會) แปลว่า ชุมนุมดอกไม้
เพราะเริ่มแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนจีน โดยทำเป็นแผ่นป้ายเล็ก ๆ
จำนวน 34 ป้าย แล้วเขียนชื่อของผู้มีชื่อเสียงในสมัยโบราณเอาไว้บนป้าย ให้แทงว่าจะออกเป็นชื่อใคร
ถ้าทายถูกเจ้ามือจ่าย 30 ต่อหนึ่ง ต่อมาเมื่อการพนันแพร่ระบาดสู่สังคมไทย จึงได้มีการออกหวยที่เป็นอักษรไทย
(ซึ่งใช้ตัวอักษร 36 ตัว) จึงมีชื่อเรียกว่า "หวย ก ข" โดยโรงหวยเป็นของรัฐที่มีเอกชน เป็นผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการ
ทั้งนี้นายอากรหวย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนบาล" หรือ "ขุนบาน"
โดยรายได้จากอากรหวยมีเป็นจำนวนมาก และได้กลายเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐ
ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกล็อตเตอรีขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อหารายได้บำรุงการกุศล
และได้มีการออกล็อตเตอรีในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบำรุงสาธารณกุศล
จนกระทั่งรัฐบาลภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 ได้ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ
และในปี พ.ศ. 2482 ได้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ
การเล่นหวยจึงได้เปลี่ยนมาใช้เลขท้าย ของล็อตเตอรี่ เป็นการออกหวยแทนหวย ก ข แบบเดิม
สลากกินแบ่งแลองรัฐธรรมนูญ จำหน่าย ฉบับละ 1 บาท พิมพ์ ออกจำหน่าย 100,000 ฉบับ
ที่มา http://www.tnews.co.th/contents/328327